Masukก่อนจะก้าวขาผ่านประตูบานใหญ่เข้าสู่พื้นที่สำนักงานใหญ่ หัวใจของเอ้กระตุกวูบด้วยความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นผู้คนแต่งตัวเนี๊ยบกริบเดินกันขวักไขว่ ความกดดันจากบรรยากาศรอบตัวทำให้ความมั่นใจที่พกมาเริ่มสั่นคลอนไปชั่วเสี้ยววินาที
แต่แล้ว เอ้ก็รีบดึงสติควักสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าจอทันที หน้าจอล็อกสกรีนปรากฏรูปเซลฟีหน้าตัวเองที่จัดมุมแสงอย่างดิบดี พร้อมข้อความคำคมปลุกใจจากคอร์สของโค้ชตุลที่ตั้งเตือนไว้เด่นหรา “ไม่มีอะไรที่ผู้ชายอย่างเราทำไม่ได้ คนหล่อดูดีอย่างเราใครก็อยากได้” เอ้จ้องมองหน้าจอ หลุดขำหึ ๆ ออกมาเบา ๆ แล้วยกมือขึ้นเสยผมจัดทรงให้เข้าที่ แอ่นอกสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นหน้ากลับคืนมาทันที ความหลงตัวเองพุ่งกลับมาเต็มร้อย ร่างสูงก็เก็บมือถือใส่กระเป๋า เชิดคางขึ้นแล้วก้าวเดินย่างสามขุมผ่านฝูงชนตรงไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับทันที เลขาฯ สาวตัวเล็กหน้าเด็กในชุดทำงานเข้ารูปอวดสัดส่วนชวนมอง ส่งยิ้มพิมพ์ใจต้อนรับตามหน้าที่ด้วยมารยาทมืออาชีพ ทว่าในสายตาของเอ้ รอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้เป็นเพียงแค่มารยาททางธุรกิจ ดูรอยยิ้มนั่นสิ... ส่งยิ้มหวานเยิ้มขนาดนี้ ถึงกับเก็บอาการเคลิบเคลิ้มไว้ไม่อยู่เลยสินะ เฮ้อ~ เบื่อจังทำไมต้องหล่อขนาดนี้ด้วยนะเรา สาว ๆ จะต้องอกหักอีกสักกี่คนพระเจ้าจึงจะยอมให้หล่อน้อยลงกันนะ~ "คุณคะ?" เสียงหวานเอ่ยเรียกเบา ๆ เมื่อเห็นลูกค้าหนุ่มยืนนิ่งค้างไป มุมปากหนายกยิ้มกรุ้มกริ่มสะบัดหน้าดึงสติตัวเองกลับมา "ครับ~ ผมเอ้ครับ มาตามนัดประชุมพิจารณาปรับตำแหน่งครับ" เอ้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำดัดจริตเล็กน้อย พร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่มโปรยเสน่ห์ใส่เต็มพิกัด ในหัวมั่นใจเต็มร้อยว่าความเท่ระเบิดระเบ้อของตัวเองกำลังทำให้อีกฝ่ายใจละลาย "อ้อ... ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ" เลขาฯ สาวพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มหวานอ่อนโยนตามสเตปงานบริการที่ดีเยี่ยม เธอมือเรียวผายมือเชิญให้เขาเดินตรงเข้าไปด้านในอย่างสุภาพ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังจินตนาการล่องลอยไปไกลถึงไหนต่อไหน เมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่เข้าสู่ห้องประชุมโอ่อ่า บรรยากาศรอบตัวกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเงียบงัดและแรงกดดันตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ บนโต๊ะไม้ยาวขัดเงารูปตัวยูมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั่งเรียงรายสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ตรงหัวโต๊ะกลับว่างเปล่าไร้เงาของบอสใหญ่ กรรมการอาวุโสวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปลดแว่นตากรอบทองออกวางพิงโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย "เนื่องจากโครงสร้างบริษัทเพิ่งถูกแยกออกเป็นสองส่วนอย่างกะทันหัน พนักงานในหลายแผนกถูกแบ่งกำลังพลออกไป ทำให้สำนักงานใหญ่ตอนนี้ขาดแคลนพนักงานหลายตำแหน่งพร้อมกันแบบเฉียบพลัน... เนื่องจากท่านประธานทั้งสองเพิ่งตกลงหย่าขาดและแยกบริษัทกันอย่างเป็นทางการ ท่านจึงติดธุระยุ่งจนไม่ได้มาร่วมประชุมวันนี้" กรรมการอาวุโสปราบตามองเอกสารในมือแล้วเงยขึ้นสบตาเอ้ "แต่ในเมื่อคุณมาสัมภาษณ์และประเมินผลเรียบร้อย... ทางบอร์ดพิจารณาแล้วว่าเรากำลังต้องการผู้จัดการทั่วไปมารับหน้า พยุงหน้าที่และจัดการภาพรวมทุกอย่างแทนตำแหน่งที่ขาดหายไปชั่วคราวก่อน ถ้าคุณพร้อม..." ดวงตาของเอ้เป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที หัวใจพองโตด้วยความฮึกเหิม "ผมพร้อมครับ!" เอ้โพลงตอบกลับทันควันโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด "แล้วจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ?" กรรมการอีกท่านเลิกคิ้วถามเอ้สูดหายใจลึก ยืดอกผายสไตล์อัลฟาชายผู้พร้อมลุยงานทุกสถานการณ์ "วันนี้... ไม่สิครับ! พรุ่งนี้เช้าผมสแตนด์บายเริ่มงานได้ทันทีเลยครับ!" คณะกรรมการมองหน้ากันไปมาครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ "โอเค... ถ้างั้นเราตกลงรับคุณเข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ส่วนเรื่องรายละเอียดงานและการมอบหมายหน้าที่เชิงลึก เดี๋ยวท่านประธานใหม่อาจจะนัดเรียกพบคุณเพื่อชี้แจงด้วยตัวเองอีกครั้ง" "ได้ครับ! ไม่มีปัญหาเลยครับท่าน" เอ้ตอบรับด้วยความกระตือรือร้น "ส่วนเรื่องผลตอบแทน... เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่สามหมื่นห้าพันบาท ถ้าคุณต้องการยื่นขอปรับเพิ่มฐานเงินเดือน จะต้องทำเรื่องยื่นเอกสารพร้อมเหตุผลประกอบ เพื่อให้ท่านประธานพิจารณาอนุมัติด้วยตัวเอง ถ้าโอเคตามนี้ก็เซ็นสัญญาได้เลย" "ตกลงครับ! ขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านมากครับ!"ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานสาว ประตูกลอนถูกลงไว้อย่างแน่นหนา บรรยากาศด้านในเย็นเฉียบจากแอร์ที่เปิดแข่งกับความหัวร้อนของเจ้าของห้อง ศรีเดินจ้ำอ้าวกระแทกส้นเท้าเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สีหน้ายังคงบึ้งตึงและคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ในขณะเดียวกัน ศรเดินตามเข้ามาเงียบ ๆ ร่างเล็กไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือตกใจอะไรสักนิด เธอเดินตรงไปยังมุมชงกาแฟประจำห้องทันที ภาพลักษณ์ภายนอกของศรอาจจะดูเป็นสาวน้อยแบ๊ว ๆ น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กฝึกงาน แต่รสนิยมจริง ๆ ของเธอสวนทางกับหน้าตาลิบลับ ศรไม่เคยชอบของหวานหรือเครื่องดื่มใส่นมน้ำตาล ของโปรดของเธอคือกาแฟดำเข้มข้นไม่ใส่น้ำตาลสักหยดเพื่อปลุกความตื่นตัว ครืดดดด~ ผงกาแฟคั่วบดอยู่ข้างใน กลิ่นหอมกรุ่นของคาเฟอีนลอยแตะจมูก ผิดกับพี่สาวภายนอกดูเป็นประธานสาวจอมโหด เด็ดขาด และน่าเกรงขาม แต่ศรีชอบของหวาน โดยเฉพาะชาไข่มุกและขนมหวาน ศรเหลือบมองพี่สาวที่กำลังนั่งกอดอกหน้าหงิก ก่อนจะตัดสินใจหยิบแก้วชาไข่มุกพลาสติกใส แก้วเดียวกับที่เอ้เพิ่งซื้อมาฝากที่ถือติดมือเข้ามาด้วย วางแปะลงบนโต๊ะตรงหน้าพี่สาวโดยไม่ต้องเอ่ยถามสักคำ ศรีชะงักไปนิด ดวง
ว้อด.. เดอะ.. ฟัคคคค!! แสงไฟนีออนสาดส่องลงมากระทบกับกองเอกสารและแฟ้มงานตั้งสูงท่วมหัวจนแทบจะกลบมิดร่างสูงของเอ้ที่นั่งหลังจอโต๊ะทำงานในห้องผู้จัดการทั่วไป มือหนาที่เคยจับปากกาเซ็นอนุมัติอย่างมั่นอกมั่นใจ ตอนนี้กลับชะงักค้าง..ไม่รู้จะหยิบอันไหนก่อนดี หมือนมันจะถล่มลงมาทับตายได้ทุกเมื่อถ้าไปแตะต้องไอ้กองกระดาษตรงหน้า "นี่งานรายวัน...หรืองานรายปีวะเนี่ย"มือหนาพลิกเปิดแฟ้มบัญชีหนาเตอะ เล่มแล้วเล่มเล่า รายงานยอดขาย งบประมาณไตรมาส และโปรเจกต์มหาศาลที่ถูกกองสุมไว้ราวกับภูเขาเลากา "ให้ตายสิ..นี่กองเอกสารหรือกองทรายวะเนี่ย เยอะจัด!!" เอ้สบถออกมาเสียงดังลั่นห้อง มือข้างหนึ่งขยี้กลุ่มผมปาดเจลจนยุ่งเหยิง นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตะลึงเมื่อกวาดสายตาไปดูรายการที่เหลืออยู่ อย่าว่าแต่จะไปกินข้าวเย็นกับเลขาฯ สาวตามที่ลั่นวาจาไว้เลย ต่อให้ใช้เวลาทำงานหามรุ่งหามค่ำติดต่อกันสิบวันสิบคืน งานกองนี้ก็ไม่มีทางเสร็จทันหรอก!Rrrrrr โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะแผดเสียงร้องดังขึ้นมาในเวลาเลิกงานดังลอดออกมาขัดจังหวะความเครียดพอดิบพอดี"ว่าไง""เลิกงานแล้วไปไหนกันดี""ไม่ต้องโทรหากูเดือนนึ
เอ้ส่งเสียงนุ่มทุ้มชวนฝัน พลางเลื่อนแก้วชาไข่มุกเข้าไปใกล้ศรมากขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูระคนอยากหยอกเย้า "พอดีพี่ผ่านร้านข้างล่างสีหวานสวยของชาทำให้นึกถึงใบหน้าหวานๆ ของน้อวก็เลยซื้อมาฝากดื่มแล้วจะได้ชื่นใจหายเหนื่อยไงคะ" ศรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองแก้วชาไข่มุกสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่่พยายามส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ ภายใต้ใบหน้าใสซื่ออินโนเซนต์และรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แย้มกว้างจนแก้มปรินั้น สมองอันฉลาดเป็นกรดของเลขานุการสาวกลับกำลังแล่นฉิวด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด หึ... เด็กนี่... มาทำท่าทางกรุ้มกริ่มใส่แบบนี้... คงยังไม่รู้สินะว่าสวยสังหารเป็นยังไง ศรคิดในใจอย่างนึกสนุก รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ผุดขึ้นบนใบหน้าจนดูไร้พิษภัยราวกับกระต่ายน้อยในทุ่งลาเวนเดอร์ "อุ้ย~ขอบคุณมากเลยนะคะผู้จัดการ ใจดีจังค่ะ" ศรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ก้มหน้าลงเล็กน้อยทำท่าเขินอายตามบทบาทเด็กสาวใสซื่อ ก่อนจะแกล้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทว่าจังหวะที่เธอยืนขึ้นเต็มความสูงและขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะเพื่อรับแก้วชา ร่างระหงที่ซ่อนรูปอยู่ใต้ชุดทำงานเนื้อบางก็ขยับเข้าหาเอ้ในร
ติ๊ง! เสียงจากลิฟต์โดยสารดังขึ้นพร้อมบานประตูสเตนเลสสีเงินเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงของเอ้ที่ก้าวขาโซเซออกมาเล็กน้อย ฤทธิ์แอลกอฮอล์จากการฉลองตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ทำให้มึนตึ้บมือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากลวก ๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงโฟกัสภาพตรงหน้า ร่างหนายืนปักหลักอยู่หน้าลิฟต์ ห่างจากห้องพักค่อนข้างไกลโข มือข้างที่ว่างกำลังควานหาคีย์์การ์์ดในกระเป๋ากางเกงสแลคอย่างทุลักทุเล "อยู่ไหนวะ.." ติ๊ดๆๆๆ "หนูถึงห้องแล้วค่ะไม่ต้องห่วงเดี๋ยวหนูจัดการเอง.." ทว่า จังหวะนั้นเองสายตาที่พร่ามัวกลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กปุ๊กปิ๊กของใครบางคนที่กำลังยืนทาบคีย์การ์ดหน้าห้องฝั่งตรงข้าม "เอ๊ะ..นั่นมัน?" เอ้ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินมองร่างของหญิงสาวตัวเล็กจิ๋วในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีครีมอ่อนละมุนสะดุดใจ เส้นผมสีดำสนิทตัดทรงหน้าม้าหนานุ่มรับกับหน้าผากมน ดวงตากลมโตบ้องแบ๋ว เรือนร่างบอบบางไซส์มินิที่สูงแค่ไหล่ ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็กสาวสไตล์ญี่ปุ่น ให้ตายสิ... เอ้กะพริบตาปริบ ๆ ไล่ความมึนเมาออกจากหัว สมองที่แล่นช้าลงเพราะแอลกอฮอล์เริ่มประมวลผลชัดเจนขึ้นเรื่อย
"นี่พี่ลาหยุดงานมาสามวันแล้วนะ ประชุมบอร์ดวันนี้ก็ไม่ยอมเข้า เอกสารกองโตบนโต๊ะหนูเคลียร์ไม่ไหวแล้วนเนี่ย" คนนอนกางแขนกางขาบนเตียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ยกมือขึ้นขยี้หัวฟู ๆ ของตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า "พี่ลาพักร้อน" "ไม่มีให้ลาค่ะนั่นบริษัทของคุณนะคะคุณประธาน คุณต้องไปจัดการเองจ้า" "ให้ทางบอร์ดจัดการกันเองก่อนสิ พี่จะนอนพักผ่อน ไม่เห็นรึไงว่าสมองจะระเบิดอยู่แล้ว" ศรีเบะปากทำหน้ามุ้ย ทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนฟูกนุ่มอีกรอบอย่างดื้อดึง "หมดเวลาแล้วค่ะ! แค่สามวันบริษัทก็วุ่นวายกันจะแย่แล้ว... อ้อ จริงสิ พี่ศรี วันนี้หนูเพิ่งรับพนักงานใหม่เข้ามาทำตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ด้วยนะ" "อือ..." "เม้าท์ให้ฟัง เป็นผู้ชายที่ตลกมากกกก" "อือ ๆ " "ในใบสมัครระบุว่าอายุ 25 ปี แต่วางมาดเหมือนอาเสี่ยใหญ่ ดูแก่แดดแก่ลมสุด ๆ เขาหน้าตาหล่อนะ แต่ขี้เก๊กมากกกก~ แถมยังชอบทำท่าลอย ๆ เหมือนพวกช่างจินตนาการเพ้อฝันตลอดเวลาด้วยนะ" "แล้วยังไงต่อ?" "ใส่น้ำหอมกลิ่นเก่า ๆ ด้วยกลิ่นฉุนกึกเตะจมูกสุด ๆ อะ คนนี้แหละที่ทางเราเพิ่งรับเข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่" "ใ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามากระทบบนเตียงนอนยับยู่ยี่ ภายในห้องนอนกว้างขวางอบอวลไปด้วยความสงบ อยู่คอนโดคนเดียวก็ดีแบบนี้ ร่างบางในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นจู๋นอนกระดิกขาไปมาอย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตากลมโตจดจ่ออยู่กับหน้าจอยเกมส์ นิ้วเรียวเล็กกดรัว ๆ เล่นเกมต่อสู้ข้ามวันข้ามคืนจนขอบตาดำคล้ำ ข้างกายมีกระป๋องน้ำอัดลมสีแดงสดที่เปิดดื่มจนหมดเกลี้ยงวางเกลื่อนกลาดอยู่หลายใบ ซองขนมขบเคี้ยวและเศษสาหร่ายที่ร่วงกราวเกลื่อนฟูก เจ้าตัวปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือหนีโลกภายนอกและภาระงานทั้งหมดมาเป็นวันที่สามแล้ว แสงแดดยามบ่ายคล้อยทอดตัวเป็นแนวยาวผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเนื้อบางเบา สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวางสไตล์มินิมอลของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง บรรยากาศเงียบสงบอบอวลไปด้วยความอึมครึมจากมรสุมชีวิตที่เพิ่งโถมเข้ามาใส่เจ้าของห้อง แกร๊ก... เสียงกลอนประตูห้องนอนถูกปลดล็อก พร้อมกับการปรากฏร่างของสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ปากบางแยกเขี้ยวจนเผยให้เห็นเหล็กดัดฟันสีชมพู ในชุดกระโปรงสั้นสีพาสเทลที่ถือวิสาสะไขคีย์การ์ดสำรองเข้ามาเองโดยไม่ต้องเคาะ "พี่ศรี" เสียงใส






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
