Compartilhar

Ep29

last update Data de publicação: 2026-05-08 00:29:39

ฉันสะบัดศีรษะเพื่อเรียกสติตัวเองไม่ให้เผลอไปนึกถึงคนใจร้ายอย่างล่ามพยายามตั้งสติแล้วโฟกัสกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า

"อร่อยเนอะ" ฉันพูดกับต่อที่เอาแต่มองฉันกินไม่หยุดซึ่งเขาไม่แตะอาหารเลยสักนิดมีแต่ฉันที่กินอยู่คนเดียว

"ต่อยังไม่ได้กิน" เขาตอบฉันแบบยิ้ม ๆ

"ก็กินสิคะจะได้มาแชร์ความรู้สึกกันว่าอาหารวันนี้มันเป็นยังไง อร่อยไหม" เมื่อก่อนฉันไปกินอะไรกับล่ามเรามักจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเสมอว่าอาหารร้านนี้เป็นยังไง อาหารร้านนั้นเป็นแบบไหน อร่อยไหม ถูกปากไหม อ่า ให้ตายสิฉันเผลอนึกถึงเขาอีกแล้ว

'ไม่เอาสิเรยาตั้งสติอย่าเผลอไปนึกถึงเขา อย่าเผลอไปนึกถึงคนใจร้ายคนนั้นเด็ดขาด' ฉันเอ่ยเตือนสติตัวเองในใจว่าอย่าไปเผลอนึกถึงล่าม อย่าไปเผลอนึกถึงเขา ให้โฟกัสแค่ต่อ แค่คนที่พาฉันมากินของอร่อยอร่อยวันนี้

"เป็นไงอร่อยไหม" ฉันแสร้งถามต่อด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าเขาตักอาหารเข้าปากไป ต่อเคี้ยวแก้มตุ่ยก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ฉัน

"อร่อยมากกก" ลากเสียงยาวตอบกันจนฉันต้องส่ายหน้าเอือมระอาให้กับความไม่รู้จักโตของเขา

ระหว่างที่ฉันกับต่อนั่งทานข้าวด้วยกันฉันรู้สึกว่าเหมือนมีคนจับจ้องมาทางฉันตลอดเวลาแต่พอฉันไปกวาดสายตามองหาก็พบแต่ความว่างเปล่า

เรียวคิ้วของฉันเริ่มขมวดเข้าหากันมุ่นความรู้สึกเมื่อกี้ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ ฉันรู้สึกว่ามีคนแอบมองฉันอยู่จริง ๆ

"เป็นอะไรรึเปล่าครับเธอ" ต่อที่สังเกตุเห็นถึงความผิดปกติของฉันก็เปิดปากถาม "ทำไมคิ้วมุ่นขนาดนั้น

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อาหารคำเมื่อกี้รสชาติแปลก ๆ ไป" ฉันตอบปัดต่อไปเรื่องอื่นเพราะไม่อยากให้เขาต้องมาคิดมากไปกับฉัน อีกอย่างเหตุการณ์เมื่อกี้ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ คงไม่มีใครแอบมองฉันหรอก ฉันคงคิดมากไปเองจริง ๆ ถึงแม้ลึก ๆ แล้วความรู้สึกเมื่อกี้มันจะชัดเจนถึงแปดสิบเปอร์เซ็นก็ตาม

เมื่อสมองคิดว่าไม่มีอะไรฉันก็สามารถกลับมาเอ็นจอยกับอาหารตรงหน้าได้ตามเดิมมีตักอาหารให้ต่อบ้างตามมารยาทเพราะดูเหมือนว่าต่อจะไม่ค่อยกล้ากินอะไร ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจหรือกินไม่ได้แต่เขาไม่อยากจะแย่งฉันกินมากกว่า

"กินเยอะ ๆ รู้ไหม" ฉันเลยตักอาหารใส่จานของต่อก่อนเอ่ยบอกเขา

"อยากให้ต่อกินเยอะ ๆ ก็ป้อนต่อสิ" ต่อยิ้มกรุ้มกริ่มมองฉัน

"เจ้าเล่ห์" ฉันว่าให้พลางใช้ช้อนชี้หน้าต่ออย่างไม่จริงจังมากนักด้านต่อก็หัวเราะร่าที่แกล้งแหย่ให้ฉันต่อว่าเขาได้จนสำเร็จ

เมื่อทานอาหารเสร็จก็เรียกเช็คบิลกันต่อจะเป็นคนเลี้ยงอาหารมื้อนี้แต่ทว่าฉันไม่ยอม ฉันดึงดันที่จ่ายเองเพราะอาหารเมื่อกี้มีแค่ฉันที่กินอยู่คนเดียวก็ว่าได้ ต่อกินไปแค่ไม่กี่คำเองและฉันก็คิดว่ามันดูไม่แฟร์เท่าไหร่ที่จะให้เขาเป็นคนจ่ายค่าอาหารเมื่อกี้ให้ทั้งหมด แต่ทว่าต่อก็ไม่ยอมให้ฉันจ่ายเองเขาดึงดันที่จะจ่ายสุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลงที่ครึ่งทางคือทั้งฉันและเขาหารจ่ายค่าอาหารกันคนละครึ่ง

เมื่อเคลียร์เรื่องค่าอาหารเสร็จฉันกับต่อก็พากันเดินกลับมาที่รถแต่แล้วเท้าฉันที่กำลังก้าวเดินก็หยุดชะงักโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นรถหรูคันคุ้นตาจอดอยู่ใกล้ ๆ กับรถของต่อ เห็นดังนั้นฉันจึงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้านแห่งนี้อีกรอบพลางกวาดสายตามองเข้าไปในร้านด้วย แล้วฉันก็เจอจริง ๆ ค่ะฉันเจอล่ามยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้และกำลังจ้องมายังฉันกับต่อด้วยแววตาวาวโรจน์ แสดงว่าเมื่อกี้ในร้านที่ฉันรู้สึกว่ามีคนจับจ้องอยู่ฉันก็ไม่ได้คิดไปเองแต่เป็นล่ามที่แอบมองฉันอยู่ ไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะตามฉันกับต่อมาทำไม จะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน จะเป็นเจ้ากรรมนายเวรตามรังควานฉันไปถึงเมื่อไหร่ เขาจะไม่ปล่อยให้ฉันไปไหนอย่างมีความสุขได้เลยใช่ไหม

"มีอะไรรึเปล่าครับเธอ" เสียงของต่อทำให้ฉันผละความสนใจจากล่ามหันกลับมาสนใจเขาแทนและก่อนที่ต่อจะหันกลับไปมองทางล่ามฉันรีบเอ่ยปากบอกให้เขาขึ้นรถได้แล้วเพราะว่าฉันรู้สึกปวดท้องอยากกลับบ้านไปกินยา ต่อที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าตื่นด้วยความเป็นห่วงฉันทันทีเขารีบเปิดประตูรถให้ฉันเข้าไปนั่งพร้อมคาดสายเบลล์ให้ฉันอย่างเสร็จสรรพก่อนจะวิ่งอ้อมไปเปิดประตูขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วขับออกจากร้านอาหารแห่งนี้ด้วยความไว

ในจังหวะที่รถกำลังแล่นผ่านหน้าล่ามฉันหันไปมองทางเขาก็เห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิมสายตาจ้องมองมายังรถของต่ออย่างไม่วางตา

"เฮ้อ" ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่รถแล่นออกมาจนพ้นบริเวณร้าน ตอนเห็นหน้าล่ามใจฉันเต้นระทึกกลัวว่าล่ามจะเดินดุ่ม ๆ เข้ามากระทืบต่อเหมือนอย่างวันนั้นที่ร้านเหล้า แต่เมื่อผ่านช่วงเวลาเมื่อกี้มาได้อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นฉันก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

"ปวดท้องมากไหม ให้ต่อแวะซื้อยาให้ก่อนไหม" ต่อหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ไม่ใช่แค่น้ำเสียงของเขาที่แสดงออกว่าเป็นห่วงฉันแต่ทว่าสีหน้าและแววตาของต่อก็บ่งบอกชัดเจน

"ไม่เป็นไรค่ะ ไว้กลับไปกินที่บ้านก็ได้" ฉันตอบปัด ๆ ไปจริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ปวดท้องหรอกมันเป็นแค่ข้ออ้างที่อยากให้ต่อขึ้นรถไว ๆ และฉันเลือกที่จะให้ต่อไปส่งฉันที่บ้านเพราะฉันรู้ว่ายังไงซะล่ามก็ต้องขับรถตามมาแน่ ๆ "ขับรถกลับดี ๆ นะเธอ" เมื่อรถจอดอยู่หน้าบ้านฉัน ฉันก็หันไปบอกลาต่อ

"ต่อถึงบ้านจะไลน์หานะ" ฉันพยักหน้ารับคำต่อก่อนจะเปิดประตูลงจากรถมาแล้วถอยออกมายืนอยู่ห่างจากรถต่อเพียงสองก้าว ต่อลดกระจกรถลงยื่นหน้ามาคุยกับฉัน "บายครับคุณแฟน"

"บายค่ะ" ฉันมองรถต่อที่ขับออกไปจนหลับสายตาก่อนจะเปิดประตูเข้าบ้านมาและในจังหวะนั้นเองค่ะที่ยามหน้าบ้านฉันเปิดประตูให้รถของล่ามขับเข้ามา ฉันทำหน้าเบื่อหน่ายทันทีที่เห็นว่าล่ามกำลังเดินดิ่งมายังฉันพร้อมกระชากแขนฉันอย่างแรงเข้าหาตัวเขา

"ฉันบอกเธอว่าไง จะไม่จำเลยใช่ไหมเรยา" เค้นเสียงลอดไรฟันถามฉัน

"นี่มันบ้านฉันนะล่าม" ฉันจ้องหน้าอีกคนกลับอย่างไม่เกรงกลัวเชิดหน้าจ้องตากลับเขาอย่างไม่ยอมแพ้

"แล้วไง" เขาสวนฉันกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

"กลับไป"

"ทำไมฉันต้องฟังเธอ"

"จะกลับไปดี ๆ หรือจะให้ฉันโทรตามเหมยอิงมาลากนายกลับไป"

"เรยา"

"หรือว่านายจะกลับด้วยลูกปืนพ่อฉันดี"

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ3

    กลับจากฮันนีมูนก็กลับมาลุยงานกันต่อ เวลาพักผ่อนนี่มันผ่านไปเร็วจริง ๆ เลยเนอะแตกต่างจากเวลาทำงานที่เวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้านึกว่าเต่าคลานยังไงยังงั้น การไปฮันนีมูนของฉันกับล่ามเป็นอะไรที่ดีมาก หื้มมจะเรียกว่าเราไปฮันนีมูนกันได้ไหมน้าในเมื่อความเป็นจริงเราไปปั้มเบบี้กันมามากกว่า บรรยากาศที่นั่นน่ะดีมาก ๆ สถานที่ก็เป็นใจ อาหารก็อร่อย ฉันอยากลาพักร้อนสักเก้าเดือนและถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากลาพักร้อนเร็ว ๆ นี้มันซะเลย พอกลับมาทำงานเวลาที่ฉันกับล่ามจะเจอกันก็ดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกวันเพราะล่ามน่ะมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมากต่างจากฉันที่ยังมีพ่อกับพี่รันต์คอยทำเองทุกอย่าง ฉันแค่ช่วยในส่วนที่เล็กน้อยน้อยมาก แต่ล่ามน่ะต้องรับผิดชอบเองคนเดียวทั้งหมด และที่บอกว่าเราเจอกันน้อยลงทุกวันน่ะเป็นเพราะว่าล่ามน่ะเลิกงานดึกมากบางครั้งเขากลับมาบ้านฉันก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาก็เจอกันแค่แป๊บ ๆ แต่ต่อให้ฉันกับเขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันล่ามน่ะก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้ฉันปวดหัวเลยค่ะเอ๊ะหรือว่าฉันจับไม่ได้กันแน่น้า และเนื่องจากเวลาที่ไม่ค่อยตรงกันวันนี้ล่ามเลยอาสามารับไปฉันกินข้าวเที่ยงเพราะวันนี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ2

    แต่งงานกันมาจะครบหนึ่งปีแต่ฉันกับล่ามยังไม่เคยไปฮันนีมูนตามประสาคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันเลยสักครั้งด้วยภาระหน้าที่การงานที่ฉันกับเขาต้องดูแลกันมันเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่ล่ามเป็นลูกคนเดียวและตอนนี้อาคีก็ได้ให้ล่ามเป็นคนดูแลงานในบริษัทเองทั้งหมดโดยมีอาคีคอยหนุนหลังอยู่ห่าง ๆ นั่นแปลว่าจากที่เคยรับผิดชอบชีวิตพนักงานแค่ครึ่งหนึ่งตอนนี้ล่ามกลายเป็นที่พึ่งพึงของพนักงานทั้งหมด มองดูเขาในตอนนี้กับเขาในตอนนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างล่ามจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ จากที่เขาเคยดูจริงจังกับงานตอนนี้เขาดูจริงมากขึ้นเป็นร้อยเท่า จากเป็นคนใจร้อนก็ดูใจเย็นลงจนน่าเหลือเชื่อ เขาคิดก่อนพูดอยู่เสมอและฟังเหตุผลของคนอื่นมากขึ้น เวลานี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันที่แต่งตัวเสร็จก่อนล่ามก็ออกมาทำมื้อเช้ารอเขาเมื่อทำเสร็จฉันก็ยกมื้อเช้ามาวางไว้ให้ล่ามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกฝั่งหยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมาตรวจงาน ฟอด นั่งตรวจงานเพลิน ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากเรียวกดจูบหนัก ๆ ที่แก้มนวลของฉัน "ชื่นใจจัง" ไม่ว่าเปล่าล่ามยังฉีกยิ้มร่าก่อนจะยื่นแก้มเข้าหาให้ฉันหอม

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ1

    หลังจากที่ฉันกลับมาคืนดีกับล่าม เรียกว่าคืนดีได้ใช่ไหมคะ ทุกคนจะไม่หมั่นไส้เบะปากใส่ฉันใช่ไหมฮ่าฮ่า ก็ตามนั่นแหละค่าเพราะหลังจากที่ฉันคืนดีกับล่ามได้ไม่นาน แม่ของฉันที่รอคอยเวลานี้มานานก็ไม่รอช้าที่จะจับฉันกับล่ามแต่งงานกันเหตุผลง่าย ๆ ที่แม่ฉันรีบขนาดนั้นก็เพราะว่าท่านกลัวฉันเปลี่ยนใจและที่สำคัญไปกว่านั้นเริ่มมีคนเอาเรื่องของฉันกับล่ามไปนินทาในทางเสีย ๆ หาย ๆ แม่ฉันก็เลยจัดการจัดงานแต่งให้ฉันกับล่ามสยบขี้ปากชาวบ้านซะเลยโดยที่ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านใด ๆ ทุกคนต่างพากันพร้อมใจเห็นด้วยกับแม่ฉันทุกคน และคนที่ดูดีใจออกนอกหน้ากว่าใครเห็นทีว่าก็น่าจะไม่พ้นล่ามอยู่ดีรายนั้นน่ะดีใจยิ่งกว่าอะไรเสียอีก หลังจากจบงานแต่งงานของเราฉันกับล่ามก็ตัดสินใจย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดด้วยกันสองคนตามลำพังเนื่องจากทั้งฉันและเขาต่างคนต่างต้องการความเป็นส่วนตัวเราเลยลงความเห็นร่วมกันว่าออกมาซื้อคอนโดใหม่อยู่ด้วยกันสองคนดีกว่า และที่ฉันกับล่ามตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่แทนบ้านใหม่นั่นก็เพราะว่าเราต่างก็มีบ้านที่หลังใหญ่อยู่แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านใหม่ให้เปลืองตังค์เพิ่มไปทำไมเพราะยังไงในอนาคตเราก็ต่างต้องย้ายกลับไปอยู่บ

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep45 end

    ฉันบอกแล้วว่าคนไงว่าคนอย่างล่ามไม่มีทางลดตัวลงมาทำอะไรแบบที่ฉันขอไปแน่ ๆ เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วฉันยังไม่เห็นว่าเขาจะมาขมาแบบที่ฉันขอไปเลยทั้งที่ฉันกับเขาเราเจอหน้ากันทุกวัน ทั้งที่เขามาตามง้อฉันอยู่ตลอดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะทำแบบนั้นมีแต่คำขอโทษ ขอโอกาสที่เขาพูดกรอกหูฉันทุกวันจนฉันหลอนคำพูดพวกนั้นไปเสียแล้ว วันนี้ฉันมาทำงานที่บริษัทกับพี่รันต์หลังจากที่ล่ามรักษาตัวจนหายดีเขาก็กลับมาทำงานของเขา พี่รันต์ก็กลับมาทำงานของตัวเอง และพี่รันต์บอกกับฉันว่าวันนี้เพื่อนของเขาจะเข้ามาคุยงานเลยอยากให้ฉันเข้าร่วมรับฟังและเรียนรู้งานจากตรงนี้ด้วย ดังนั้นในตอนนี้ฉันเลยต้องมานั่งอยู่ในห้องทำงานของพี่รันต์ ด้านหน้าของฉันมีเพื่อนพี่รันต์กับเหมยอิงนั่งอยู่ ฟังไม่ผิดค่ะเหมยจริง ๆ ในขณะที่คนอื่นเขาคุยงานกันเหมยอิงเธอก็นั่งกินมะม่วงอย่างหน้าตาเฉยโดยที่สายตาของเธอก็เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา คราแรกที่เดินเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ยอมรับว่าฉันตกใจมาก ๆ และฉันก็ต้องตกใจเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าเธอท้อง "งั้นเดียวแกนั่งคุยกับเหมยอิงไปก่อนนะพี่จะพาไอ้เทียนไปพบพ่อ" เมื่อคุยงานกันอย่างลงตัวพี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep44

    "ฉันไม่ได้โกรธ" ฉันบอกออกไปเสียงเรียบ ล่ามที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเลือนหายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน "แต่ฉันเกลียดนายต่างหาก" "........" เขานิ่งลงไปเลยเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้นก่อนที่เขาจะระบายยิ้มฝืด ๆ ออกมา เมื่อเห็นว่าล่ามนิ่งฉันเองก็นิ่งตามเขาไปด้วยเหมือนกันระหว่างที่นั่งมองหน้ากันอยู่นั้นฉันอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองสำรวจร่างกายของล่ามว่าเขายังเป็นอะไรตรงไหนไหมแต่พอเห็นว่าร่างกายของเขาตอนนี้กลับมาเป็นปกติทุกอย่าง "เฮ้อ" ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ "เป็นห่วงฉันเหรอ" ฉันชะงักกับคำถามนี้ของล่าม ฉันแสร้งชักสีหน้าใส่ล่ามกลบเกลื่อนอาการเล่อล่าของตัวเองที่เผลอไปแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงจนโดนเขาจับได้ "ใครมันจะไปเป็นห่วงนาย คนอย่างนายตายซะได้ก็ดี" ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป หน้าล่ามเองก็สลดไปเลยเหมือนกันเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น "ขะ ขอ" "เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ" ฉันที่กำลังจะเอ่ยขอโทษล่ามก็ต้องชะงักเมื่อล่ามเขาพูดสวนขึ้นมา ล่ามถามฉันน้ำเสียงแผ่วเบาสีหน้าเขามันดูเจื่อนลงไปมากจนฉันสัมผัสได

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep43

    หลายวันแล้วที่ฉันเอาแค่หมกตัวยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน ในระหว่างที่ล่ามพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพ่อของฉันก็เลยให้พี่รันต์เข้าไปช่วยงานอาคีชั่วคราวเพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทอาคีค่อนข้างยุ่งเนื่องจากมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำร่วมกับบริษัทของพ่อฉันและเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้อาคีได้มอบหมายให้ล่ามรับหน้าที่ดูแลแต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันเลยทำให้แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้ชะงักลงไป ทั้งพ่อ อาคี และคนอื่น ๆ เลยร่วมกันหาลือว่าระหว่างที่ล่ามพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลก็ให้พี่รันต์ดูแลงานแทนไปก่อน "ล่ามออกจากโรงพยาบาลแล้วนะลูกไม่ไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือไง ตอนเขาอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาจะใจจืดใจดำลกับล่ามมันไปถึงไหนกัน" ฉันเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊คขึ้นมามองแม่ที่นั่งปอกผลไม้อยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน หลังจากที่ฉันทะเลาะกับแม่เรื่องฉันกับล่ามเมื่อครานั้นตอนนี้ฉันกับแม่ก็กลับมาคุยกันปกติ กลับมารักกันเหมือนเดิมแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่แม่บ่นฉันเรื่องของล่ามเสมอ ท่านมักบอกว่าฉันมันใจจืดใจดำขนาดล่ามนอนเจ็บปางตายฉันก็ไม่คิดจะไปเหลียวแลเขาสักนิดซึ่งฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรปล่อยให้แม่พูดไปคนเดียวเพราะต่อให้แม่

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status