LOGIN“ทำไมต้องขอโทษ ทุกวันนี้ฉันมีรายได้ต่อเดือนมากกว่าช่วยทำฟาร์มให้ที่บ้านทั้งปีเสียอีก ส่วนเธอ เธอคือนางเอกอันดับหนึ่งของประเทศ เธอโด่งดังกว่านางเอกทุกคนในรอบสิบปี และนี่เป็นทางที่เราสองคนยินดีที่จะเดิน เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดอะไรมากอีกเลยนะ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ และอย่าลืมดูแลสุขภาพเท่านั้นก็พอ”
พูดจบมนต์ชนกก็ส่งเธอลงตรงหน้าคลับชั้นสูง ก่อนให้คนรถขับไปส่งเธอต่อที่บ้าน แล้วค่อยวนกลับมารับดาราสาวอีกที...
ณรันดาเปลี่ยนชุดเป็นเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีเบจความยาวเหนือเข่า เครื่องประดับสีทอง รวบผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นมวยหลวมๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนตกลงมาระร่องอกอวบอิ่ม
เธอสวมส้นสูงแปดนิ้วแบบเปลือยสีเดียวกับเครื่องประดับ ส่งให้เรียวขาขาวผ่องเพรียวสวยและมีสะโพกผายกลมกลึง
สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เธอทันที แทบทุกคนมองอย่างชื่นชม ผู้ชายโดยมากล้วนหลงเสน่ห์เธอตั้งแต่แรกเห็น ณรันดายิ้มทักทายทุกคนโดยไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีคุกคาม
“แหม กว่าจะมาได้ เธอปล่อยให้หุ้นส่วนคนใหม่ของฉันคอยเก้อ” วริตาเห็นหญิงสาวก็รีบเดินเข้ามาคล้องแขนแล้วพามาที่โต๊ะ ผู้คนในนั้นล้วนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีในแวดวงชั้นสูง
“โครงการนี้เป็นรีสอร์ตหรูฝั่งทะเลอันดามัน ผลตอบแทนสูงคุ้มค่าเงิน ควบคุมงานโดยทีมงานมืออาชีพ คู่ควรที่เธอจะลงทุน... อ้อ แล้วปันผลรอบก่อนฉันสั่งให้เลขาโอนเข้าบัญชีเธอแล้วนะ หกเดือนสามสิบล้าน ไม่เลวเลยใช่ไหม” สาวสวยอดีตดาราและนางแบบชื่อดังที่ผันตัวมาทำธุรกิจหัวเราะร่า
ณรันดาที่มีรายได้เหลือเฟือและไม่เคยคิดมากเรื่องการใช้จ่ายมาแต่ไหนแต่ไรจึงตอบตกลง เพียงแต่ว่ายอดลงทุน ซึ่งคล้ายกับเป็นการกู้ยืมเงินเพื่อการก่อสร้างอภิมหาโปรเจกต์ในครั้งนี้ของ วริตานั้น ค่อนข้างจะมีมูลค่าสูงอยู่สักหน่อย
“คราวนี้ร้อยล้านถ้วน ทุกคนบนโต๊ะนี้โอนเข้าบัญชีฉันแล้ว จ่ายผลตอบแทนเมื่อครบเดือนที่สาม เพราะเงินลงทุนสูงต้องรีบส่งคืนผู้ร่วมทุนเดี๋ยวเครดิตฉันจะเสีย” ขณะที่พูดเจ้าตัวก็ส่งแชมเปญให้ดาราสาวไปพร้อมกันด้วย
และเมื่อณรันดาจัดการส่งข้อความบอกตัวแทนให้โอนเงินจำนวนนี้ให้วริตาเสร็จ ทั้งโต๊ะก็ลุกขึ้นยืนชูแก้วแสดงความยินดีกับรางวัลสูงสุดในอาชีพนักแสดงของเธอ
“แด่ดาวทองของเดียร์น่า นางเอกที่ทุกคนต้องยอมสยบ ข่าวว่าเธอไปโชว์ตัวแค่ไม่กี่นาทีก็รับทรัพย์เป็นล้านๆ แล้ว เวลาแต่ละนาทีของเธอช่างมีค่าจริงๆ” วริตายิ้มกว้างมองอีกฝ่ายด้วยความชื่นชม ความสนิทสนมและการรักษาคำพูดคือคุณสมบัติพิเศษของเพื่อนคนนี้ ซึ่งทำให้ณรันดารู้สึกวางใจ และแทบไม่มีครั้งไหนเลยตลอดสามปีที่ผู้หญิงคนนี้จะผิดคำพูดกับเธอ
ดังนั้นแม้อีกฝ่ายจะไม่ค่อยกินเส้นกับมนต์ชนกเท่าไร แต่สำหรับเธอแล้ววริตาถือเป็นคนที่คบได้
“ขอบคุณที่ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีกับฉันนะคะ เชิญสนุกกันต่อเถอะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดไปหาหมอ นี่ก็ฝืนร่างกายมาคุยธุระกับพวกคุณ ขอฉันนั่งดื่มเงียบๆ ที่บาร์แทนก็แล้วกัน” พูดจบก็ปลีกตัวออกมาจากโต๊ะที่ทุกคนกำลังสนุกกันได้ที่ อาการปวดหัวเริ่มจู่โจมเธออีกครั้ง และเพียงแค่เปลี่ยนอิริยาบถอาการหน้ามืดก็ตามมา
“เฮ้อ นี่ฉันเป็นอะไรนะ แค่ทำงานติดต่อกันเจ็ดวันไม่มีวันหยุด นอนวันละสี่ชั่วโมงแค่นี้ สาวสวยอายุยี่สิบสี่ต้องรับมือได้อยู่แล้วสิน่า ฉันออกจะแข็งแรง เล่นบทบู๊ยังไม่เคยต้องใช้แสตนอินเลยแม้แต่ครั้งเดียว” ขณะที่พูดมือก็คลึงขมับไปด้วย ก่อนที่บาร์เทนเดอร์จะวางพิงค์เลดี้ค็อกเทลรสชาติโปร่งซึ่งเบสิกมากให้กับเธอ
“ฉันไม่ได้สั่งเจ้านี่ ฉันสั่งมาร์ตินี่ ฟังผิดหรือเปล่า” ดาราสาวหันไปย้ำ เธอส่ายหน้าช้าๆ อาการปวดศีรษะเริ่มรุนแรงมากขึ้นทุกที แต่คำตอบที่ได้มา กลับทำให้คิ้วเรียวสวยต้องขมวดเข้าหากัน
“คุณผู้ชายที่นั่งข้างๆ สั่งให้คุณครับ ส่วนมาร์ตินี่ของคุณเขารับไปแทนแล้ว” จบประโยคนั้นดวงตากลมโตก็หันขวับไปจ้องคนข้างๆ ทันที แต่แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง จากที่กำลังฉุนๆ กลายเป็นว่าต้องช็อกซีนีม่าครั้งยิ่งใหญ่
“คุ คุณใหญ่ คุณมาทำอะไรที่นี่” จากที่เคยเก่งกล้า ฝ่าขวากหนามร้อยพันก่อนจะขึ้นมาเป็นดาวจรัสฟ้าได้อย่างทุกวันนี้ แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเมื่อคนเข้มแข็งอย่างเธอได้มาอยู่ตรงหน้าอธิป ณรันดาจะกลับกลายไปเป็นสาวน้อยอายุสิบแปดที่ยังไม่ประสาเหมือนเมื่อวันวาน แถมเธอยังมีอาการกลัวเขาจนตัวสั่นเพราะยังรู้สึกผิดกับเขาอยู่
แต่ทว่า... มันก็ห้าปีมาแล้วนี่นะ
ดวงตากลมโตคู่สวยจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิมเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น กระนั้นเธอก็ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของอีกฝ่าย เวลานี้เขาก็คงอายุยี่สิบเก้าแล้ว ดวงตาคมสีสนิมคู่นั้นยังแฝงความมุ่งมั่นเอาจริงไว้เหมือนเดิม เขาเป็นอีกคนที่ใจแข็ง พูดคำไหนคำนั้น จริงจังกับทุกสิ่งและมีกฎเกณฑ์ให้กับทุกๆ เรื่องเสมอ
“ผมนัดคู่หมั้นไว้ ตั้งใจจะมาแสดงความยินดีที่นิทรรศการภาพถ่ายของเธอที่สิงคโปร์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เรานัดกันที่นี่แต่เครื่องเธอดีเลย์”
“แต่ข่าวว่าคุณไปดูงานที่ปักกิ่ง” พูดไปแล้วก็อยากตบปากตัวเองเสียนัก จากประโยคนี้เขาคงอ่านเธอทะลุปรุโปร่งว่ายังคงสนใจติดตามข่าวคราวของเขาอยู่
แต่อธิปก็ไม่ใจร้าย เขาไม่พาตัวเองไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนให้อึดอัดใจนั้น เขาจงใจปิดกั้นและเลือกที่จะลืมว่าเคยรู้สึกอย่างไรกับเธอ ดูเขาช่างผ่อนคลาย วางตัวเรียบง่ายเหมือนเธอไม่ได้มีอิทธิพลอะไรต่อชีวิตเขาอีก
“ผมเลื่อนไฟลต์เพื่อกลับมาพบเธอ อ้อ เกือบลืม เมื่อครู่บังเอิญเลื่อนฟีดเห็นข่าวคุณขึ้นรับรางวัล ขอแสดงความยินดีด้วยนะกับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม คุณคงดีใจมาก” ดวงตาสีสนิมมีแววหวั่นไหววูบหนึ่งก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว จบประโยคเขาก็ยกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นจิบ ความร้อนแรงของมันไม่เพียงพอจะดับความขมขื่นในใจเขาได้ด้วยซ้ำ
นัยน์ตาคมลอบมองริมฝีปากสีแดงสุกปลั่ง จมูกโด่งรั้น และนัยน์ตากลมโตคู่สวย ก่อนเผลอไผลเลื่อนไล้ลงมายังทรวงอกอวบอิ่ม เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ เป็นสาวเต็มตัวและสวยสะพรั่ง อธิปมองคนตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ต้องเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง เขาต้องสะกดอารมณ์ สกัดกั้นความโกรธ ความไม่พอใจต่างๆ เอาไว้ ไม่อย่างนั้นชีวิตคงก้าวต่อไม่ได้
“อ้อ ขอบคุณค่ะ ทุกคนรู้ว่าฉันทุ่มเทกับมันมากแค่ไหน ว่าแต่คุณเถอะ ดีแล้วนะคะที่คนรักกันอยากพบเจอกัน อยากอยู่ใกล้กันบ่อยๆ มันทำให้ความรักมั่นคง ฐานะอย่างคุณบินลัดฟ้ามาหาเธอวันละหลายๆ รอบยังได้... ฉันอดแปลกใจไม่ได้เลยว่า ทำไมคุณไม่ทิ้งไร่หัสดินทร์แล้วไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศซะ” ดาราสาวชักหึงจึงเริ่มตีรวน แต่คนตรงข้ามกลับจุดยิ้มที่มุมปากพร้อมกับโคลงแก้วในมือ เขาทำท่าว่าจะดื่มมันอีก แต่ก็ถูกคนพาลขัดคอขึ้น
นัยน์ตาสีสนิมมองเธอด้วยความรู้สึกรักและรักอย่างท่วมท้นจิตใจ นิ้วเรียวเอาแต่เกลี่ยไล้ผิวแก้มนวลเนียน เขาทำรักกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันภายในกระท่อมไม้หลังงามเพื่อดื่มกินน้ำผึ้งพระจันทร์อันหวานหอมอย่างไม่รู้เบื่อและหลังจากวันนั้นต่อมาอีกไม่ถึงปี นายหญิงของไร่หัสดินทร์ก็ได้ให้กำเนิดแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งสองถอดเค้าความสวยหล่อของพ่อแม่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติเมื่อคลอดแล้วณรันดายิ่งสวยสะพรั่งขึ้นไปอีก และเพราะอย่างนั้นอธิปจึงยังตั้งหน้าตั้งตาปั๊มลูกต่อไป จนกระทั่งชายหนุ่มได้รับฉายาจากนายแพทย์รวิชญ์ว่า...เฮียหื่น!!!เขายืนกอดอกมองดูลูกชายตัวน้อยกำลังเล่นซนอยู่กับรวิชญ์ท่ามกลางท้องทุ่งหญ้าสีน้ำตาลทอง ข้างๆ กัน ณรันดากำลังสานดอกไม้ป่าเป็นมงกุฎแสนงามเพื่อสวมให้กับลูกสาวคนเล็ก โดยมีบรรดาสาวๆ คนสนิท และเด็กรับใช้นั่งล้อมวงแสงแดดสีทองยามสายันห์ช่างดูอบอุ่น ทุกแห่งหนของไร่หัสดินทร์เต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบาน บ้านกลายเป็นบ้าน ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและลูกน้อยทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความสุขที่ถูกเติมเต็ม ทุกอย่างงดงามเรียบง่าย และเป็นไปตามธรรมชาติของชีวิตที่ควรเป็นชีวิต
อธิปเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง เขาจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มนวล ก่อนใช้ปากและลิ้นอุ่นร้อนก่อกวนขบเม้มติ่งหูและซอกคอขาวผ่อง มือไม้ทั้งสองแยกกันเลื่อนขึ้นลงสัมผัสทรวงอกอวบอิ่มและเนินเนื้อสาวภายใต้กระโปรงพลิ้วบาน“อื้อ คนบ้ากาม ยังไม่ทันเข้าบ้านก็หื่นใส่เดียร์แล้วนะคะ รู้จักอายฟ้าอายดินบ้าง”อธิปได้ยินแล้วก็อดหัวเราะขันไม่ได้“อายทำไมมีอะไรกันในน้ำยังเคยมาแล้ว เดียร์อย่างอแงได้มั้ย” ครั้นพูดจบร่างบางก็ลอยหวือเพราะถูกอุ้มอีกครั้ง อธิปพาเธอเดินเข้าบ้านตั้งใจจะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับภรรยาอีกรอบ คิดไว้ว่ารุ่งสางของวันพรุ่งนี้เขาถึงจะพาเธอออกมา“ร่วมมือกันหน่อยนะเดียร์น่า สองสามวันนี้พี่จะเสกเด็กแฝดเข้าท้องเดียร์ให้ได้” อธิปกระซิบบอกข้างหูภรรยาเรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวาน กลีบปากบอบบอบถูกขบเม้มยั่วเย้าอย่างถือสิทธิ์ มือหนาหนักลูบไล้ไปตามรอยแยกของกลีบดอกไม้แสนงาม ก่อนวกขึ้นมาเคล้นคลึงทรวงอกอวบสล้างผลิพุ่ง“คุณใหญ่ขา เมื่อไรจะอิ่มเสียที ได้โปรดเถอะ นี่รอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้” เสียงหวานของคนบนที่นอนร้องห้าม ไม่นานเรียวขาของเธอก็ถูกจับแยกออกจากกันอีกครั้งมือบางพยายามรั้งตัวเขาไว้ แ
14 วัน ขอรักฉันคืน : ตอนพิเศษ หลังงานแต่งงานในตำนานของอธิปและณรันดาซึ่งกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ตื่นเช้าขึ้นมากินอาหารและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เฉลียงหลังบ้านสุดแนวสายตาเป็นทะเลสาบสีคราม มีทุ่งกว้างดารดาษด้วยดอกไม้ป่าและหญ้าน้ำพุที่กำลังถูกสายลมพัดพลิ้วโดยแขกซึ่งเป็นเพื่อนสนิททั้งหมดยังอยู่กันครบ ไม่ว่าจะเป็นรวิชญ์ ภารินทร์ หรือมนต์ชนก ทุกคนต่างได้รับเชิญให้อยู่ร่วมฟังการเปิดพินัยกรรมของท่านหัสดินทร์กับทายาททั้งสองด้วยและหลังจากที่ทุกคนกินอาหารอิ่ม อธิปก็พยักหน้าให้ทนายความถือแฟ้มพินัยกรรมเข้ามา“ข้าพเจ้า นายหัสดินทร์ อัศวกุล ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เพื่อแสดงเจตนาว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ถึงแก่กรรมให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าทั้งหมดตกสู่นางสาวณรันดา นรารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากหรือเงินสด ขอยกให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวจนหมดสิ้นเพียงผู้เดียว ลงชื่อ นายหัสดินทร์ อัศวกุล”จบการอ่านพินัยกรรมของทนาย ทุกคนต่างก็ยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับความช่างคิดของคนตาย“เอาตรงๆ นี่ก็สรุปได้ว่าคุณลุงจัดกา
ด้านภารินทร์ก็กอดแขนเจ้าบ่าวไว้ “เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้นะคะ กลับเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ ใกล้ถึงช่วงพิธีการแล้ว แก๊งพวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกเกือบทั้งชีวิต” ช่างภาพสาวคิดไว้อย่างนั้นจริงๆ มิตรภาพเป็นสิ่งสวยงาม ไม่มีการติดค้างใจใดๆ ต่อกันอีก เธอมาที่นี่เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับณรันดาและอธิปด้วยความจริงใจ… ได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันเดินกลับเข้าไปภายในงาน สื่อมวลชนและแขกเหรื่อมากมายต่างยืนให้เกียรติแก่คู่บ่าวสาว แสงแฟลชสว่างวาบไม่เว้นแม้แต่วินาที กลีบดอกไม้สีหวานถูกโปรยปรายพร่างพรมลงมาสร้างบรรยากาศให้หวามหวานเปี่ยมไปด้วยมนตร์รักอันน่าอัศจรรย์ เบื้องหน้าแท่นพิธีมีเค้กเก้าชั้นและแชมเปญทาวเวอร์ถูกจัดวางไว้อย่างอลังการ “ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเดียร์ วินาทีแรกที่เราได้เจอกันตั้งแต่ยังเด็ก ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ผมจะต้องรักและปกป้องไปตลอดชีวิต” เมื่อสิ้นสุดพิธีท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยๆ คน อธิปก็กล่าวความรู้สึกเขาที่มีต่อเจ้าสาวออกมา ทำเอาบรรดาคนสนิทต่างยิ้มด้วยความยินดี “เธอคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ต่อให้ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขว
เธอมองไปรอบๆ บริเวณงานด้วยความชื่นชม มนต์ชนกเนรมิตงานวันนี้ได้งดงามสมใจเธอจริงๆ งานแต่งในสวนสวยภายใต้ร่มเงาเขียวขจีและแสงแดดยามเช้าอันสดใส แปลงดอกไม้สีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมอบอวลและงดงามอย่างละลานตา ทุกแห่งเต็มไปด้วยความหวานและความรักลาเวนเดอร์ในงานวันนี้หมายถึง การรอคอยอย่างมีความหวัง ความทรงจำอันแสนงดงาม เปรียบดังคำอวยพรให้ประสบความสำเร็จ และชีวิตมีแต่ความสวยงามรุ่งโรจน์เธอรักกุหลาบ แต่ไม่อาจเพิกเฉยต่อดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของการได้เกิดใหม่ การฟื้นตื่นขึ้นมาเพื่อพบความหวัง อันเป็นความหมายของดอกไม้ชนิดนี้ได้เลย สายลมอ่อนๆ พัดปลายช่อดอกพลิ้วระบัดณรันดาเอื้อมไปจับมือเพื่อนรักมากุมไว้ “ที่ตัดเธอออกจากตำแหน่งผู้จัดการตอนนั้นก็เพราะฉันเองก็ตัดสินใจจะออกจากวงการแล้วเหมือนกัน ถ้าได้แสดงหนังเรื่องนั้นต่อก็แพลนไว้ว่าหลังปิดกล้องคงต้องแถลงข่าวอำลาวงการอีกครั้ง เธอมารอฉันล่วงหน้าอยู่ในที่ที่เธออยากอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วนี่ เวลาฉันทุกข์เธอไม่เคยทอดทิ้งไปไหน เพราะฉะนั้นคิดเหรอว่าคนสวยอย่างฉันจะใจดำปล่อยให้เพื่อนรักอดตายจริงๆ” มนต์ชนกเลยบีบมือเธอตอบพร้อมกับยิ้มให้อย่างรู้กัน
แต่ณรันดารีบเบ้ปาก “มีเวลาอึ้บเมียมากกว่า อยู่กับคุณใหญ่เปลืองพลังชีวิตชะมัด ถ้าเดียร์จะป่วยก็ป่วยจากคุณใหญ่เนี่ยแหละ ฟ้าสางยังมีหน้าจะมาขออีก” “แหม ทำไงได้ก็เมียพี่ทั้งสวยทั้งแซบนี่ น่ารักว่าง่ายก็เป็น ออดอ้อนก็เก๊งเก่ง แถมหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัวอีกต่างหาก” ขณะที่พูดมือไม้ก็ลูบไล้หัวเข่าหญิงสาวไปด้วย หูตาเขาพราวระยับ และ ณรันดาก็เกลียดนัยน์ตาคมวาวคู่นั้นเสียเหลือเกิน “พอได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด” เธอปัดมือเขาออก ก่อนสอดส่ายสายตามองหาคริส เนื่องจากพอเขาตอบคำถามเธอเสร็จก็เดินหายไปทางไหนไม่รู้ “นี่ จะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ คิดดีแล้วหรือยัง เดียร์ใช้โอกาสครั้งที่สองทางการแสดงหมดไปแล้วนะ แม้ว่าพี่จะมีเงินแต่ก็ซื้อจิตใจใครให้มารักมาชื่นชมเมียตัวเองไม่ได้หรอก” และดูราวกับว่าอธิปจะล่วงรู้จิตใจเธอ ณรันดาจึงหันมาพูดกับเขาอย่างตัดใจ “ปล่อยให้เดียร์ทำแบบนี้เถอะค่ะ เดียร์เองก็อยากเป็นฝ่ายมอบโอกาสให้คนอื่นบ้าง หากโอกาสนั้นมันจะมีความหมายต่อเขามากกว่าเดียร์ อีกอย่างเดียร์ก็บรรลุความฝันที่ตั้งใจทำให้แม่ ทั้งยังได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว... การลาจอครั้งนี
“ฉันขอมาร์ตินี่ของฉันคืน” อดีตเด็กดื้อจอมเอาแต่ใจตั้งใจจะเอื้อมมือไปแย่งแก้วใบสวยมาจากมือของชายหนุ่ม แต่อธิปไม่ยอมปล่อย เขาจ้องตอบเธอด้วยสายตาเยียบเย็น“ปวดหัวอยู่ไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็สั่งเอาใหม่สิ” เขายังคงยึดมันไว้ แต่ณรันดาก็ยังไม่ยอม ห้าปีก่อนถึงเขาจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดี
14 วัน ขอรักฉันคืน : บทที่ 1ท่ามกลางแสงแฟลชเจิดจ้าราวกับเวลากลางวัน เดียร์น่า ณรันดา ดาราสาวที่กำลังโด่งดังคับฟ้าจากบทนางเอกละครฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง กำลังเดินเฉิดฉายอวดโฉมสะคราญตาในเดรสสีพิงค์แชมเปญอยู่บนพรมแดงพร้อมด้วยรางวัลทางการแสดงชิ้นล่าสุดของเธอ เสียงเรียกชื่อดาราสาวจากเหล่าช่างภาพดังกึกก้อง
หลังจัดงานแถลงข่าวไปเมื่อวาน ผู้คนทั้งวงการต่างหลั่งไหลมาแสดงความเสียใจกับเธอ ทุกคนเวทนาที่หญิงสาวอายุเพียงแค่นี้ต้องประสบพบเจอชะตากรรมไม่คาดฝัน หลายคนในนั้นเชื่อว่ามันเป็นความสำเร็จที่ต้องคำสาป โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ต่างพากันวิพากวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ เช่นว่าเธออุตริไปทำสัญญากับซาตาน “
“ระยะสุดท้าย เธอมีเวลาไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยเดียร์ ไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เลยจริงๆ” มนต์ชนกที่เคยเข้มแข็ง ทำตัวแข็งแกร่งเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ มาถึงตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ คนโชคร้ายจึงต้องเลือกเป็นฝ่ายที่เข้มแข็งเสียเอง “ไม่เป็นไรน้ำ มากอดกัน ถ้าชีวิตม







