การจัดชิ้นดนตรีให้มีหลายเลเยอร์เป็นสิ่งที่ฉันมองว่าสำคัญ แผงเครื่องสายและเปียโนทำหน้าที่ขยายอารมณ์ในฉากส่วนตัว ขณะที่เครื่องเป่าไม้หรือฆ้องแบบเอเชียเติมมิติประวัติศาสตร์และอำนาจ ตอนที่ต้องการความตึงเครียด สามารถลดเมโลดี้ลงให้เป็นแนวโทนต่ำตัดกับริทึ่มที่ชัดเจน ซึ่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ามีสิ่งที่ถูกตัดสินใจในความเงียบมากกว่าคำพูดเพียงอย่างเดียว งานดนตรีบางชิ้นอย่างที่เคยได้ยินจากเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง 'The Last Samurai' ให้ไอเดียเรื่องการผสมเครื่องดนตรีตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว
มุมมองสุดท้ายที่อยากย้ำคือการให้เพลงมีพื้นที่หายใจ พักผ่อนระหว่างนาทีที่หนัก ๆ ทำให้ไทเฮาเป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากกว่าเทพนิยายของอำนาจ เพราะในความนิ่งมีเรื่องราวมากมาย และเมโลดี้ที่พอจะพาเราเข้าไปสำรวจด้านในของเธอได้นั้นแหละคือสิ่งที่น่าจดจำ คล้ายกับงานเพลงของ 'Nausicaä of the Valley of the Wind' ที่ใช้ธีมซ้ำในโทนต่าง ๆ เพื่อเล่าเรื่องราว ความประทับใจสุดท้ายคือให้เพลงทำหน้าที่เป็นการอ่านความลึกของตัวละครโดยไม่ต้องพึ่งบทพูดมากนัก