Masuk"นี่พี่ลาหยุดงานมาสามวันแล้วนะ ประชุมบอร์ดวันนี้ก็ไม่ยอมเข้า เอกสารกองโตบนโต๊ะหนูเคลียร์ไม่ไหวแล้วนเนี่ย"
คนนอนกางแขนกางขาบนเตียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ยกมือขึ้นขยี้หัวฟู ๆ ของตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า "พี่ลาพักร้อน" "ไม่มีให้ลาค่ะนั่นบริษัทของคุณนะคะคุณประธาน คุณต้องไปจัดการเองจ้า" "ให้ทางบอร์ดจัดการกันเองก่อนสิ พี่จะนอนพักผ่อน ไม่เห็นรึไงว่าสมองจะระเบิดอยู่แล้ว" ศรีเบะปากทำหน้ามุ้ย ทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนฟูกนุ่มอีกรอบอย่างดื้อดึง "หมดเวลาแล้วค่ะ! แค่สามวันบริษัทก็วุ่นวายกันจะแย่แล้ว... อ้อ จริงสิ พี่ศรี วันนี้หนูเพิ่งรับพนักงานใหม่เข้ามาทำตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ด้วยนะ" "อือ..." "เม้าท์ให้ฟัง เป็นผู้ชายที่ตลกมากกกก" "อือ ๆ " "ในใบสมัครระบุว่าอายุ 25 ปี แต่วางมาดเหมือนอาเสี่ยใหญ่ ดูแก่แดดแก่ลมสุด ๆ เขาหน้าตาหล่อนะ แต่ขี้เก๊กมากกกก~ แถมยังชอบทำท่าลอย ๆ เหมือนพวกช่างจินตนาการเพ้อฝันตลอดเวลาด้วยนะ" "แล้วยังไงต่อ?" "ใส่น้ำหอมกลิ่นเก่า ๆ ด้วยกลิ่นฉุนกึกเตะจมูกสุด ๆ อะ คนนี้แหละที่ทางเราเพิ่งรับเข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่" "ให้ทำงานแทนพี่ไปเลยได้ไหมล่ะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่อยากออกจากห้องเลยสักนิด" "ไม่ได้ค่ะ! พี่ก็ต้องไปสั่งงานเขาเองสิคะ หนูเป็นเลขาฯ หน้าห้องต้องคีพลุคสาวน่ารักเรียบร้อยแบบนางฟ้า ส่วนพี่เป็นเจ้าของบริษัทก็ต้องสวมวิญญาณนางมารร้ายสิ คิกคิก" ศรพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เปลี่ยนโหมดกลับมาคุยเล่นเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ "ตรรกะบ้าบออะไรวะเนี่ย..." ศรีส่ายหัวเอือมระอา ขยับตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง "ไป ๆ ๆ ลุกขึ้นไปอาบน้ำทำสวยได้แล้วค่ะคุณพี่ พรุ่งนี้เช้าเราต้องไปทำงานกันแต่เช้าตรู่เลยนะ!" "เก็บห้องให้หน่อยสิไม่มีแรงขยับตัวแล้วเนี่ย" "ทำไมไม่จ้างแม่บ้านมาทำเล่า!" "ก็ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้ามาเดินยุ่มย่ามในห้องส่วนตัวนี่นา..." ผู้เป็นน้องถอนหายใจพรืดออกมาเสียงดังด้วยความหมั่นไส้ เดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องนอน กวาดสายตามองสภาพห้องที่รกรากราวกับรังหนู แก้มป่อง ๆ พองลมด้วยความขัดใจสุดขีด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเตียงยวบยาบ "สภาพห้องแบบนี้... นี่เหรอคนเกิดก่อนฉันตั้งห้าปี! นี่มันเด็กหญิงศิรินภาชัด ๆ หน้าตาก็ยับเยินผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนคนบ้า ชุดนอนก็ย้วยแถมยังนอนกินขนมเกลื่อนเตียงเหมือนเด็กอนุบาลไม่มีผิดรู้ถึงไหนอายถึงนั่นนะคะ ท่านประธาน!" น้องสาวคนสวยดึงแขนพี่สาวพลางทำหน้ามุ้ยใส่ ปากก็บ่นเจื้อยแจ้วชุดใหญ่ไม่มีหยุด "ก็คนมันเหนื่อยนี่นา! เครียดเรื่องหย่ากับอดีตสามีไม่พอ ยังต้องมาแบ่งบริษัทกับผู้ชายเห็นแก่ตัวอีก สมองฉันจะระเบิดตายอยู่แล้วน้าา!" คนเป็นพี่โวยวายเสียงหลง ทิ้งตัวหงายหลังลงไปนอนแผ่หลาบนเตียงอีกรอบ ยกมือขึ้นตีที่นอนปั๊ก ๆ เหมือนเด็ก ๆ เอาแต่ใจ "เกลียดผู้ชายแล้วจะทำอะไรได้นอกจากใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปล่ะคะ เบื่อแค่ไหนก็ต้องตื่นไปสะสางงานที่ค้างคาอยู่ดีค่ะคุณพี่! เอกสารกองโตบนโต๊ะรอให้เซ็นอนุมัติจนล้นตู้แล้ว ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ยอมเข้าไปเคลียร์เองที่บริษัทนะ ศรจะเทงานแล้วบินไปเที่ยวเกาหลีคนเดียวจริง ๆ ด้วย!" ศรยื่นหน้าเข้าไปขู่เสียงแข็งคนนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความขัดใจ ปิดเปลือกตาลงหนีความจริงตรงหน้าอย่างจำยอม เมื่อรู้ว่าน้องสาวตัวแสบเอาจริงแน่ถ้าเธอขืนดื้อต่อ "อย่านะ... เออ ๆ ก็บอกว่าจะไปไงเล่า! พรุ่งนี้เช้าฉันจะถ่อสังขารไปเคลียร์งานที่บริษัทให้จบ ๆ เลิกบ่นสักทีเถอะยัยศร บ่นเป็นคุณแม่แก่ ๆ ไปได้" "ดี ก็แค่เนี้ย~... ต้องให้มาตามถึงห้อง อายุ 35 หรือ 3 ขวบกันแน่เนี่ย เฮ้อ~" "ศร..." "อะไรอี้ก?" "หิวข้าว... ทำอะไอร่อย ๆ ให้กินหน่อยสิ" "ทำไมไม่สั่งฟู้ดเดลิเวอรีเล่า!" "ก็ฝีมือแกทำอร่อยกว่าตั้งเยอะนี่นา นะ ๆ ๆ นะน้องสาวคนสวยของพี่" "เฮ้อ... ทำไมชาติที่แล้วฉันต้องทำกรรมร่วมมากับพี่ที่ทำตัวเหมือนน้องสาวแบบนี้ด้วยเนี่ย ช่างเวรกรรมจริง ๆ!" ศรบ่นกระปอดกระแปดยอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าเดินออกจากห้องนอนเพื่อตรงไปยังห้องครัว "เย้! เดี๋ยวรีบไปอาบน้ำเลย ทำอาหารอร่อย ๆ รอเลยนะ!" ศรียิ้มร่าเริงดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความกระตือรือร้นทันที ทิ้งให้น้องสาวตัวเล็กยืนส่ายหัวอยู่คนเดียวด้วยความเอือระอาในความกะล่อนของพี่สาวตัวเอง แม้ภายนอกเวลาทำงานเจ้าตัวจะดูใสๆ ไร้พิษสงแต่เวลาอยู่กับพี่สาวแท้ ๆ กลับกลายร่างเป็นน้องสาวจอมจู้จี้ที่รู้ไส้รู้พุงทุกอย่าง ผิดกับพี่สาวตัวดีที่แม้จะอายุเข้า 35 และมีดีกรีเป็นถึงประธานสาวสุดเเซ่บ ปากคอเราะร้าย ดุเดือดจนพนักงานในบริษัทพากันเกรงกลัว แต่พออยู่บ้านกลับทำตัวเหลวเป๋วปัญญาอ่อนให้เห็นกันสองคนภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานสาว ประตูกลอนถูกลงไว้อย่างแน่นหนา บรรยากาศด้านในเย็นเฉียบจากแอร์ที่เปิดแข่งกับความหัวร้อนของเจ้าของห้อง ศรีเดินจ้ำอ้าวกระแทกส้นเท้าเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สีหน้ายังคงบึ้งตึงและคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ในขณะเดียวกัน ศรเดินตามเข้ามาเงียบ ๆ ร่างเล็กไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือตกใจอะไรสักนิด เธอเดินตรงไปยังมุมชงกาแฟประจำห้องทันที ภาพลักษณ์ภายนอกของศรอาจจะดูเป็นสาวน้อยแบ๊ว ๆ น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กฝึกงาน แต่รสนิยมจริง ๆ ของเธอสวนทางกับหน้าตาลิบลับ ศรไม่เคยชอบของหวานหรือเครื่องดื่มใส่นมน้ำตาล ของโปรดของเธอคือกาแฟดำเข้มข้นไม่ใส่น้ำตาลสักหยดเพื่อปลุกความตื่นตัว ครืดดดด~ ผงกาแฟคั่วบดอยู่ข้างใน กลิ่นหอมกรุ่นของคาเฟอีนลอยแตะจมูก ผิดกับพี่สาวภายนอกดูเป็นประธานสาวจอมโหด เด็ดขาด และน่าเกรงขาม แต่ศรีชอบของหวาน โดยเฉพาะชาไข่มุกและขนมหวาน ศรเหลือบมองพี่สาวที่กำลังนั่งกอดอกหน้าหงิก ก่อนจะตัดสินใจหยิบแก้วชาไข่มุกพลาสติกใส แก้วเดียวกับที่เอ้เพิ่งซื้อมาฝากที่ถือติดมือเข้ามาด้วย วางแปะลงบนโต๊ะตรงหน้าพี่สาวโดยไม่ต้องเอ่ยถามสักคำ ศรีชะงักไปนิด ดวง
ว้อด.. เดอะ.. ฟัคคคค!! แสงไฟนีออนสาดส่องลงมากระทบกับกองเอกสารและแฟ้มงานตั้งสูงท่วมหัวจนแทบจะกลบมิดร่างสูงของเอ้ที่นั่งหลังจอโต๊ะทำงานในห้องผู้จัดการทั่วไป มือหนาที่เคยจับปากกาเซ็นอนุมัติอย่างมั่นอกมั่นใจ ตอนนี้กลับชะงักค้าง..ไม่รู้จะหยิบอันไหนก่อนดี หมือนมันจะถล่มลงมาทับตายได้ทุกเมื่อถ้าไปแตะต้องไอ้กองกระดาษตรงหน้า "นี่งานรายวัน...หรืองานรายปีวะเนี่ย"มือหนาพลิกเปิดแฟ้มบัญชีหนาเตอะ เล่มแล้วเล่มเล่า รายงานยอดขาย งบประมาณไตรมาส และโปรเจกต์มหาศาลที่ถูกกองสุมไว้ราวกับภูเขาเลากา "ให้ตายสิ..นี่กองเอกสารหรือกองทรายวะเนี่ย เยอะจัด!!" เอ้สบถออกมาเสียงดังลั่นห้อง มือข้างหนึ่งขยี้กลุ่มผมปาดเจลจนยุ่งเหยิง นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตะลึงเมื่อกวาดสายตาไปดูรายการที่เหลืออยู่ อย่าว่าแต่จะไปกินข้าวเย็นกับเลขาฯ สาวตามที่ลั่นวาจาไว้เลย ต่อให้ใช้เวลาทำงานหามรุ่งหามค่ำติดต่อกันสิบวันสิบคืน งานกองนี้ก็ไม่มีทางเสร็จทันหรอก!Rrrrrr โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะแผดเสียงร้องดังขึ้นมาในเวลาเลิกงานดังลอดออกมาขัดจังหวะความเครียดพอดิบพอดี"ว่าไง""เลิกงานแล้วไปไหนกันดี""ไม่ต้องโทรหากูเดือนนึ
เอ้ส่งเสียงนุ่มทุ้มชวนฝัน พลางเลื่อนแก้วชาไข่มุกเข้าไปใกล้ศรมากขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูระคนอยากหยอกเย้า "พอดีพี่ผ่านร้านข้างล่างสีหวานสวยของชาทำให้นึกถึงใบหน้าหวานๆ ของน้อวก็เลยซื้อมาฝากดื่มแล้วจะได้ชื่นใจหายเหนื่อยไงคะ" ศรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองแก้วชาไข่มุกสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่่พยายามส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ ภายใต้ใบหน้าใสซื่ออินโนเซนต์และรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แย้มกว้างจนแก้มปรินั้น สมองอันฉลาดเป็นกรดของเลขานุการสาวกลับกำลังแล่นฉิวด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด หึ... เด็กนี่... มาทำท่าทางกรุ้มกริ่มใส่แบบนี้... คงยังไม่รู้สินะว่าสวยสังหารเป็นยังไง ศรคิดในใจอย่างนึกสนุก รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ผุดขึ้นบนใบหน้าจนดูไร้พิษภัยราวกับกระต่ายน้อยในทุ่งลาเวนเดอร์ "อุ้ย~ขอบคุณมากเลยนะคะผู้จัดการ ใจดีจังค่ะ" ศรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ก้มหน้าลงเล็กน้อยทำท่าเขินอายตามบทบาทเด็กสาวใสซื่อ ก่อนจะแกล้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทว่าจังหวะที่เธอยืนขึ้นเต็มความสูงและขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะเพื่อรับแก้วชา ร่างระหงที่ซ่อนรูปอยู่ใต้ชุดทำงานเนื้อบางก็ขยับเข้าหาเอ้ในร
ติ๊ง! เสียงจากลิฟต์โดยสารดังขึ้นพร้อมบานประตูสเตนเลสสีเงินเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงของเอ้ที่ก้าวขาโซเซออกมาเล็กน้อย ฤทธิ์แอลกอฮอล์จากการฉลองตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ทำให้มึนตึ้บมือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากลวก ๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงโฟกัสภาพตรงหน้า ร่างหนายืนปักหลักอยู่หน้าลิฟต์ ห่างจากห้องพักค่อนข้างไกลโข มือข้างที่ว่างกำลังควานหาคีย์์การ์์ดในกระเป๋ากางเกงสแลคอย่างทุลักทุเล "อยู่ไหนวะ.." ติ๊ดๆๆๆ "หนูถึงห้องแล้วค่ะไม่ต้องห่วงเดี๋ยวหนูจัดการเอง.." ทว่า จังหวะนั้นเองสายตาที่พร่ามัวกลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กปุ๊กปิ๊กของใครบางคนที่กำลังยืนทาบคีย์การ์ดหน้าห้องฝั่งตรงข้าม "เอ๊ะ..นั่นมัน?" เอ้ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินมองร่างของหญิงสาวตัวเล็กจิ๋วในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีครีมอ่อนละมุนสะดุดใจ เส้นผมสีดำสนิทตัดทรงหน้าม้าหนานุ่มรับกับหน้าผากมน ดวงตากลมโตบ้องแบ๋ว เรือนร่างบอบบางไซส์มินิที่สูงแค่ไหล่ ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็กสาวสไตล์ญี่ปุ่น ให้ตายสิ... เอ้กะพริบตาปริบ ๆ ไล่ความมึนเมาออกจากหัว สมองที่แล่นช้าลงเพราะแอลกอฮอล์เริ่มประมวลผลชัดเจนขึ้นเรื่อย
"นี่พี่ลาหยุดงานมาสามวันแล้วนะ ประชุมบอร์ดวันนี้ก็ไม่ยอมเข้า เอกสารกองโตบนโต๊ะหนูเคลียร์ไม่ไหวแล้วนเนี่ย" คนนอนกางแขนกางขาบนเตียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ยกมือขึ้นขยี้หัวฟู ๆ ของตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า "พี่ลาพักร้อน" "ไม่มีให้ลาค่ะนั่นบริษัทของคุณนะคะคุณประธาน คุณต้องไปจัดการเองจ้า" "ให้ทางบอร์ดจัดการกันเองก่อนสิ พี่จะนอนพักผ่อน ไม่เห็นรึไงว่าสมองจะระเบิดอยู่แล้ว" ศรีเบะปากทำหน้ามุ้ย ทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนฟูกนุ่มอีกรอบอย่างดื้อดึง "หมดเวลาแล้วค่ะ! แค่สามวันบริษัทก็วุ่นวายกันจะแย่แล้ว... อ้อ จริงสิ พี่ศรี วันนี้หนูเพิ่งรับพนักงานใหม่เข้ามาทำตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ด้วยนะ" "อือ..." "เม้าท์ให้ฟัง เป็นผู้ชายที่ตลกมากกกก" "อือ ๆ " "ในใบสมัครระบุว่าอายุ 25 ปี แต่วางมาดเหมือนอาเสี่ยใหญ่ ดูแก่แดดแก่ลมสุด ๆ เขาหน้าตาหล่อนะ แต่ขี้เก๊กมากกกก~ แถมยังชอบทำท่าลอย ๆ เหมือนพวกช่างจินตนาการเพ้อฝันตลอดเวลาด้วยนะ" "แล้วยังไงต่อ?" "ใส่น้ำหอมกลิ่นเก่า ๆ ด้วยกลิ่นฉุนกึกเตะจมูกสุด ๆ อะ คนนี้แหละที่ทางเราเพิ่งรับเข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่" "ใ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามากระทบบนเตียงนอนยับยู่ยี่ ภายในห้องนอนกว้างขวางอบอวลไปด้วยความสงบ อยู่คอนโดคนเดียวก็ดีแบบนี้ ร่างบางในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นจู๋นอนกระดิกขาไปมาอย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตากลมโตจดจ่ออยู่กับหน้าจอยเกมส์ นิ้วเรียวเล็กกดรัว ๆ เล่นเกมต่อสู้ข้ามวันข้ามคืนจนขอบตาดำคล้ำ ข้างกายมีกระป๋องน้ำอัดลมสีแดงสดที่เปิดดื่มจนหมดเกลี้ยงวางเกลื่อนกลาดอยู่หลายใบ ซองขนมขบเคี้ยวและเศษสาหร่ายที่ร่วงกราวเกลื่อนฟูก เจ้าตัวปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือหนีโลกภายนอกและภาระงานทั้งหมดมาเป็นวันที่สามแล้ว แสงแดดยามบ่ายคล้อยทอดตัวเป็นแนวยาวผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเนื้อบางเบา สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวางสไตล์มินิมอลของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง บรรยากาศเงียบสงบอบอวลไปด้วยความอึมครึมจากมรสุมชีวิตที่เพิ่งโถมเข้ามาใส่เจ้าของห้อง แกร๊ก... เสียงกลอนประตูห้องนอนถูกปลดล็อก พร้อมกับการปรากฏร่างของสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ปากบางแยกเขี้ยวจนเผยให้เห็นเหล็กดัดฟันสีชมพู ในชุดกระโปรงสั้นสีพาสเทลที่ถือวิสาสะไขคีย์การ์ดสำรองเข้ามาเองโดยไม่ต้องเคาะ "พี่ศรี" เสียงใส







