LOGIN
สนามบิน
เท้าเล็กก้าวขายาวสาวเท้าไปยังด้านหน้าของสนามบิน ก้มใบหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือขณะที่กำลังกดส่งข้อความหาใครบางคนด้วยใบหน้าบึ้ง
"หึ้ย! ยัยบัวอย่าให้เจอหน้านะจะจับมาตีก้นแดงเลย อะไรกันไม่กี่วันก่อนเพิ่งเปิดตัวว่าคบกันมาวันนี้ก็มาหมั้นสายฟ้าฟาดแล้ว นี่ใจคอจะไม่บอกกล่าวอะไรเพื่อนสนิทอย่างฉันเลยหรือไง"
นิ้วเรียวชี้หน้าจอที่ปรากฏรูปโพรไฟล์ของเพื่อนสนิทยิ้มส่งให้กล้อง ข้อความที่ส่งมาล่าคือจะให้คนมารอรับที่สนามบินพามาส่งถึงงานหมั้นหมาย
นาเดียผ่อนลมหายใจหนักผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม กวาดสายตามองหาคนที่เพื่อนสนิทพูดถึงก่อนสายตาจะสบเข้ากับร่างสูงของผู้ช่วยของคุณหมอหนุ่มกำลังเดินมาทางเธอ เขายกโทรศัพท์แนบใบหูปรายตามองเธอเล็กน้อยเหมือนกำลังคุยธุระอยู่ เธอจึงยิ้มหวานบนใบหน้าโบกมือทักทายแทนการกล่าวคำพูด
"ครับ เจอแล้วครับงั้นผมวางนะครับ"
เซนลดมือลงกดตัดสายปลายสายก่อนจะเงยใบหน้านิ่งขึ้นมองหญิงสาวด้านหน้าอีกครั้ง มือหนาผายมือเชิญให้เธอเดินนำไปยังรถยุโรปคันหรูที่จอดรออยู่โดยที่ไม่ได้เอ่ยทักทายเธอหรือกล่าวอะไรออกมา
ใบหน้าหวานยิ้มเจื่อนลดมือบางลงเกาศีรษะแก้เก้อ เดินนำไปตามคำเชื้อเชิญ ตามหลังมาด้วยผู้ช่วยหน้านิ่งของคุณหมอ
ความเย็นตีกระทบใบหน้าเมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในตัวรถ เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานให้ความเย็นแก่คนด้านใน แต่บรรยากาศกลับเยือกเย็นลงจนต้องยกมือขึ้นลูบแขน
ดวงตากลมเอี้ยวมองคนขับรถที่นั่งหน้านิ่งอยู่หลังพวงมาลัย เผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคออึกใหญ่เมื่อเขาหันกลับมามองเธอผ่านแว่นกันแดดตัวใหญ่ปิดบังแววตาในตอนนี้
"สะ.. สวัสดีค่ะ"
เสียงหวานสั่นเล็กน้อยพยายามห้ามไม่ให้ความกลัวออกทางสีหน้า หย่อนสะโพกมนนั่งลงบนเบาะรถ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่เขาคนนั้นหันกลับไปด้านหน้าในตอนที่ผู้ช่วยคุณหมอแฟนหนุ่มเพื่อนสนิทเข้ามานั่งประจำที่
"ทำตัวผ่อนคลายครับไอ้นี่มันไม่กัดหรอกครับ มันฉีดยามาแล้ว"
"อ่า... ค่ะ"
น้ำเสียงนิ่งพูดเพื่อให้คลายความหวาดกลัวของหญิงสาว แต่เขาหารู้ไม่ว่าการพูดแบบนั้นเป็นเหมือนการเตือนกลายๆ ว่าหากเธอไม่ทำตัวมีปัญหาคนของเขาก็จะไม่ทำอะไรเธอ แต่หากเธอทำตัววุ่นวายเขาก็จะไม่เว้น จะดีด้วยก็ต่อเมื่อเธอเชื่อฟังทำตัวดีเท่านั้น
นาเดียเบือนสายตาออกไปสนใจนอกหน้าต่างหลังจากรถแล่นออกสู่ถนนเส้นหลัก มือเล็กเลื่อนเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์เล่นในขณะที่หันดวงตามองด้านนอกและกลับมามองหน้าจอในมือตัวเองสลับกันไปมา
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงรถยุโรปคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดภายในบ้านของเพื่อนสนิท เท้าเล็กก้าวลงเหยียบบนพื้นถนนซีเมนต์ ดวงตากลมกวาดสายตามองความร่มรื่นของสวนย่อมดอกไม้หลากหลายแล้วกลับมามองยังตัวบ้านเรือนไทยครึ่งประยุกต์
"คุณบัวรออยู่ด้านในครับ"
"ค่ะ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเสียงนิ่ง บอกให้รู้ว่ากำลังมีงานสำคัญรออยู่ และไม่อยากให้ฤกษ์งามของเจ้านายหนุ่มต้องมาเลทเพียงเพราะความไม่ตรงเวลาของใครบางคน
ดวงตาคมจ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาราบเรียบบังคับกดดันให้เธอเลิกสนใจบรรยากาศรอบตัวมากกว่าความสำคัญของงานหมั้น
"ไป.. ไปค่ะ"
นาเดียหลุบดวงตาลงมองมือเล็กของตัวเอง พูดเสียงสั่นหวาดกลัวสายตาคู่นั้น เท้าเล็กก้าวเดินไปด้านในตัวบ้านทั้งที่ไม่กล้าเงยใบหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
เสียงผู้คนดังออกมาจากด้านในทำให้เธอต้องปรายตาขึ้นเหลือบมองผ่านๆ ก่อนสายตาจะไปปะทะเข้ากับร่างสูงที่คุ้นเคยของใครบางคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สีขาวด้านนอกสวนย่อมของด้านหลังบ้าน
ใบหน้าคมคายบึ้งตึงบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์เอามากๆ ขณะที่มือหนายังคงยกขึ้นวางบนพนักพิงเก้าอี้หนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างวางแนบไปกับโต๊ะกระจกเทียม
"เขาเหรอ... บ้าน่านาเดียเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
เสียงหวานพึมพำถามตัวเองเสียงเบา สะบัดใบหน้าไล่ความมึนงงออกก่อนจะเพ่งเล็งสายตามองไปยังตรงที่เห็นร่างสูงนั่งอยู่ก่อนหน้า แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าเหมือนไม่เคยมีใครนั่งอยู่ก่อนหน้านั้น
"ว่าแล้วเชียว"
"เดีย!"
เสียงเรียกด้านหน้าทำให้คนตัวเล็กหันความสนใจกลับไปมอง ใบหน้าดึงตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนสนิทอยู่ในชุดไทยสไบสีทองดูเรียบหรูสวยงามตามฐานะ ใบหน้ายิ้มกว้างเดินมายื่นมือเล็กเข้าหา
"เป็นไรอะ"
"อย่าแตะตัวฉัน ฉันกำลังงอนแกอยู่"
"โอ๋... เด็กน้อยอย่างอนเลยนะมาเดี๋ยวพาไปเปลี่ยนชุดดีกว่า เอาแบบสวยกว่าเจ้างานเลยเป็นไง"
สายบัวเกาะแขนเพื่อนง้องอนราวกับกำลังง้อเด็กน้อย ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเหลือบหางตามองเพื่อนก่อนจะพยักหน้าให้พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
"หายงอนแล้วใช่มะ ที่จริงฉันเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันโดนเซอร์ไพรส์มาเหมือนกันนั่นแหละ"
"รอเสร็จงานแล้วค่อยงอนต่อก็ได้ เห็นว่าแกจริงใจหรอกนะ"
นาเดียเปลี่ยนมาเป็นเกาะแขนเพื่อนแทน ดวงตากลมจ้องมองชุดบนเรือนร่างบอบบางของเพื่อนสนิทตาลุกวาว เอื้อมมือสัมผัสลวดลายสวยงามอย่างตะลึงใจ
"อยากใส่บ้างอะ"
"หึ รอแกหาว่าที่เจ้าบ่าวได้ก่อนเถอะค่อยมาบอก แต่ตอนนี้ต้องไปเปลี่ยนชุดแล้วเดี๋ยวเลยฤกษ์เฮียบ่นตายเลย"
"ห๊ะ! เดี๋ยว"
"...."
"ใครเฮียแก"
สายบัวไม่ตอบแต่เลือกที่จะดันหลังเพื่อนขึ้นไปยังห้องตัวเองด้านบนแทน
หญิงสาวสองคนลากถูกันไปโดยมีสายตาของใครบางคนมองตามแผ่นหลังเล็กจนหายขึ้นไปด้านบนของตัวบ้านถึงได้ละสายตาออก มือหนายกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบปลายลิ้นเบาๆ เหลือบดวงตาคมกลับมามองผิวน้ำใสด้านหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย
"คุณซานะจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ครับ"
"..."
"ท่านเคนตะฝากให้นายดูแลเธอแทนด้วยครับ"
"น่ารำคาญ"
เสียงเย็นกล่าวลอดริมฝีปาก ยกเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบอีกครั้ง ละสายตาออกจากผิวน้ำด้านหน้าหันกลับเข้าไปในงานที่กำลังเริ่มด้วยสายตาว่างเปล่า
เหลือบขึ้นมองกระจกดำด้านบนที่มีเงาเรือนร่างของหญิงสาวสองคนกำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอยู่ แม้จะมองไม่เห็นว่าอิริยาบถและคนด้านในนั้นคือใคร แต่เขาก็เดาได้ไม่ยากเพราะห้องที่หันหน้าตรงมายังหลังบ้านมีเพียงห้องของเจ้างานแฟนสาวของเพื่อน 'สายบัว' และไม่ต้องเดาให้มากความเพราะอีกคนต้องเป็นเพื่อนเธออยู่แล้ว
หลายเดือนต่อมามาเฟียหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกระดุมถูกปลดลงสองเม็ดบนเผยอกแกร่งกำยำรำไรให้เห็น เขายังคงยืนพ่นลมหายใจหนักหน่วงหน้าห้องคลอดไม่ขยับไปไหนมาตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้ว จนตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ยังคงยืนเท้าเอวอวดเรือนร่างดูดีอยู่ที่เดิมคาเรนเดินไปเกาะส่องสายตามองเข้าไปด้านในห้องคลอดด้วยใจไม่เป็นสุข เขากับคนตัวเล็กกำลังจะออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน แต่เธอกลับมีอาการปวดท้องกะทันหันซึ่งหากให้นับเวลาแล้วกำหนดคลอดยังอีกหลายวัน นั่นทำให้เขาเป็นกังวลมากจนนั่งไม่ติดอย่างที่เป็นอยู่"เอ่อ.. นายครับ ผมว่ามานั่งก่อนดีกว่านะครับ ยังไงคุณเดียก็อยู่ในมือหมอแล้ว...""หุบปากมึงไป แม่งจะพูดให้กูใจเสียทำไมวะ นี่ก็เข้าไปไม่ได้โรงพยาบาลบ้าอะไรวะ!"มาเฟียหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย ใบหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขายังยืนส่องตามองเข้าไปด้านในพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเสียงฝีเท้าหนัก หลายคู่เดินตรงมายังห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังทำให้คนที่กำลังให้ความสนใจกับคนด้านในหมุนตัวหันกลับมามองด้านหลังเห็นใบหน้าเย็นชาของCEO หนุ่มแล้วฉุนหนักจนไม่อยากจะมอง เพราะลีโอเ
"เธอ... รู้สึกเหมือนกันกับฉันไหม"เกิดความเงียบเข้ามาแทรกอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงทั้งสองดวงกำลังแข่งกันพอให้ได้ยินในระยะประชิดลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มใสรวมถึงปลายจมูกเล็กจนเกินความร้อนวูบวาบขึ้นมา ซานะหลุบสายตาลงกลับ เธอดันตัวขึ้นนั่งหลังตรงเม้มปากไว้แน่นยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายไว้"อ๊ะ!""เงียบทำไม บอกว่าเราเหมือนกันแต่กลับเงียบหมายความว่าไง""พะ... พี่เดนปล่อยก่อนค่ะ"มาเฟียหนุ่มกอดรัดเอวคอดไว้แน่น วางปลายคางสากลงบนบ่าเล็กคลอเคลียจมูกและริมฝีปากเรียวกับใบหูจนเธอต้องเบี่ยงหน้าหลบ พยายามแกะมือหนาออกจากตัวเดนผละใบหน้าออกห่างมองคนตัวเล็กบนตักด้วยความแง่งอน ยอมปล่อยมือออกจากการรั้งตัวไว้ทำให้เธอดันตัวลุกขึ้นยืนทันทีใบหน้าสวยแดงเรื่อสบตากันไม่ถึงนาทีก็ต้องหลุบลงมองต่ำ ใจกำลังเต้นแรงจนสองเท้ากำลังจะหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ ซานะหมุนตัวถอยห่างถือวิสาสะใช้ห้องน้ำส่วนตัวของคนตัวสูงเป็นที่พักใจหายใจชั่วคราวโดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งมองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างคิดไม่ตกทันทีที่ประตูถูกปิดลงสะโพกมนก็หย่อนกายนั่งลงบนฝาชักโครกยกมือขึ้นกุมหน้าอก หลับตาลงเพื่อสูดหายใจเรียกสติก
"มันเกิดการเปลี่ยนแปลงแต่แกยังอยู่ในตำแหน่งเดิม เพราะฉะนั้นคนที่แกจะต้องแต่งงานด้วยคือ ผู้นำตระกูลไฮคาริ ไคล์ คนต่อไป"เคว้ง! เสียงแหบแห้งของผู้อาวุโสที่สุดในโต๊ะดังขึ้น โดยที่ตัวเขายังคงคีบหนีบอาหารโดยไม่ได้สนใจอาการของหลานสาว ซานะหันสายตามองใบหน้าของคนเป็นปู่ด้วยใจเต้นแรงเจ็บปวดเธอได้ยินข่าวลือมากมายถึงการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลเก่าแก่ทันทีหลังเสร็จพิธีแล้ว แต่เธอไม่เคยเตรียมใจเลยว่าจะต้อง... แต่งได้เฉพาะกับคนที่เป็นผู้นำเท่านั้น สายตาตัดพ้อเจ็บปวด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นหยดน้ำตาคลอเบ้าตาแดงก่ำทั้งสองข้าง"นะ.. หนู เป็นแค่สิ่งของหรือคะ""....""ถูกส่งมอบทอดต่อทอดเหมือนไม่ใช่คน ใช่ไหมคะ""มันเป็นสิ่งที่แกควรจะทำ อย่าเรื่องมากฉันให้ทำอะไรก็ทำไป""ปู่ใจร้าย...ฮึก หนูน่าจะตายๆ ไปพร้อมกับพ่อกับแม่ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่น่ารอดมาเลย""กินข้าว แกต้องไปดูงานที่บริษัทวันนี้""อึก... นะ.. หนูไม่ไปได้ไหมคะ"ร่างเล็กขยับเล็กน้อย เผชิญหน้าหันมองผู้เป็นปู่สองมือยกขึ้นมาวางบนโต๊ะในขณะที่หยดน้ำตากำลังไหลลงอาบแก้มใส ปลายจมูกแดงเรื่อรอคอยคำตอบจากคนด้านหน้าแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังได้รับเพียงความเงียบเ
อื้อ...ทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว คนตัวสูงก็เริ่มจู่โจมฉันด้วยจูบร้อนๆ ทันที เขาจูบหนักหน่วงลมหายใจก็ไม่ต่างกันจนเป็นฉันเองที่จะขาดอากาศหายใจมือเล็กยกขึ้นมาทุบกลางหลังกว้างเบาๆ เป็นเชิงบอกกล่าว ทำให้คาเรนยอมผละริมฝีปากร้อนออก แต่เขายังคงอ้อยอิ่งอยู่กับกลีบปากล่างฉัน จูบเบาๆ ตวัดปลายลิ้นเลียหยอกล้อ"เดียขออาบน้ำก่อนค่ะ เหนียวตัวไปหมด""เสร็จแล้วค่อยไปอาบพร้อมกัน""เดียเหม็นเหงื่อ""ไม่เหม็นเลย... หอมมากด้วย"คาเรนก้มลงสูดดมซอกคอฉันก่อนจะพึมพำเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง เขาเริ่มขบเม้มผิวขาวบริเวณต้นคอไล้ลงมาเหนือเนินอกในระหว่างนั้นมือหนาก็ลูบไล้วนไปมาข้างเอวคอดทำเอาขนอ่อนใต้ชุดสวยลุกชันฉันยกมือขึ้นกอดเอวสอบยอมคล้อยตามการเล้าโลมของคนตัวสูง หลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองหลอมรวมกับอารมณ์"อื้อ~""เสียวเหรอ""ดะ... เดียจักจี้""หึ เขาเรียกว่าเสียว"อ๊ะ!.. ร่างสูงตวัดช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มกระเตงโดยที่ยังคงจูบวนเวียนกับหน้าอก เขาวางร่างเล็กลงบนโซฟากลางห้องอย่างเบามือก่อนจะขึ้นมาคร่อมร่างไว้แล้วประกบปากจูบเร่าร้อนอีกครั้งเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าอายดังขึ้นลั่นห้อง มือหนาปลดชุดบนตัวฉันออกช้าๆ อ้อยอิ่งผ
"ไปไหนมา ทำเล่นเป็นเด็กไปได้"นั่นไง... ทันทีที่ฉันกับคาเรนเดินเข้ามาด้านในงาน ป๊าก็เข้ามาหาพร้อมกับบ่นออกมาทันที ถึงจะเสียงไม่ดังมากนักแต่ก็พอให้ฉันได้ยินชัดทั้งสองหู"ยืนอยู่อีก เข้าไปได้แล้วจะได้เวลาแล้ว""ค่ะ"มือเล็กกระตุกแขนเสื้อสูทสีเทาอ่อนของคนตัวสูงให้เดินเข้าไปพร้อมกัน เพราะเห็นอยู่ว่าเขายืนมองหน้าป๊าด้วยสายตานิ่งๆ นี่คิดไปไกลได้เลยนะว่าหากคนที่ยืนบ่นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ป๊า เขาคงมีบวกแน่คาเรนยอมเดินตามเข้ามาด้านใน ฉันแอบสังเกตเห็นเขาหันหน้าหนีบ่อยครั้งคงเพราะอาการแพ้กลับมาอีกนะสิ ฉันเลยเลื่อนมือลงจับมือหนากุมไว้ด้วยมือเล็กทั้งสองข้างทำให้คาเรนหันมามองหน้าก่อนจะยิ้มให้บ่งบอกว่าไม่เป็นไรแทนคำพูดเราเดินขึ้นมาด้านหน้าทุกคนด้วยกันโดยที่สองมือยังคงจับประสานกันแน่น เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นแทนความเงียบก่อนหน้านานอยู่สักพักผู้ใหญ่ก็เข้ามานั่งด้านหลังฉันกับคาเรนโดยที่ด้านหลังฉันมีป๊ากับม๊าส่วนด้านหลังเขา....ทำไมเป็นผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเป็นแม่เขาล่ะคำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัว ฉันเงยหน้าขึ้นส่งสายตาตั้งคำถามว่าเธอเป็นใคร แต่เขากลับยิ้มน้อยๆ บนหน้าแล้วโน้มลงมาใกล้พร้อมกับกระซิบข้างหูเล็ก
Nadiaฟูว์~ ฉันเป่าลมออกปากทันทีที่เดินพ้นจากพื้นที่ที่รายล้อมรอบด้วยผู้คนแออัด ใจดวงเล็กเต้นแรงกลัวว่าป๊าจะเดิมตามมา คอยหันหลังมองสลับกับทางด้านหน้าจนมาถึงศาลากลางสวนหย่อมหลังบ้าน ฉันเดินขึ้นมาหย่อนตัวนั่งลงบนที่นั่งแล้วหันหลังให้ทางที่เพิ่งเดินขึ้นมาดวงตากลมยังเอาแต่จ้องมองหน้าจอมือถือที่เปิดหน้าห้องแชทของคาเรนค้างไว้ ใบหน้าเริ่มกลับมาบูดบึ้งปลายจมูกร้อนผ่าวลามไปถึงขอบตาสวยทั้งสองข้างเมื่อยังมีเพียงความเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นในห้องแชทนี้เลยเฮ้อ... ทำไมฉันอ่อนไหวง่ายแบบนี้เนี่ยไม่ชอบเลย ฉันลดมือที่จับโทรศัพท์ลงคว่ำหน้าจอลงแนบกับหน้าขา พ่นลมหายใจหนักๆ ออกทางปากเพื่อระบายอารมณ์ด้านในหัวใจ กะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาให้ไหลย้อนกลับก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง'อยู่ไหนคะ''ถึงไทยหรือยัง...''เดียรออยู่นะ'ติ้ง ติ้ง ติ้ง~ทันทีที่ฉันกดส่งข้อความไปหาคาเรน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันทันที มันทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วสงสัยแล้วมองหาเจ้าของเสียงดังนั้นเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองลงก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร ไม่ข้อความเข้าหรืออะไรเลยแล้วมันดังมาจากไห
คนตัวเล็กเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว ย่านเศรษฐีพื้นที่ที่ราคาแพงที่สุดในเมืองหลวงใบหน้าหวานบูดบึ้งส่งสายตามองเจ้าของแผ่นหลังกว้างอย่างขุ่นเคือง เมื่อขัดอะไรไม่ได้จะว่าด้วยพละกำลังหรืออำนาจอะไรตามแต่ทำให้เธอจำใจต้องมาอยู่ตรงนี้"คุณจะให้เดียทำอะไรคะ""มานั่งนี่""..."คาเรนหย่อนกายน
หญิงสาวรูปร่างสูงสมส่วนใบหน้ารูปไข่ผิวพรรณขาวผ่องใสกวาดสายตามองห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับตัวเองด้วยสีหน้าเรียบ ผมดำถูกปล่อยลงสยายกลางหลังตัดผมม้าทำให้ใบหน้าเธอดูเด็กกว่าวัยย่างเข้าเลขยี่สิบปลายๆ ซานะก้มลงหยิบกลีบดอกโบตั๋นในแจกันขึ้นมาดูด้วยแววตาราบเรียบ ดวงตากลมใสมีแววตาของความทุกข์อยู่ด้านใน
"ซี๊ด~"ความเจ็บปวดจากกลางกายแล่นเข้าเล่นงานเป็นความรู้สึกแรกของวัน เมื่อแสงจากด้านนอกลอดเข้ามาปลุกคนที่ยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความแสบจากด้านใน มือเล็กเลื่อนลงไปสัมผัสกลีบกุหลาบอวบอูมบวมเป่งเบาๆ ดวงตากลมปรือขึ้นรับเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกร้อนทั
ปึก! อ๊ะ!"อื้อ!"เสียงหวานถูกกลืนหายหลังจากถูกผลักเข้ามาด้านในรถอย่างแรงจนเกิดอาการหน้าเบี้ยวเพราะความจุก ร่างเล็กนอนราบไปกับเบาะนั่ง มือเล็กถูกจับตรึงไว้แน่นเหนือศีรษะขณะที่ร่างกายถูกรุกรานอย่างอุกอาจ"แม่งเอ๊ย!"เสียงสบถดังขึ้นอีกครั้งเพราะเสื้อที่รัดแน่นเกิดการติดขัดถอดออกไม่ถนัดคาเรนออกแรงกระ







