ผู้กำกับยุคเก่าอย่าง Wes Craven ใน 'A Nightmare on Elm Street' เน้นการเล่นกับจินตนาการและความฝัน พากย์ไทยบางครั้งเลือกโทนเสียงที่ตลกหรือน่ากลัวเกินจริงในบางฉาก ทำให้ความประหลาดและความฝันชวนขนลุกเสียเนื้อความไปได้ ฉันมองว่านี่ไม่ใช่ความผิดของผู้กำกับ แต่เป็นการตีความเวอร์ชันท้องถิ่นที่ตั้งใจดึงผู้ชมให้เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นกับรสนิยมของคนดูอย่างชัดเจน
เสียงพากย์ไทยบางครั้งแปลงอารมณ์ไปจากต้นฉบับได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับหนังที่ผู้กำกับตั้งใจใช้ความเงียบและจังหวะ เช่นงานของ James Wan ใน 'The Conjuring' ที่ฉากเงียบยาวกับเอฟเฟกต์เสียงต้นฉบับสร้างความคาดหวัง แต่พากย์ไทยมักเติมบทพูดหรือปรับโทนเสียงให้ชัดเจนขึ้น ทำให้ความตึงเครียวที่ควรเป็นค่อย ๆ ก่อตัวกลายเป็นการตอบสนองแบบทันที ซึ่งเปลี่ยนการรับรู้ผีจากสิ่งที่คลุมเครือเป็นเหตุการณ์ชัดเจนแทน
ผมชอบ 'Crimson Peak' ของ Guillermo del Toro เพราะงานของเขาใช้ภาพและบทสนทนาเป็นเครื่องถ่ายทอดบรรยากาศ การพากย์ไทยที่เน้นเสียงหนักหรือเปลี่ยนจังหวะทำให้อารมณ์โรแมนติก-สยองลดทอนลงไปมาก
ฝั่งคอมเมดี้สยองของ Sam Raimi เช่น 'Drag Me to Hell' ก็ถูกแปลเสียงให้เน้นมุกมากขึ้นในเวอร์ชันไทย ผลที่ได้คือความแสบเสี้ยนแบบเลือดสาดของต้นฉบับบางส่วนหายไป และเรื่องสั้นอย่าง 'Lights Out' ของ David F. Sandberg ที่ใช้เสียงสั้น ๆ กะทันหันเป็นคีย์ในการทำให้ขนลุก เมื่อพากย์ไทยและมิกซ์เสียงแตกต่าง จังหวะหลอกก็เปลี่ยน ผมเลยมักเลือกดูเวอร์ชันซับไทยเมื่อต้องการสัมผัสเจตนารมณ์ของผู้กำกับอย่างแท้จริง