Share

พิษรักใต้บัลลังก์มังกร
พิษรักใต้บัลลังก์มังกร
Author: Ladyporn

บทที่ 1 ประหารชายา

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:20:48

"ประหารนาง!"

พระสุรเสียงเกรี้ยวกราดของฮองเฮาดังกึกก้องไปทั่วลานพิพากษา หลังกำแพงพระราชวังหลวง เสียงนั้นแหลมคมราวกับคมมีด กรีดเฉือนความเงียบงันของยามเช้าจนแหลกสลาย

ลมหนาวต้นฤดูเหมันต์พัดธงมังกรสีทองเหนือกำแพงวังสะบัดไหวอย่างรุนแรง เมฆสีหม่นเคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์จนทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม ราวกับสวรรค์เองก็กำลังโศกเศร้าต่อชะตากรรมของใครบางคน

กลางลานหินอ่อนสีขาว...

หญิงสาวผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์มังกร

เสื้อคลุมของนางเปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน เส้นผมดำขลับที่เคยถูกเกล้ามวยอย่างงดงามหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม ข้อมือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กหนักจนเกิดรอยแดงช้ำ แต่แม้จะอยู่ในสภาพน่าเวทนา ใบหน้าของนางยังคงงดงาม สงบนิ่ง และสง่างามเกินกว่าจะเป็นนักโทษ

นางคือ...ไป๋หลิงเยว่ พระชายาเอกขององค์รัชทายาท มู่เฉินอวี้ และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าสำนักโอสถหลวง ผู้ได้รับการยกย่องจากชาวเมืองว่าเป็นสตรีผู้เปี่ยมเมตตา เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์และการปรุงโอสถมาตั้งแต่วัยเยาว์

ทว่าวันนี้...ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกลับถูกทำลายลงในชั่วข้ามคืน

"หญิงชั่ว!"

"ฆาตกร!"

"นางถึงกับกล้าวางยาฝ่าบาท!"

เสียงก่นด่าจากขุนนางและเหล่าข้าราชบริพารดังระงมไปทั่วท้องพระโรง ทุกสายตาที่มองมายังเต็มไปด้วยความรังเกียจ ราวกับนางเป็นปีศาจที่ควรถูกกำจัดให้สิ้นจากแผ่นดิน

ไป๋หลิงเยว่ก้มมองปลายนิ้วของตนเองอย่างเหม่อลอย

นิ้วมือคู่นี้...เคยช่วยชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน เคยจับชีพจรเด็กน้อยที่กำลังจะสิ้นลม เคยปรุงยารักษาทหารบาดเจ็บนับร้อยในยามสงคราม เคยถวายการรักษาฮ่องเต้ ฮองเฮา และเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ด้วยความจงรักภักดี

แต่บัดนี้...กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่หยิบยื่นความตายแก่ผู้เป็นประมุขของแผ่นดิน ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามวันก่อน

เช้าวันนั้น ฮ่องเต้ทรงเรียกประชุมราชสำนักตามปกติ ก่อนการประชุม สำนักโอสถหลวงได้นำพระโอสถบำรุงพระวรกายมาถวายเช่นทุกวัน

ตำรับยานั้นผ่านการตรวจสอบถึงสามขั้นตอน

หมอหลวงผู้ปรุง หมอหลวงผู้ชั่งตัวยาและสุดท้าย...ไป๋หลิงเยว่เป็นผู้ตรวจสอบก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ นางจำได้แม่นยำว่าตนเองตรวจทุกอย่างอย่างละเอียด สมุนไพรทุกชนิดถูกต้อง ปริมาณไม่คลาดเคลื่อน ไม่มีแม้แต่กลิ่นของพิษ หลังตรวจเสร็จ นางส่งต่อให้ขันทีนำไปถวายฮ่องเต้ ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ

กระทั่ง...ฮ่องเต้ทรงยกถ้วยพระโอสถขึ้นเสวย เพียงอึดใจเดียว พระหัตถ์ที่ถือถ้วยก็สั่นเทา พระพักตร์ซีดเผือด พระองค์ทรงกุมพระอุระแน่น ก่อนจะกระอักพระโลหิตออกมาคำใหญ่

เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังขึ้นทั่วตำหนัก

"ฝ่าบาท!"

หมอหลวงทุกคนรีบกรูกันเข้าไป แต่ไม่ทันแล้ว...พิษออกฤทธิ์รวดเร็วเกินคาด เพียงไม่กี่ลมหายใจ ฮ่องเต้ก็ทรงแน่นิ่ง ทั่วท้องพระโรงตกอยู่ในความโกลาหล

จากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ถ้วยพระโอสถถูกตรวจพบว่ามีพิษร้ายแรง

เมื่อสอบสวน กลับพบรอยนิ้วมือของไป๋หลิงเยว่ติดอยู่ที่ขอบถ้วย ในห้องปรุงยา มีห่อยาพิษชนิดเดียวกันซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักโต๊ะทำงานของนาง สาวใช้สองคนให้การตรงกันว่าเห็นนางอยู่ในห้องเครื่องยาตามลำพัง หมอหลวงอาวุโสสามคนลงความเห็นตรงกันว่าพิษถูกผสมลงในพระโอสถก่อนถวาย

หลักฐานทุกชิ้น...ล้วนชี้มายังนาง

"ไป๋หลิงเยว่!" เสียงของเสนาบดีฝ่ายตุลาการดังขึ้น

"เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือ"

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้ดวงตาจะเต็มไปด้วยความอ่อนล้า แต่ยังคงฉายแววแน่วแน่

"หม่อมฉันบริสุทธิ์" น้ำเสียงของนางไม่ดังนัก แต่ชัดเจน

"หม่อมฉันไม่เคยคิดร้ายต่อฝ่าบาท"

"โอหัง!"

องค์ชายรองก้าวออกมาจากแถวเชื้อพระวงศ์ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

"หลักฐานแน่นหนาถึงเพียงนี้ เจ้ากลับยังกล้าปฏิเสธ!"

"หม่อมฉันไม่ได้ทำ" ไป๋หลิงเยว่ตอบเพียงประโยคเดิม นางไม่รู้ว่าหลักฐานเหล่านั้นมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ...ทั้งหมดเป็นกับดัก มีใครบางคนวางหมากเอาไว้ตั้งแต่ต้น

ฮองเฮาประทับอยู่ด้านบนสุด พระพักตร์เต็มไปด้วยคราบน้ำตา พระองค์ทอดพระเนตรมายังไป๋หลิงเยว่ด้วยแววตาผิดหวัง

"ไป๋หลิงเยว่...เปิ่นกงเคยเอ็นดูเจ้า ราวกับบุตรสาวแท้ ๆ"

"เหตุใดเจ้าจึงตอบแทนด้วยการปลงพระชนม์ฝ่าบาท" น้ำเสียงสั่นเครือของฮองเฮาทำให้ขุนนางหลายคนพากันก้มหน้าถอนหายใจ

ไป๋หลิงเยว่เม้มริมฝีปากแน่น

"หม่อมฉันไม่เคยทำ"

"พอ!"

เสียงตวาดของเสนาบดีดังลั่น

"ยังคิดจะแก้ตัวอีกหรือ"

หญิงสาวค่อย ๆ หันสายตาไปยังบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนเงียบมาตลอด

มู่เฉินอวี้...

องค์รัชทายาทผู้เป็นสามีของนาง เขายืนอยู่ในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทอง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม ดวงตาลึกคู่นั้นไร้อารมณ์จนยากจะอ่านความคิด

ตั้งแต่เริ่มการไต่สวน...เขาไม่เอ่ยคำใดเลย หัวใจของไป๋หลิงเยว่พลันหนักอึ้ง หรือแม้แต่เขา...ก็ไม่เชื่อนางเช่นกัน นางมองเขาอยู่นานหวังเพียงให้เขาพูดสักคำเพียงคำเดียวก็ยังดีแต่บุรุษผู้นั้นกลับกำหมัดแน่นอยู่ภายในแขนเสื้อ โดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ความเงียบของเขา...กลับกลายเป็นดั่งคมดาบที่กรีดลึกลงในหัวใจของนางยิ่งกว่าคำกล่าวหาใด ๆ

ทันใดนั้น เสียงขันทีประกาศราชโองการก็ดังขึ้นก้องไปทั่วท้องพระโรง

"มีพระบัญชา..."

ทุกคนพร้อมใจกันคุกเข่าลง ไป๋หลิงเยว่หลับตาช้า ๆ แม้จะยังไม่รู้เนื้อความ แต่นางกลับสัมผัสได้ว่า...ชะตาชีวิตของตน กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า...

"...ไป๋หลิงเยว่ พระชายาเอกแห่งองค์รัชทายาท"

เสียงขันทีหลวงกังวานก้องไปทั่วท้องพระโรง ขณะคลี่ราชโองการสีเหลืองทองออกอย่างช้า ๆ

"...มีความผิดฐานลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ใช้พิษร้ายคิดก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ เป็นโทษอุกฉกรรจ์ มิอาจอภัยได้"

ทุกคนต่างก้มศีรษะรับพระบัญชา

"...ให้ถอดฐานันดรศักดิ์ ยึดทรัพย์สินทั้งหมด ประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ณ ลานประหารหลวงในยามอู่เค่อวันนี้ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้คิดทรยศต่อแผ่นดิน"

สิ้นเสียงประกาศ ทั้งท้องพระโรงเงียบงันราวกับไร้ผู้คน

ไป๋หลิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นแผ่วเบาเสียจนคล้ายเสียงถอนหายใจ

สามวัน...เพียงสามวันเท่านั้น

จากพระชายาผู้เป็นที่เคารพของผู้คน กลับกลายเป็นนักโทษประหารที่ทุกคนต่างสาปแช่ง นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ยืนอยู่ไม่ไกล มู่เฉินอวี้ยังคงยืนนิ่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่เผยอารมณ์ใด แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าหมัดทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาเขาไม่พูด...แม้แต่คำเดียว หัวใจของไป๋หลิงเยว่ค่อย ๆ เย็นเยียบลง บางที...คนที่นางหวังว่าจะเชื่อใจมากที่สุดอาจเป็นคนที่ไม่เชื่อนางเช่นกัน

"นำตัวนักโทษออกไป!"

ทหารองครักษ์สี่นายก้าวเข้ามาพร้อมกัน โซ่ตรวนที่พันธนาการข้อเท้าถูกกระชากอย่างแรง ร่างบางเสียหลักเซไปข้างหน้า นางไม่ได้ขัดขืน เพียงก้าวเดินออกจากท้องพระโรงอย่างสงบนิ่งตลอดทางเดินยาวสู่ลานประหาร ข้าราชบริพาร นางกำนัล และขันทีต่างหลีกทางให้ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าสบตานาง บางคนเคยยิ้มให้นาง บางคนเคยรับยารักษาโรคจากมือนาง บางคนเคยคุกเข่าขอบคุณที่นางช่วยชีวิตคนในครอบครัว วันนี้...ทุกคนกลับเลือกก้มหน้า ไม่มีใครเอ่ยคำว่าบริสุทธิ์แทนนางแม้แต่คนเดียว

ไป๋หลิงเยว่ยิ้มบาง ๆ อย่างขมขื่น นางไม่โกรธคนเหล่านั้น ในเมื่อหลักฐานทุกอย่างชี้มาที่นาง ต่อให้เป็นตัวนางเอง หากอยู่ในฐานะผู้พิพากษา ก็คงยากจะเชื่อว่าทั้งหมดเป็นการจัดฉาก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พิษรักใต้บัลลังก์มังกร   บทที่ 16 ชาตินี้...ข้าทันแล้ว Nc

    หนึ่งเดือนหลังศึกกบฏสิ้นสุดลง พระราชวังหลวงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง มู่เฉินอวี้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ด้วยพระนามว่า “เฉินอวี้ฮ่องเต้” การขึ้นครองราชย์ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ขุนนางทั้งหลายต่างยอมรับพระองค์ด้วยความศรัทธา หลักฐานจากห้องลับที่ถูกเปิดเผยทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนในพิธีแต่งตั้งฮองเฮา ไป๋หลิงเยว่สวมชุดมังกรสีแดงทองอันงดงาม เดินเคียงข้างพระองค์ไปบนพรมแดงยาว ผมดำยาวถูกมุ่นสูงประดับปิ่นมังกรหยก เมื่อฮ่องเต้ทรงสวมตำแหน่งฮองเฮาให้ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วท้องพระโรง“ข้าขอประกาศต่อแผ่นดิน” มู่เฉินอวี้ตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ไป๋หลิงเยว่ คือฮองเฮาแห่งแผ่นดินนี้ ผู้ที่ข้ารักและไว้ใจที่สุด”ไป๋หลิงเยว่ช้อนสายตาขึ้นมองพระองค์ ดวงตาทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางแสงไฟโคมแดง นางยิ้มบางๆ น้ำตาคลอเบาๆ แต่เป็นน้ำตาแห่งความสุขค่ำคืนหลังพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งสองพระองค์เสด็จออกจากพระราชวังหลวงอย่างเงียบๆ พร้อมองครักษ์ลับเพียงเล็กน้อย มุ่งหน้าไปยังสถานที่หนึ่งนอกเมืองหลวง ลานประหารเก่าแก่ที่เคยเป็นจุดจบของชาติที่แล้วลานประหารยังคงเงียบสงบเหมือนเด

  • พิษรักใต้บัลลังก์มังกร   บทที่ 15 ศึกสุดท้าย

    เสียงระเบิดจากเหนือห้องลับยังคงดังก้องไม่หยุด เศษหินและฝุ่นทรายโปรยร่วงลงมาจากเพดานจนคบเพลิงหลายดวงสั่นไหว โม่เฟิงรีบก้าวมาขวางหน้ามู่เฉินอวี้กับไป๋หลิงเยว่"องค์รัชทายาท เสด็จออกจากที่นี่ก่อนพ่ะย่ะค่ะ!"มู่เฉินอวี้ส่ายพระพักตร์"ไม่ได้"พระองค์ก้มลงรวบรวมเอกสารสำคัญทั้งหมดลงในหีบไม้ใบเล็กอย่างรวดเร็ว บัญชีสมาชิกดอกเหมย ตำราพิษ พระราชลัญจกรปลอม รวมถึงจดหมายลายมือของฮองเฮา ทุกชิ้นคือหลักฐานที่จะตัดสินชะตาของราชวงศ์"ต่อให้ต้องเสียชีวิต..." พระองค์กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"หลักฐานเหล่านี้ต้องออกไปจากห้องนี้"ไป๋หลิงเยว่รีบช่วยมัดหีบด้วยเชือกหนัง ก่อนยื่นให้โม่เฟิง"เจ้าพาเอกสารออกไป""ส่วนหม่อมฉันกับฝ่าบาทจะตามไป"โม่เฟิงกำลังจะคัดค้าน แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากบันไดหินตึง!ตึง!ตึง!แสงคบเพลิงสาดลงมาตามทางเดินใต้ดิน เงาร่างชุดดำทยอยปรากฏขึ้นทีละคน ไม่ใช่เพียงสิบหรือยี่สิบ แต่เกือบห้าสิบคน ทุกคนสวมหน้ากากดอกเหมยสีดำเหมือนกัน"คนของดอกเหมย..."โม่เฟิงกัดฟัน"พวกมันรู้ตำแหน่งห้องลับแล้ว"ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า เขาชักดาบออกจากฝักช้า ๆ ก่อนกล่าวเสียงเย็น"ส

  • พิษรักใต้บัลลังก์มังกร   บทที่ 14 ผู้บงการ

    รุ่งเช้าหลังคืนแห่งความโกลาหล พระราชวังหลวงทั้งแห่งตกอยู่ภายใต้บรรยากาศอึมครึม ฮ่องเต้ยังคงประชวรหนักหลันกุ้ยเฟยสิ้นพระชนม์อย่างเป็นปริศนาประตูพระราชวังถูกสั่งปิดทั้งหมด ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ออกหรือเข้าโดยปราศจากพระบัญชาขององค์รัชทายาท ขุนนางทุกฝ่ายต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แม้แต่คำพูดเพียงประโยคเดียว ก็อาจกลายเป็นเหตุให้ถูกจับตาภายในตำหนักองค์รัชทายาทไป๋หลิงเยว่ยังคงนั่งตรวจสอบเศษผ้าไหมสีแดงที่หลันกุ้ยเฟยกำไว้ก่อนสิ้นใจ นางใช้แว่นขยายทองเหลืองส่องดูรอยปักทีละเส้น ด้ายสีทอง...ด้ายสีชาด...และลายปักรูปดอกเหมยเพียงครึ่งดอก ยิ่งตรวจละเอียดเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย"ฝ่าบาท"นางเงยหน้าขึ้น"หม่อมฉันนึกออกแล้ว"มู่เฉินอวี้ที่กำลังอ่านฎีกาเงยพระพักตร์ขึ้นทันที"พูดมา"หญิงสาวรีบหยิบสมุดบันทึกของสำนักโอสถออกมา เปิดไปยังหน้าที่บันทึกเครื่องหอมและผ้าไหมพระราชทานเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปลายนิ้วของนางหยุดอยู่ตรงรายชื่อหนึ่ง"ผ้าไหมลายเหมยทอง...ผลิตขึ้นเพียงสิบพับ""ถวายเฉพาะตำหนักฝ่ายในระดับสูง"มู่เฉินอวี้รับสมุดไปอ่าน พระขนงค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน"ตำหนักฮองเฮา...ตำหนักหลันกุ้ยเฟย...ตำหนักซ

  • พิษรักใต้บัลลังก์มังกร   บทที่ 13 คืนแห่งพิษ

    สายลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายในพระราชวังหลวงค่ำคืนนี้...เป็นคืนเดียวกันกับชาติแรก คืนที่ไป๋หลิงเยว่ไม่มีวันลืมหญิงสาวยืนอยู่บนระเบียงตำหนักสำนักโอสถ พลางทอดสายตามองแสงตะเกียงนับร้อยดวงที่ส่องสว่างทั่วพระราชวัง ทุกอย่าง...เหมือนเดิมแทบทุกประการ เสียงฆ้องยามต้นดังขึ้นตรงเวลา ขันทีเดินส่งพระโอสถไปยังตำหนักบรรทมของฮ่องเต้ หมอหลวงผลัดเวรเข้าเฝ้าตามกำหนด แม้แต่สายลมยามค่ำคืน...ก็เย็นไม่ต่างจากความทรงจำในชาติแรก แต่มือของไป๋หลิงเยว่กลับเย็นเฉียบยิ่งกว่า"ยังคิดถึงเรื่องในอดีตอยู่หรือ" เสียงของมู่เฉินอวี้ดังขึ้นจากด้านหลังหญิงสาวหันกลับมา ก่อนพยักหน้าเบา ๆ"คืนนี้...คือคืนที่ทุกอย่างเริ่มต้น"มู่เฉินอวี้เดินเข้ามายืนเคียงข้างนาง สายตาของเขาทอดมองไปยังตำหนักฮ่องเต้เช่นกัน"แต่ชาตินี้...จะไม่เหมือนเดิม" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคงตลอดหลายวันที่ผ่านมา พระองค์ทรงเปลี่ยนทุกอย่าง เปลี่ยนหมอหลวงเวร เปลี่ยนเส้นทางลำเลียงพระโอสถ เพิ่มองครักษ์รอบตำหนักเป็นสามเท่า แม้แต่ภาชนะทุกใบที่ใช้ปรุงพระโอสถ ก็ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดไป๋หลิงเยว่เป็นผู้ตรวจสอบสมุนไพรทุกชนิดด้วยตนเอง ไม่มีหลิงเซียงเยี่ย ไม่มีพิษแปลกปลอ

  • พิษรักใต้บัลลังก์มังกร   บทที่ 12 คำมั่นขององค์รัชทายาท Nc

    ราตรีคลี่ม่านปกคลุมพระราชวังอย่างเงียบงันหลังเหตุการณ์ในหอเก็บเอกสารผ่านพ้นไปได้เพียงหนึ่งวัน ราชสำนักกลับดูสงบเสียจนน่าประหลาด ราวกับไม่มีผู้ใดกล่าวถึงมือสังหารที่บุกเข้ามาชิงตำราพิษ และไม่มีผู้ใดกล่าวถึงคำพูดสุดท้ายที่ทิ้งไว้ว่า "...นายหญิงจะไม่มีวันแพ้..." แต่ทั้งมู่เฉินอวี้และไป๋หลิงเยว่ต่างรู้ดีความเงียบในครั้งนี้...คือความเงียบก่อนพายุลูกใหญ่จะมาถึง คืนนี้ องค์รัชทายาทไม่ได้เรียกประชุมโม่เฟิงหรือองครักษ์ลับ ไม่มีการกางแผนผัง ไม่มีการวิเคราะห์หลักฐาน เขาเพียงส่งคนไปเชิญไป๋หลิงเยว่มายังตำหนักส่วนพระองค์หญิงสาวก้าวผ่านประตูไม้แกะสลักช้า ๆ ภายในตำหนักเงียบสงบ มีเพียงตะเกียงไม่กี่ดวงให้แสงสีทองอ่อน มู่เฉินอวี้กำลังยืนอยู่ริมระเบียง มองแสงจันทร์ที่ทอดลงบนสระบัว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาจึงหันกลับมา"มาแล้วหรือ"ไป๋หลิงเยว่ย่อกายคำนับ "ฝ่าบาท"มู่เฉินอวี้ส่ายหน้าเบา ๆ "คืนนี้...ไม่มีองค์รัชทายาท"หญิงสาวชะงัก"ไม่มีราชกิจ...ไม่มีขุนนาง...ไม่มีคนของดอกเหมย"เขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้านาง"คืนนี้...ข้าเพียงอยากคุยกับเจ้า"น้ำเสียงนั้นอ่อนลงกว่าทุกครั้ง ทำให้หัวใจของไป๋หลิงเยว่เต้นผิดจัง

  • พิษรักใต้บัลลังก์มังกร   บทที่ 11 กับดัก

    สายฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นท้องฟ้าแจ่มใส แต่ภายในห้องหนังสือของตำหนักองค์รัชทายาท บรรยากาศกลับหนักอึ้งกว่าทุกครั้ง แผนผังขนาดใหญ่บนโต๊ะถูกเติมรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด รายชื่อสมาชิกดอกเหมย เส้นทางลำเลียงสมุนไพร ตำแหน่งของขุนนางที่เกี่ยวข้องรวมถึงเหรียญตราหมายเลขเจ็ดที่ไป๋หลิงเยว่ได้มาจากห้องของหลิ่วชิงมู่เฉินอวี้ยืนกอดอกอยู่หน้าโต๊ะ สายตาคมทอดมองแผนผังอยู่นาน ก่อนเอ่ยขึ้น"เราไล่ตามพวกมันมาตลอด""ถึงเวลา...ให้พวกมันเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเราเสียบ้าง"ไป๋หลิงเยว่เงยหน้าขึ้น"ฝ่าบาทหมายถึง..."มู่เฉินอวี้ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้นาง ด้านบนเขียนข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด พบตำราพิษโบราณของผู้บงการคดีวางยาพิษฮ่องเต้ เตรียมส่งมอบต่อศาลหลวงในอีกสามวัน หญิงสาวเพียงอ่านจบ ก็เข้าใจแผนการทั้งหมดทันที"ข่าวปลอม"มู่เฉินอวี้ยิ้มบาง ๆ"ใช่""หากอีกฝ่ายเชื่อ...พวกมันต้องลงมือ"ไป๋หลิงเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวขึ้น"แต่หากข่าวแพร่เร็วเกินไป""คนร้ายอาจสงสัย""หากช้าเกินไป...พวกมันก็ไม่มีเวลาวางแผน"มู่เฉินอวี้พยักหน้า"ดังนั้น...ข่าวนี้จะหลุดจากปากของคนเพียงคนเดียว"เขาใช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status