เข้าสู่ระบบ
ห้องสมุด
ค้นหา
ชนะรางวัล
การประกวด
ผลประโยชน์ผู้เขียน
รางวัลนักเขียน
แบรนด์ผู้แต่ง
โครงการผู้แต่ง
เริ่มลงนิยายเลย
การจัดอันดับ
เรียกดู
นวนิยาย
เรื่องสั้น
ทั้งหมด
โรแมนติก
มาเฟีย
ระบบ
แฟนตาซี
เมือง
LGBTQ+
วัยรุ่น
ประวัติศาสตร์สมมติ
วาย
อื่น ๆ
รักโบราณ
ทั้งหมด
โรแมนติก
อารมณ์ที่สมจริง
มนุษย์หมาป่า
มาเฟีย
วาย
แวมไพร์
ตำนานเทพเจ้า
แฟนตาซี
วิทยาเขต
จินตนาการ
เกิดใหม่
นิยายคลุมเครือ
ระทึกขวัญ/ระทึกขวัญ
ตำนานพื้นบ้านลึกลับ
รักโบราณ
มุมมองผู้ชาย
ธรรมะปล่อยวางต่างจากพุทธศาสนาทั่วไปอย่างไร
2025-11-11 04:10:15
329
ติดตาม
33
แชร์
มิวบุญ
หาคำตอบ
นักร้อง
แบบทดสอบบุคลิกภาพ ABO
ทำแบบทดสอบอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหาว่าคุณเป็น Alpha, Beta หรือ Omega
กลิ่น
บุคลิกภาพ
รูปแบบความรักในอุดมคติ
ความปรารถนาลับ
ด้านมืดของคุณ
เริ่มการทดสอบ
4 คำตอบ
Keegan
คนรู้
เชฟ
ในแง่ของประวัติศาสตร์ ธรรมะปล่อยวางพัฒนามาจากพุทธสายปฏิบัติที่เรียกว่า 'สุญญตา' แต่ถูกปรับให้เรียบง่ายขึ้น
จุดต่างสำคัญคือไม่เน้นการ辩论ทางปรัชญาเรื่องธรรมชาติของนิพพาน แต่หันไปสนใจวิธีจัดการกับอารมณ์เฉพาะหน้า เช่น เมื่อรถติดหรือทะเลาะกับแฟน หนังสือ 'รอยยิ้มในสายฝน' อธิบายดีว่าการปล่อยวางไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกไม่ยึดติดกับปัญหาแบบเดิมๆ
ต่างจากพุทธดั้งเดิมที่อาจต้องศึกษาธรรมะปีกว่าจะเข้าใจระดับหนึ่ง
2025-11-16 15:42:51
20
Xavier
นักไขปม
เชฟ
ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง
ธรรมะปล่อยวาง
กับพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมคือการเน้นที่การปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันมากกว่าการยึดติดกับพิธีกรรมหรือหลักปรัชญาลึกซึ้ง
พุทธศาสนามักสอนเรื่องการละเว้นจากกิเลสผ่านการบวชหรือการนั่งสมาธิเป็นเวลานาน แต่ธรรมะปล่อยวางกลับมองว่าความทุกข์สามารถคลี่คลายได้ด้วยการตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะ แค่หายใจลึกๆ และยอมรับสิ่งตรงหน้า โดยไม่ต้องหนีไปที่วัดหรือป่า
ตัวอย่างที่ชอบคือหนังสือ 'ความสุขของคนเดินดิน' ที่เปรียบเทียบการปล่อยวางเหมือนการเปิดมือรับลม ต่างจากการยึดเกร็งเหมือนการกำหมัดแน่นในพุทธแบบเดิม
2025-11-16 20:38:29
23
Brianna
คนรีวิว
ดีไซเนอร์
ถ้าจะให้มองแบบวัยรุ่นที่สนใจจิตวิทยา ธรรมะปล่อยวางเหมือนการปรับพุทธศาสนาให้เข้ากับยุคสมัย ที่ไม่ต้องตัดผมบวชหรือท่องสูตรคาถา แต่สอนให้รับมือกับความเครียดจากการทำงานหรือความสัมพันธ์ผ่านมุมมองใหม่
แทนที่จะพูดเรื่องนิพพานที่ไกลตัว ธรรมะปล่อยวางมักใช้ภาษาง่ายๆ เช่น 'ปล่อยวางเหมือนใบไม้ร่วง' หรือ 'ใจเหมือนน้ำไหล' ซึ่งเข้าถึงได้มากกว่า ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่คุ้นกับคำสอนโบราณสามารถนำไปใช้ได้ทันที
2025-11-17 06:53:46
26
Violet
คนไขปม
ชาวประมง
เคยสังเกตไหมว่าธรรมะปล่อยวางมักไม่มีคำตอบตายตัว? นี่คือจุดต่างจากพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่มักมีหลักเกณฑ์ชัดเจน
เช่น แทนที่จะบอกว่าต้องนั่งสมาธิวันละชั่วโมง ธรรมะปล่อยวางอาจแนะให้ 'รู้ตัว' ตอนล้างจานหรือเดินขึ้นบันไดก็พอ เน้นความยืดหยุ่นและเหมาะกับชีวิตคนเมือง
หนังสือนิยาย
'ทางเดินใต้
แสงดาว
' เล่าเรื่องหญิงสาวที่พบความสงบด้วยการปล่อยวางเรื่องความสมบูรณ์แบบ แบบที่ไม่มีในพุทธ教科书ทั่วไป
2025-11-17 07:31:34
3
ดูคำตอบทั้งหมด
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
หนังสือที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง
moonlight -mini
0
3.3K
ถูกคนรักหักหลัง ครอบครัวถูกสังหารทั้งตระกูล ในมือนางจึงเหลือเพียงความแค้นจะให้นางปล่อยวางได้อย่างไร นางมิอาจปล่อยวางความแค้นลงได้ ส่วนเขาก็มิอาจปล่อยนางให้จากไปได้เช่นกัน คนหนึ่งคิดว่าอีกฝ่ายลุ่มหลงสตรีตามประสาบุรุษทั่วไปอีกไม่ช้าคงแปรเปลี่ยน แม้ลึก ๆในใจก็หวังให้เขาดีกับนางเช่นนี้ หลงใหลนางเช่นนี้ตลอดไป ทุกครั้งที่รู้สึกว่าเขามั่นคงและจริงใจต่อนาง ความหวาดระแวงที่จะถูกหักหลังก็ฉุดรั้งกลับมาอยู่ที่เดิม คิดว่าเขาเหมือนบุรุษทั่วไป นางมิเพียงแต่หลอกหลวงความรู้สึกหยางซวี่เหวิน ในขณะเดียวกันหลอกความรู้สึกตนเองไปด้วย ส่วนอีกคนคิดว่าอีกฝ่ายยืมมือตนเองเพื่อความแค้น แต่ก็เต็มใจที่จะช่วย แม้สักวันเมื่อความแค้นหมดลงนางอาจจะทิ้งเขาไป ปกครองเมือง ยืนเหนือบุรุษมากมายจะฉุดรั้งสตรีนางหนึ่งเอามิได้เชียวหรือ
อ่านเลย
นะโมพุทธายะ
TheXang789
0
489
ดรีมที่หลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวงจากเพจขายวัตถุมงคลเพจหนึ่ง รับเอาของอัปมงคลมาพกไว้ติดตัว
อ่านเลย
ธรรมจักรทมิฬ
Wanderer
0
625
"เมื่อกฎแห่งกรรมถูกทำลาย ความตายจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด... แต่เป็นคุกขังชั่วนิรันดร์" ในยุคสมัยที่ ‘มหาโพธิ์ทอง’ ยังคงแผ่กิ่งก้านสีทองปกคลุมไปทั่วทั้งไตรภูมิ ทุกสรรพชีวิตดำรงอยู่ภายใต้แสงแห่งบุญบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อ ‘มหาธรรมจักร’ กฎเกณฑ์ที่ค้ำจุนโลกถูกทุบทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ความวิปริตจึงบังเกิดเหนือแผ่นดินสยาม เหล่ากึ่งเทพหน่อเนื้อพุทธางกูรต่างแย่งชิงเศษเสี้ยวของมหาธรรมจักรจนบ้าคลั่ง สงครามทำลายร้างเปลี่ยนอารยธรรมที่รุ่งเรืองให้กลายเป็นนรกบนดิน คนตายไม่ไปผุดไปเกิด แต่กลับลุกขึ้นมาเดินดินในร่างเน่าเปื่อย แสงทองที่เคยให้ชีวิตกลับกลายเป็นกรงขังที่สาปแช่งวิญญาณ ท่ามกลางกลีบดอกไม้ทองคำที่เหี่ยวเฉา ‘สิงขร’ อดีตนักรบผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ผู้ไร้บุญ’ ได้ตื่นขึ้นจากความตายตามเสียงเพรียกของพฤกษา เขาต้องออกเดินทางผ่านแคว้นโบราณที่เต็มไปด้วยอสุรกายและอาคมคุณไสย เพื่อรวบรวมเศษขุมพลังจากเหล่าเจ้าเมืองที่คลุ้มคลั่ง ทางเลือกของเขามีเพียงสอง... หนึ่งคือสยบยอมต่อโชคชะตาที่เน่าเฟะ หรือสอง คือการก้าวขึ้นเป็น ‘ธรรมราชา’ คนใหม่ ผู้กำหนดกฎเกณฑ์แห่งโลกขึ้นมาด้วยคมดาบและรอยสักยันต์อาคม!
อ่านเลย
คืนร้างคุณ
พะยูนยิ้ม
0
2.4K
กนกนารีอยู่กับภัทรแบบเงียบเชียบไร้สถานะ เธอหลงรักภัทรแบบถอนตัวไม่ขึ้น แต่สำหรับภัทร กนกนารีเป็นเพียงผู้หญิงน่ารักที่เขาไม่อาจรัก เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เขาและเธอก็ต้องแยกย้าย เธอควรเติบโตและใช้ชีวิต ส่วนเขาก็ต้องแต่งงานกับใครสักคนที่เหมาะสมคู่ควรกว่า
อ่านเลย
พันธะลวง
rasita_suin
0
1.7K
‘พันธะ’ จอมปลอมที่เขาและเธอสร้างขึ้น กลับกลายเป็นบ่วงร้อยรัดแห่ง ‘สิเน่หา’ “จูบแรก สั่งสอนที่คุณคิดจะแอบเขี่ยผมลับหลัง” ปัฐวิกรผละมากระซิบชิดปากเล็ก ลมหายใจร้อนถี่รัวต่างก็รินรดกันทำให้รู้ว่าอารมณ์ทั้งสองไม่อยู่ในอาการปกติ “ฉัน...ผิดตรงไหน” คนตัวเล็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับเธอ “ไม่ผิดงั้นเหรอ ดื้อนัก ต้องปราบเสียให้เข็ด” คนได้ยินคิดไปว่าอีกฝ่ายยังดื้อกับเขา ปล่อยให้หญิงสาวมีเวลาพักแค่ชั่วอึดใจชายหนุ่มก็ประทับริมฝีปากลงมาหาเธออีกครั้ง มาธาวียังหายใจไม่พอเลยด้วยซ้ำ === สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามมิให้คัดลอกเนื้อหา ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำ หรือเผยแพร่ในสื่อดิจิทัลและรูปแบบอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
อ่านเลย
สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว
moonlight -mini
10
6.5K
เพราะรักนางจึงยอมทุกอย่าง แต่สุดท้ายเขากลับมอบความรักให้สตรีอื่น ในเมื่อเดินมาจนถึงสุดทางแล้วนางก็ไม่คิดจะยื้อไว้อีกต่อไป ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว ส่วนข้าจะเดินจากไปพร้อมกับบุตรในครรภ์
อ่านเลย
แท็กหนังสือ
มีสติและเป็นอิสระ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ปรัชญาสโตอิกต่างจากพุทธศาสนาเรื่องการจัดการอารมณ์อย่างไร
2 คำตอบ
2026-02-21 14:14:36
ฉันมักคิดว่าการเปรียบเทียบสโตอิกกับพุทธศาสนาเหมือนการวิเคราะห์สองเครื่องมือจัดการอารมณ์ที่มีจุดมุ่งหมายใกล้เคียงกันแต่เทคนิคต่างกันชัดเจน โดยสโตอิกจะย้ำการใช้เหตุผลตัดสินความคิดก่อนที่อารมณ์จะเกิด ส่วนพุทธศาสนาจะฝึกให้เราสังเกตร่างกาย-จิตโดยตรงจนเห็นความไม่เที่ยงของมัน ในมุมของสโตอิก สิ่งสำคัญคือการแยกความสามารถในการควบคุมออกจากสิ่งที่อยู่นอกการควบคุม เช่น เหตุการณ์ภายนอกหรือพฤติกรรมคนอื่น วิธีนี้ใช้ได้ผลเวลากำลังโกรธหรือกังวล เพราะจะพาให้เราถามตัวเองว่า "ฉันควบคุมสิ่งนี้ได้ไหม" แล้วเปลี่ยนโฟกัสไปที่ปฏิกิริยาของเราแทน งานฝึกที่เห็นบ่อยคือการเขียนไดอารี่คิดทบทวนล่วงหน้า (premeditatio malorum) และการตรัสซ้ำเตือนตน เช่นใน 'Meditations' ของ Marcus Aurelius แนวคิดคือเปลี่ยนการประเมินความคิด—ถ้าความคิดไม่สมเหตุสมผลก็ไม่ต้องยอมให้มันสั่งการอารมณ์ ส่วนพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับการเห็นตามจริงผ่านสติและสมาธิ มากกว่าจะพยายามเปลี่ยนตรรกะของความคิดก่อนเกิดอารมณ์ การฝึกแบบวิปัสสนาหรือการนั่งสมาธิสอนให้สังเกตความรู้สึกรู้คิดโดยไม่ยึดติด เมื่อสังเกตบ่อย ๆ จะเห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง) และความไม่มีตัวตนถาวร (อนัตตา) ของความคับข้องใจ จุดเด่นคือการปล่อยวางและการพัฒนากรุณา เมื่อคนโกรธ การฝึกพุทธอาจชวนให้หายใจสติแล้วค่อย ๆ ปล่อยอารมณ์โดยไม่ตัดสิน ซึ่งในระยะยาวลดการระเบิดทางอารมณ์ลง ความแตกต่างเชิงลึกคือสโตอิกมองการจัดการอารมณ์เป็นเรื่องของการพิจารณาอย่างมีเหตุผลและวินัยทางศีลธรรม ส่วนพุทธศาสนามองเป็นการเปลี่ยนความสัมพันธ์กับประสบการณ์ภายในผ่านการรับรู้และการปล่อย วัดผลได้ทั้งคู่—สโตอิกมีเครื่องมือที่ตรงไปตรงมาเมื่อเจอปัญหาร้อน ๆ ขณะที่พุทธช่วยแก้รากที่ยึดติดกับอารมณ์ ถ้าต้องเลือกใช้จริง ๆ ผมมักผสม: ใช้การตั้งคำถามเชิงเหตุผลแบบสโตอิกในสถานการณ์เฉียบพลัน และใช้การฝึกสติเพื่อสร้างความยืดหยุ่นของจิตในชีวิตประจำวัน แล้วก็รู้สึกว่าทางไหนก็ดีทั้งคู่ในแบบของมันเอง
ธรรมะสอนใจเรื่องการปล่อยวางช่วยชีวิตได้จริงไหม
4 คำตอบ
2025-11-12 14:36:07
เคยอ่าน 'The Untethered Soul' แล้วสะดุดกับประโยคหนึ่งที่บอกว่าการยึดติดคือบ่อเกิดของทุกความทุกข์ มันทำให้ย้อนคิดถึงตอนที่เครียดกับงานจนนอนไม่หลับหลายคืน แค่เปลี่ยนมุมมองว่า 'ทำดีที่สุดแล้วก็พอ' ชีวิตก็เบาลง ความจริงการปล่อยวางไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกโฟกัสพลังงานไปที่สิ่งที่จัดการได้ บางทีเราคิดว่าต้องควบคุมทุกอย่าง แต่สุดท้ายกลับควบคุมได้แค่ตัวเอง แนวคิดนี้ช่วยให้ผ่านช่วงวิกฤตมาได้โดยไม่แตกสลาย
ข้อสอบความรู้ทั่วไป ของข้าราชการ เตรียมต่างจากทั่วไปอย่างไร?
3 คำตอบ
2026-02-17 04:24:35
การเตรียมตัวสำหรับข้อสอบข้าราชการมีมิติที่ต่างจากการสอบทั่วไปอยู่หลายด้านและไม่ได้จบที่การจำข้อเทคนิคเพียงอย่างเดียว เราเห็นว่าข้อสอบข้าราชการมักให้ความสำคัญกับบริบทของงานราชการ เช่น กฎหมายพื้นฐาน การบริหารราชการแผ่นดิน นโยบายสาธารณะ และค่านิยมการรับใช้ประชาชน ดังนั้นการอ่านเพียงข้อสอบทั่วไปที่เน้นเหตุผลเชิงตรรกะหรือความรู้รอบตัวอาจไม่พอ การฝึกเขียนคำชี้แจงเชิงนโยบาย การสรุปข้อกฎหมายเป็นภาษาเรียบง่าย และการเชื่อมโยงข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายเป็นสิ่งที่ต้องฝึกอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เรามักเตรียมตัวด้วยการผสมผสานระหว่างการทบทวนเนื้อหาเชิงลึก เช่น อ่านบทสรุปเกี่ยวกับกฎหมายปกครองหรือหลักการบริหาร กับการฝึกทำข้อสอบภายใต้เวลา อีกส่วนที่ต่างคือการสอบสัมภาษณ์และการประเมินบุคลิกภาพ ซึ่งต้องแสดงท่าทีน่าเชื่อถือ มีจริยธรรม พร้อมตอบคำถามเชิงสถานการณ์จริง จึงจำเป็นต้องฝึกตอบคำถามเชิงสถานการณ์ (case study) และฝึกสื่อสารด้วยภาษาเป็นทางการมากกว่าการเตรียมสอบทั่วไป นอกจากนี้การเสริมความรู้ด้านปัจจุบัน เช่น นโยบายของรัฐบาลหรือแนวทางการบริหารท้องถิ่น มักทำให้เรามีข้อได้เปรียบ เพราะข้อสอบข้าราชการชอบเชื่อมโยงความรู้กับบริบทปัจจุบัน สรุปแล้วถ้าเตรียมแบบความรู้ลึก ความเชื่อมโยง และการสื่อสารเชิงงานราชการได้ดี โอกาสผ่านก็จะสูงขึ้นแน่นอน
ธรรมะสอนใจเรื่องปล่อยวางเหมาะกับคนยุคใหม่ไหม
4 คำตอบ
2025-11-12 12:55:26
สมัยก่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย เคยเครียดกับเกรดและความสัมพันธ์จนแทบแย่ หนังสือธรรมะเล่มหนึ่งเปลี่ยนชีวิตเลย หลัก 'ปล่อยวาง' ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการเลือกfocusสิ่งที่ควบคุมได้ จำได้ว่า 'The Untethered Soul' เปรียบจิตใจเหมือนท้องฟ้า ส่วนความคิดคือเมฆที่ผ่านไป ไม่ต้องยึดติด ทุกวันนี้เวลางานหนักก็ใช้วิธีนี้ แค่ระลึกว่าความกดดันมันชั่วคราว ปล่อยให้ผ่านไปแบบธรรมชาติ ยุคนี้ที่อะไรๆก็เร็ว การไม่ยึดติดกับlikesหรือความสมบูรณ์แบบนี่ช่วยรักษาสุขภาพจิตได้ดีสุดๆ
ทีมผู้สร้างอธิบายหนังสร้างจากเรื่องจริง ต่างจากหนังทั่วไปอย่างไร?
4 คำตอบ
2025-12-31 12:10:53
ฉันชอบเวลาที่หนังบอกว่า 'สร้างจากเรื่องจริง' เพราะมันเปิดช่องให้ความคาดหวังสองอย่างชนกัน: คนดูอยากสัมผัสความแท้จริง แต่ก็ต้องการโครงเรื่องที่เข้มข้นและมีจุดพีค สิ่งที่ต่างชัดเจนที่สุดคือความรับผิดชอบต่อบุคคลจริงและเหตุการณ์จริง—ผู้สร้างต้องตัดสินใจว่าจะถ่ายให้ใกล้เคียงแค่ไหน บางครั้งต้องย่อเวลา บางครั้งต้องรวมตัวละครหลายคนเป็นตัวละครเดียวเพื่อให้เรื่องกระชับขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมฉากใน 'Catch Me If You Can' จึงมีความสนุกสนานและบางจังหวะดูเหมือนนิยาย มากกว่าจะเป็นบันทึกเหตุการณ์ทุกประการ ในทางกลับกัน 'Schindler's List' เลือกถ่ายทอดความจริงที่โหดร้ายอย่างตั้งใจ เพื่อไม่ให้ความเป็นจริงถูกทำให้หวานหรือโรแมนติก ผู้ชมส่วนใหญ่จะเข้ามาด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน บ้างต้องการเรียนรู้ข้อเท็จจริง บ้างอยากดูการแสดงที่เข้าถึงจิตใจ เช่นกรณี 'Spotlight' ที่เน้นการทำข่าวและกระบวนการค้นหา มากกว่าจะสร้างความสะเทือนใจแบบฉาบฉวย หนังประเภทนี้จึงมีความพิเศษตรงที่มันต้องรักษาสมดุลระหว่างความถูกต้องกับการเล่าเรื่องให้มีพลัง ซึ่งเมื่อทำได้ดีผลลัพธ์คือหนังที่นอกจากจะบันเทิงแล้ว ยังกระตุ้นให้คนตั้งคำถามต่อโลกจริงด้วยความเคารพ
การค้นหาที่เกี่ยวข้อง
ธรรมะปล่อยวาง
ธรรมะ สอน ใจ ปล่อย วาง
วิธีปล่อยวาง ไม่คิดมาก
ปล่อยใจสู่เสรี
แนวทางการ ปฏิบัติธรรม
หนังสือธรรมะ
แคปชั่นธรรมะสั้นๆ
พุทธทาสภิกขุ คําสอน
หนังสือพุทธวจน
ปล่อยตามใจไปสักวัน
คำถามยอดนิยม
01
อเล็กซ์ เรนเดลล์ มีแฟนหรือไม่และแฟนเป็นใคร
02
ฉันจะดูหนังช่อง33 ออนไลน์ฟรีได้อย่างไร
03
ฉบับหนังสือของ ท็อป ซีเคร็ต วัยรุ่นพันล้าน หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง?
04
นักการตลาดควรใช้คำว่า มายเฟรนคืออะไร ในคอนเทนต์โปรโมตอย่างไร?
05
ค่าบริการดู ช่อง31ออนไลน์ สด แบบไม่มีโฆษณาคือเท่าไร
06
มหาอุตม์ คือสัญลักษณ์แทนคุณค่าหรือแนวคิดใดในเรื่อง?
07
ขุนนาง คือ เกณฑ์การแต่งตั้งและการเลื่อนขั้นในราชสำนักเป็นอย่างไร?
08
ผู้ชมจะบันทึกไลฟ์สดจากทีวีออนไลน์ 3 ได้อย่างไร?
09
ข่าวช่อง3 สัมภาษณ์ใครเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงล่าสุด?
10
ทาสมีกี่ประเภทในนิยายแฟนตาซีและมีบทบาทแบบไหน?
ยอดนิยม
ถังซาน ตอนที่ 199
Jjk พากย์ไทย
มังงะวาย ฟรี
ระบำ อัป ส รา
ฮีโรติก
เลี้ยงต้อย
ดอกบัวการ์ตูน
แซฟฟิคคือ
มังงะนารูโตะ
โดจินมังงะวาย
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
กำลังโหลด...
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป