로그인ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกทำลายด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและดุดันจากคิรัน ไอรีนรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบจนแทบแหลกสลาย ห้องทำงานของคิรินที่เคยดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามในสายตาคนทั่วไป บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่แสนอึดอัดสำหรับเธอ
"พี่ครับ! ผมรู้ว่าพี่อยู่ข้างใน... และผมรู้ว่าไอรีนอยู่กับพี่ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงของคิรันที่ดังลอดเข้ามาไม่ใช่แค่การทักทาย แต่มันคือการประกาศศักดาของผู้ล่าที่กำลังก้าวเข้ามาในถิ่นของคู่แข่ง คิรินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับเสียงโวยวายของน้องชายเลยแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาความสงบนิ่งได้อย่างน่าประหลาดใจ ต่างจากไอรีนที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นเทาอยู่หลังโต๊ะทำงานมือเล็กๆ ของเธอกำแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่น้องคู่นี้ถึงต้องมาแย่งชิงหรือขัดขวางกันเพียงเพื่อผู้หญิงอย่างเธอ "อย่าเปิดประตูนะคะ..." ไอรีนกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความวิงวอน คิรินหันมามองเธอ แววตาที่เย็นชาในตอนแรกเริ่มมีความอ่อนโยนแฝงอยู่เบาบาง "ถ้าฉันไม่เปิด วันนี้มันก็จะพังประตูเข้ามา... เธอเองก็รู้ว่าน้องชายของฉันมันบ้าแค่ไหน" "แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง?" ไอรีนถามพลางน้ำตาคลอเบ้า "คุณกับเขา... พวกคุณต่างก็มองฉันเป็นแค่ของเล่นที่อยากจะแย่งชิงกันเท่านั้นใช่ไหม?" คิรินเดินเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง เขาไม่ได้บังคับเหมือนคิรัน แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ "ไอรีน... สำหรับคิรัน เธออาจจะเป็นแค่เหยื่อที่น่าสนุก แต่สำหรับฉัน... เธอคือสิ่งที่ฉันเลือกจะเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด" คำพูดของเขามันกำกวมและดูสวยหรู แต่มันกลับเป็นคำพูดที่ทำให้ความสับสนในใจของไอรีนเพิ่มขึ้นทวีคูณ เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของผู้ชายคนไหน ระหว่างชายผู้ร้อนแรงที่ทำลายเธอด้วยความรุนแรง กับชายผู้เยือกเย็นที่ทำลายเธอด้วยความนิ่งเงียบและความเป็นเจ้าของที่มองไม่เห็น กริ๊ก! คิรินหมุนลูกบิดประตูเปิดออก ทันทีที่บานประตูเลื่อนเปิด คิรันก้าวพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง ดวงตาของเขาจ้องมองไอรีนด้วยความหวงแหน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพี่ชายฝาแฝดของตนเอง "ในที่สุดก็ยอมเปิด" คิรันเค้นเสียงหัวเราะ "พี่คิดว่าพี่จะซ่อนเธอไว้ในห้องนี้ได้นานแค่ไหน?" "เธอไม่ใช่สิ่งของที่แกจะมาเรียกร้อง" คิรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงกลางพายุที่กำลังปะทะกันอย่างรุนแรง เธอเป็นเพียงลูกคุณหนูผู้อ่อนต่อโลก ที่ไม่เคยผ่านพ้นเรื่องราวแบบนี้มาก่อน ความสับสนในใจของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เธอโกรธที่ตัวเองอ่อนแอ โกรธที่ไม่มีใครฟังเธอเลย "หยุดเดี๋ยวนี้ทั้งคู่เลยนะ!" ไอรีนตะโกนออกมา เสียงของเธอสั่นแต่เต็มไปด้วยความกล้าหาญที่สั่งสมมานาน "พวกคุณเห็นฉันเป็นตัวอะไร? เห็นฉันเป็นหมากในเกมของพวกคุณงั้นเหรอ? จะแย่งชิง จะทำลาย จะครอบครอง... เคยถามฉันสักคำไหมว่าฉันต้องการอะไร!" ทั้งคิรินและคิรันชะงักไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง สายตาของทั้งคู่เปลี่ยนจากความโกรธมาเป็นการจับจ้องไปที่ไอรีนด้วยความแปลกใจ คิรันขยับตัวเข้ามาหาเธอช้าๆ "แล้วเธอต้องการอะไรล่ะ ไอรีน? อยากให้เราปล่อยเธอไป? อยากกลับไปใช้ชีวิตนักศึกษาปกติที่แกเคยเป็น?" ไอรีนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "ใช่... ฉันแค่อยากได้ชีวิตของฉันคืน!" คิรินแค่นยิ้ม "ชีวิตเดิมของเธอน่ะ... มันจบไปตั้งแต่วันที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในโรงแรมคืนนั้นแล้วไอรีน เธอกลับไปเป็นคนเดิมไม่ได้หรอก เพราะเธอได้เห็นโลกที่พวกฉันอยู่แล้ว และคนอย่างพวกฉัน... ไม่ปล่อยให้สิ่งที่ผ่านเข้ามาแล้วหลุดมือไปง่ายๆ หรอกนะ" คำพูดของคิรันเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของไอรีน เธอรู้ดีว่ามันคือความจริง แต่เธอก็ไม่ยอมรับมัน... เธอเริ่มรู้สึกได้ว่าความสับสนของเธอไม่ได้มีเพียงเรื่องของความกลัว แต่มันคือเรื่องของ 'การยอมรับ' ว่าเธอเริ่มหลงใหลในความอันตรายของชายสองคนนี้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอสับสนว่าทำไมในใจลึกๆ ของเธอถึงยังมีความรู้สึกแปลกๆ ต่อสัมผัสของพวกเขา ทำไมเธอถึงยังโหยหาความอบอุ่นท่ามกลางความร้ายกาจเหล่านั้น? หรือว่าเธอเองก็กำลังกลายเป็นปีศาจที่หลงใหลในกรงขังนี้ไปเสียแล้ว? ไอรีนหันไปมองคิรินที่ยืนเงียบอยู่ เขาเป็นคนเดียวที่ดูเหมือนจะเข้าใจความสับสนของเธอดีที่สุด แต่อำนาจของเขาก็ร้ายกาจไม่แพ้น้องชายเลย ความสับสนของไอรีนดำเนินไปถึงขีดสุดเมื่อเธอเริ่มตระหนักว่า... ในเกมแห่งอำนาจนี้ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ 'หมาก' ที่ถูกวางไว้บนกระดาน แต่เธอกำลังกลายเป็น 'ใจกลาง' ของสงครามที่อาจจะเผาผลาญทุกคนให้มอดไหม้ไปด้วยกัน! "ถ้าพวกคุณไม่ยอมปล่อยฉันไป... งั้นก็ฆ่าฉันให้ตายเสียดีกว่า ดีกว่าต้องมาทนอยู่ในนรกที่พวกคุณสร้างขึ้นแบบนี้!" ไอรีนประกาศก้อง คิรินและคิรันมองหน้ากัน ก่อนที่คิรันจะเดินเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ครั้งนี้เขากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอขนลุกซู่ "ฆ่าเธอเหรอ? หึ... ไม่มีวัน ความเจ็บปวดของเธอน่ะคือความสุขของฉัน เพราะงั้นเตรียมตัวไว้ให้ดี ไอรีน... เพราะนรกที่เธอพูดถึงน่ะ มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!" ประตูห้องทำงานปิดลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครออกไปจากห้อง และไม่มีใครเข้าได้... ไอรีนทำได้เพียงยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความต้องการของชายสองคนที่เธอเริ่มแยกไม่ออกว่า 'ความรัก' หรือ 'ความแค้น' คือสิ่งที่กำลังผูกมัดเธอไว้กันแน่!ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
คำว่า "พันธสัญญา" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอรีนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังแห่งความหายนะ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่บังเอิญเดินหลงทางเข้าไปในชีวิตของมาเฟียฝาแฝด แต่เธอกำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมอำนาจที่เก่าแก่กว่าที่เธอจะจินตนาการถึงคิรินและคิรันไม่ได้แค่ยืนมองเธออยู่ในห้องรับแขกของบ้านตระกูลวิมลเ
บรรยากาศในห้องสวีทหลังพายุอารมณ์สงบลงยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักหน่วง คิรินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขามองดูร่างของไอรีนที่หอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคิรันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกคิรันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าของ
บรรยากาศในห้องสวีทเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอารมณ์ทันทีที่คิรันก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากพี่ชายฝาแฝดปะทะกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวของคิรัน ไอรีนยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับแผ่รังสีแห่งความร้ายกาจออกมาคนละรูปแบบ"ออกไปจากห้องของฉัน คิ
บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวของคิรินในคืนนี้ดูจะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คิรินโปรดปรานอบอวลไปทั่วห้อง ไอรีนยืนอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่เปราะบาง เธอเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายจากเหตุการณ์เผชิญหน้า

![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





