ผลกระทบรุนแรงกว่านั้นคือความเหนื่อยล้าของทีมงานและการสูญเสียทรัพยากรสำคัญ คนถ่ายภาพต้องเปลี่ยนโปรแกรม คนออกแบบฉากมีงานค้าง บางครั้งสถานที่ที่จองไว้กลับไม่ว่างอีกต่อไป ตัวอย่างสุดคลาสสิกคือ 'The Man Who Killed Don Quixote' ที่ติดปัญหายืดเยื้อมานานจนทีมถ่ายเปลี่ยนไปหลายรอบ ผมคิดว่าผู้กำกับที่ยืดเวลาเกินจำเป็นมักลืมไปว่าการเป็นผู้นำคือการตัดสินใจและรักษาจังหวะให้โปรเจกต์เดินหน้า นั่นแหละคือสิ่งที่ช่วยลดการเลื่อนและรักษากำลังใจของทุกคนไว้ได้
ผมชอบคิดภาพการเลื่อนงานแบบที่สำนวนนี้สื่อ คือเอาเรื่องวันนี้ไปโยนไว้ให้พรุ่งนี้รับผิดชอบ ซึ่งตรงกับคำแปลภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยที่สุดว่า 'to procrastinate' (กริยา) หรือ 'procrastination' (คำนาม) ถาต้องการถ้อยคำเรียบๆ ในการสนทนา จะใช้ว่า 'to put something off' หรือ 'to put off till tomorrow' ส่วนในงานเขียนเป็นทางการอาจใช้ 'to postpone' หรือ 'to defer' แต่ข้อแตกต่างสำคัญคือ 'postpone/defer' มักพูดถึงการเลื่อนตารางเวลา ส่วน 'procrastinate' เน้นพฤติกรรมการผัดวัน
ตัวอย่างประโยค: 'อย่าผัดวันประกันพรุ่ง' แปลได้หลายแบบ เช่น 'Don't procrastinate.' หรือ 'Don't put it off until tomorrow.' ผมมักใช้ทั้งสองขึ้นกับโทนบทสนทนา—แบบกระชับใช้อันแรก แบบเป็นกันเองใช้อันหลังและจะเพิ่มน้ำเสียงอารมณ์ได้ง่าย