LOGINบทที่ 67 ถูกกล่าวหา (2)
"ไหนดูซิ ร้านเศรษฐีใหม่มีอะไรดีนักหนา คนถึง
บทที่ 67 ถูกกล่าวหา (2)"ไหนดูซิ ร้านเศรษฐีใหม่มีอะไรดีนักหนา คนถึงได้แวะมาอุดหนุนไม่ขาดสาย" เถ้าแก่เหิงเดินชนลูกค้าคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ ตรงดิ่งไปที่ตู้โชว์แหวนหยก เขาหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมาส่องแบบลวก ๆ แล้วแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะตะเบ็งเสียงดังลั่นเพื่อทำให้ลูกค้าคนอื่นแตกตื่น"เฮ้ย! นี่มันหยกปลอมนี่หว่า!" เสียงตะโกนของเขาทำให้ทั้งร้านเงียบกริบ ลูกค้าที่กำลังจะควักเงินออกจากกระเป๋าชะงักมือทันที หันมามองเถ้าแก่เหิงด้วยความตกใจ"ดูสิครับทุกคน!" เถ้าแก่เหิงชูแหวนขึ้นสูง พูดต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวทรงอำนาจ "สีเขียวสดขนาดนี้ เนื้อใสปิ๊งขนาดนี้ มันเป็นไปไม่ได้! ธรรมชาติของหยกต้องมีตำหนิ ต้องมีลายหิน แต่นี่มันสวยเกินจริง! ย้อมสีชัดๆ!"เคร้ง!เขาปาแหวนลงบนตู้กระจกเสียงดัง "ร้านนี้มันหลอกลวงผู้บริโภค! เอาเศษแก้วมาย้อมสีขายแพง ๆ คุณหญิงคุณนายทั้งหลายระวังจะโดนหลอกจนหมดตัวเอานะครับ!"ทันทีที่สิ้นเสียงพูดนี้ของเถ้าแก่เหิง เสียงฮือฮาของคุณหญิงคุณนายหลายท่านก็ดังระงมขึ้นมา ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในสายตาลูกค้า
บทที่ 67 ถูกกล่าวหา (1)สองวันต่อมา ณ กิจการค้าขายหอหยกอู๋ฟ่านลูกค้าไฮโซท่านหนึ่งกำลังยืนจ้อง ‘จี้หยกแกะสลักลายปลาคาร์ฟว่ายทวนน้ำ’ ในตู้โชว์ตาไม่กะพริบ ตัวปลาทำจากหยกสองสี คือสีขาวและสีเขียวที่ไล่เฉดสีอย่างเป็นธรรมชาติจนดูเหมือนมีชีวิตจริง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่างฝีมือในยุคนี้ยังทำไม่ได้"คุณนายฟ่านคะ" ลูกค้าเอ่ยเสียงสั่นด้วยความอยากได้ "ชิ้นนี้ ราคาเท่าไหร่คะ? ฉันไม่เคยเห็นงานที่ละเอียดและเนื้อแก้วใสขนาดนี้มาก่อนเลย"อู๋หลิวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มการค้า "ชิ้นนี้ชื่อว่า 'มัจฉาบันดาลโชค' ค่ะ เป็นงานชิ้นเดียวในโลก เนื้อหยกเก่าแก่หายาก ดิฉันตั้งราคาไว้ที่…"เธอกระซิบราคาที่ทำให้คนฟังตาโต แต่ด้วยความสวยงามที่สะกดจิต ลูกค้ากลับควักเงินจ่ายทันทีโดยไม่ต่อรองเลยแม้แต่คำเดียว ฟ่านอี้มองดูภรรยาที่กำลังเจรจาการค้าอย่างคล่องแคล่ว เขาหันไปสั่งลูกน้องเบา ๆ ว่า"ดูแลความปลอดภัยให้ดี วันนี้เงินสะพัดมาก และระวังอย่าให้ใครเข้าไปหลังร้านเด็ดขาด!""ครับนาย
บทที่ 66 ฟื้นฟูกิจการ (2)อีกสองวันต่อมา ฤกษ์งามยามดีมาถึงแล้วปัง! ปัง! ปัง! ปัง!เสียงประทัดหมื่นนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งถนนสายการค้า ควันสีขาวและกลิ่นดินปืนลอยฟุ้งเป็นสัญญาณแห่งความเป็นสิริมงคล กระดาษสีแดงปลิวว่อนราวกับกลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าตอนนี้หน้าตึกแถวขนาดใหญ่สามคูหาได้ถือว่าเปิดกิจการเป็นที่เรียบร้อยแล้วป้ายร้านหอหยกอู๋ฟ่าน สะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ ชาวบ้านที่เป็นพ่อค้าแม่ขาย และบรรดาเศรษฐีในเมืองต้าเฉิงต่างพากันแห่แหนมาร่วมงานจนล้นถนน ส่วนหนึ่งมาเพื่อยลโฉมความมั่งคั่งของเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งชนะคดีดังแต่อีกส่วนหนึ่งมาเพราะ ‘ข่าวลือ’ หนาหูที่ว่าหยกของตระกูลฟ่านนั้นไม่ใช่หยกธรรมดา แต่เป็น ‘หยกวิเศษ’ ที่โคตรงามและเปี่ยมด้วยพลังงานแห่งสิริมงคล พวกเขาอยากมาเห็นหยกเนื้อดีพวกนั้นด้วยตาของตัวเอง"ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ครับ"ฟ่านอี้ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างปร
บทที่ 66 ฟื้นฟูกิจการ (1)แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นชั้นสอง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟสดอาราบิก้าลอยเตะจมูกสองสามีภรรยาที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งค่ำคืนฟ่านอี้และอู๋หลิวนั่งจิบกาแฟคู่กันที่ริมหน้าต่าง บรรยากาศผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยพลังงานดี ๆ อู๋หลิวในชุดลำลองสวยงามวางแก้วกาแฟลงแล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาเปิดกาง"พี่ฟ่านคะ เรื่องเงินที่เราได้คืนมา ฉันไม่อยากเก็บไว้เฉย ๆ ในธนาคาร ดอกเบี้ยยุคนี้มันไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้นเท่าไหร่" อู๋หลิวเริ่มเปิดประเด็นด้วยแววตาของนักธุรกิจสาวยุคใหม่"งั้น… ผมควรทำยังไงกับเงินพวกนั้น หลิวหลิวคนสวยของผม มีอะไรอยากจะแนะนำสามีคนนี้หรือเปล่า?" ฟ่านอี้ถามภรรยาด้วยสุ้มเสียงหวานชื่น พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อนเขาน่ะ… เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของภรรยาเสมอ หากภรรยาว่าอย่างไร เขาก็จะว่าไปตามนั้น"กิจการเดิมของตระกูลฟ่านตั้งแต่ตกไปอยู่ในความดูแลของฟ่านเจาถัว มันก็ซบเซาลงมาก ฉันจะปิดกิจการนั้น แล้วเริ่มสร้างมันขึ้นมาใหม่ค่ะ&rdqu
(Nc+) บทที่ 65 ทิ่มตำให้หนำใจ (2)เมื่อจัดแจงท่าทางได้พอเหมาะแล้ว บั้นท้ายและเอวสอบของชายหนุ่มก็เริ่มทำงานในทันที ฟ่านอี้ขยับโยกร่างกายช้า ๆ อย่างรู้งาน ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มระดับความเร็วขึ้นตามความเหมาะสมอู๋หลิวสูดลมหายใจลึกหืดหาดอย่างสู้ไม่ถอย แม้ว่าตอนนี้หล่อนจะรู้สึกแน่นและรู้สึกจุกมากก็ตาม แต่แล้วสักพักหนึ่งเมื่อรูหยุ่นของหล่อนเริ่มคุ้นเคยกับแท่งเขื่องลำโตของเขาแล้ว ความรู้สึกแน่นและจุกในตอนแรกก็ค่อย ๆ เลือนรางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเสียวระทวยจนหล่อนเนื้อตัวอ่อนยวบไปทั้งร่างแต่ทว่าจังหวะที่ร่างของหล่อนอ่อนตัวลงจนเกือบเสียการทรงตัว ก็มักถูกฝ่ามือใหญ่ของผู้เป็นสามีดึงรั้งเอาไว้เสมอ ฟ่านอี้ไม่ปล่อยให้หล่อนได้หยุดพักหายใจหายคอ เมื่อเสร็จจากท่านี้แล้ว เขาก็เปลี่ยนท่าใหม่อย่างรวดเร็ว และทำต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสมแล้วที่เขาขาดหายเรื่องพวกนี้มานาน…“อะอ่า… พี่ฟ่าน… สะเสียวมาก แรงขึ้นอีกค่ะ แรงอีก!”อู๋หลิวครางเครือเสียงกระเส่าด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยขาวนวลดูอ
(Nc+) บทที่ 65 ทิ่มตำให้หนำใจ (1)หลังจากทำให้ผู้เป็นภรรยาสุขสมถึงอารมณ์หมายแล้วนั้น ชายหนุ่มก็รีบผละตัวลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง เขาใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วลมหายใจ ก็สามารถปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดฟ่านอี้ในร่างกายเปลือยเปล่าทั้งแท่ง น่ามองมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าอู๋หลิวจะเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม การได้มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบใกล้ ๆ โดยที่ไม่สวมใส่อะไรเลยแบบนี้ ชวนให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของหล่อนเต้นระส่ำระส่ายไปมาจนแทบจะกระโจนออกมาอยู่นอกหน้าอกอู๋หลิวนอนนิ่งแข็งทื่อไปชั่วขณะ เพราะหล่อนมัวแต่อึ้งงันให้กับแท่งอาวุธลับของฟ่านอี้ที่ผงาดพองตัวเต็มที่ ขนาดของมันน่าจะใหญ่โตเท่ากำมือของหล่อนเห็นจะได้ฟ่านอี้เห็นหล่อนนอนแน่นิ่งไป ทั้งเบือนหน้าหนีไปอีกทาง นิ้วมือทั้งห้ากำขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ เรียวขาสวยที่เขาจับให้ถ่างออก ตอนนี้หุบหดเข้าหากัน ราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างฟ่านอี้ที่เห็นอย่างนั้นจึงรู้สึกไม่สบายใจ ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย พลางใช้อุ้งมือจับประคองเจ้าแท่งเขื่องเอาไว้ พร้อมกับสาวขึ้นลงเบา ๆ เพื่อ







