ตึง!ขาเม้าท์ทั้งฝูงสะดุ้งโหยง หันมองต้นเสียงกันเลิ่กลั่ก พอเห็นว่าเป็นใครต่างก็หน้าเสียไปตามๆ กัน“รับอะไรดีจ๊ะพ่อหนุ่ม” เจ้าของร้านเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มรับลูกค้าทันใด“น้ำเย็นขวดหนึ่งครับป้า”“ได้จ้ะ รอเดี๋ยวนะ”“นั่นไงๆ ผัวเก่ายัยเมรี หูย...หน้าอย่างกับมหาโจร หนวดเครางี้ครึ้มเชียว”คนถูกนินทายังคงวางหน้านิ่ง“หน้าโหดแบบนี้ไงเล่าถึงโดนเมียทิ้งหอบลูกหอบเต้าหนีไปกับผัวใหม่”กร๊อบบบบเสียงขวดน้ำดื่มในมือถูกบีบจนแตกยับเยินคามือ ก่อนที่ดวงตาดุเข้มปรายมองฝูงไฮยีนากระหายเลือดอย่างเย็นชาและเหี้ยมเกรียม“ขอโทษนะครับป้า ผมขอแก้ข่าวหน่อย”“จ๊ะ...กะ แก้ข่าวอะไรหรือพ่อหนุ่ม”“ผมชื่อชิษณุกร ไม่ใช่ผัวเก่าของเมรีลูกแม่สีดา แต่เป็นผัวคนปัจจุบัน และผัวคนเดียวของเธอต่างหาก อ้อ! แล้วน้องเวียงพิงค์นั่นก็ลูกผมเอง ไม่ใช่เด็กไม่มีพ่อที่ไหน แล้วถ้าใครอยากเสือก เอ๊ย! สงสัยอยากรู้อะไรก็ไปถามผมได้ทุกเมื่อที่ไร่พี่สาธุ แต่ถ้าผมได้ยินว่ามีคนปากหมามาว่าลูกเมียผมในทางไม่ดีหรือไม่จริงอีกล่ะก็ รอรับหมายศาลถึงบ้านเลยก็แล้วกัน งานนี้ผมรับคำขอโทษเป็นเงินสดหกหลักขึ้นเท่านั้น หวังว่าป้าๆ ทุกคนคงเข้าใจนะครับ”พอพูดจบ ความ
เขาคิดถึงและเป็นห่วงเธอจะแย่แล้ว ไหนจะคิดถึงลูกสาวตัวน้อยที่ไม่ได้เจอหน้าตั้งหลายวัน หลังจากวันนั้นที่เขาบอกกับแม่ของเธอว่าจะมาหาในวันรุ่งขึ้น แต่พอมาถึงนางสีดาก็บอกว่าเธอไปทำงานแล้ว และหลังจากนั้นมาเขาก็ไม่ได้พบหน้าเธอและลูกสาวอีกเลยคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากอีกฝ่ายต้องการหลบหน้ากัน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ยังแอบมาส่องหน้าบ้านเธอทุกคืน ไม่ได้เห็นหน้าขอเห็นหลังคาก็ยังดีแต่วันนี้เขาต้องพบเธอให้ได้ ก่อนที่อกจะแตกตายเพราะความอัดอั้นที่มีจนมากล้น แต่พอชายหนุ่มไปถึงบ้านของเมรีก็พบว่ามันปิดเงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่“มีใครอยู่ไหมครับ” ชิษณุกรตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา และไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่มีใครขานตอบจากในบ้าน ไหนว่าลาป่วย หรือว่าอาการหนักจนต้องไปโรงพยาบาลยิ่งคิดก็ยิ่งห่วง รออยู่นานจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แน่ๆ ชายหนุ่มจึงยอมถอยไปตั้งหลักที่บ้านพี่ชาย แต่ทว่าตอนที่เขากำลังจะเข้าบ้านนั้นเอง ก็มีใครบางคนเดินสวนออกมาเสียก่อน“น้าสีดา น้าแผน”ชิษณุกรเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจ โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร“ที่แท้ก็มาอยู่นี่เอง เมื่อกี้ผมไปหาที่บ้าน แต่เห็นปิดป
“สะดุดตกคันนามาน่ะแม่ ฉันมันโง่เองน่ะแม่ เดินไม่ระวัง ไม่สิจริงๆก็ระวังแล้วล่ะ แต่ก็ยังอุตส่าห์พลาดอีกจนได้” เมรียิ้มเยาะตัวเอง ทั้งที่ตอนนี้ขอบตาร้อนผ่าวแต่เธอพยายามสะกดกลั้นไม่ปล่อยให้ความรู้สึกที่กำลังเอ่อท้นล้นออกมาฟ้องความอ่อนแอให้ใครเห็นเธอไม่ต้องการให้พ่อแม่หรือใครต้องเป็นห่วงหรือสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น“พูดอะไรของแกน่ะ แม่งงไปหมดแล้ว”“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะแม่ อย่าสนใจเลย แล้วนี่เจ้าเวียงพิงค์ล่ะ ขึ้นนอนแล้วเหรอ”“อืม งอแงตั้งแต่หัวค่ำ บอกจะให้พาไปหาแกกับพ่อจ๋าที่ไร่โน้น แม่กับพ่อแกทั้งกล่อมทั้งปลอบอยู่ตั้งนานกว่าจะยอมนอนหลับได้”คำว่า ‘พ่อจ๋า’ ทำให้คนฟังสะอึก คงเป็นสายใยผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้ลูกเธอติดเขา แม้ว่าจะพบกันไม่กี่หนลูกติดเขายังพออ้างได้ แต่เธอนี่สิหลงเชื่อเขาซ้ำๆ มากี่ครั้งกี่หนแล้วจะอ้างอะไรดี“งั้นฉันขึ้นไปดูลูกก่อนนะแม่”“อ้าว ไม่กินข้าวกินปลาก่อนเหรอ” คนเป็นแม่มองตามหลังแม่ลูกสาวที่เดินคอตกขึ้นบ้านไปเงียบๆ อย่างแปลกใจ“เป็นอะไรของมันไปอีกล่ะนั่น หรือว่า...”“เมรี! เมรี...” ยังไม่ทันได้คำตอบ ก็มีเสียงเรียกขึ้นที่หน้าบ้านอีกครั้ง“ใครกันมาตะโกนเรียกค่ำๆ มืดๆ” นางสีดา
“พี่ชิษคะ!”เสียงนั้นมีผลทำให้เลือดในกายของเมรีเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งทันใด เมื่อหันไปเห็นหญิงสาวที่ยืนจ้องมองมาที่เธอและชิษณุกรด้วยสายตากังขาระคนผิดหวัง“พี่แนน!”“น้องแนน มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ชิษณุกรถามเสียงเรียบ แต่กลับไม่ยอมปล่อยมือของเมรีให้เป็นอิสระเขาทำตัวเป็นปกติไม่ได้เลิ่กลั่กหรือตกใจที่ต้องเผชิญหน้ากับว่าที่เจ้าสาว และที่สำคัญคือถูกเธอจับได้คาหนังคาเขาว่าจูงมือผู้หญิงอื่น ตรงข้ามกับเมรีที่ตอนนี้ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะเกรงอีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาตบเธอล้างน้ำ“แนนมาถึงตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ ได้ยินว่าพี่ชิษไปถ่ายรายการกับน้องเมรีและพี่รจยังไม่กลับ ก็เลยมาดักรอที่นี่ แล้วนี่พี่ชิษกับน้องเมรีมาทำอะไรกันอยู่เหรอคะ” เสียงนั้นไม่ได้โวยวายหรือวีนเหวี่ยง แต่คำถามเรียบๆ นั่นกลับทำให้เมรีร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก“พี่กับเมรี เรา...”“ไม่มีอะไรกันค่ะ” เมรีชิงตอบตัดหน้า “ที่จริงเราสองคนโดนรถที่ไปส่งทีมงานทิ้งไว้ที่แปลงนาสาธิต ก็เลยต้องเดินกลับมาด้วยกันเท่านั้น”“เมรี!” ชิษณุกรถลึงตามองคนข้างกายอย่างไม่เห็นด้วย เขาไม่กลัวสักนิดที่จะบอกความจริงกับนันทิกาหรือใครหน้าไหน ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่า
“จะแก้อะไรก็ช่าง ตอนนี้ปล่อยฉันก่อน”โรแมนติกเป็นบ้า มาง้อกันกลางแปลงนาที่มีแต่กลิ่นโคลนปลักควายเป็นพยานเนี่ยนะ เดี๋ยวเถอะ คนคงได้ลือไปทั้งหมู่บ้านอีกว่า อีเมรีให้ท่าจนผู้ชายจนจมปลักหาทางขึ้นไม่ได้ งามไส้ล่ะทีนี้เป็นอันว่าแผนการถ่ายทำรายการล่มไม่เป็นท่า ร้อนถึงรจนาในฐานะเจ้าของสถานที่ต้องเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์และรีบพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คอาการ เพราะอิทธิกรตกจากหลังควายจนข้อเท้าพลิก และถลอกปอกเปิกเล็กน้อย ส่วนตัวต้นเหตุทั้งสองที่มัวแต่ทะเลาะกันก็ถูกทิ้งให้หาทางกลับไร่เอง เพราะคนอื่นๆ นั่งรถอีแต๋นกลับไปหมดแล้วเวลาต่อมา...“เมรี...รอพี่ก่อน”“ตามมาทำไมเนี่ย ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ” เมรีสะบัดเสียงใส่อย่างโมโหพลางเดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าไม่หยุด เนื้อตัวเปื้อนดินโคลนจนแห้งกรังดูไม่จืดเพราะตาบ้านี่คนเดียวที่ทำให้ชีวิตเธอพังไม่เป็นท่า แถมยังถูกทิ้งให้เดินกลับเองอีกต่างหากเมรีก็ยิ่งโกรธชิษณุกรหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตอนนี้เธอต้องการอยู่คนเดียวเพื่อเรียกสติกลับมา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ จนสุดท้าย กว่าจะรู้ตัวอีกทีเมรีก็มาหยุดอยู่ที่กลางทุ่งนารกร้างแห่งหนึ่งเสียแล้วห้างนาน้อยทรุดโทรม
ตูม!ดึงเขาไม่ขึ้นไม่ว่า แต่ตัวเธอดันเซถลาหน้าทิ่มลงไปในแปลงนาด้วยอีกคนแทน หญิงสาวยักแย่ยักยันลุกขึ้น ตัวจมเปียกน้ำเปื้อนดินโคลนแฉะๆ เลอะเทอะยิ่งกว่าคนที่ลงไปรอก่อนหน้าเสียอีก“ฮ่าๆ”ถึงทีหนุ่มชาวกรุงได้หัวเราะสภาพของแม่สาวบ้านนาที่ลงมาจับกบข้างๆ ตัวเขาอีกคนอย่างกลั้นไม่อยู่“คนบ้า! คุณจงใจแกล้งฉันใช่ไหม” เมรีแหวใส่อย่างลืมตัว เจ็บใจนัก เธอไม่ควรยื่นมือช่วยเขาเลย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ดูสิ อุตส่าห์แต่งตัวเสียสวยเช้ง แต่ตอนนี้น่ะเหรอ อย่าว่าแต่ความสวย เอาแค่พอดูได้ยังยากฮือ...หมดกัน“อย่ามาใส่ความกันสิ พี่ก็อยู่ของพี่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย เธอต่างหากล้มลงมาหาพี่เองนะ เอาน่า...ทีนี้เราก็เป็นพวกเดียวกันแล้วไง อย่าโกรธเลยนะ”คำนั้นทำให้คนฟังปรี๊ดแตก เหลียวซ้ายแลขวาหาอาวุธ แต่ไม่เจอ เลยขยุ้มดินเหนียวเละๆ ได้ก็ปาใส่อีกฝ่าย แต่โชคดีที่เขาหลบทันดินนั่นเลยไปเข้าเบ้าหน้าของคนดวงซวยที่กำลังขี่ควายผ่านเข้ามาพอดีพลั่ก!“ว้ายยย แม่แหก!” เสียงร้องลั่นสะท้านทุ่ง ทำสองหนุ่มสาวตกใจหันไปมองด้านหลังพร้อมกันว้าย! แม่แหก...งั้นเหรอ!เมรีเบิกตาค้างมองใบหน้าอันหล่อเหลาของพระเอกในดวงใจเปื้อนโคลนเละไปแถบหนึ่ง