Share

Ep41

last update publish date: 2026-05-08 00:33:28

เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจของล่ามอยู่หลายนาทีก่อนจะนำตัวล่ามขึ้นรถพยาบาลไป ฉันพอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งกลับมาที่รถของตัวเองขับตามรถพยาบาลที่มีล่ามนอนอยู่ในนั้นไปติด ๆ โดยไม่ลืมที่จะโทรหาเพื่อน ๆ และอาคีให้ไปเจอกันที่โรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่นำตัวล่ามเข้าห้องฉุกเฉินไปโดยมีฉันนั่งรออยู่หน้าห้องอย่างใจจดใจจ่อตัวฉันสั่นเทิ้มไม่หายเมื่อภาพเหตุการณ์ก่อนหน้ามันยังติดตาฉันอยู่เลย

ใจฉันมันเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นสุขกลัวว่าคนในห้องฉุกเฉินจะเป็นอะไรไปแค่เมื่อกี้ที่หัวใจเขาหยุดเต้นหัวใจฉันก็แทบจะหยุดเต้นตามไปด้วยแล้ว

ฉันได้แต่นั่งสวดมนต์ภาวนาขอให้ล่ามปลอดภัย ขออย่าให้เขาเป็นอะไรไปด้วยเทอญ

ตึกตักตึกตัก

ในขณะที่ฉันนั่งรอล่ามอยู่หน้าห้องฉุกเฉินก็มีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินกรูกันเข้ามาหาบริเวณที่ฉันนั่งอยู่เมื่อฉันแหงนหน้ามองก็เจอเข้ากับอาคี อาดาและเพื่อน ๆ ของฉันที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าตื่น

"เรยาลูก ล่ามเป็นยังไงบ้าง" อาดาเข้ามาจับมือฉันเอ่ยถามกันทั้งน้ำตายิ่งเห็นอาดาร้องไห้หนักฉันก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี

"หมอยังไม่ออกมาเลยค่ะอาดาแต่หนูเชื่อว่าล่ามจะต้องไม่เป็นอะไร" ฉันพูดปลอบประโลมอาดาพลางสวมกอดท่านเบา ๆ

"อากลัว"

"ทำใจให้สบายสบายนะคะอาดา ล่ามอยู่ในมือหมอแล้วเขาต้องปลอดภัยกลับมาหาอาดาแน่นอน" ฉันเข้าใจอาดานะคะท่านมีลูกชายแค่คนเดียวไม่แปลกที่ท่านจะกลัวเสียล่ามไป ถึงแม้ล่ามมันจะนิสัยแย่ไปหน่อยแต่มันก็เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของอาดา อาคีเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของปู่กับย่าของมัน เพราะล่ามเป็นเพียงลูกและหลานคนเดียว ล่ามถึงโดนเลี้ยงมาแบบตามใจโตมาเขาเลยค่อนข้างเป็นคนที่เอาแต่ใจอยากจะได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น

"เรื่องมันเป็นยังไงเล่าให้อาฟังหน่อยได้ไหม" ฉันแหงนหน้ามองสบตาอาคีก่อนจะพยักพเยิดหน้ารับให้อาคีเบา ๆ แล้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้อาคีฟังตั้งแต่ต้นจบจน ฉันโดนอาคีดุนิดหน่อยที่ไม่ยอมเล่าเรื่องที่ล่ามกระทืบต่อเมื่อคราก่อนให้อาคีฟัง

"อาเข้าใจว่าฝั่งนั้นแค้นมากนะและเข้าใจที่เขามาเอาคืนแต่ถึงขนาดเอามีดมาแทงกันอันนี้อาว่ามันเกินไป กฎหมายก็มีทำไมเขาไม่ไปแจ้งตำรวจหรือมันไม่สะใจเท่ากับเอาเพื่อนมาแทงกันให้ตาย" ฉันรับรู้ได้เลยว่าตอนนี้อาคีกำลังโกรธมากขนาดไหนดูจากมือที่กำหมัดเข้าหากันแน่น ดูจากเส้นเลือดที่ปูดนูนขึ้นมาจนดูน่ากลัว อาคีเวลาโกรธดูน่ากลัวไม่ต่างจากล่ามเลยสักนิดทั้งสีหน้าแววตาที่พร้อมแผดเผาให้อีกฝ่ายตายลงตรงหน้าได้โดยที่ไม่ต้องออกแรงให้เสียเวลาเลย

"หนูขอโทษนะคะคุณอา" ฉันยกมือไหว้อาคีกับอาดาด้วยความรู้สึกผิด เป็นเพราะฉันแท้ ๆ ที่ทำให้เรื่องราวมันบานปลายมาถึงขนาดนี้ เป็นเพราะฉันที่ทำให้ล่ามไปกระทืบต่อ ต่อเลยเอาคืนด้วยการยกพวกมารุมกระทืบล่ามหนำซ้ำกว่านั้นคือล่ามโดนแทงอาการเป็นตายเท่ากัน

เป็นเพราะฉันที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันแย่ลงแบบนี้ ฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

"อย่าโทษตัวเองเลยเรยา มันไม่ใช่ความผิดของหนูเรื่องนี้ถ้าจะมีคนผิดก็คงหนีไม่พ้นลูกของอา ถ้าล่ามมันคิดหน้าคิดหลังสักนิดเรื่องมันก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ ไม่ต้องมีใครเจ็บตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" อาคีพูดพลางยื่นมือมาลูบศีรษะฉันเบา ๆ แต่ทว่าสัมผัสของท่านมันกลับทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่ถูกเลยทีเดียว

ในขณะที่พวกเรายืนคุยกันอยู่ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกมาด้วยฝีมือของพยาบาลที่เดินหน้าตาตื่นออกมาบอกกับพวกเราว่าล่ามเสียเลือดมากและต้องการเลือดเป็นการด่วน ดีที่อาคีอยู่ที่นี่แล้วเรื่องการให้เลือดเลยไม่ใช่ปัญหาสิ่งที่พวกเราทุกคนที่เหลืออยู่ตอนนี้ทำได้ก็คือเฝ้ารอให้หมอออกมา ออกมาบอกว่าล่ามปลอดภัยแล้ว

ตุบ

ตุบ

ฉันที่นั่งกอดปลอบอาดาอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรหนัก ๆ แตะมาที่ไหล่ของฉัน พอฉันเงยหน้ามองก็เจอเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อน ๆ ทั้งสี่คนที่พากันแตะบ่าฉันอย่างต้องการให้กำลังใจกัน พวกมันพยักพเยิดหน้าแบบยิ้ม ๆ ให้ฉัน ฉันเลยพยักหน้าตอบกลับพวกมันไปก่อนที่ฉันจะหันกลับมาสนใจอาดาที่ยังคงนั่งร้องไห้ไม่หยุดอยู่ในอ้อมกอดของฉัน

เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ อาคีที่เข้าไปให้เลือดล่ามก็ออกมา

"ลูกล่ะพี่คี ลูกเป็นยังไงบ้าง" อาดาที่เห็นอาคีเดินออกมาก็ลุกพรวดเดินเข้าไปหาอาคีทันที

"หมอกำลังช่วยอยู่"

"ลูกเราจะต้องปลอดภัยใช่ไหม"

"แน่นอน"

กลับมานั่งใจจดใจจ่อรอหมอกันอยู่เหมือนเดิมในระหว่างนั้นฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะส่งข้อความหาต่อ แต่พอฉันเปิดแชตดูก็พบว่าต่อบล็อกทุกช่องทางติดต่อของฉันไปเสียแล้ว

"จะติดต่อหามันเหรอ" ฉันเงยหน้ามองเดี่ยวที่โน้มหน้าก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน

"อือ แต่เขาบล็อกไปแล้ว" ฉันไม่ได้นึกสงสัยที่ต่อบล็อกช่องทางติดต่อของฉันหรอกนะคะก็พอจะเดาได้ว่าเขาอาจจะกลัวความผิดเลยชิงบล็อกช่องทางการติดต่อจากฉันเลยดีกว่า

"แม่งวันนั้นเราน่าจะปล่อยให้มันนอนตายอยู่ตรงนั้นอย่างหมาไม่น่าพามันมาส่งโรงพยาบาลเลย" ฉันขมวดคิ้วให้กับคำพูดของกันต์พลางนึกสงสัยว่าที่กันต์พูดมันหมายความว่ายังไง

"วันนั้นพวกนายพาต่อมาส่งโรงพยาบาลเหรอ" ฉันมองหน้าพวกมันทั้งสี่คนอย่างต้องการคำตอบ"

"เออดิ" พวกเพื่อนฉันตอบอย่างพร้อมเพรียงกันเล่นเอาซะฉันถึงกับต้องเงียบปากไปเลยทีเดียว

ฉันนั่งจมอยู่กับภวังค์ความคิดของตัวเองเรื่องของต่อคำบอกเล่าที่ได้ยินจากปากเพื่อนเมื่อกี้ เพื่อนของฉันมันยืนยันเสียงหนักแน่นว่าวันนั้นพวกมันช่วยกันพาต่อมาส่งโรงพยาบาบเองกับมือ อยู่จนรู้อาการของต่อว่าไม่ได้เป็นอะไรมากถึงจะพากันกลับบ้านไปแต่สิ่งที่ต่อบอกฉันคือคนที่มาเที่ยวเขาโทรหารถกู้ภัยให้แล้วต่อก็ยังบอกอีกต่อกระดูกซี่โครงเขาแตกขาเขาหักซึ่งคำพูดของเพื่อนกับคำพูดของต่อมันสวนทางกันไม่มีคำพูดไหนเหมือนกันเลยก็ว่าได้

แล้วถ้าสิ่งที่เพื่อนฉันพูดมันคือความจริงแล้วต่อจะโกหกฉันไปเพื่ออะไรแถมตอนนั้นฉันก็ยังเป็นคนที่มาเฝ้าต่อจนเขาออกจากโรงพยาบาลถ้าเขาจะโกหกว่าตัวเองขาหักเป็นเดือนฉันว่าก็คงไม่ใช่

"แต่อาการเขาหนักอยู่นะกระดูกซี่โครงร้าว ขาหักเลยนะมึง" ฉันเถียงเพื่อนกลับไป

"ซี่โครงร้าวอันนั้นกูไม่เถียง แต่ขาหักน่ะไม่ใช่ไอ้เวรนั่นมันแค่กระดูกเคลื่อน มันร้ายจะตายคนโง่แบบมึงตามมันไม่ทันหรอกนะเรยาและที่ไอ้ล่ามมันตามรังควานไม่ให้มึงไปยุ่งกับมันก็เพราะว่ามันเป็นห่วง ไอ้ต่อน่ะมันมีแฟนอยู่แล้วที่มันมา ๆ หาย ๆ ในชีวิตมึงก็เพราะว่ามันต้องอยู่กับแฟนของมัน" ช็อกมาก ช็อกยิ่งกว่าตอนรู้ว่าต่อโกหกว่าขาหักอีก "ไอ้ต่อน่ะมันมีโลกหลายใบ"

"แต่กูเคยเจอพ่อแม่เขา" ฉันยังเถียงต่ออย่างไม่คิดยอมแพ้ อย่างคนไม่ยอมรับความจริงว่าผ่านมาตัวเองเป็นคนที่โง่แค่ไหนปล่อยให้ใครก็ไม่รู้มาหลอกลวงได้ตั้งนมนาน

"นั่นป้ากับลุงมัน พ่อแม่มันตายไปนานแล้ว" เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ฉันช็อกกับเรื่องของต่อ

ที่ผ่านมาต่อโกหกฉันทั้งเพใช่ไหม ทั้งเรื่องที่เขาบอกว่าขาหักหลอกให้ฉันมาอยู่เฝ้าเขาเป็นเดือน ๆ เพียงเพราะว่ารู้สึกผิดคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น ไหนจะเรื่องที่ต่อมีแฟนอยู่แล้ว

"มึงไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่โดนมันหลอก อย่ามองว่าตัวเองโง่" คำปลอบใจของวินไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นสักนิด

ตอนนี้ฉันรู้สึกเฟลกับเรื่องของต่อที่ฉันเพิ่งรู้ความจริง อีกทั้งยังเสียใจกับเรื่องของล่ามที่นอนเป็นตายเท่ากันให้หมอช่วยชีวิตอยู่ ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามาจนฉันตั้งรับไม่ทัน

มันประเดประดังเข้ามาจนฉันเซถลาถอยหลังไร้ที่ยึดเหนี่ยวกันเลยทีเดียว

"คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ" ในขณะที่ฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั่นเสียงของหมอก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาตทำให้ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ ลุกพรวดจากเก้าอี้เดินมาร่วมรับฟังคำชี้แจงของหมอถึงอาการขอล่าม

"งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ" เมื่อได้รู้ว่าเขาปลอดภัย เมื่อได้รู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วมันก็ทำให้ฉันรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกมันดีใจจนหาคำมาพูดไม่ได้แต่ทว่ามันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อไป

"ไม่เข้าไปเยี่ยมล่ามด้วยกันเหรอลูก"

"ไว้วันหลังดีกว่าค่ะอาดา วันนี้ล่ามเขาก็คงเหนื่อยเหมือนกันไว้หนูมาเยี่ยมเขาพรุ่งนี้ดีกว่า"

"อะ โอเคลูกเอาอย่างนั้นก็ได้ขับรถกลับบ้าน ๆ ดีนะ"

"ค่ะ อาดา" ฉันร่ำลาอาดากับอาคีและเพื่อน ๆ อีกนิดหน่อยก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น

และตั้งแต่วันนั้นจวบจนถึงวันนี้เวลาล่วงเลยมาอาทิตย์กว่า ๆ ฉันก็ไม่เคยไปเยี่ยมล่ามที่โรงพยาบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ3

    กลับจากฮันนีมูนก็กลับมาลุยงานกันต่อ เวลาพักผ่อนนี่มันผ่านไปเร็วจริง ๆ เลยเนอะแตกต่างจากเวลาทำงานที่เวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้านึกว่าเต่าคลานยังไงยังงั้น การไปฮันนีมูนของฉันกับล่ามเป็นอะไรที่ดีมาก หื้มมจะเรียกว่าเราไปฮันนีมูนกันได้ไหมน้าในเมื่อความเป็นจริงเราไปปั้มเบบี้กันมามากกว่า บรรยากาศที่นั่นน่ะดีมาก ๆ สถานที่ก็เป็นใจ อาหารก็อร่อย ฉันอยากลาพักร้อนสักเก้าเดือนและถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากลาพักร้อนเร็ว ๆ นี้มันซะเลย พอกลับมาทำงานเวลาที่ฉันกับล่ามจะเจอกันก็ดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกวันเพราะล่ามน่ะมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมากต่างจากฉันที่ยังมีพ่อกับพี่รันต์คอยทำเองทุกอย่าง ฉันแค่ช่วยในส่วนที่เล็กน้อยน้อยมาก แต่ล่ามน่ะต้องรับผิดชอบเองคนเดียวทั้งหมด และที่บอกว่าเราเจอกันน้อยลงทุกวันน่ะเป็นเพราะว่าล่ามน่ะเลิกงานดึกมากบางครั้งเขากลับมาบ้านฉันก็หลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาก็เจอกันแค่แป๊บ ๆ แต่ต่อให้ฉันกับเขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันล่ามน่ะก็ไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้ฉันปวดหัวเลยค่ะเอ๊ะหรือว่าฉันจับไม่ได้กันแน่น้า และเนื่องจากเวลาที่ไม่ค่อยตรงกันวันนี้ล่ามเลยอาสามารับไปฉันกินข้าวเที่ยงเพราะวันนี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ2

    แต่งงานกันมาจะครบหนึ่งปีแต่ฉันกับล่ามยังไม่เคยไปฮันนีมูนตามประสาคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันเลยสักครั้งด้วยภาระหน้าที่การงานที่ฉันกับเขาต้องดูแลกันมันเพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่ล่ามเป็นลูกคนเดียวและตอนนี้อาคีก็ได้ให้ล่ามเป็นคนดูแลงานในบริษัทเองทั้งหมดโดยมีอาคีคอยหนุนหลังอยู่ห่าง ๆ นั่นแปลว่าจากที่เคยรับผิดชอบชีวิตพนักงานแค่ครึ่งหนึ่งตอนนี้ล่ามกลายเป็นที่พึ่งพึงของพนักงานทั้งหมด มองดูเขาในตอนนี้กับเขาในตอนนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างล่ามจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ จากที่เขาเคยดูจริงจังกับงานตอนนี้เขาดูจริงมากขึ้นเป็นร้อยเท่า จากเป็นคนใจร้อนก็ดูใจเย็นลงจนน่าเหลือเชื่อ เขาคิดก่อนพูดอยู่เสมอและฟังเหตุผลของคนอื่นมากขึ้น เวลานี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันที่แต่งตัวเสร็จก่อนล่ามก็ออกมาทำมื้อเช้ารอเขาเมื่อทำเสร็จฉันก็ยกมื้อเช้ามาวางไว้ให้ล่ามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อีกฝั่งหยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมาตรวจงาน ฟอด นั่งตรวจงานเพลิน ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากเรียวกดจูบหนัก ๆ ที่แก้มนวลของฉัน "ชื่นใจจัง" ไม่ว่าเปล่าล่ามยังฉีกยิ้มร่าก่อนจะยื่นแก้มเข้าหาให้ฉันหอม

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    ตอนพิเศษ1

    หลังจากที่ฉันกลับมาคืนดีกับล่าม เรียกว่าคืนดีได้ใช่ไหมคะ ทุกคนจะไม่หมั่นไส้เบะปากใส่ฉันใช่ไหมฮ่าฮ่า ก็ตามนั่นแหละค่าเพราะหลังจากที่ฉันคืนดีกับล่ามได้ไม่นาน แม่ของฉันที่รอคอยเวลานี้มานานก็ไม่รอช้าที่จะจับฉันกับล่ามแต่งงานกันเหตุผลง่าย ๆ ที่แม่ฉันรีบขนาดนั้นก็เพราะว่าท่านกลัวฉันเปลี่ยนใจและที่สำคัญไปกว่านั้นเริ่มมีคนเอาเรื่องของฉันกับล่ามไปนินทาในทางเสีย ๆ หาย ๆ แม่ฉันก็เลยจัดการจัดงานแต่งให้ฉันกับล่ามสยบขี้ปากชาวบ้านซะเลยโดยที่ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านใด ๆ ทุกคนต่างพากันพร้อมใจเห็นด้วยกับแม่ฉันทุกคน และคนที่ดูดีใจออกนอกหน้ากว่าใครเห็นทีว่าก็น่าจะไม่พ้นล่ามอยู่ดีรายนั้นน่ะดีใจยิ่งกว่าอะไรเสียอีก หลังจากจบงานแต่งงานของเราฉันกับล่ามก็ตัดสินใจย้ายออกจากบ้านมาอยู่คอนโดด้วยกันสองคนตามลำพังเนื่องจากทั้งฉันและเขาต่างคนต่างต้องการความเป็นส่วนตัวเราเลยลงความเห็นร่วมกันว่าออกมาซื้อคอนโดใหม่อยู่ด้วยกันสองคนดีกว่า และที่ฉันกับล่ามตัดสินใจซื้อคอนโดใหม่แทนบ้านใหม่นั่นก็เพราะว่าเราต่างก็มีบ้านที่หลังใหญ่อยู่แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อบ้านใหม่ให้เปลืองตังค์เพิ่มไปทำไมเพราะยังไงในอนาคตเราก็ต่างต้องย้ายกลับไปอยู่บ

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep45 end

    ฉันบอกแล้วว่าคนไงว่าคนอย่างล่ามไม่มีทางลดตัวลงมาทำอะไรแบบที่ฉันขอไปแน่ ๆ เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วฉันยังไม่เห็นว่าเขาจะมาขมาแบบที่ฉันขอไปเลยทั้งที่ฉันกับเขาเราเจอหน้ากันทุกวัน ทั้งที่เขามาตามง้อฉันอยู่ตลอดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะทำแบบนั้นมีแต่คำขอโทษ ขอโอกาสที่เขาพูดกรอกหูฉันทุกวันจนฉันหลอนคำพูดพวกนั้นไปเสียแล้ว วันนี้ฉันมาทำงานที่บริษัทกับพี่รันต์หลังจากที่ล่ามรักษาตัวจนหายดีเขาก็กลับมาทำงานของเขา พี่รันต์ก็กลับมาทำงานของตัวเอง และพี่รันต์บอกกับฉันว่าวันนี้เพื่อนของเขาจะเข้ามาคุยงานเลยอยากให้ฉันเข้าร่วมรับฟังและเรียนรู้งานจากตรงนี้ด้วย ดังนั้นในตอนนี้ฉันเลยต้องมานั่งอยู่ในห้องทำงานของพี่รันต์ ด้านหน้าของฉันมีเพื่อนพี่รันต์กับเหมยอิงนั่งอยู่ ฟังไม่ผิดค่ะเหมยจริง ๆ ในขณะที่คนอื่นเขาคุยงานกันเหมยอิงเธอก็นั่งกินมะม่วงอย่างหน้าตาเฉยโดยที่สายตาของเธอก็เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา คราแรกที่เดินเข้ามาแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ยอมรับว่าฉันตกใจมาก ๆ และฉันก็ต้องตกใจเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าเธอท้อง "งั้นเดียวแกนั่งคุยกับเหมยอิงไปก่อนนะพี่จะพาไอ้เทียนไปพบพ่อ" เมื่อคุยงานกันอย่างลงตัวพี

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep44

    "ฉันไม่ได้โกรธ" ฉันบอกออกไปเสียงเรียบ ล่ามที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเลือนหายเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของฉัน "แต่ฉันเกลียดนายต่างหาก" "........" เขานิ่งลงไปเลยเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้นก่อนที่เขาจะระบายยิ้มฝืด ๆ ออกมา เมื่อเห็นว่าล่ามนิ่งฉันเองก็นิ่งตามเขาไปด้วยเหมือนกันระหว่างที่นั่งมองหน้ากันอยู่นั้นฉันอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองสำรวจร่างกายของล่ามว่าเขายังเป็นอะไรตรงไหนไหมแต่พอเห็นว่าร่างกายของเขาตอนนี้กลับมาเป็นปกติทุกอย่าง "เฮ้อ" ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ "เป็นห่วงฉันเหรอ" ฉันชะงักกับคำถามนี้ของล่าม ฉันแสร้งชักสีหน้าใส่ล่ามกลบเกลื่อนอาการเล่อล่าของตัวเองที่เผลอไปแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงจนโดนเขาจับได้ "ใครมันจะไปเป็นห่วงนาย คนอย่างนายตายซะได้ก็ดี" ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป หน้าล่ามเองก็สลดไปเลยเหมือนกันเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น "ขะ ขอ" "เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ" ฉันที่กำลังจะเอ่ยขอโทษล่ามก็ต้องชะงักเมื่อล่ามเขาพูดสวนขึ้นมา ล่ามถามฉันน้ำเสียงแผ่วเบาสีหน้าเขามันดูเจื่อนลงไปมากจนฉันสัมผัสได

  • BAD FRIEND ร้อนรักเลว    Ep43

    หลายวันแล้วที่ฉันเอาแค่หมกตัวยุ่งอยู่แต่กับการทำงาน ในระหว่างที่ล่ามพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลพ่อของฉันก็เลยให้พี่รันต์เข้าไปช่วยงานอาคีชั่วคราวเพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทอาคีค่อนข้างยุ่งเนื่องจากมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำร่วมกับบริษัทของพ่อฉันและเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้อาคีได้มอบหมายให้ล่ามรับหน้าที่ดูแลแต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันเลยทำให้แผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้ชะงักลงไป ทั้งพ่อ อาคี และคนอื่น ๆ เลยร่วมกันหาลือว่าระหว่างที่ล่ามพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลก็ให้พี่รันต์ดูแลงานแทนไปก่อน "ล่ามออกจากโรงพยาบาลแล้วนะลูกไม่ไปเยี่ยมเขาหน่อยหรือไง ตอนเขาอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาจะใจจืดใจดำลกับล่ามมันไปถึงไหนกัน" ฉันเงยหน้าจากหน้าจอแมคบุ๊คขึ้นมามองแม่ที่นั่งปอกผลไม้อยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน หลังจากที่ฉันทะเลาะกับแม่เรื่องฉันกับล่ามเมื่อครานั้นตอนนี้ฉันกับแม่ก็กลับมาคุยกันปกติ กลับมารักกันเหมือนเดิมแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่แม่บ่นฉันเรื่องของล่ามเสมอ ท่านมักบอกว่าฉันมันใจจืดใจดำขนาดล่ามนอนเจ็บปางตายฉันก็ไม่คิดจะไปเหลียวแลเขาสักนิดซึ่งฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรปล่อยให้แม่พูดไปคนเดียวเพราะต่อให้แม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status