مشاركة

แก่นแท้

last update تاريخ النشر: 2025-06-25 23:35:14

หลังจากผ่านการต่อสู้ครั้งแรกที่น่าตื่นเต้น ทั้งฮารุกะและคิชิโระก็ออกเดินสำรวจเหมืองลึกเข้าไปอีกครั้งด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ไฟฉายของคิชิโระฉายนำทางส่องไปรอบ ๆ เผยให้เห็นโพรงถ้ำที่ซับซ้อนและอุโมงค์ที่ทอดลึกเข้าไปในความมืดมิด กลิ่นสนิมและดินชื้นยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อพวกเขาเดินทางเข้าไปใกล้ส่วนลึกของเหมือง

"เงียบจังเลยนะ" ฮารุกะกระซิบ เสียงเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "เงียบกว่าเมื่อกี้อีก"

คิชิโระพยักหน้า มือเขากำมีดอาคมแน่น "บางทีพวกมันอาจจะซุ่มโจมตีอยู่ก็ได้ เตรียมตัวให้พร้อมนะฮารุกะ"

นาฬิกาอาคมบนข้อมือของฮารุกะยังคงนิ่งสนิท บ่งบอกว่าไม่มีเงาปีศาจอยู่ใกล้ ๆ ในรัศมีที่ตรวจจับได้ แต่ความรู้สึกอึดอัดและหนักอึ้งในอากาศเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่ใช่ความหนาวเย็นธรรมดา แต่เป็นความเย็นเยือกที่แทรกซึมไปถึงกระดูก คล้ายกับมีพลังงานมืดบางอย่างแผ่ออกมา

"ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเฝ้ามองเราอยู่นะคิชิโระ" ฮารุกะกล่าว พลางกอดแขนตัวเองแน่นเพื่อคลายความหนาวเย็น "มันไม่ใช่เงาปีศาจตัวเล็ก ๆ แบบเมื่อกี้แน่"

คิชิโระหยุดเดินทันที เขาชูไฟฉายขึ้นสูง กวาดไปรอบ ๆ ผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุระยิบระยับ "นายรู้สึกได้เหรอ?"

"ใช่...มันเหมือนลมหายใจเย็นยะเยือกที่เป่ารดต้นคอฉันตลอดเวลาเลย" ฮารุกะตอบ ดวงตาของเธอกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างระแวง

ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของเหมือง มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องแหลมสูงแบบเงาปีศาจตัวแรก แต่เป็นเสียงต่ำ ๆ ทุ้ม ๆ คล้ายเสียงคำรามครางของสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นขึ้น เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโถงถ้ำ ทำให้ก้อนกรวดเล็ก ๆ บนพื้นสั่นกระดิก

"นั่นอะไรน่ะ!" คิชิโระอุทาน เขาจับมือฮารุกะแน่นเตรียมพร้อมที่จะวิ่งหรือสู้

เสียงคำรามนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับความรู้สึกกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงจนฮารุกะแทบจะหายใจไม่ออก นาฬิกาอาคมของเธอสว่างวาบขึ้นเป็นสีแดงสดทันที ตัวเลขระยะห่างกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนที่ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง: "อันตราย! อันตราย! พลังงานมืดสูงผิดปกติ!"

"มันอยู่ใกล้แล้ว! คิชิโระ! พลังงานมันสูงมาก!" ฮารุกะตะโกน เธอเห็นลูกศรบนหน้าปัดนาฬิกาชี้ตรงไปที่อุโมงค์ขนาดใหญ่เบื้องหน้าพวกเขา

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เตรียมตัว ร่างเงาขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุความมืดออกมา มันใหญ่โตกว่าเงาปีศาจตัวแรกหลายเท่าตัว รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่จนเกือบจะชนเพดานถ้ำ แขนของมันยาวลากพื้น เล็บแหลมคมเป็นประกายสีดำทมิฬ ดวงตาสีแดงก่ำของมันไม่ได้มีเพียงคู่เดียว แต่เป็นดวงตาหลายดวงที่กระจัดกระจายอยู่บนใบหน้าอันบิดเบี้ยว และแต่ละดวงก็ลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความอาฆาตมาดร้าย มันส่งเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเหมือง

"ให้ตายสิ! นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย!" คิชิโระสบถ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเงาปีศาจตัวนี้ มันต่างจากตัวแรกราวฟ้ากับเหว

"นี่คงจะเป็นเงาปีศาจแก่นของที่นี่แน่ ๆ!" ฮารุกะตอบเสียงสั่น เธอพยายามรวบรวมสติ แต่ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้าสู่จิตใจ

เงาปีศาจยักษ์พุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แม้จะมีขนาดใหญ่แต่การเคลื่อนไหวกลับว่องไวเกินคาด คิชิโระก้าวขาออกไปยืนขวางหน้าฮารุกะ เขารวมพลังงานสีขาวนวลไว้ที่ฝ่ามือ แล้วอัญเชิญมีดอาคมคู่ใจออกมา มีดเล่มเดิมที่เคยช่วยเขาเอาชนะเงาปีศาจตัวแรก บัดนี้มันเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ราวกับจะสะท้อนความกล้าหาญของเขา

"ฮารุกะ! นายคอยระวังตัวและมองหาโอกาส! ที่เหลือฉันจะจัดการเอง!" คิชิโระตะโกนบอก เขาพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจยักษ์ทันที ไม่รอให้มันเข้าถึงตัวก่อน การโจมตีแบบไม่คาดฝันทำให้เงาปีศาจยักษ์ชะงักไปชั่วขณะ คิชิโระใช้จังหวะนั้นแทงมีดอาคมเข้าใส่แขนของมันอย่างแรง

ฉัวะ!

เสียงฉีกขาดดังขึ้น ร่างของเงาปีศาจยักษ์กระตุกเล็กน้อย มันส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ แขนที่โดนแทงเริ่มสลายเป็นควันดำ แต่เพียงชั่วพริบตา แขนนั้นก็กลับมารวมตัวกันใหม่เหมือนไม่เคยได้รับบาดเจ็บ

"อะไรกันเนี่ย!" คิชิโระอุทานด้วยความตกใจ "ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้เลยเหรอ!"

เงาปีศาจยักษ์ไม่รอช้า มันเงื้อแขนยาวเรียวขึ้นเหนือศีรษะ แล้วฟาดลงมาใส่คิชิโระอย่างรุนแรง คิชิโระกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว แต่แรงลมจากการฟาดแขนของมันก็ทำให้เขาเซถลาไปชนกับผนังถ้ำอย่างจัง

"อั๊ก!" คิชิโระรู้สึกจุกไปทั้งตัว เขาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างของเงาปีศาจยักษ์ก็เข้าประชิดตัวเขาแล้ว ดวงตาสีแดงก่ำหลายดวงจ้องมองมาที่เขาด้วยความมุ่งร้าย มันยกเท้าขนาดใหญ่ขึ้นเตรียมจะเหยียบย่ำเขา

"คิชิโระ! หลบเร็ว!" ฮารุกะกรีดร้อง เธอรีบมองนาฬิกาอาคม หน้าปัดยังคงแสดงระยะห่าง 1 เมตร ชี้ตรงไปที่เงาปีศาจยักษ์ "ทางขวานาย! มีช่องว่าง!"

คิชิโระได้ยินเสียงฮารุกะ เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายกลิ้งตัวหลบไปทางขวาอย่างรวดเร็ว เท้าของเงาปีศาจยักษ์กระทบพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นถ้ำสั่นสะเทือน ก้อนหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมา

"ขอบใจนะฮารุกะ เกือบไปแล้ว" คิชิโระหายใจหอบถี่ เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือยังคงกำมีดอาคมแน่น "มันฟื้นตัวเร็วเกินไป เราต้องหาจุดอ่อนของมันให้เจอ!"

เงาปีศาจยักษ์ไม่สนใจคำพูดของพวกเขา มันพุ่งเข้าใส่คิชิโระอีกครั้ง คราวนี้มันใช้แขนทั้งสองข้างเหวี่ยงเข้าใส่ราวกับแส้ คิชิโระต้องออกแรงปัดป้องและหลบหลีกอย่างเต็มที่ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด คิชิโระพยายามแทงมีดอาคมเข้าใส่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเงาปีศาจ แต่ทุกครั้งที่แทงเข้าไป ร่างของมันก็จะสลายไปชั่วขณะ แล้วก็ฟื้นตัวขึ้นใหม่ ทำให้เขาไม่สามารถทำความเสียหายที่ถาวรได้เลย

ฮารุกะพยายามใช้สายตาจับจ้องไปที่เงาปีศาจยักษ์ นาฬิกาอาคมของเธอคอยแจ้งเตือนตำแหน่งและระยะห่างของมันตลอดเวลา เธอสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เงาปีศาจฟื้นตัว ร่างของมันจะกระพริบแสงสีดำจาง ๆ เพียงเสี้ยววินาที

"คิชิโระ! ฟังนะ!" ฮารุกะตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเงาปีศาจ "ตอนที่มันฟื้นตัว ร่างของมันจะกระพริบ! ฉันคิดว่าช่วงนั้นแหละคือจังหวะที่มันอ่อนแอที่สุด!"

คิชิโระได้ยินคำพูดของฮารุกะ ดวงตาของเขาเป็นประกาย "จริงเหรอ! งั้นเราต้องโจมตีตอนที่มันกำลังฟื้นตัวสินะ!"

เขาพุ่งเข้าใส่เงาปีศาจอีกครั้ง เขายอมโดนการโจมตีบางส่วนเพื่อให้สามารถเข้าใกล้ได้พอ เงาปีศาจยักษ์ฟาดแขนเข้าใส่ คิชิโระใช้แขนรับแรงกระแทกจากแขนของมัน เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว แต่ก็กัดฟันแน่น มีดอาคมในมือเขาเปล่งแสงสว่างวาบ

ฉัวะ!

คิชิโระแทงมีดอาคมเข้าใส่กลางลำตัวของเงาปีศาจยักษ์อย่างแรง ในจังหวะที่ร่างของมันกำลังกระพริบและสลายตัวไปชั่วขณะพอดี

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!

เสียงกรีดร้องของเงาปีศาจยักษ์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว ร่างของมันเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและสลายตัวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากการสลายตัวเมื่อครู่ มันไม่สามารถรวมตัวกันใหม่ได้อีกแล้ว แขนและขาของมันเริ่มเลือนหายไปในอากาศ ดวงตาสีแดงก่ำของมันหรี่ลงทีละดวงจนดับมืดในที่สุด

ภายในไม่กี่วินาที ร่างกายที่ใหญ่โตของเงาปีศาจก็สลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียง ดวงวิญญาณสีดำสนิท ขนาดใหญ่กว่าดวงวิญญาณตัวแรกหลายเท่าตัว ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ มันส่องประกายเรืองรองด้วยพลังงานมืดมหาศาล และดูเหมือนกำลังจะระเบิดออกในไม่ช้า

"ฮารุกะ! ตอนนี้แหละ! รีบกักเก็บมัน!" คิชิโระตะโกนเสียงแหบพร่า เขาหอบหายใจอย่างหนัก ตัวเขาสั่นเล็กน้อยจากการใช้พลังงานอย่างมหาศาลในการต่อสู้

ฮารุกะไม่รอช้า เธอรีบหยิบขวดกักเก็บดวงวิญญาณออกมาจากกระเป๋า เธอเปิดฝาออกทันที แสงสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกมาจากปากขวด สว่างจ้ายิ่งกว่าตอนกักเก็บวิญญาณตัวแรก เธอร่ายคาถาด้วยเสียงที่มั่นคงและทรงพลัง:

"อาตมันแห่งรัตติกาล สู่กาลผนึก! ผูกพันด้วยอำนาจแห่งแสงและเจตจำนง! ขอจงคืนสู่ภาชนะ จงเป็นดั่งที่ฉันบัญชา! โอม... นะโม... สู่ภวังค์... กลับคืน... บัดนี้!"

คาถาที่เธอร่ายคราวนี้ยาวกว่าเดิม และพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวเธอก็รุนแรงกว่าที่เคย ดวงวิญญาณสีดำสนิทดิ้นรนอย่างรุนแรง มันแผ่รังสีแห่งความมืดออกมารอบตัว ทำให้ฮารุกะรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดและร่ายคาถาต่อไป ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอมุ่งมั่น

คิชิโระยืนอยู่ข้าง ๆ ฮารุกะ มือเขากำมีดอาคมแน่น คอยระแวงรอบข้างเพื่อป้องกันไม่ให้มีอะไรมาขัดขวางการทำพิธีของฮารุกะ เขาเห็นเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผากของเธอ และรู้ว่าเธอต้องใช้พลังงานมากแค่ไหนในการควบคุมดวงวิญญาณขนาดใหญ่นี้

ค่อย ๆ ดวงวิญญาณสีดำสนิทก็ถูกดูดเข้าไปในขวดอย่างช้า ๆ มันพยายามต้านทานจนวินาทีสุดท้าย แต่ในที่สุด พลังแห่งคาถาของฮารุกะก็แข็งแกร่งกว่า ดวงวิญญาณทั้งหมดถูกดูดเข้าไปในขวดจนหมดสิ้น ฮารุกะรีบปิดฝาขวดทันที แสงสีม่วงเข้มก็หรี่ลงและจางหายไป

ฮารุกะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอปล่อยขวดวิญญาณออกจากมืออย่างช้า ๆ ก่อนที่ขาทั้งสองข้างของเธอจะอ่อนแรงลง เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง

คิชิโระทิ้งมีดอาคมลง เขาโผเข้ากอดฮารุกะทันที กอดของเขาแน่นและเต็มไปด้วยความโล่งใจและความภูมิใจ

"ฮารุกะ... นายทำได้แล้ว! เราทำได้แล้ว!" คิชิโระพูดเสียงสั่น เขาเอาใบหน้าซบลงกับไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน

ฮารุกะเองก็สวมกอดตอบ เธอซบหน้าลงกับอกของเขา รับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วของเขา

"เรา...เราทำได้จริง ๆ ด้วยคิชิโระ" ฮารุกะพูดเสียงแผ่ว น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอเล็กน้อย "ฉันกลัวแทบแย่เลยนะ"

"ฉันก็เหมือนกัน" คิชิโระหัวเราะเบา ๆ "แต่เราก็ผ่านมันมาได้"

พวกเขากอดกันแน่นอยู่ครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความรู้สึกโล่งใจและชัยชนะไหลเวียนไปทั่วร่าง หลังจากที่ความกลัวและความตึงเครียดได้หายไป การต่อสู้กับเงาปีศาจยักษ์นั้นหนักหนาสาหัสกว่าที่พวกเขาคิดไว้มากนัก แต่ด้วยความร่วมมือและเชื่อใจซึ่งกันและกัน พวกเขาก็สามารถเอาชนะมันได้สำเร็จ

เมื่อความรู้สึกดีใจเริ่มจางลง ฮารุกะค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอดของคิชิโระ ใบหน้าของเธอแม้จะยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง

"เอาล่ะ เราคงต้องออกไปหาทางอื่นต่อแล้วล่ะ" ฮารุกะกล่าว พลางชูขวดกักเก็บวิญญาณขึ้นมา "วิญญาณตัวนี้คงจะให้เบาะแสอะไรบางอย่างกับเราได้ไม่มากก็น้อย"

คิชิโระพยักหน้า เขายื่นมือไปจับมือของฮารุกะแน่นอีกครั้ง

"ไปกันเถอะ" คิชิโระพูดด้วยรอยยิ้ม "เราจะกลับบ้านกันให้ได้"

ฮารุกะยิ้มตอบ ดวงตาของเธอมุ่งมั่นไม่แพ้กัน ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แม้จะเหนื่อยล้า แต่จิตใจก็เปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมในการก้าวต่อไป

พวกเขาออกเดินลึกเข้าไปในเหมืองอีกครั้ง ทิ้งซากความเสียหายและควันดำจาง ๆ ไว้เบื้องหลัง รางรถเข็นที่บิดเบี้ยวและผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเป็นพยานถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดเมื่อครู่ พวกเขาไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไรอีก แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันทุกสิ่ง เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   รหัส

    สายลมแห่งยามรุ่งอรุณพัดโชยมาปะทะร่าง อิจิ และ ฮารุ ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังทิวทัศน์เบื้องหน้า เผยให้เห็นยอดเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นที่พวกเขาเพิ่งฝ่าฟันออกมา หมอกจางๆ ลอยปกคลุมรอบฐานของภูเขาไฟราวกับผ้าห่มสีขาว กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยมาตามลมเป็นสัญญาณเตือนถึงพลังงานที่ไม่สงบนิ่งที่อยู่ภายใน “นั่นแหละ… ยอดเขาไฟ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “มันดูน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะอิจิ” อิจิพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียด “ใช่… พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากที่นั่นมันมหาศาลมาก ‘ผู้ตื่น’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาในไม่ช้า” ผ้ายันต์แห่งความจริงที่ผนึกอยู่ในฝ่ามือของฮารุเรืองแสงจางๆ เป็นการยืนยันถึงความรู้สึกของอิจิ พวกเขามีเวลาเพียงสองราตรีเท่านั้นก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือด จะปรากฏขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พันธนาการของ ‘ผู้ตื่น’ จะอ่อนแอที่สุด “เราต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” อิจิกล่าว “และเราต้องหารหัสลับแห่งบรรพกาลให้เจอด้วย” “รหัสลับนั่น… มันอยู่ที่ไหนกันนะ?” ฮารุถาม “จิตวิญญาณแห่งต้นไม้บอกแค่ว่ามันอยู่ในผืนป่าแห

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   เจ็บ

    คืนเดือนมืดปกคลุมผืนป่าดิบชื้นทางตอนเหนือของสยามประเทศ แสงจันทร์แทบไม่สามารถส่องผ่านม่านไม้หนาทึบลงมาได้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมกระโชกแรงที่พัดกิ่งไม้ใบหญ้าให้เสียดสีกันเป็นระยะ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบจากวิญญาณแห่งป่า อิจิและฮารุยังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ร่างกายของอิจิอ่อนล้าจากบาดแผลที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนฮารุก็ดูซีดเซียวจากการใช้พลังแห่งชีวิตครั้งล่าสุด แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นที่จะค้นหาผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่ปรากฏในนิมิตของฮารุ “อากาศที่นี่มันแปลกๆ นะอิจิ” ฮารุพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา “มันเย็นยะเยือกกว่าที่ควรจะเป็น… เหมือนมีบางอย่างกำลังจับจ้องเราอยู่” “ใช่… ฉันก็รู้สึกได้” อิจิตอบ เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น “พลังงานที่นี่ไม่ใช่พลังงานของปีศาจ แต่มันเป็นพลังที่เก่าแก่กว่านั้น… ลึกซึ้งกว่านั้น” ตามนิมิตของฮารุ ผ้ายันต์ผืนสุดท้ายถูกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้าในป่าลึกแห่งนี้ ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีแสงสีม่วงเข้มเปล่งออกมาจากรากของมัน “เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมอิจิ?” ฮารุถาม “ฉันหวังว่าอย่างนั้นฮารุ

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   ปริศนา

    ปดปีผ่านไปนับจากเหตุการณ์บน เกาะแห่งม่านหมอก โลกยังคงสงบสุขภายใต้การดูแลของ อิจิ และ ฮารุ พวกเขายังคงทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แห่งสมดุลอย่างเงียบๆ ฮารุในวัย 26 ปี กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชนให้กับเมืองหลวง เธอใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของผู้คนและความผูกพันกับผืนดินในการช่วยฟื้นฟูหมู่บ้านและส่งเสริมการศึกษา อิจิในวัย 30 ปี ยังคงเป็นองครักษ์เงาที่แข็งแกร่งและรอบคอบ แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากผู้ปกป้องส่วนตัวของฮารุ เขากลายเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของเมือง คอยสืบสวนเหตุการณ์แปลกประหลาดที่อาจคุกคามความสงบสุขของประชาชน ผ้ายันต์แห่งความจริงที่เคยเป็นกุญแจสำคัญในการผจญภัยครั้งก่อนๆ บัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอคอยแห่งปัญญาของเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความจริงที่ไม่มีวันถูกลืม แม้โลกจะสงบสุข แต่ภายในใจของอิจิกลับมีความรู้สึกบางอย่างค้างคามาตลอด เขาไม่เคยลืมคำพูดของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ว่า “ข้าจะกลับมา!” และความรู้สึกของเขาบอกว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงม่านบังตา “อิจิ นายยังคงกังวลเรื่องนั้นอยู่หรือเปล่า?” ฮารุถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นในสวนของวังหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้อง

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   ยังไม่สิ้นสุด

    หลังจากทำข้อตกลงกับหัวหน้าเผ่าสึนะ ไคลด์ ไดชิ และดาอิ ก็เริ่มต้นภารกิจที่อันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา การเดินทางสู่ แหล่งพลังอาคมแห่งเงาที่แท้จริง ซึ่งซ่อนอยู่ลึกใต้เกาะแสงอรุณ มีเพียงไคลด์เท่านั้นที่รู้ทางเข้า ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางน้ำใต้ดินที่ซับซ้อน "พวกเราทุกคนต้องรู้ว่าความมืดมิดที่พวกเจ้าเคยทำลายไปนั้น...เป็นแค่ เปลือกนอก ของพลังงานทั้งหมด" ไคลด์กล่าวขณะนำทางพวกเขาไปยังปากถ้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้รากต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ "พลังเงาที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ รักษาสมดุลของผืนดิน เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้พิทักษ์รุ่นก่อนได้ผนึกมันไว้ไม่ให้ถูกผู้ใดครอบครอง" ปากทางสู่ความมืด ปากถ้ำนั้นแคบและมืดมิด มีเพียงแสงจากตะเกียงอาคมที่ดาอิสร้างขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นได้ ไคลด์ลงไปในน้ำก่อน ตามมาด้วยไดชิและดาอิ พวกเขาต้องว่ายน้ำตามกระแสน้ำใต้ดินที่เย็นเฉียบและมืดสนิทไปนานหลายนาที เมื่อกระแสน้ำสงบลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ใน อุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเสียงสะท้อนที่น่าขนลุก พื้นผิวของผนังถ้ำเต็มไปด้วย คริสตัลเงาสีดำ ที่ส่องแสงสลัว ๆ บ่งบอกถึงคว

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   แก้ไข

    สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน อิจิ และ ฮารุ กลับมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบในเมืองหลวงของสยามประเทศ เมืองที่เคยถูกม่านหมอกแห่งการลืมเลือนปกคลุม บัดนี้กลับมาคึกคักและสดใสกว่าเดิม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แม้บาดแผลจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่พวกเขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและสร้างอนาคตที่ดีกว่า ฮารุในวัย 18 ปี เติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตใจที่เมตตา เธอทุ่มเทเวลาให้กับการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เคยถูกทำลาย และช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้พลังแห่งชีวิตจะหายไปจนหมดสิ้น แต่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งของเธอกลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม อิจิยังคงเป็นองครักษ์เงาของเธอ คอยปกป้องเธอจากห่างๆ และเฝ้ามองการเติบโตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสงบสุขที่แท้จริงที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน “อาจารย์ฮารุ! วันนี้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้ฟังคะ?!” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งดังขึ้น เด็กๆ หลายคนมารวมตัวกันรอบๆ ฮารุ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฮารุยิ้มอ่อนโยน “วันนี้อาจารย์จะเล่าเรื่องของ ผู้

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   ปรับเปลี่ยน

    แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาในศาลเจ้าโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า อิจิ และ ฮารุ ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการผจญภัยที่ยาวนาน แต่ดวงตาของทั้งคู่ยังคงฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว หลังจากการเดินทางผ่าน เมืองแห่งความทรงจำ และการเผชิญหน้ากับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ถูกควบคุมโดย ‘ผู้ตื่น’ พวกเขาได้รับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของ ‘ผู้ตื่น’ ที่ต้องการจะลบเลือนความทรงจำของมนุษย์เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันคือผู้ปกครองสูงสุด “เราจะทำลาย ‘คำสาปแห่งการลืมเลือน’ ได้ยังไงอิจิ?” ฮารุถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เธอวางผ้ายันต์แห่งความจริงลงบนฝ่ามือ มันเป็นเพียงแผ่นผ้าเก่าๆ ธรรมดาๆ ไม่มีแสงเรืองรองใดๆ เหลืออยู่แล้ว อิจิหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไคบอกว่าพลังของเธอที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งความทรงจำที่แท้จริงคือกุญแจ… และการทำลายคำสาปนี้จะต้องแลกด้วยพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด” “ฉันรู้… และฉันก็พร้อมที่จะเสียสละมัน” ฮารุกล่าว ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือนไปตล

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   เริ่มต้น

    ฮารุกะบีบมือคิชิโระแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อย แต่แววตาที่มองตรงไปยังประตูข้ามมิติเบื้องหน้ากลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ แม้จะมีความหวาดหวั่นแฝงอยู่ลึก ๆ ก็ตาม คิชิโระเองก็จับมือเธอแน่นตอบ เขาส่งยิ้มบาง ๆ ให้ เธอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นและความมั่นใจที่ส่งผ่านฝ่ามือเข้ามา ประตูลอยนวล

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   การรักษา

    ฮารุกะพยุงร่างที่อ่อนแรงของคิชิโระให้เดินลึกเข้าไปในความมืดอย่างช้า ๆ ความเงียบที่ไร้เสียงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจของคิชิโระและเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างทุลักทุเลของทั้งคู่“ไหวไหมคิชิโระ? อีกนิดเดียว” ฮารุกะกระซิบถามคิชิโระพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ดวงตายังคงพยายามสอดส่

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   เงาปีศาจ

    หลังจากพิชิตเงาปีศาจยักษ์แก่นกลางได้สำเร็จ ฮารุกะและคิชิโระใช้เวลาเพียงไม่นานในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ พวกเขารู้ดีว่าความสำเร็จที่เพิ่งผ่านมาเป็นเพียงการเปิดประตูบานแรกสู่ความมืดมิดที่แท้จริงคิชิโระฉายไฟฉายส่องสำรวจรางรถเข็นเหล็กที่ทอดตัวลงไปในความลึกของอุโมงค์ เขาหันกลับมามองฮารุกะที่กำลังเก็บขว

  • 5/B เหมืองร้างมรณะ   เที่ยวเพื่อที่จะได้กลับบ้าน

    ในขณะที่คิชิโระกำลังตั้งรับการโจมตีจากเงาปีศาจที่แตกตัว เงาร่างใหญ่ตัวเดิมก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งจากด้านหลังของเขา มันยกแขนยาวเรียวขึ้นเตรียมจะจู่โจม ฮารุกะเห็นมันพอดี เธอรีบมองไปที่นาฬิกาอาคมของเธอ หน้าปัดของมันสว่างวาบขึ้นมาเป็นสีแดงสด ตัวเลขดิจิทัลแสดงระยะห่าง 5 เมตรพร้อมกับลูกศรชี้ไปทางด้านหลังของค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status