Chapter: บทที่ 83มาถึงตรงนี้ศศินจึงพูดขึ้นมาว่า “แกต้องกินอะไรหน่อยนะแดน ไม่งั้นแกได้ช็อกเพราะร่างกายขาดน้ำแน่ๆ ” พูดจบชายหนุ่มก็ถือถ้วยกระเบื้องเคลือบเข้าไปใกล้ดีแลนที่ได้รับกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ส่ายศีรษะไปมาอย่างหมดกำลัง เขาจึงช้อนสายตาเลยมองเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นมารดาอีกครั้งจึงทำให้คุณหญิงอารียาอดไม่ได้
Last Updated: 2025-09-07
Chapter: บทที่ 82จึงทำให้คุณหญิงอารียาที่เห็นท่าทางเช่นนี้อดไม่ได้ที่จะร้องออกมาว่า “ตายแล้วตาแดนไหวไหมลูก” พูดได้เพียงแค่นั้นหล่อนก็รีบลุกขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปหาบุตรชายของตัวเองที่โก่งคออาเจียนอยู่ตรงชักโครกทันใดฝ่ามือเรียวบางของผู้เป็นมารดาลูบไล้แผ่นหลังของดีแลนอย่างแผ่วเบาพร้อมกับพูดออกมาว่า “เป็นยังไงบ้างดีขึ้นบ
Last Updated: 2025-09-07
Chapter: บทที่ 81หลังจากที่หมอเข้ามาตรวจร่างกายของดีแลนจนแล้วเสร็จ ก็พบว่าร่างกายของเขานั้นไม่มีส่วนใดที่ผิดปกติ ศศินจึงโค้งศีรษะลงเล็กน้อยพอเป็นพิธี พร้อมกับพูดออกไปว่า “ขอบคุณมากนะครับที่สละเวลามาตรวจสามีของผม” ว่าจบก็หันหน้าไปทางพ่อบ้านที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แล้วพยักหน้าลงเล็กน้อยเพื่อบอกอีกฝ่ายให้ไปส่งอาคันตุกะคนนี้ใ
Last Updated: 2025-09-07
Chapter: บทที่ 80ตอนพิเศษ2แพ้ท้องหลายวันผ่านไปไวเหมือนโกหกจากหนึ่งวันแปรเปลี่ยนเป็นหนึ่งอาทิตย์ สุดท้ายก็กลายเป็นหลายเดือนที่ตัวเองได้เหยียบย่างเข้ามาอยู่เป็นครอบครัวใหญ่แม้ความกดดันที่เกิดจากคนในครอบครัวของดีแลนจะหายไปแปรเปลี่ยนมาเป็นการเอาอกเอาใจเขาเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่เท่ากับความผิดปกติที่ตัวเองนั้นเผลอฮีททุกๆ
Last Updated: 2025-09-07
Chapter: บทที่ 79ทว่าในขณะที่ตัวเองกำลังจะใช้เชือกเส้นเขื่องมัดแขนของดีแลนข้างหนึ่งอยู่นั้น จู่ๆ เปลือกตาที่ควรจะปิดสนิทสนิทคู่นั้น ก็พลันลืมตาตื่นขึ้นมาทันที และยังไม่ทันที่จะทันได้ทำสิ่งใดต่อ ฝ่ามือแข็งแรงของดีแลนก็คว้าจับข้อมือของศศินที่กำลังถือเชือกเอาไว้ส่งผลให้คนที่กำลังลักลอบทำเรื่องผิดศีลธรรมถึงกับสะดุ้งโหย
Last Updated: 2025-09-07
Chapter: บทที่ 78ศศินนั่งอ่านข้อความของคนที่มาตอบกระทู้เพิ่มเติมอีกพักใหญ่ แต่ก็ไม่เห็นข้อมูลไหนเหมาะสมเท่าครั้งนี้ ชายหนุ่มจึงเอนแผ่นหลังพิงกับพนักเก้าอี้อยู่ครู่ใหญ่ แล้วตัดสินใจทำตามคำแนะนำของคนที่ตอบกระทู้มาชายหนุ่มใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมง เพื่อเตรียมข้าวของที่จะต้องใช้นำมาใช้มัดผู้เป็นสามีให้อยู่นิ่งๆ ด้วยใบหน้า
Last Updated: 2025-09-07
Chapter: บทที่ 33 สงบสุขหวนคืน “คุณชายใหญ่มาทางนี้”เสียงสะท้อนในอกดังก้องในมโนสำนึกตน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเพ่งมองไปยังเบื้องหน้า ก็เห็นเป็นภาพในอดีตเมื่อครั้งยังเยาว์วัย กำลังวิ่งเล่นรอบแปลงดอกโบตั๋นกับดรุณีน้อยนางหนึ่ง เพราะมีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่ชวนให้คิดถึงมารดาผู้ถูกเหล่าเซียนทั้งหลายรังแกจนจากไปเหม๋ยตงหม่าคือนามของเขา ผู้ที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ตระกูลเหม๋ย ส่วนเหม๋ยยี่เถียนนั้นเกิดจากอนุภรรยาผู้ที่เคยเป็นบ่าวรับใช้ ที่แสนจะต่ำต้อยแต่ทว่าเหม๋ยยี่เถียนนั้นกลับมีร่างกายแข็งแรงกว่าดรุณีทั่วไป ด้วยพละกำลังอันมหาศาลนี้ จึงต้องวิ่งร่ามาปกป้องตนเองเสมอมา ส่วนตนเองนั้นที่อ่อนแอกว่า จึงต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของน้องสาวผู้นี้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทั้งๆ ที่เป็นคุณชายใหญ่ของสกุลกลับถูกดูแคลนว่าไร้ซึ่งความสามารถไม่หยุดหย่อน ทั้งจากบิดา ถูกติฉินนินทาแม้กระทั่งบ่าวรับใช้ภายในเรือน แต่กระนั้นเขากลับได้รับความรักจากน้องสาวต่างมารดาผู้นี้เสมอมา มีเพียงเขาเท่านั้นที่คิดว่าเหม๋ยยี่เถียนเสแสร้งมาเอาใจและแล้วภาพเบื้องหน้าจะแปรเปลี่ยนไป เป็นภาพของเหม๋ยยี่เถียนผู้เป็นน้องสาวต่างมารดา กำลังกางมือเข้าปกป้องตนเองจากเหล่า
Last Updated: 2025-08-31
Chapter: บทที่ 32 ศึกสุดท้าย“ไม่ได้ขอรับ ต่อให้เป็นอาจารย์ ต่อให้ข้าขึ้นชื่อว่าอกตัญญู ข้าก็มิอาจปลดตรวนให้ท่านได้”เสียงของหลิวห้าวเหลียงยังคงดังก้องในมโนสำนึกของตนไม่จางหาย หลังจากที่กลับออกมาเขาก็ได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนฟูกนอนในเรือนตน ตรวนสองสายยังคงพันวนอยู่รอบกายมิได้ถูกปลดออกไป ด้วยเหตุที่ว่าราวหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมา เมื่อตนเองเดินทางกลับมาถึงสำนักหลิวสุ่ย ก็เร่งฝีเท้าเดินทางมุ่งหน้ามาหาหลิวห้าวเหลียงโดยมิได้กระทำสิ่งอื่นใด เพื่อให้ช่วยปลดโซ่ตรวนที่พันอยู่รอบกาย ทว่ากลับถูกลูกศิษย์ของตนปฏิเสธเสียอย่างนั้น ซ้ำยังถูกห้ามมิให้ออกไปไหน ถูกบ่าวไพร่คอยจับตามองในเมื่อร้องขอก็แล้ว อ้อนวอนก็ทำไปแล้ว หรือแม้แต่ออกคำสั่ง สุดท้ายหลิวห้าวเหลียงก็มิยอมปลดปล่อยตนออกไป จ้าวเสี่ยวหมิงจึงนั่งนิ่งคิดอย่างใคร่ครวญอยู่หลายตลบ แล้วเอ่ยพึมพำออกมา “เจ้าเด็กเหลือขอพวกนี้เล่นพิเรนทร์อะไร มิรู้หรืออย่างไรว่าผลที่ตามมามันจะเป็นเช่นไร” เอ่ยเพียงแค่นั้นก็คว้าเอาเยวี่ยกวงขึ้นมาไว้ในมือ จากนั้นจึงหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วลอบออกไป ไปหาหลิวซูหยวน ผู้เป็นบิดาเจ้าของร่างนี้แทนเมื่อเข้าไปถึงเรือนของหลิวซูหยวน จ้าวเสี่ยวหมิงก็ไม่รอช้าที่เ
Last Updated: 2025-08-31
Chapter: บทที่ 31 ตามติดรัชศกเสวียนหลีที่ 77 ปีวอกธาตุทอง ไป๋ลู่[1]กลางป่าอั้นฉิงรอยต่อระหว่างเขาหัวซานและที่ตั้งของสำนักหานเสียงเกือกม้ากระทบกับผืนดิน จ้าวเสี่ยวหมิงกุมบังเหียนม้าพ่วงพีตัวใหญ่ควบตะบึงติดตาม หยางหยุนเหลียง ที่ยังคงควบม้าอยู่ไม่ไกล แล้วร้องตะโกนออกมา “พี่หยางท่านหยุดบัดเดี๋ยวนี้รู้หรือไม่ว่าข้าตามหาท่านมานานเพียงใดแล้ว” ก่อนจะใช้ขาหนีบท้องม้า แล้วควบทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วหลายเดือนมานี้จ้าวเสี่ยวหมิงไล่ตามติดหยางหยุนเหลียงไม่หยุดหย่อน พอเข้าใกล้ตัวทีไร หยางหยุนเหลียงก็จะเตลิดหนีหายไปเสียทุกครั้ง ราวกับหลอกล่อให้วิ่งไล่จับ แต่พอใกล้ถึงตัวกลับหนีหายไปจ้าวเสี่ยวหมิงควบม้าพ่วงพีตัวใหญ่ เข้ามาในเขตป่าอั้นฉิง ตามหนทางราบเรียบราวกับมีคนมาถอนหญ้าคอยท่าไว้ ตามผืนดินเต็มไปด้วยเศษดินแห้งๆ แต่ทว่ากลับละเอียดราวกับเม็ดทราย แวดล้อมไปด้วยไม้ใหญ่นานาพรรณเขาควบม้าไล่ตามหยางหยุนเหลียงเข้ามาได้เพียงครู่เดียว ก็พบกับม้าสีขาวปลอดตัวหนึ่งถูกล่ามขวางหนทางไว้ จ้าวเสี่ยวหมิงจึงชะลอฝีเท้าม้าลง ก่อนจะกระโดดลงมาจากหลังม้าแต่รู้เสียที่ไหนว่าหยางหยุนเหลียงที่คอยจังหวะนี้ ใช้ดัชนีวายุร่อนระบำ ดีดลูกหินใส่หลังม้าของจ้
Last Updated: 2025-08-31
Chapter: บทที่ 30 วิญญาณดวงสุดท้ายกล่าวมาถึงชิงเสี่ยวหม่าเมื่อต้องล่าถอยกลับมายังวังมาร ก็เจ็บหนักอยู่มิใช่น้อย จำต้องใช้เวลานอนพักรักษากายอยู่ราวสามวัน อาการจึงทุเลาลง และในวันนี้เมื่อร่างกายกลับมาเป็นปกติ เขาจึงนั่งมองคนโทเก็บวิญญาณที่ได้ไปรวบรวมวิญญาณของผู้บำเพ็ญตนในพิธีไล่ล่า ที่ตั้งอยู่อย่างสงบนิ่ง ภายในห้องสูบวิญญาณมาหลายวัน ด้วยแววตาเรียบเฉยทว่ากลับมีความพลุ่งพล่านร้อนรนอยู่ภายในด้วยเหตุที่ว่าชิงเสี่ยวหม่า มิอาจสูบวิญญาณเหล่านี้เข้าไปกายตนได้ เพราะต้องรอให้ได้ดวงวิญญาณดวงสุดท้ายที่ตนจักต้องไปไล่ล่ามาให้ครบเสียก่อนดวงวิญญาณที่มีเพียงสายเลือดบริสุทธิ์ของสกุลในตำนานเท่านั้นที่จะต้องเฟ้นหามา สายเลือดของสกุลหยางผู้มีสายปราณหยางวิ่งวนอยู่ภายในร่างกาย ดวงวิญญาณดวงสุดท้ายที่ตนจักต้องช่วงชิงมา และเวลาที่จักต้องดึงดวงวิญญาณนี้ออกมา คือในคืนวันเพ็ญเดือนแปดที่กำลังจะย่างกรายเข้ามาในอีกไม่ถึงหนึ่งขวบปีอีกทั้งยังมียังมีสิ่งที่ตนต้องตามหา นั่นคือหน้าสุดท้ายของคัมภีร์เดียรถีย์วิชาที่ขาดหายไป ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหาเพียงใดก็ยังมิอาจพบเจอ เป็นสิ่งเดียวที่เขาจะต้องสืบเสาะให้ได้เสียก่อนพิธีกรรมการสูบดวงวิญญาณครั้งสุดท้ายจะเริ่มต
Last Updated: 2025-08-31
Chapter: บทที่ 29 หยินหยางประสานกายหยางหยุนเหลียงเหยียบเวหาก้าวทะยานไปยังทิศทางที่จ้าวเสี่ยวหมิงหนีไป นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองไปมาจนทั่ว ภาพที่สะท้อนให้เห็นมีเพียงยอดไม้นานาพรรณ แผ่กิ่งก้านออกมาปกคลุมทั่วทั้งผืนป่าทว่าหากได้เพ่งมองดูอย่างถ้วนถี่ลึกลงไปถึงผืนแผ่นดิน ก็จะเห็นซากศพของนักพรตที่เพิ่งจะฝึกฝนระดับขั้นต้น ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับเหล่าปีศาจจากวังมาร ทุกๆ ร่างต่างนอนแน่นิ่งไม่ไหวติ่งอย่างเดียวดาย มีเพียงผู้เหลือรอดค่อยๆ ออกตามหาร่างไร้ชีวิตของสหายตนเมื่อพบหนึ่งศพหยางหยุนเหลียงก็จุดพลุไฟบอกตำแหน่งเสียหนึ่งลูก ก่อนจะก้าวทะยานตามหาหลิวมู่เหยียนต่อไป เขาค้นหาทั้งผืนป่ากว้างใหญ่จนทั่ว แต่ก็ยังไม่เจอแม้เพียงเศษเส้นผมผ่านนานจนดวงตะวันคล้ายจะลาลับขอบฟ้า หิมะจึงค่อยๆ โปรยปรายลงมาอย่างบางเบา ในครานั้นเองสายตาของหยางหยุนเหลียงก็ไปสะดุดอยู่ตรงผาน้ำตก ที่มีไอเย็นแผ่ปกคลุมออกมา ด้วยเหตุที่เขาจำได้ว่าในยามเช้าตอนตนผ่านหนทางเส้นนี้มา น้ำตกสายนี้ยังไหลอย่างเอื่อยเฉื่อย มีไอความอบอุ่นคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นยามช่วงต้นเหมันต์ฤดู ที่มีหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุม ยังมิอาจแช่แข็งน้ำตกสายนี้ได้ทว่าในยามนี้กลับมีไอเย็นจัดแผ่ปกคลุมอยู่
Last Updated: 2025-08-31
Chapter: บทที่ 28 ปะทะหลังจากวันนั้นผ่านไปเพียงแค่สองวันหลิวเยี่ยเฟยก็มาขอเดินทางกลับไปยังสำนักหลิว เมื่อเห็นว่ามิมีส่วนใดเสียหาย หยางซิวอวี่ที่เพิ่งเดินทางกลับมา จึงอนุญาตให้กลับไปอย่างไร้ข้อกังขาใดๆ ด้วยความที่ว่าการบุกเข้ามาช่วงชิงกระบี่เยวี่ยกวงในวันนั้น มิมีผู้ใดปริปากบอกเจ้าสำนักหยางสักครึ่งคำ เมื่อหลิวเยี่ยเฟยเดินทางกลับไป วันเวลาก็ยังดำเนินต่อไปไม่มีหยุดพัก จากวันคือเปลี่ยนผันเป็นเดือน จากเดือนล่วงเลยเป็นแรมปี จ้าวเสี่ยวหมิงยังคงพำนักอยู่ที่สำนักหยางเจียนแห่งนี้ แม้จะมีผู้คนลอบเข้ามาแย่งชิงกระบี่ ก็จะถูกหยางซิวอวี่หรือหยางหยุนเหลียงไล่กลับไป โดยที่จ้าวเสี่ยวหมิงมิได้ออกแรงเสียเท่าไรจนกระทั่งสามปีพ้นผ่านไป ไร้ซึ่งผู้รุกรานใดๆ ย่างกรายเข้ามา แม้กระทั่งจอมมารฝูหมิงก็ยังมิยื่นมือเข้ามาช่วงชิงกระบี่คืนกลับไป ความสัมพันธ์ฉันท์สหายของหลิวมู่เหยียนและหยางหยุนเหลียงนั้นก็ยังคงดำเนินไปอย่างมิเป็นระเบียบ ดูคลายลิ้นกับฟันที่จะบังเอิญกระทบกันยามใด ย่อมมิอาจเลี่ยงการปะทะคารมเป็นครั้งคราวผ่านมาสามขวบปี ตบะฌานของหยางหยุนเหลียงก็ก้าวกระโดดไปไกลถึงระดับเจ็ด ไร้ซึ่งผู้ใดยากจะต่อกร ส่วนทางด้านจ้าวเสี่ยวหมิงนั้น ด
Last Updated: 2025-08-31
Chapter: บทที่ 149แต่เพียงเดี๋ยวเดียวภายในหัวก็คิดถึงเรื่องราวของวันนั้น วันที่เธอเป็นคนเหนี่ยวไกเล็งยิงบุตรชายของตัวเองจนร่างทรุดลงไปกับตาจู่ๆ ความร้อนภายในอกก็ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามได้ จึงทำให้เธอไม่อาจกลั้นหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ เออไหลออกมาได้อย่างใจความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ จนทำให้เธอรู้สึกหายใจแทบไม่ไหว แล
Last Updated: 2026-02-21
Chapter: บทที่ 148ชลนิภาจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันว่า “แล้วที่แกแย่งพี่ดนัยไปจากฉันล่ะ แกยังกล้าที่จะบอกว่าแกไม่ได้ทำร้ายฉันอย่างนั้นน่ะเหรอ”คุณหญิงเพ็ญแขจึงพูดสวนขึ้นมาทันควันว่า “นี่ชล เธอลืมไปอะไรไปหรือเปล่า ตอนนั้นเธอกับพี่ดนัยไม่ได้เป็นอะไรกัน และพี่ดนัยก็ไม่ได้มองเธอแบบนั้น มีแต่เธอที่แอบหลงรักพี่ดนัยคนเ
Last Updated: 2026-02-21
Chapter: บทที่ 147บทส่งท้ายหลังจากเรื่องราวในวันนั้นชลนิภาก็ถูกควบคุมตัว และถูกตัดสินให้จำคุกไปตลอดชีวิต โดยที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของชลนิภา ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากคดีนี้ไปได้เช่นกัน แถมยังถูกขุดคุ้ยประวัติและถูกสาวไปถึงขบวนการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของคนคนนี้อีกทีและด้วยความร่วมมือของบรรด
Last Updated: 2026-02-21
Chapter: บทที่ 146ส่งผลให้เจ้านาย ที่เห็นเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “แย้วนี่กุนกุนเอาดอกไม้มาตำไมเจอะแยะฮับ (แล้วนี่ขุ่นๆ เอาดอกไม้มาทำไมเยอะแยะครับ)”เจ้าขุนจึงยกปลายนิ้วขึ้นแนบริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ เพื่อบอกให้เจ้านายอย่าส่งเสียงดังมากเกินไป พร้อมกับกระซิบกระซาบออกไปว่า “ปะป๋าเอามาให้หม่าม๊าครับ เจ้านายอย
Last Updated: 2026-02-21
Chapter: บทที่ 145พอได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เจ้าขุนจึงพูดออกไปอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “เป็นเพราะหมอยังไม่ให้ขยับตัวมากหรอกนะ ไม่งั้นน่ะฉันจะไปฟ้องยายแพทว่าหลายวันก่อนแกแอบไปเหล่นักศึกษาสาวๆ ตอนขับรถผ่านมหาวิทยาลัยน่ะ” สิ้นเสียงดังกล่าวเข็มทิศก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า “อย่าเชียวนะ ไม่งั้นน่ะแกเ
Last Updated: 2026-02-21
Chapter: บทที่ 144“ลืม” เจ้าขุนพูดขึ้นมาหลังเข็มทิศพูดจบประโยคลงอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะยกนิ้วชี้ ชี้มาที่หน้าอกของตัวเอง แล้วถามออกมาว่า “ฉันเนี่ยนะลืม ลืมอะไรของแกวะ”พอได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เข็มทิศก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาขึ้นลงอย่างระอา ที่เห็นว่าเพื่อนของตัวเองนั้นไม่เข้าใจความคิดของคนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเลยสักครั้ง
Last Updated: 2026-02-21