Home / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “บทเรียนที่ 1 นั่งสมาธิเหนือน้ำ..”

Share

“บทเรียนที่ 1 นั่งสมาธิเหนือน้ำ..”

Author: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-09-06 07:01:56

เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าเหนือวังหลวงโปร่งใสไร้เมฆหมอก แสงแดดรำไรฉาบไล้ลงบนผิวน้ำในสระบัวขนาดใหญ่หลังตำหนักเฉินซีจนดูคล้ายกับถูกโรยด้วยผงทองคำ ทว่าบรรยากาศแห่งความสุนทรีย์นั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของสตรีร่างบางในชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตา

"ฝ่าบาท...ท่านแน่ใจนะเจ้าคะว่าตำราเล่มนี้ไม่ได้เขียนโดยคนสติฟั่นเฟือน?”

ไป๋ซิน ยืนเท้าสะเอวมอง "สนามฝึก" ของนางด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

สิ่งที่อยู่ตรงหน้านางคือ ใบบัวยักษ์ (บัววิกตอเรีย) ขนาดมหึมาที่แผ่กว้างพอๆ กับเตียงนอนขนาดเล็ก มันลอยนิ่งอยู่กึ่งกลางสระน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น รอบข้างรายล้อมด้วยดงบัวหลวงที่กำลังชูช่อชูไหวตามแรงลม

เย่จวินเหยียน ในชุดลำลองสีนิลขลิบทองดูสง่างามและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขายืนเอามือไพล่หลัง พลางพยักหน้าอย่างสุขุม

"ตำราว่าไว้ชัดเจน 'ขั้นที่หนึ่ง: กายเบาดุจขนนก ใจสงบดุจผิวน้ำ' เจ้าต้องกระโดดลงไปนั่งสมาธิบนใบบัวนั่น โดยห้ามทำให้ใบบัวยุบตัวลงไปในน้ำแม้แต่ชี่เดียว (ประมาณ 3 ซม.)"

"ข้าเป็นกระต่ายนะเจ้าคะ! ไม่ใช่แมลงปอหางกิ่ว!"

ไป๋ซินประท้วง

"กระต่ายเขามีไว้กอด มีไว้เลี้ยงด้วยแครอท ไม่ได้มีไว้ให้มานั่งเล่นเป็นกบจำศีลกลางสระน้ำแบบนี้ ถ้าข้าตกลงไป ข้าจะกลายเป็นกระต่ายแช่น้ำนะเจ้าคะ!"

"ไป๋ไป๋...ถ้าเจ้าทำสำเร็จ ข้าสั่งให้ห้องเครื่องเตรียม 'หัวไชเท้าหมักน้ำผึ้งพันปี' และ 'ผักกาดหอมยอดน้ำค้าง' ชุดใหญ่รอไว้แล้ว" เย่จวินเหยียนยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

”แต่ถ้าเจ้าไม่ยอมฝึก… คืนนี้เจ้าต้องกินข้าวต้มจืดๆ ที่มีแต่ข้าวไม่มีวิญญาณผักสักชิ้น"

คำว่า "หัวไชเท้าหมักน้ำผึ้ง" พุ่งเข้าชนโสตประสาทของไป๋ซินอย่างแรง หูกระต่ายที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ผ้าคลุมหัวถึงกับ "ป๊อป!" ออกมาสั่นระริกด้วยความกระหาย

"ท่านมันมังกรใจร้าย! มังกรข่มเหงสัตว์ตัวเล็ก!"

นางบ่นอุบอิบ แต่เท้ากลับขยับถอยหลังเพื่อเตรียมวิ่ง

"เอาเป็นว่าถ้าข้าจม ท่านต้องลงไปงมข้าขึ้นมาทันทีนะเจ้าคะ!"

"ย้ากกกกกก!"

ไป๋ซินรวบรวมพลังเซียนที่พุ่งพล่านอยู่ในกาย กระโดดทะยานตัวออกไปจากตลิ่ง ร่างบอบบางลอยละลิ่วกลางอากาศดุจปุยเมฆขาว ด้วยพลังของยาเม็ดทองและสัญชาตญาณเซียน นางร่อนลงตรงกึ่งกลางใบบัวยักษ์ได้อย่างพอดิบพอดี ใบบัวเพียงแต่ไหวเอนเล็กน้อยก่อนจะนิ่งสนิท

"โอ้...ข้าทำได้! ฝ่าบาทดูสิ! ข้าตัวเบาเหมือนนุ่นเลย!"

นางหันมาโบกมือยิ้มร่าอย่างภาคภูมิใจ

"ดีมาก...ตอนนี้หลับตาลง สำรวมจิต อย่าให้กิเลสเข้าครอบงำ"

เย่จวินเหยียนสั่งเสียงเข้ม

ไป๋ซินนั่งขัดสมาธิช้าๆ หลับตาพริ้ม พยายามทำใจให้ว่างเปล่าดุจห้องโถงที่ไร้ผู้คน แต่อนิจจา...ความว่างเปล่านั้นอยู่ได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ เพราะจมูกเซียนของนางดันทำงานดีเยี่ยมเกินเหตุ

"ฟุดฟิด...ฟุดฟิด..."

กลิ่น "เกสรบัวหลวง" ที่กำลังบานสะพรั่งรอบตัวมันช่างหอมหวานเหลือเกิน มันเป็นกลิ่นหอมที่เข้มข้น ล้ำลึก และยั่วยวนดุจน้ำผึ้งทิพย์ที่นางฝันถึง ยิ่งนางพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำสมาธิ กลิ่นนั้นก็ยิ่งพุ่งเข้าสู่ปอดจนสติเริ่มกระเจิง

"อา...ดอกบัวพวกนี้ พลังงานเซียนหนาแน่นนัก ถ้าได้ลองชิมซักคำ พลังข้าต้องเสถียรแน่ๆ เลย"

ไป๋ซินเริ่มให้เหตุผลข้างๆ คูๆ เข้าข้างพุงตัวเอง

ในขณะที่นางกำลังเข้าสู่ "กิเลสฌาน" พลังเซียนในกายที่ยังคุมไม่ได้ก็เริ่มรั่วไหลออกมาเป็นไอสีทองจางๆ กระจายลงสู่ผิวน้ำ ทันใดนั้น ปรากฏการณ์อัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! ดอกบัวหลวงนับร้อยที่เคยเป็นเพียงยอดตูมกลับ "เบ่งบาน" พรึบพรับขึ้นมาพร้อมกันทั้งสระ ส่งกลิ่นหอมแรงกว่าเดิมสิบเท่า

เย่จวินเหยียนที่ยืนดูอยู่บนฝั่งเริ่มตาโต

"ไป๋ไป๋! ใจเย็นๆ พลังเจ้ามันรั่วออกมาหมดแล้ว!"

แต่ไป๋ซินไม่ได้ยินอะไรแล้ว นางยังคงหลับตาอยู่ แต่ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับเริ่มมีรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม นางเริ่มเผยอปากเล็กๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว พลางสูดกลิ่นเกสรเข้าอย่างหิวกระหาย แต่กลิ่นอย่างเดียวมันจะไปอิ่มได้อย่างไร?

"กึด...ครืด...กึด..."

เย่จวินเหยียนถึงกับกุมขมับ เมื่อเห็นไป๋ซินที่ควรจะนั่งสมาธิอย่างสง่างาม บัดนี้กลับเปลี่ยนท่าทางเป็นหมอบคลานสี่ขาเหมือนกระต่ายไม่มีผิด นางยื่นหน้าลงไปในน้ำข้างใบบัว พลางใช้มือเล็กๆ ควานลงไปใต้น้ำอย่างรวดเร็ว

"ไป๋ซิน! เจ้าทำอะไรน่ะ! นั่นมันสระน้ำนะ ไม่ใช่ถังข้าวสาร!"

"ฮึด! ตูม!"

ไป๋ซินไม่ได้สนใจเสียงห้าม นางออกแรงดึงบางอย่างจากใต้น้ำขึ้นมาอย่างสุดกำลัง พลังเซียนที่มหาศาลทำให้นางมีแรงดุจยักษ์ปักหลั่น รากบัว (ไหลบัว) ขนาดขาวอวบอ้วนเท่าท่อนแขนถูกกระชากขึ้นมาเหนือน้ำ ดินโคลนก้นสระพุ่งกระจายจนน้ำที่เคยใสสะอาดกลายเป็นสีนิลในพริบตา

นางไม่รอช้า จัดการอ้าปากงับรากบัวสดๆ นั้นทันที

"ง่ำ! อื้อออ...หวานนนน หวานเหลือเกินเจ้าค่ะฝ่าบาท!"

"เจ้า...เจ้ากินรากบัวสดๆ ทั้งโคลนแบบนั้นเลยรึ!"

เย่จวินเหยียนตะโกนลั่นอย่างหมดรูปฮ่องเต้

เพราะมัวแต่ห่วงกิน พลัง "กายเบา" ที่เคยคุมไว้ก็สลายวับไปกับรากบัว ใบบัวยักษ์ที่เคยรองรับร่างนางได้ บัดนี้เมื่อต้องรับทั้งน้ำหนักตัวไป๋ซินและแรงดึงจากรากบัวที่นางยังไม่ยอมปล่อย มันจึงเริ่มเอียงกระเท่เล่

"จ๋อมมมม!"

"ว้ายยยย! ช่วยด้วยยยย!"

ไป๋ซินเสียหลักจมดิ่งลงไปในน้ำทันที แต่ที่น่าอัศจรรย์คือ นางยังคงกอดรากบัวที่ยาวเกือบสองเมตรไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือ! ร่างป้อมๆ ของนางจมหายลงไปในน้ำที่ขุ่นคลัก มีเพียงฟองอากาศบุ๋งๆ และหูกระต่ายที่โผล่ขึ้นมาพะงาบๆ อยู่เหนือผิวน้ำเพียงแวบเดียว

"ยัยกระต่ายบ้าเอ๊ย!"

เย่จวินเหยียนไม่รอช้า เขาถอดเสื้อคลุมมังกรทองตัวนอกออกสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี แล้วกระโดดลงไปในน้ำดัง

"ตู้ม!"

เขาดำลงไปใต้ผิวน้ำที่มองไม่เห็นอะไรเลยเนื่องจากโคลนที่นางขุดขึ้นมา จนกระทั่งเขาคว้าเอา "ก้อนขาวๆ" ที่กำลังดิ้นพราดๆ ได้ เขาจึงรวบเอวบางนั้นไว้แล้วพุ่งขึ้นเหนือน้ำทันที

"แค่ก! แค่ก! อื้อ...ฝ่าบาททท...น้ำมันเค็มมม!"

ไป๋ซินโผล่หน้าขึ้นมาสะบัดขน (หู) จนน้ำกระจายใส่หน้าฮ่องเต้เต็มรัก สภาพของนางบัดนี้ช่างน่าอนาถนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกโชก มีโคลนติดอยู่ที่ปลายจมูกจิ้มลิ้ม และในอ้อมแขน...นางยังคงกอดรากบัวโชกโคลนไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต

เย่จวินเหยียนอุ้มนางขึ้นมาบนฝั่งด้วยสภาพที่เปียกปอนพอกัน เขาว่างนางลงบนม้านั่งหินอ่อนพลางจ้องเขม็ง

"เจ้าเกือบจะจมน้ำตายเพื่อรากบัวเพียงอันเดียวเนี่ยนะ?"

"มันไม่ใช่แค่รากบัวนะเจ้าคะ! นี่มันคือผลผลิตจากพลังเซียนของข้า!”

ไป๋ซินเถียงกลับเสียงอู้อี้พลางใช้แขนเสื้อที่เปียกเช็ดหน้าตัวเองจนโคลนเลอะไปทั้งแถบ

"ดูสิ...มันอวบมากเลยนะเจ้าคะ"

เ ย่จวินเหยียนมองดูชุดไหมสีขาวของนางที่บัดนี้เปียกโชกจนแนบไปกับทุกส่วนสัดของร่างกาย เผยให้เห็นเนินอกสล้างและเอวคอดกิ่วที่สั่นระริกเพราะความหนาว แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบผิวกายขาวผ่องที่โผล่พ้นรอยขาดของชุด (ที่เกิดจากการสู้กับรากบัว) ทำให้ใจของจอมมังกรเริ่มเต้นผิดจังหวะ

ความโกรธที่นางซนจนเกือบตาย เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ "ร้อนแรง" กว่าน้ำในสระหลายเท่า

“ไป๋ไป๋…อวบจริงนั่นแหละ” สายตามังกรจับจ้องก่อนลอบกลืนน้ำลาย

“เจ้ารู้ไหมว่าการฝึกจิตครั้งนี้ เจ้าสอบตกอย่างแรง"

เขาพูดเสียงต่ำพร่า พลางเอื้อมมือไปเช็ดคราบโคลนที่พวงแก้มให้นางอย่างแผ่วเบา

"ข้าขอโทษเจ้าค่ะ...ข้าแค่หิว..."

ไป๋ซินทำตาละห้อยหูลู่ตก

"ในเมื่อบทเรียน 'สมาธิเหนือน้ำ' มันล้มเหลวเพราะเจ้าคุมกิเลสไม่ได้..."

เย่จวินเหยียนช้อนตัวนางขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็ว จนไป๋ซินอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"ข้าก็คงต้องเปลี่ยนไปใช้ บทเรียนที่สอง...บทเรียนที่ต้องใช้ร่างกายฝึกฝน เพื่อให้พลังเซียนในตัวเจ้ามันสงบลงจริงๆ เสียที!"

"บ...บทเรียนอะไรเจ้าคะ? ต้องนั่งบนใบบัวอีกไหม?"

ไป๋ซินถามหน้าซื่อ

"ไม่ต้องนั่งบนใบบัว...แต่นั่งบนตัวข้าแทน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status