Masukความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัว
คิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา "พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?" คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ "ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่" "ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกัน!" ไอรีนตะโกนสวนกลับ ทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลริน "พวกคุณก็แค่หาเรื่องเพื่อจะทำร้ายฉันเหมือนเดิมใช่ไหม!" คิรันเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว "เปล่าหรอก... ฉันแค่จะลงโทษในสิ่งที่เธอ 'ปล่อย' ให้คนอื่นเข้าใกล้เธอต่างหาก" คิรันและคิรันร่วมมือกันราวกับฝาแฝดที่รู้ใจ พวกเขาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของไอรีนออกอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ความรุนแรงที่แฝงมาด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านทำให้เธอแทบไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัว ร่างบางถูกผลักลงบนพรมหนานุ่มกลางห้องทำงาน สัมผัสที่คุ้นเคยจากคิรินเริ่มรุกล้ำเธอด้วยความเย็นชาที่ร้อนเร่า ในขณะที่คิรันคอยกระตุ้นเร้าด้วยความป่าเถื่อนจนเธอแทบขาดใจ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโรแมนติก แต่มันคือการประกาศศักดาและเป็นการทำลายความลับที่ธันวาเริ่มสงสัยให้พังทลายลงด้วยการมอบรอยตีตราที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ คิรันซุกไซ้ใบหน้าลงบนซอกคอของเธอพร้อมกับขบกัดเบาๆ จนไอรีนส่งเสียงครางระงม "จำไว้นะไอรีน... ถ้าธันวามันอยากรู้ความจริง เราก็จะแสดงให้มันเห็นผ่านรอยบนร่างของเธอคนนี้แหละ" คิรันที่ยืนมองอยู่เหนือร่างของเธอเริ่มลงมือรุกล้ำเธอด้วยจังหวะที่เร่าร้อนและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องการให้เธอจดจำว่าคนที่เป็นเจ้าของเธอนั้นคือใคร จังหวะรักของพวกเขาสอดประสานกันราวกับสัตว์ป่าสองตัวที่กำลังแย่งชิงเหยื่อชิ้นเดียวกัน ไอรีนรู้สึกราวกับร่างกายของเธอถูกฉีกออกเป็นสองส่วน ความรู้สึกที่เคยเป็นความเสพติดเริ่มกลายเป็นความทุกข์ทรมานที่ซ่านสยิวไปในคราวเดียวกัน "อื้อ... หยุด... พวกคุณมันปีศาจ!" ไอรีนร้องขอ แต่เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยจังหวะรักที่ดุดัน "ใช่... เราคือปีศาจ" คิรันกระซิบ "และปีศาจอย่างเราไม่มีวันยอมปล่อยเหยื่อให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น" ความเร่าร้อนดำเนินไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลง คิรินและคิรันสลับตำแหน่งกันอย่างราบรื่น ทำให้ร่างกายของไอรีนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างจากการถูกสัมผัส ทุกอณูผิวของเธอร้อนผ่าวไปด้วยรอยรักที่ย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ที่อันตรายนี้ เธอได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลรินไปพร้อมกับการยอมจำนนต่อแรงปรารถนาของพวกเขา ความลับที่ว่าธันวาเริ่มสงสัยนั้นถูกฝังกลบด้วยความกระหายในตัวไอรีนที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของทั้งสองคน ค่ำคืนนี้คือการยืนยันว่า ต่อให้ใครจะเข้ามาสั่นคลอนความลับของพวกเขาก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วไอรีนก็ไม่มีวันหนีพ้นจากเงื้อมมือของฝาแฝดมาเฟียคู่นี้ไปได้ เมื่อทุกอย่างสงบลง ทั้งคิรินและคิรันต่างโอบกอดร่างที่อ่อนปวกเปียกของไอรีนไว้แน่น ท่ามกลางความว่างเปล่าของห้องทำงานที่เงียบงัน... ไอรีนรู้ตัวดีว่านับจากนี้ไป ต่อให้เธอจะอยากหนีเพียงใด แต่พันธนาการที่พวกเขามอบให้ในค่ำคืนนี้จะไม่มีวันลบเลือนไปจากร่างกายและจิตใจของเธอได้อีกตลอดกาล!ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
ภายในห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ ไอรีนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง สายตาของคิรันที่จ้องมองมานั้นราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปิดประตูห้องลงอย่างช้าๆ เสียงกลอนประตูดัง กริ๊ก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยความอันตรายอีกครั้ง"เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิดนะ... ที่กล้าเดินเข้ามาหาถึงถิ่นแบบนี้" คิรันเอ่ยเสียงต่ำพลางสาวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามีความมั่นใจอย่างผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้นไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามจะทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าข้างในใจจะสั่นไหวจนแทบคุมไม่อยู่ "ฉันแค่... อยากจะมาบอกว่า อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ให้กับเกมของคุณง่ายๆ"คิรันหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่ดุดันของเขาเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจที่ลึกล้ำ เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่สื่อถึงการครอบครอง "เกมงั้นเหรอ? สำหรับเธออาจจะเป็นเกม แต่สำหรับฉัน... มันคือการตามล่าสิ่งที่ฉันหมายตาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอ"เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับเธอ ไอรีนห
ความเงียบสงัดที่เข้ามาเยือนห้องรับแขกหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปนั้นช่างบาดลึกและน่าอึดอัดกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไอรีนนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเป็นเพียงเศษซากของศักดิ์ศรีที่เธอเคยรักษาไว้ ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวหนังที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยรอยรักที่ประทับไว้ทั่วร่างคิรินและคิรันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว พวกเขาจากไปหลังจาก 'ตีตรา' จองจำเธอไว้ด้วยพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าและความคิดที่เริ่มบิดเบี้ยวไอรีนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ในหัวของเธอมีเพียงภาพใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะของคนทั้งคู่ สัมผัสที่ต่างกันสุดขั้วยังคงติดแน่นอยู่บนผิวหนัง สัมผัสของคิรินที่เหมือนน้ำแข็งอาบยาพิษ กับสัมผัสของคิรันที่เหมือนเปลวเพลิงไร้การควบคุม... ทั้งสองอย่างกำลังทำลายความมั่นใจสุดท้ายของเธอจนหมดสิ้นเธอเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง ล็อคประตูแน่นหนาแล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้อง เธอพยายามที่จะโกรธ เธอพยายามที่จะเกลียด แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหา
คำว่า "พันธสัญญา" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอรีนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังแห่งความหายนะ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่บังเอิญเดินหลงทางเข้าไปในชีวิตของมาเฟียฝาแฝด แต่เธอกำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมอำนาจที่เก่าแก่กว่าที่เธอจะจินตนาการถึงคิรินและคิรันไม่ได้แค่ยืนมองเธออยู่ในห้องรับแขกของบ้านตระกูลวิมลเ
บรรยากาศในห้องสวีทหลังพายุอารมณ์สงบลงยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักหน่วง คิรินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขามองดูร่างของไอรีนที่หอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคิรันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกคิรันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าของ
บรรยากาศในห้องสวีทเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอารมณ์ทันทีที่คิรันก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากพี่ชายฝาแฝดปะทะกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวของคิรัน ไอรีนยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับแผ่รังสีแห่งความร้ายกาจออกมาคนละรูปแบบ"ออกไปจากห้องของฉัน คิ
บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวของคิรินในคืนนี้ดูจะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คิรินโปรดปรานอบอวลไปทั่วห้อง ไอรีนยืนอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่เปราะบาง เธอเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายจากเหตุการณ์เผชิญหน้า







