กลิ่นอายอบอุ่นผสมความแปลกใหม่ของงานเขียนของหยาดทำให้ผมกลับไปอ่านซ้ำได้ไม่เบื่อ
ฉันชอบเริ่มจาก 'สายลับในม่านหมอก' เพราะเรื่องนี้เป็นเหมือนการพาเข้าไปในโลกที่เป็นทั้ง
นิยายสืบสวนและนิทานเมืองพร้อมกัน ฉากในตลาดตอนกลางคืนที่ตัวละครหลักต้องใช้ความเฉลียวเพื่อถอดรหัสร่องรอยเล็ก ๆ ยังอยู่ในหัวฉันเสมอ การใช้ภาษาของผู้แต่งคมแต่มีสัมผัสอ่อนหวาน ทำให้ฉากการไล่ล่ากลายเป็นบทที่เต็มไปด้วยอารมณ์ คนอ่านจะได้ทั้งความตึงเครียดและความละมุนใจภายใต้บรรยากาศหมอกหนาทึบ
งานอีกชิ้นที่ควรอ่านคือ 'คืนดาวกลางกรุง' ซึ่งต่างจากงานแรกตรงที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนมากกว่า โครงเรื่องอาจไม่ได้พุ่งชนด้วยปริศนา แต่วิธีที่หยาดเล่าให้เห็นการเติบโตทางใจในฉากเมืองที่ไม่เคยหลับ ทำให้ฉากเล็ก ๆ อย่างการรอรถเมล์ในค่ำคืนฝนตก กลายเป็นช็อตเล็ก ๆ ที่มีน้ำหนัก บางคนอาจชอบเพราะโรแมนติกแอบเศร้า แต่ฉันชอบเพราะความจริงจังที่ไม่โอ้อวดของตัวละคร
ถ้าต้องเลือกจุดเริ่มอ่านตามลำดับ ให้ลองเริ่มจาก 'บทเพลงของกระดาษ' แล้วค่อยไล่ไปยังสองเรื่องก่อนหน้า เรื่องแรกเป็นงานสั้นเรียงร้อยความคิดถึงผ่านจดหมายและบทเพลง เปรียบเหมือนการอุ่นเครื่องให้คุ้นกับน้ำเสียงผู้เขียน จากนั้นค่อยท้าทายด้วย 'สายลับในม่านหมอก' และปิดท้ายด้วย 'คืนดาวกลางกรุง' เพื่อรับรู้การเติบโตของธีมและการพัฒนาสำนวน ความประทับใจสุดท้ายที่ติดตัวฉันไม่ใช่แค่พล็อต แต่เป็นการจับอารมณ์คนอ่านได้อย่างแนบเนียน เหมือนมีใครเปิดหน้าต่างเล็ก ๆ ให้เราเห็นโลกอีกใบหนึ่งก่อนจะปิดลงอย่างเงียบ ๆ