LOGINบทที่ 67 ถูกกล่าวหา (3)
บรรยากาศภายในร้านตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ค
บทที่ 69 ตกอับ (1)หลังจากที่จ้านเฟินถิงกลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จินเหยาก็จัดการขายบ้านหลังใหญ่ของเขา เพื่อเอาเงินบางส่วนแบ่งมารักษาสามี เงินอีกส่วนหนึ่งถูกแบ่งเอาไปจ่ายค่าเช่าบ้านหลังเล็ก ซึ่งเป็นการจ่ายค่าเช่าแบบรายปีส่วนเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือจากการขายบ้าน หล่อนจะเก็บเอาไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในตอนที่หล่อนคลอดลูกออกมา และเก็บไว้ใช้ในระยะฟื้นตัวหลังคลอด เพราะกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง จนหล่อนสามารถออกไปทำงานหาเงินได้ตามปกติ คงจะใช้เวลาปรับตัวอยู่หลายเดือนส่วนเงินเก็บก้อนนั้นของจ้านเฟินถิง หล่อนทยอยเอาออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะจะอาศัยใช้เงินจากค่าล้างจาน และค่าทำงานรับจ้างทั่วไป มันคงไม่พอกินสำหรับหล่อนกับสามี ค่าจ้างในแต่ละวันใช่ว่าจะได้เยอะขนาดนั้นค่าล้างจาน ได้แค่วันละ 5 เหมา ส่วนค่าทำงานรับจ้างทั่วไป ก็อย่างเช่นรับจ้างซักผ้า รีดผ้า และเดินแจกใบปลิว หล่อนได้แค่ครั้งละ 3 เหมาก็เท่านั้นเองงานรับจ้างทั่วไปพวกนั้น ก็ใช่ว่าจะมีให้ทำทุกวัน วันไหนไม่มีงาน หล่อนก็ไม่มีเงิน ส่วนงานหนั
บทที่ 68 ค้าขายราบรื่น (2)ชายหนุ่มเดินถือแก้วไวน์ออกไปที่ระเบียงกว้าง ซึ่งมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองต้าเฉิงยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี แสงไฟสลัว ๆ จากบ้านเรือนและแสงไฟจากถนนหนทางส่องแสงพราวระยิบระยับราวกับอัญมณีบนพื้นดินอู๋หลิวเดินตามออกไปรับแก้วไวน์จากมือเขา ทั้งคู่ยืนพิงราวระเบียง ปล่อยให้สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดพาความเหนื่อยล้าทิ้งไป ฟ่านอี้มองทอดสายตาออกไปไกล ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองใบหน้าหวานซึ้งของภรรยา"หลิวหลิว…" น้ำเสียงของเขาทุ้มลึกและจริงจัง "คุณรู้ไหม? เมื่อก่อน ตอนที่ผมเป็นใบ้ ขาไม่ค่อยดีเพราะทำงานหนัก และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านดินหลังโทรม ๆ หลังนั้น ความฝันสูงสุดของผมมีแค่… ขอให้มีข้าวกินอิ่มท้องไปวัน ๆ ขอแค่ไม่โดนใครมารังแก หรือโดนไล่ออกจากหมู่บ้านก็พอ ว่าไปแล้วมันก็น่าขำนะ"เขาเขย่าแก้วไวน์เบา ๆ แววตาสะท้อนความรู้สึกขอบคุณที่เอ่อล้น "แต่นั่นเป็นเพียงอดีตเท่านั้น เพราะตอนนี้คุณทำให้ผมกล้าฝันถึงการสร้างตระกูลที่ยิ่งใหญ่ คุณเปลี่ยนผมจากคนจนตรอกที่ไร้ค่า ให้กลายเป็นมังกรที่กล้าผงาดฟ้า ขอบคุณนะครับ ที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน"
บทที่ 68 ค้าขายราบรื่น (1)เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวจากลูกค้าคนอื่น ๆ และจากคนที่เดินเข้ามามุงดู"สุดยอด! ของแท้จริง ๆ ด้วย!"อู๋หลิวยิ้มรับคำชมอย่างอ่อนน้อม ก่อนจะหันขวับไปหาเถ้าแก่เหิงที่กำลังยืนขาสั่นเหงื่อแตกพลั่กอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล"ว่ายังไงคะเถ้าแก่เหิง?" อู๋หลิวเอียงคอถามเสียงหวานแต่ทว่าแววตากลับเชือดเฉือนเอาเรื่อง "ผลออกมาแล้ว ถึงเวลาทำตามสัญญาหรือยังคะ?"เถ้าแก่เหิงหน้าแดงสลับเขียว เขาพยายามจะเดินเลี่ยงหนี "เอ่อ...วันนี้ฉันรีบ ฉันมีธุระที่ต้องรีบไปจัดการ เอาเป็นว่า! ฝากไว้ก่อนเถอะ!" คำแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ ฟังยังไงก็ฟังไม่ขึ้นหมับ!มือแข็งแกร่งคู่หนึ่งคว้าเข้าที่หัวไหล่ของเถ้าแก่เหิง ฟ่านอี้เอี้ยวตัวมายืนตระหง่านขวางทางไว้ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนลูกน้องของเถ้าแก่เหิงไม่กล้าขยับไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว"ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำครับ" ฟ่านอี้กดเสียงต่ำเพื่อให้ตนดูน่าเกรงขาม "ก้มหัวขอโทษป้ายร้านภรรยาผม เดี๋ยวนี้!"แรงกดดันจากฟ่านอี้และสายตากดดันจากฝูงชน ทำให้เถ้าแก่เหิงไม่มีทางเลือก เขาเดินคอ
บทที่ 67 ถูกกล่าวหา (3)บรรยากาศภายในร้านตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด คำท้าทายของอู๋หลิวดังก้องกังวานราวกับเสียงระฆังประหาร อู๋หลิวยืนกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ สายตาคมกริบของหล่อนจ้องมองเถ้าแก่เหิงที่ไม่ยอมหลบตาของหล่อนเช่นกัน"แต่ถ้าเป็นของปลอม ฉันยินดีปิดร้านทันที และยินดีจ่ายค่าเสียหายให้เถ้าแก่เป็นเงิน 10 เท่าของราคาสินค้า!" ข้อเสนอนี้ของหล่อน ทำให้อีกฝ่ายเบิกตากว้างลุกวาวขณะเดียวกันเสียงฮือฮาของลูกค้าในร้านก็ดังระงมไปทั่วทั้งร้าน ลูกค้าต่างพากันซุบซิบถึงความใจกล้าบ้าบิ่นของเธอกับเดิมพันที่สูงลิบลิ่วข้อนั้น"แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นของจริงแล้วล่ะก็…" อู๋หลิวหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้น "เถ้าแก่เหิงจะต้องก้มหัวขอโทษที่ป้ายหน้าร้านของฉัน ต่อหน้าธารกำนัล เดี๋ยวนี้! ตกลงไหมคะ?"เถ้าแก่เหิงหน้ากระตุกไปครึ่งซีก คล้ายว่านี่เป็นลางร้ายบอกเหตุ แต่ด้วยทิฐิและด้วยความมั่นใจในสายตาตัวเองที่ดูหยกมาค่อนชีวิต เขาจึงเลือกแสยะยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า"ได้! นังหนู! แกฆ่าตัวตายชัด ๆ เตรียมปิดร้านได้เลย! ยังไงซ
บทที่ 67 ถูกกล่าวหา (2)"ไหนดูซิ ร้านเศรษฐีใหม่มีอะไรดีนักหนา คนถึงได้แวะมาอุดหนุนไม่ขาดสาย" เถ้าแก่เหิงเดินชนลูกค้าคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ ตรงดิ่งไปที่ตู้โชว์แหวนหยก เขาหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมาส่องแบบลวก ๆ แล้วแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะตะเบ็งเสียงดังลั่นเพื่อทำให้ลูกค้าคนอื่นแตกตื่น"เฮ้ย! นี่มันหยกปลอมนี่หว่า!" เสียงตะโกนของเขาทำให้ทั้งร้านเงียบกริบ ลูกค้าที่กำลังจะควักเงินออกจากกระเป๋าชะงักมือทันที หันมามองเถ้าแก่เหิงด้วยความตกใจ"ดูสิครับทุกคน!" เถ้าแก่เหิงชูแหวนขึ้นสูง พูดต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวทรงอำนาจ "สีเขียวสดขนาดนี้ เนื้อใสปิ๊งขนาดนี้ มันเป็นไปไม่ได้! ธรรมชาติของหยกต้องมีตำหนิ ต้องมีลายหิน แต่นี่มันสวยเกินจริง! ย้อมสีชัดๆ!"เคร้ง!เขาปาแหวนลงบนตู้กระจกเสียงดัง "ร้านนี้มันหลอกลวงผู้บริโภค! เอาเศษแก้วมาย้อมสีขายแพง ๆ คุณหญิงคุณนายทั้งหลายระวังจะโดนหลอกจนหมดตัวเอานะครับ!"ทันทีที่สิ้นเสียงพูดนี้ของเถ้าแก่เหิง เสียงฮือฮาของคุณหญิงคุณนายหลายท่านก็ดังระงมขึ้นมา ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในสายตาลูกค้า
บทที่ 67 ถูกกล่าวหา (1)สองวันต่อมา ณ กิจการค้าขายหอหยกอู๋ฟ่านลูกค้าไฮโซท่านหนึ่งกำลังยืนจ้อง ‘จี้หยกแกะสลักลายปลาคาร์ฟว่ายทวนน้ำ’ ในตู้โชว์ตาไม่กะพริบ ตัวปลาทำจากหยกสองสี คือสีขาวและสีเขียวที่ไล่เฉดสีอย่างเป็นธรรมชาติจนดูเหมือนมีชีวิตจริง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่างฝีมือในยุคนี้ยังทำไม่ได้"คุณนายฟ่านคะ" ลูกค้าเอ่ยเสียงสั่นด้วยความอยากได้ "ชิ้นนี้ ราคาเท่าไหร่คะ? ฉันไม่เคยเห็นงานที่ละเอียดและเนื้อแก้วใสขนาดนี้มาก่อนเลย"อู๋หลิวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มการค้า "ชิ้นนี้ชื่อว่า 'มัจฉาบันดาลโชค' ค่ะ เป็นงานชิ้นเดียวในโลก เนื้อหยกเก่าแก่หายาก ดิฉันตั้งราคาไว้ที่…"เธอกระซิบราคาที่ทำให้คนฟังตาโต แต่ด้วยความสวยงามที่สะกดจิต ลูกค้ากลับควักเงินจ่ายทันทีโดยไม่ต่อรองเลยแม้แต่คำเดียว ฟ่านอี้มองดูภรรยาที่กำลังเจรจาการค้าอย่างคล่องแคล่ว เขาหันไปสั่งลูกน้องเบา ๆ ว่า"ดูแลความปลอดภัยให้ดี วันนี้เงินสะพัดมาก และระวังอย่าให้ใครเข้าไปหลังร้านเด็ดขาด!""ครับนาย







