تسجيل الدخولฟาเบียน ฟรองซัว (ฟา) 32 ปีลูกเสี้ยว ไทย-ฝรั่งเศส-จีนผู้กว้างขวาง และร่ำรวยจากการทำชิปปิ้งตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออกรายใหญ่ของไทย ชายหนุ่มที่ขาดเรื่องบนเตียงไม่ได้ แต่เขาเบื่อผู้หญิงที่จ้องจะจับเขา ปองรัก พลอยรัตนา (จิล) 22 ปีเธอกำลังต้องการเงินเพื่อไปช่วยครอบครัวที่กำลังถูกฟ้องและถูกหุ้นส่วนโกงจำนวนเงินอาจจะไม่มากเท่าไหร่แต่มันก็ทำให้ครอบครัวที่เคยอยู่เย็นเป็นสุขต้องเดือดร้อน แทบหมดตัวอีกอย่างตอนนี้เธอก็ยังเรียนไม่จบเหลืออีกเทอมเดียวเท่านั้นด้วยความบังเอิญเธอได้บัตรกำนัลทำผมที่ร้านแห่งหนึ่ง..ฟรี จากเพื่อนรักสุจิรา เดชธนาดล (จิรา)ลูกเจ้าของร้านเพชรชื่อดังในเมืองไทย ชื่อและประวัติของ ฟาเบียนทำให้จิลเห็นทางออกหญิงสาวที่ยังบริสุทธิ์ เธอจะทำยังไงให้ครอบครัวกลับมาอยู่ดีเหมือนเดิมได้เธอยินดี...ทำเธอเดินเข้าไปเสนอขายพรหมจรรย์ให้กับเขาเงินที่เธอร้องขอ สำหรับ ฟาเบียน แค่เศษเงินแค่เห็นหน้าเธอ เขาก็ปิ๊งเสียแล้วฟาเบียน รับข้อเสนอและให้เธอมาเป็น... เมียพาร์ทไทม์
عرض المزيدบนชั้นสองของไนต์คลับอลองเซส ซึ่งข้างในแยกห้องนอนส่วนตัวของเจ้าของคลับหรูชื่อดังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เจมส์ตวัดขายาวพาดลงจากเตียงยับยู่ยี่ หัวคิ้วเข้มขมวดเป็นปมบ่งบอกว่าเขากำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง
“Shit! แม่งเอ๊ย!”
พลางเดินเข้าห้องน้ำด้วยสภาพเปลือยเปล่าทั้งตัว แผ่นหลังกว้างที่มีรอยเล็บขีดข่วนจากพวกผู้หญิงชั่วข้ามคืน อีกมือคว้าจับผ้าขนหนูมาเช็ดตัวลวกๆ หลังจากอาบน้ำให้ตัวเขาสดชื่น
เจมส์เปลี่ยนชุดลำลองใหม่กลายเป็นชุดเสื้อยืดคอกลมพร้อมกับกางเกงสแล็กส์สีดำ เงยหน้ามองดูเส้นปัดนาฬิกาที่บอกเวลาตอนนี้ว่าเกือบครึ่งค่อนวัน
“เมื่อคืนนี้ปวดเอวชะมัด เห็นทีต้องหาหมอนวดสวยๆ มานวดให้หายปวดเอวเสียแล้วสิ”
ใกล้จะเที่ยงแล้ว แต่เสือเพลย์บอยตัวพ่อยังไม่หิว ว่าจะเข้าไปตรวจเช็คบัญชีของไนต์คลับเสียหน่อยอย่างที่เคยทำประจำ
เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งติดต่อกัน สงสัยคงจะเป็นเรเปล คนสนิทของเขา ก่อนจะตวัดขายาวเดินไปเปิดประตูห้องออกพร้อมพ่นคำพูดเสียงห้วน
“มึงมีอะไรวะ?” เขาโวย
“ขอโทษครับคุณเจมส์ แต่ผมขัดคำสั่งคุณท่านไม่ได้ คือ...คุณท่านต้องการให้คุณเจมส์ช่วยกลับเข้าไปในบ้านใหญ่ตอนนี้ครับ ไม่อย่างนั้นคุณเจมส์จะต้องเดือดร้อน”
เรเปล ลูกน้องคนสนิทหันมองรอบห้องซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าพริ้ตตี้สาวหมวย ผิวขาวที่เจ้านายหิ้วขึ้นมากินข้างในไม่อยู่ในห้อง และปกติเจมส์จะชอบออกไปพาสาวยังคอนโดฯ ส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการจับตาดูของพ่อ
แต่ด้วยเรื่องอย่างว่าไม่เข้าใครออกใคร เสือผู้หญิงอดทนรอไม่ไหว พาพริ้ตตี้หมวยผิวขาวเนียนนุ่มขึ้นไปหาความสุขใส่ตัว ความสัมพันธ์น้ำแตกแล้วแยกทาง จ่ายด้วยเช็คเงินสด วินกันทั้งสองฝ่าย
ซึ่งเขาชอบแบบนั้น...
“ป๊ากู?” แค่นหัวเราะทำเหมือนไม่อยากเชื่อหู
เรเปลพยักหน้ารับ “ครับคุณเจมส์”
“คิดเหรอว่ากูจะกลับบ้านง่ายๆ วะ?”
เพราะพันธะสัญญาบ้าบอที่เขาไม่ต้องการอะไรนั่น ทำเอาเจมส์ต้องหมกตัวอยู่ข้างในไนต์คลับ ติดพันเรื่องเซ็กซ์ ปลดปล่อยอารมณ์เหมือนผู้ชายกลางคืนทั่วไป
ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องเข้าร้าน ดูแลธุรกิจตัวเอง อีกส่วนก็เพราะป๊ากรอกหูอยู่ทุกวันตั้งแต่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยจนจบ ว่าจัดงานแต่งงานกับคู่หมายตามสัญญารุ่นพ่อ
ป๊ากรอกหูว่าจะเอาน้ำค้างมาเป็นเมียเขา
แค่คิดก็ขนอ่อนลุกวาบ!
และเรื่องนี้ทำเอาเจมส์ทะเลาะกับพ่อทุกวัน เพราะเขาเคยเจอลูกสาวเพื่อนสนิทครั้งหนึ่ง หลังสิบกว่าปีที่ต้องย้ายบ้าน หลีกเลี่ยงเด็กแก่แดดขโมยจูบแรกวัยเด็ก จำได้ว่าตอนนั้นเขาต้องใช้ผ้าขยี้เช็ดหลายรอบกว่าจะลบรอยหาย
‘เด็กเฉิ่ม ใส่แว่นหนาเตอะ เจอกันอีกกี่ปีก็ยังคงเชยเหมือนเดิม พวกผู้หญิงในโลกหมดแล้วรึไง ป๊ากับพ่อหล่อนถึงทำสัญญาการหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็ก เรื่องบ้าเหี้...อะไร ถ้าเป็นผู้หญิงสวย เขาเต็มใจแต่ง แต่นี่อะไรเด็กแก่แดด ป้าเฉิ่มแว่นหนาเตอะ ใส่ชุดปกปิดลงไปถึงข้อเท้าเล็ก’
ถ้าจะเป็นขนาดนี้ ไปบวชชีเถอะ!
“แต่ครั้งนี้คุณท่านเจต์เอาจริงจังมากเลยครับ ขนาดน้ำเสียงสั่งที่กรอกใส่หูผมยังทำให้ผมแอบร้อนๆ หนาวๆ กลัวแทนคุณเจมส์เลยครับ”
“เออ! กูกลับบ้านก็ได้!”
ถึงอย่างไรพ่อผู้ชอบคลุงถุงชนการแต่งงานก็ต้องมาลากตัวลูกชายดื้อรั้นกลับบ้านอยู่ดี
จะกลับตอนนี้หรือยื้อเวลายาวไปอีกเรื่อยๆ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน
เรเปลก้มค้อมศีรษะ “ครับคุณเจมส์”
เจมส์ถอนหายใจยืดยาว หันกลับเข้าไปข้างในห้องอีกครั้ง สักพักก็คว้าหยิบเอากุญแจรถสปอร์ตคันหรู ก้าวขายาวๆ เดินผ่านลูกน้องคนสนิทไปเลย
“อ้อ มึงไม่ต้องตามกูไป อยู่เฝ้าที่นี่แหละ อีกไม่นานกูก็กลับมาแล้ว” ยังไม่วายออกคำสั่งกำชับ เรเปลน้อมรับคำสั่งอย่างไม่อิดออด
ลองไม่ทำตามดูสิ เขาตบลูกน้องให้หัวแตกแน่!
จากนั้นเจมส์เดินผ่านทางด้านหลังไนต์คลับอลองเซส รถคันหรูซึ่งเป็นลูกรัก ที่เขาเพิ่งถอยรถสปอร์ตป้ายแดงใหม่เอี่ยม ผ่านมาไม่ถึงสิบนาทีก็มีเสียงรถวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาอยากจะรู้นักว่าเธอประจบประแจงวิธีไหน ป๊าเขาถึงได้ส่งคู่หมั้นคู่หมายที่เขาเห็นแล้วอยากจะอ้วก มาคอยควบคุมพฤติกรรมส่ำสอนของตน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก...หลายครั้งแล้วที่เธอกับเขาเคยโต้กลับดุเดือด ป้าเฉิ่มจืดชืด แว่นหนาเตอะ เจอกันอีกทีก็ยังแต่งตัวเหมือนเดิม
คิดเหรอว่าเขาจะเอารสนิยมจืดชืดมาทำเมีย อย่างนี้ก็เสียภาพลักษณ์หนุ่มโสดสุดฮ็อตน่ะสิ...
“แสบนักนะ น้ำค้าง!”
บ้านของเจมส์มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย แต่เขาไม่ค่อยชอบกลับมาบ้านใหญ่หรือเรียกมันว่าคฤหาสน์เสียเท่าไหร่ ทว่าบ้านจะหรูหราหรือสวยงามมากขนาดไหน แต่ถ้าใจอยู่ไม่เป็นสุข คิดหรือว่าชายหนุ่มจะอยู่ให้จับคู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก“คุณท่าน คุณเจมส์กลับมาแล้วค่ะ”
ร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคาย ผิวขาวเนียนกว่าพวกผู้หญิงเหล่านางแบบที่ชอบดูแลตัวเองเสียที อาจเป็นเพราะหลายเดือนมาเขาหมกตัวอยู่แต่ภายในไนต์คลับ กิน หลับ นอนและเที่ยว เพื่อหลบเลี่ยงคนของพ่อเขาลากกลับมาบ้าน
แล้วทำไมวันนี้เจมส์ถึงยอม...
ไม่ใช่เชิงว่ายอมหรอก ก็แค่จะมาคัดค้านเรื่องสัญญาหมั้นหมายกับผู้หญิงเชยเฉิ่ม ไร้เสน่ห์ดึงดูดนั่นต่างหาก
“สวัสดีครับคุณท่าน ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีมั้ยครับ”
เจมส์ยกมือไหว้พ่อตัวเองลวกๆ เสื้อยืดคอกลมเก่าคร่ำครึก กางเกงสแล็กส์และที่สำคัญ จากรองเท้าสูทกลายเป็นว่าใส่รองเท้าแตะหูหนีบขาดๆ ทำเอาคนเป็นพ่อเกือบเป็นลม เดือดร้อนเลขาสาวเฉิ่มเบอะเข้ามารับประคองเอาไว้
“ฉันจะเป็นลม หนูน้ำค้างดูคู่หมั้นของหนูสิ ตัวเองเป็นทายาทสายตรงของบริษัทยักษ์ใหญ่โตซะเปล่า กลับแต่งตัวเหมือนยาจกขอทาน นี่ฉันมีลูกชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
คนถูกถามไม่ตอบกลับยิ้มแหยๆ เหลือบสายตาหันมองคู่หมั้นคู่หมายไว้ ความจริงน้ำค้างก็ไม่อยากแต่งงานกับคนที่เขาไม่รักเธอหรอก ทว่าเพราะเป็นความต้องการของฝ่ายผู้ใหญ่สองคนทำเอาเธอหลีกเลี่ยงมันไม่ได้
และมีเหตุผลส่วนหนึ่งด้วย...
“พอรู้ว่าผมกลับมาก็รีบแจ้นออกมาต้อนรับเลยหรือครับป๊า”
สภาพทายาทคนเดียวคงเป็นยากจนอย่างที่พ่อเขาว่า รองเท้าแตะหูหนีบกาวตราช้างดาวก็เห็นในถังขยะข้างทรงก็เลยเอามาใส่เล่นๆ
เขาอยากจะรู้นักว่าคู่หมั้นหน้าเงินมาเห็นสภาพยาจกแบบนี้ ไม่มีเงินสด(มีแต่ฝากไว้ในบัญชี)แบบนี้ ยังจะกล้าหน้าด้านหน้าทนแต่งงานกับทายาทมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทยไหม
“แกอย่ามายอกย้อนฉัน เข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วมาคุยกันกับฉันที่ห้องทำงาน”
“ผมไม่เปลี่ยน! ยังไงซะผมก็ต้องกลับคลับของผมอยู่ดี” เขาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเข้ม ส่งสายตาเขียวปัดมาทางเลขาเฉิ่มเบอะของป๊า
“ไอ้เจมส์!” ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกโดยสายเลือด เจต์คงป้องตบเข้ากกหูลูกชายหัวดื้อด้านสักที!
ก่อนที่สองพ่อลูกจะทำสงครามเย็นกัน คนกลางอย่างน้ำค้างสอดแทรกบทสนทนาหวังให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ต้นเหตุที่เขาไม่ค่อยถูกกับพ่อตัวเองก็เพราะเธอเสียมากกว่า
“ป้าญาวีรบกวนช่วยพาคุณเจต์เข้าไปข้างในก่อนดีกว่าค่ะ ส่วนทางนี้น้ำค้างขอคุยกับเขาสักครู่”
เธอขอเกลี้ยกล่อมคู่หมายตัวเอง หันมาเผชิญหน้ากับเขาทั้งๆ ที่ใจเต้นตุบๆ
ไม่ใช่เพราะหัวใจเต้นแรง...แต่เพียงสั่นกลัวเล็กน้อย
“เธออยากแต่งงานเอาเงินจากป๊าฉันมากสินะ ถึงได้ใช้หน้าที่ตำแหน่งเลขาของป๊าประจบประแจงเพื่อให้ได้สิ่งที่หล่อนต้องการ ลองหัดส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่าหน้าเฉิ่มแบบนี้ ใครเขาจะเอาเธอมาทำเป็นเมีย!”
คำด่าแต่ละคำจากปากผู้ชายร้ายกาจพ่นออกมาใส่ตรงหน้าเธอ...น้ำค้างยิ้มรับเข้าสู้ ค่อนข้างชินชาแล้ว หลายครั้งที่เธอยอมทำตามคำสั่งท่านประธานของบริษัทJKL Group คนปัจจุบันไปควบคุมพฤติกรรมส่ำสอนลูกชายท่าน
และเธอก็ไม่ใช่เลขาเฉิ่มเบอะที่มีดีแค่เรื่องงาน ฝีปากโต้กลับคู่หมั้นปากเสียก็ไม่แพ้กัน
“แล้วใครกันที่ไม่อยากแต่งงานกับน้ำค้าง ทำไมถึงยอมกลับมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องถูกคุณท่านจับแต่งงานอยู่ดี”
คนถูกย้อนจากยัยเด็กปากกล้าสะอึก “นี่เธอ!” ว่าพลางชี้นิ้วมาทางร่างบางยืนกอดอก จ้องมองอย่างไม่เกรงกลัว
“น้ำค้างเองก็ไม่อยากแต่งงานหรอกค่ะ ถ้าคนนั้นไม่เคยรักตอบกลับ”
ว่าจบกลับตวัดขาเรียวยาวเดินหายเข้าไปข้างในบ้านจรูญเพทาย ตั้งแต่พ่อของน้ำค้างเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุสิบแปดปีก็ถูกเพื่อนสนิทของพ่อให้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่พร้อมเจอกับเจอลูกชายปากเน่า ปากเสีย
แต่ก่อนเคยโง่ที่เผลอปลื้มลูกชายท่าน แต่...ตอนนี้น้ำค้างกลับหายโง่แล้ว
เจมส์กำมือแน่น หัวเสียอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้าตอบโต้กลับได้เท่านี้อีกแล้ว
น้ำค้าง...คือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะไม่แต่งงานด้วย
ถ้าเขาได้แต่งงานกับเธอ มหัตภัยของจริงแน่!
“มีความสุขไหมจ๊ะคนสวย” เขาลุกขึ้นยืนใช้แขนรั้งตัวเธอให้ลุกขึ้นด้วย ขิงที่หอบเหนื่อยอย่างแรงขาสั่นแทบยืนไม่ไหวต้องโอบรัดตัวพี่หินไว้ยึดเหนี่ยว เขาก้มลงไปหา ความหวานที่ริมฝีปากอวบอุ่นนั้นอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเบื่อ เธอจูบตอบเขาแบบเร้าใจสมใจ คนตัวสูงที่เร้าอารมณ์ปรารถนาให้สาวเจ้ากระเจิดกระเจิง“พี่คิดถึงขิงทุกคืนเลย คิดถึงริมฝีปากอุ่น ๆ นี้ด้วย” เขายกมือแตะริมฝีปากของเธอส่งสายตาเว้าวอน อีกมือจับมือของภรรยาสาวให้ลงไปกุมกล่องดวงใจที่ตอนนี้กำลังหาทาง ระบายของออกมันตึงมันแน่นอัดอยู่ข้างในจนบวมเป่งเห็นเส้นเลือดปูดพองเธอสบตาเขารู้ได้ว่าพี่หินต้องการอะไรหญิงสาวทรุดตัวนั่งลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า มือหนึ่งลูบไล้หยอกล้อกับกล่องดวงใจ อีกมือจับกำรูดเอาไว้แน่น แค่นี้คนที่ไม่ได้นอนกับเมียเกือบเดือนแทบดิ้นตาย เสียงซี้ดซ้าดลอดไรฟันออกมาไม่ขาดปากจนต้องทรุดนั่งลงที่ขอบอ่าง ขิงยกหน้าขึ้นไปยิ้มให้แบบยวนใจส่งปลายลิ้นแตะเบา ๆ ตัวพี่หินแทบกระเด้ง สวนขึ้นทันทีตอนเธออ้างับปลายเนื้อแข็งตัน ๆ นั้น“อือ” ยิ่งครางประท้วงตอนที่เขากระแทกลำใหญ่อัดเข้ามาแทบชนคอหอย สองมือพี่หินลูบปลอบโยนทั้งสองแก้มที่ตอนนี้ตอบเข้าดูดจ๊วบ
“จะไหวหรือคะนายแม่” ขิงถามด้วยความเป็นห่วง“เออน่ะ ถ้าไม่ไหวยังไงแม่จะโทรไปตาม” เธอพูดก่อนจะส่งเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง นายแม่ลองเอาหลานไปนอนด้วยทีไรต้องเอามาส่งแม่ขิงทุกที“งั้นเราสองคนไปก่อนนะครับ เพราะว่าจะพาขิงไปร้านทำผมด้วยกลัวสวยน้อยกว่าแฟนของเพื่อนคนอื่น ๆ” ปากบอกแม่แต่สายตาก็จ้องสบภรรยาสาวตลอดขิงรีบเข้าไปอุ้มเจ้าตัวเล็กก่อนจะหอมแก้มเด็กน้อยไปหลายที“อย่าดื้ออย่าซนกับคุณย่าคุณยายนะครับ” ขิงสั่งลูกชายเด็กน้อยทำตาปริบ ๆ ไม่เข้าใจหรอก แต่ก็หัวเราะเอิ้กอ้ากตอนแม่หอมไปที่พุง“ม้วนเอ้ย... ม้วน เอาปาปูนไปเดินเล่นก่อนไป เดี๋ยวเห็นแม่เดินหายไปลับตาจะร้องเอาเปล่า ๆ” นายแม่เรียกม้วนที่ทำงานอยู่ใกล้ ๆ เธอรีบวางมือจากกองผ้าก่อนจะมารับปาปูนไปจากมือของขิง“จะห้าโมงแล้ว” หินมองนาฬิกาที่ข้อมือใช้ฝ่ามือแตะข้อศอกให้ลุกขึ้นตาม พอพ้นออกมาจากตรงนั้น“พี่หินต้องทำเวลา คิดถึงเมียอยากเอากับเมียใจจะขาด” เขากระซิบข้างหูของเธอ ขิงเงยหน้าขึ้นมองเขาทำหน้าแดง“อะไรก็ไม่รู้ พี่หินเนี่ย” เธอค้อนเขาทุบเอาเบา ๆ ที่หัวไหล่ พี่หินรีบจับมือขิงเอาไว้ก่อนจะพาเดินไปขึ้นรถ ตอนนี้เขาทำทางให้รถวิ่งเข้าไปถึงบ้านพักได้และ
สิบเอ็ดเดือนต่อมา“ไหน ไหน ไหย มาหายายสิลูก” ป้าใหญ่มาถึงก็ตรงดิ่งเข้าหาเจ้าตัวเล็กที่กำลังจ้ำม่ำเต็มไม้เต็มมือ เด็กน้อยยิ้มให้คลานอย่างเร็วเข้าไปหา ขิงมองตามลูกชายส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะยกมือไหว้ป้าของเธอ“ใครเรียกไปหมดเลยค่ะป้า หน้าเป็นมาก ๆ เจ้าเด็กคนนี้รู้ว่าจะมีคนอุ้มหรือพาไปเดินเล่นไปกับเขาทันที ดูท่าทางเจ้าชู้แต่เด็กเลยค่ะ” ขิงเล่าพลางหัวเราะ อยู่ที่นี่เธอก็ไม่เหนื่อยเท่าไรเพราะมีคนเยอะกว่าที่กรุงเทพฯ ได้ช่วยกันเลี้ยงกลายเป็นว่าหนุ่มน้อยปาปูนเข้าคนได้ง่ายเหลือเกิน“สงสัยได้เชื้อพ่อมาหรือเปล่าเนี่ย” ป้าใหญ่แซวคนตัวโตที่ไปรับเธอจากสนามบิน แล้วนั่งรถมาด้วยกันจากกรุงเทพฯขิงกับปาปูนมาอยู่ที่ปราณบุรีกับคุณย่าลิ้นจี่เพราะทนเสียงรบเร้าทุก ๆ วันของคุณย่าไม่ไหว แล้วยิ่งตอนนี้ปาปูนกำลังน่ารักน่าชังสุด ๆ สองแม่ลูกมาอยู่ที่นี่ได้เกือบเดือนหนึ่งแล้วหินกะว่าจะหยุดงานสักสิบวัน ป้าใหญ่ประจวบเหมาะอยากมาเยี่ยมทั้งสองคนจึงบินมาจากเชียงใหม่ ให้หินไปรับที่สนามบินแล้ววิ่งรถตรงดิ่งยาวมาปราณบุรีกันเลย“เป็นยังไง เหนื่อยกันไหมเธอ” ลิ้นจี่เดินมาจากหลังบ้านเพราะได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาจึงออกมาดูเอ่ยทักเพื่
“เต็มที่แล้วค่ะ” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะก้าวไว ๆ เปิดประตูเรียกคุณหมอที่รออยู่แล้วให้เข้ามาทำคลอด“คุณพ่อคะ เตรียมกล้องได้เลยนะคะ” พยาบาลคนเดิมหันมาบอกให้หินที่ยังนิ่งยืนดูทีมพยาบาลและแพทย์ที่กำลังช่วยขิงทำการเบ่งคลอดเขากระวีกระวาดหยิบกล้องขึ้นมา มือไม้สั่นกดเปิดและเริ่มถ่าย คุณหมอช่วยนับการหายใจและสั่งงานพยาบาลไปด้วย ยิ่งตอนนี้เบ่งคลอดจนหน้าแดง“อ้าว เด็กโผล่แล้วนะครับ” แพทย์ผู้ทำการคลอดบอกออกมา พยาบาลช่วยลุ้นอยู่ใกล้ ๆ ส่งผ้ารองรับเด็กให้คุณหมอ ก่อนจะช่วยกันเบ่งและคุณหมอจับเด็กดึงออกมา“ผู้ชายนะครับ” คุณหมอเปล่งเสียงบอกคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ว่าได้ลูกชาย หินถลาเข้ามาดูหน้าลูกและจับภาพตอนที่คุณหมอยื่นเด็กน้อยให้กับพยาบาลที่รอรับอยู่ พยาบาลอีกคนส่งอุปกรณ์ในการตัดสายสะดือให้“คุณหินจะตัดสายสะดือให้ลูกชายไหมครับ” เสียงคุณหมอผู้ทำคลอดหันไปถามคุณพ่อมือใหม่ที่มีหน้าตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัดหินรับกรรไกรจากมือคุณหมอด้วยอาการสั่นเทา ก่อนจะตัดไปยังสายสะดือของลูก เสียงเขาถอนหายใจออกมาดัง ๆ เหมือนโล่งอก ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา“สิบเอ็ดนาฬิกาสิบเก้านาทีค่ะ” พยาบาลที่จ้องนาฬิกาอยู่ส่งเสียงบอกเวลาคลอด ทุกค











