Todos los capítulos de พิษรักใต้บัลลังก์มังกร: Capítulo 1 - Capítulo 10

16 Capítulos

บทที่ 1 ประหารชายา

"ประหารนาง!"พระสุรเสียงเกรี้ยวกราดของฮองเฮาดังกึกก้องไปทั่วลานพิพากษา หลังกำแพงพระราชวังหลวง เสียงนั้นแหลมคมราวกับคมมีด กรีดเฉือนความเงียบงันของยามเช้าจนแหลกสลายลมหนาวต้นฤดูเหมันต์พัดธงมังกรสีทองเหนือกำแพงวังสะบัดไหวอย่างรุนแรง เมฆสีหม่นเคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์จนทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม ราวกับสวรรค์เองก็กำลังโศกเศร้าต่อชะตากรรมของใครบางคนกลางลานหินอ่อนสีขาว...หญิงสาวผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์มังกรเสื้อคลุมของนางเปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน เส้นผมดำขลับที่เคยถูกเกล้ามวยอย่างงดงามหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม ข้อมือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กหนักจนเกิดรอยแดงช้ำ แต่แม้จะอยู่ในสภาพน่าเวทนา ใบหน้าของนางยังคงงดงาม สงบนิ่ง และสง่างามเกินกว่าจะเป็นนักโทษนางคือ...ไป๋หลิงเยว่ พระชายาเอกขององค์รัชทายาท มู่เฉินอวี้ และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าสำนักโอสถหลวง ผู้ได้รับการยกย่องจากชาวเมืองว่าเป็นสตรีผู้เปี่ยมเมตตา เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์และการปรุงโอสถมาตั้งแต่วัยเยาว์ทว่าวันนี้...ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกลับถูกทำลายลงในชั่วข้ามคืน"หญิงชั่ว!""ฆาตกร!"
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 2 ประหารชายา 2

เมื่อเดินพ้นประตูท้องพระโรง สายลมหนาวก็พัดปะทะใบหน้า ลานประหารหลวงตั้งอยู่กลางพระราชวัง เป็นลานหินขนาดใหญ่ที่ใช้ลงโทษผู้กระทำผิดร้ายแรงต่อราชวงศ์ แท่นประหารสีดำตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง คมดาบของเพชฌฆาตสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายเย็นเยียบ รอบลานเต็มไปด้วยผู้คน ข่าวการประหารพระชายาแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงตั้งแต่รุ่งสาง ชาวเมืองนับพันหลั่งไหลมามุงดูจนแน่นขนัด"นางนั่นหรือคนวางยาฝ่าบาท""หน้าตาก็ดูอ่อนโยน ไม่นึกว่าจะใจอำมหิต""คนแบบนี้สมควรถูกตัดหัว"เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไม่ขาดสายไป๋หลิงเยว่ค่อย ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า นางจำวันที่แต่งงานกับมู่เฉินอวี้ได้ดีวันนั้นท้องฟ้าสดใส ดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งทั่วพระราชวังฮ่องเต้ทรงมีพระราชดำรัสด้วยพระองค์เองว่า"เจ้าทั้งสองต้องประคับประคองกันให้ดี"ผ่านมาเพียงสามปี ทุกอย่างกลับจบลงที่ลานประหารแห่งนี้ ทหารผลักร่างของนางให้คุกเข่าบนแท่นหินข้อเข่ากระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงทุ้ม แต่ไป๋หลิงเยว่ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกที่ถูกหักหลังแม่ทัพผู้คุมการประหารก้าวออกมายืนด้านหน้า"นักโทษไป๋หลิงเยว่""เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าวเป็นครั
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 3 เปลี่ยนชะตา

แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลายดอกเหมย ทาบลงบนพื้นห้องเป็นเงาพาดยาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกำยานจันทน์ลอยอ้อยอิ่งปะปนกับกลิ่นดอกหลันที่จัดวางอยู่ในแจกันหยกริมหน้าต่าง ทุกสิ่งช่างสงบงามราวกับไม่เคยมีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นมาก่อนแต่สำหรับไป๋หลิงเยว่...ทุกลมหายใจยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดจากลานประหาร นางสะดุ้งตื่นอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวรีบแตะลำคอของตนเองโดยสัญชาตญาณแม้จะยืนยันกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านางย้อนเวลากลับมาแล้ว แต่ทุกครั้งที่หลับตา ภาพคมดาบที่ฟันลงตรงลำคอ เสียงร้องของผู้คน และหยดน้ำตาของมู่เฉินอวี้ยังคงย้อนกลับมาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่"คุณหนู...เมื่อคืนท่านนอนไม่ค่อยหลับอีกแล้วหรือเจ้าคะ"ชิงเอ๋อร์ยกถาดน้ำชาร้อนเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงไป๋หลิงเยว่รับถ้วยชามาไว้ในมือโดยไม่ตอบ ไออุ่นจากถ้วยชาค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ฝ่ามือที่ยังเย็นเฉียบ นางมองใบหน้าของสาวใช้คนสนิทอย่างเงียบ ๆชิงเอ๋อร์...ในชาติที่แล้ว หญิงสาวผู้นี้เสียชีวิตก่อนนางถึงครึ่งปี เพราะถูกกล่าวหาว่าขโมยพระเครื่องหยกของสนมเอก ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงแพะรับบาปตอนนั้น...นางพยายามช่วยแล้วแต่ช่วยไม่ทัน เมื่อ
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 4 ความเปลี่ยนแปลง

สายฝนโปรยปรายลงมาตลอดทั้งคืนละอองฝนบางเบาเกาะอยู่บนชายคากระเบื้องสีดำของตำหนักองค์รัชทายาท ก่อนจะไหลหยดลงสู่พื้นหินด้านล่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายในห้องทรงอักษร กลิ่นหมึกจีนเจือจางปะปนกับกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อน ๆ บุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงงานปลายนิ้วเรียวยาวพลิกเอกสารกองแล้วกองเล่าอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นฎีกาจากหัวเมืองที่ต้องรีบพิจารณา แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรเบื้องหน้ามู่เฉินอวี้ถอนหายใจแผ่วเบา เขาอ่านฎีกาฉบับเดิมมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้วแต่กลับจำไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว"ฝ่าบาท..." องครักษ์คนสนิทอย่างโม่เฟิงยืนอยู่หน้าประตู พลางเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง"ท่านเรียกหากระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ"มู่เฉินอวี้วางพู่กันลง"มีข่าวจากจวนไป๋หรือไม่"โม่เฟิงชะงักไปเล็กน้อย คำถามนี้...ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ยินแทบทุกวัน แม้พระองค์จะไม่เคยเสด็จไปหาคุณหนูไป๋ด้วยพระองค์เอง แต่กลับคอยให้คนลับรายงานความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ"มีพ่ะย่ะค่ะ""ว่ามา""คุณหนูไป๋ออกจากจวนเมื่อช่วงสาย"มู่เฉินอวี้เงยหน้าขึ้น"ไปที่ใด""สำนักโอสถหลวง"บุรุษหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก ในฐานะบุต
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 4 คนตายปริศนา

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านกลุ่มเมฆสีเทาอ่อน ทอประกายลงบนกระเบื้องเคลือบสีชาดของพระราชวังหลวง แต่บรรยากาศกลับไม่ได้สดใสอย่างที่ควรจะเป็นข่าวการหายตัวไปของขันทีหลี่ยังถูกปิดเป็นความลับส่วนเหตุการณ์เมื่อคืน...ไป๋หลิงเยว่เลือกเก็บไว้ในใจเพียงผู้เดียวนางไม่อาจบอกผู้ใดได้ว่าขันทีหลี่ยังมีชีวิตอยู่ และกำลังซ่อนตัวอยู่ในคลังโอสถเก่า เพราะทันทีที่ข่าวรั่วไหล ชายผู้นั้นย่อมไม่มีทางรอดเป็นครั้งที่สอง หญิงสาวนั่งอยู่ในศาลาริมสวนของจวนไป๋ พลางเปิดสมุดบันทึกที่บันทึกความเปลี่ยนแปลงของชะตาชีวิต นางเขียนเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัด ขันทีหลี่ยังมีชีวิต และเคยเห็นผู้แตะต้องถ้วยพระโอสถจากนั้นจึงลากเส้นเชื่อมกับคำว่า ดอกเหมย ปลายพู่กันหยุดนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ดอกเหมย...สัญลักษณ์นี้ปรากฏขึ้นบ่อยเกินไป รอยสลักบนพื้นหิน เครื่องหมายบนแขนของนักฆ่า และคำพูดของชายลึกลับเมื่อคืน ทุกอย่างเหมือนกำลังชี้ไปยังองค์กรบางแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในราชสำนัก แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋หลิงเยว่กังวลยิ่งกว่า คือคำพูดสุดท้ายของขันทีหลี่ "คนผู้นั้น...อยู่ใกล้..." ใกล้อะไร...ใกล้ฮ่องเต้ ใกล้สำนักโอสถหรือใกล้ตัวนางเอง ยังไม่ทันที่นางจะเรียบเรียงความคิด
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 6 พันธมิตร

สายลมยามค่ำพัดผ่านตรอกแคบจนชายเสื้อคลุมสีดำของมู่เฉินอวี้พลิ้วไหวกลิ่นคาวเลือดยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ศพของมือสังหารสองรายนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกล ส่วนรอยเลือดบนพื้นหินทอดเป็นทางยาวไปจนถึงปากตรอกไป๋หลิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ใต้เสื้อคลุมขององค์รัชทายาท ผืนผ้าสีดำยังอุ่นอยู่จากไอร่างของเจ้าของนางก้มมองมันเพียงชั่วครู่ ก่อนค่อย ๆ ยกมือถอดออก"ฝ่าบาท..."นางยื่นเสื้อคลุมคืนด้วยกิริยาสุภาพ"หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว"มู่เฉินอวี้ไม่ได้รับเสื้อคลุมกลับทันที สายตาคมเข้มกวาดมองบาดแผลที่ต้นแขนของนาง เลือดแม้จะหยุดไหลแล้ว แต่รอยเฉือนยังลึกพอสมควร"เจ้าคิดว่าบาดแผลเช่นนี้เรียกว่าไม่เป็นไรหรือ"น้ำเสียงเรียบเฉยดังเช่นเคย แต่ครั้งนี้ ไป๋หลิงเยว่กลับสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดนางหลุบตาลง"เป็นเพียงแผลเล็กน้อย""หากดาบเอียงเข้ามาอีกเพียงครึ่งชุ่น"มู่เฉินอวี้กล่าวแทรก"วันนี้เจ้าคงไม่มีโอกาสยืนพูดกับข้า"หญิงสาวเงียบไป ประโยคนั้นทำให้นางนึกถึงลานประหารในชาติที่แล้ว หากวันนั้น...เขามาทันเพียงครึ่งก้าว ทุกอย่างคงไม่จบลงเช่นนั้น นางรีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว ไม่ได้...ชาตินี้นางไม่ควรปล่อยให้ความรู
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 7 หัวใจที่เริ่มเปิด

สายฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วหยาดน้ำเม็ดใหญ่ตกกระทบพื้นป่าเกิดเสียงดังไม่ขาดสาย ลมหนาวพัดยอดสนสูงไหวเอนจนกิ่งไม้เสียดสีกันเป็นจังหวะน่าหวาดหวั่นเสียงฝีเท้าม้าดังฝ่าความมืด มู่เฉินอวี้กระชับบังเหียน พลางหันกลับมามองด้านหลัง แสงคบเพลิงของผู้ไล่ล่าค่อย ๆ เลือนหายไปตามม่านฝน"ตามมาแล้วหรือไม่" ไป๋หลิงเยว่ซึ่งนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังเอ่ยถาม แม้น้ำเสียงจะพยายามนิ่ง แต่ลมหายใจกลับเริ่มไม่สม่ำเสมอ นางเผลอยกมือกดหัวไหล่ซ้ายบาดแผลจากลูกธนูเมื่อคืน แม้จะรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่หลังควบม้าติดต่อกันหลายชั่วยาม เลือดก็เริ่มซึมผ่านผ้าพันแผลอีกครั้ง มู่เฉินอวี้สังเกตเห็นทันที"เจ้าบาดเจ็บ""เพียงแผลเล็กน้อย""เจ้ายังจะโกหกข้าอีกหรือ"น้ำเสียงเรียบเฉยของเขา ทำให้ไป๋หลิงเยว่เม้มริมฝีปาก ก่อนจะทันได้ตอบ มู่เฉินอวี้ก็ดึงบังเหียนเปลี่ยนทิศทาง ม้าศึกวิ่งเลี้ยวเข้าไปตามทางแคบที่เต็มไปด้วยต้นไผ่หนาทึบไม่นานนัก...เรือนไม้หลังเล็กก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฝน หลังคามุงจากเก่า ๆ ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น หากไม่รู้มาก่อน ย่อมไม่มีผู้ใดคิดว่าที่นี่เคยมีคนอาศัยอยู่"ลงมา"มู่เฉินอวี้กระโดดลงจากหลังม้าก่อน แล้วหันมา
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 8 องค์กรดอกเหมย

แสงอรุณยามเช้าค่อย ๆ ทาบลงบนยอดสนที่โอบล้อมเรือนพักกลางป่าหลังจากพักฟื้นได้เพียงคืนเดียว มู่เฉินอวี้และไป๋หลิงเยว่ก็ออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันทีทั้งสองต่างรู้ดี...ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเท่าไร คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งมีโอกาสทำลายหลักฐานมากขึ้นเท่านั้นรถม้าค่อย ๆ แล่นผ่านประตูเมืองท่ามกลางผู้คนที่สัญจรไปมา ไป๋หลิงเยว่เปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อย มองดูบ้านเรือนที่คุ้นตาภาพเดิม...แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อน นางเคยมองเมืองหลวงแห่งนี้ว่าสงบสุขทว่าตอนนี้...ทุกตรอก ทุกถนน และทุกใบหน้าที่เดินผ่าน ล้วนทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่าในจำนวนผู้คนเหล่านี้...มีใครบ้างที่เป็น "ดอกเหมย""กำลังคิดอะไรอยู่" เสียงของมู่เฉินอวี้ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามไป๋หลิงเยว่ละสายตาจากหน้าต่าง"หม่อมฉันกำลังคิดว่า...คนของดอกเหมยอาจอยู่ใกล้เรากว่าที่คิด"บุรุษหนุ่มพยักหน้า"ข้าก็คิดเช่นนั้น""เมื่อคืน โม่เฟิงส่งข่าวมา เขาพบร่องรอยบางอย่าง"หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย "ข่าวใด"มู่เฉินอวี้หยิบม้วนกระดาษเล็ก ๆ ออกจากแขนเสื้อ ส่งให้นาง ไป๋หลิงเยว่คลี่มันออกอย่างระมัดระวัง ด้านในเป็นรายชื่อบุคคลหลายสิบคน มีทั้งตำแหน่ง
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 9 ผู้ต้องสงสัย

เสียงระฆังยามเช้าดังแว่วมาจากพระราชวังหลวงแสงแดดอ่อนสาดผ่านม่านหมอกบาง ๆ ที่ปกคลุมหลังคากระเบื้องสีชาดของตำหนักต่าง ๆ ผู้คนในวังเริ่มออกมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ราวกับเหตุการณ์นองเลือดและการลอบสังหารที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่แต่สำหรับไป๋หลิงเยว่...ทุกย่างก้าวในพระราชวังแห่งนี้เต็มไปด้วยความระแวดระวัง นางรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเดินผ่านขันทีคนใด หมอหลวงผู้ใด หรือแม้แต่นางกำนัลที่กำลังก้มหน้าถือถาดชา ก็อาจมีสมาชิกของ "ดอกเหมย" ซ่อนตัวอยู่ในนั้น"คุณหนู"ชิงเอ๋อร์รีบเดินเข้ามา พร้อมม้วนกระดาษข่าวสารจากวัง"เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ"ไป๋หลิงเยว่รับม้วนกระดาษมาเปิด เพียงอ่านได้ไม่กี่บรรทัด ดวงตาของนางก็หรี่ลงเมื่อคืน...มีการจับกุมคนผู้หนึ่งภายในตำหนักของ สนมเอกหลันกุ้ยเฟย จากการตรวจค้น พบสมุนไพรหายาก "หลิงเซียงเยี่ย" ซุกซ่อนอยู่ในหีบเครื่องประดับส่วนพระองค์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบบัญชีเบิกสมุนไพรจากสวนหลวงที่มีตราประทับของตำหนักหลันกุ้ยเฟยอย่างครบถ้วนหลักฐานทุกชิ้น...ล้วนชี้ไปยังคนคนเดียว ชิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้น"เช่นนี้ก็คงจับตัวคนร้ายได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ"ไป๋หลิงเยว่กลับไม่ตอบ
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más

บทที่ 10 ความจริงของชาติแรก

สายฝนที่ตกต่อเนื่องมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็หยุดลงแสงแดดยามสายส่องผ่านเมฆสีเทา ทาบลงบนกำแพงหินสูงของพระราชวังหลวง ขับให้ทุกสิ่งดูสงบกว่าที่เป็นจริงแต่สำหรับไป๋หลิงเยว่...หัวใจของนางกลับไม่เคยสงบเลยนับตั้งแต่ได้เหรียญตราดอกเหมยมาจากห้องของหลิ่วชิงภายในห้องหนังสือของตำหนักองค์รัชทายาทแผนผังขนาดใหญ่ยังคงกางอยู่บนโต๊ะไม้ รายชื่อผู้เสียชีวิต เส้นทางการเงิน การโยกย้ายตำแหน่งของขุนนาง รวมถึงเครื่องหมายดอกเหมย ถูกบันทึกไว้ละเอียดกว่าทุกครั้งมู่เฉินอวี้ยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ กำลังค้นเอกสารเก่า ส่วนไป๋หลิงเยว่รับหน้าที่จัดเรียงฎีกาที่โม่เฟิงเพิ่งนำมาส่ง"หากหักรายชื่อที่เสียชีวิตออก..."หญิงสาวเอ่ยพลางขีดเส้นลงบนกระดาษ"สมาชิกดอกเหมยที่ยังมีชีวิตอยู่ คงเหลือไม่ถึงครึ่ง"มู่เฉินอวี้พยักหน้า"แต่คนที่เหลือ...กลับอยู่ในตำแหน่งสำคัญกว่าเดิม"เขาหยิบม้วนเอกสารอีกชุดออกมาวางบนโต๊ะ"นี่คือฎีกาหลังคดีวางยาพิษฮ่องเต้"ไป๋หลิงเยว่หยิบขึ้นมาเปิดดู ทุกฉบับเป็นรายงานการสอบสวนในชาติแรก นางเห็นชื่อของตนเองปรากฏอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า"ผู้ต้องหา...ไป๋หลิงเยว่"เพียงเห็นตัวอักษรเหล่านั้น ความทรงจำในลานประหาร
last updateÚltima actualización : 2026-09-16
Leer más
ANTERIOR
12
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status