LOGIN"เป็นไรวะ มาถึงก็ยกเอาอย่างเดียว"
"หงุดหงิด"
"หงุดหงิดอะไรวะ"
"...เด็กบ้า แม่งไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นเลย"
"..."
แม็กซ์เวลล์หันไปถามความเห็นจากคาเรนที่นั่งถัดไปด้านขวามือ แต่กลับได้รับเพียงการไหวไหล่เป็นเชิงบอกว่าไม่รู้ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นอย่างไม่สนใจ
"เด็กไหนวะ"
"อยากรู้ไปทำไม เด็กนั่นมันไม่มีอะไรให้น่าสนใจสักนิด มีแต่นมกับหน้าที่พอดูได้นอกนั้นไม่มีดีสักอย่าง"
"เด็กใหม่มึง?"
"เด็กแม่กู"
คิ้วหนาขมวดผูกชนกัน น้ำเสียงหงุดหงิดพลันทำให้นึกถึงเด็กที่มาดามโอลิเวียรับเลี้ยงดูเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมา แต่ที่ต้องแปลกใจยิ่งกว่าเดิม คือเพื่อนตัวเองที่นั่งยกเหล้าเข้าปากราวกับน้ำเปล่านี่มากกว่า ตอนเห็นรูปถ่ายในตอนที่เธออายุประมาณสิบขวบยังว่าน่ารักอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กบ้าไปซะอย่างนั้น
ปึก!
แก้วเหล้าในมือกระแทกลงบนโต๊ะด้านหน้าก่อนร่างสูงกำยำของมาเฟียหนุ่มจะหยัดกายลุกขึ้นยืน มือหนายกขึ้นนวดหว่างคิ้วเบาๆ สะบัดใบหน้าเพื่อเรียกสติ
"มึงจะไปไหน"
"ปลดปล่อย แม่งวันนี้หงุดหงิดทั้งวันถ้าได้นางแบบร่างเล็กๆ ร่องแน่นๆ สักคนกูคงจะหาย"
"เชี่ย! มึงนี่มันสำส่อนฉิบหาย"
"ใครสนวะ"
คาร์เตอร์ไหวไหล่เล็กน้อย เดินออกจากห้องรับรองภายในโกดังเก็บของด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง มือหนาเลื่อนขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตบนอกกว้างลงมาสามเม็ด พับแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นมาถึงข้อศอก ดุนลิ้นแตะมุมปากด้านในโดยมีมือขวาคนสนิทอย่างฟีลิกซ์เดินตามหลัง
"คาร์เตอร์คะ"
"...."
เสียงแหลมกรีดแก้วหูของนางแบบแนวหน้าของยุโรปกรีดกรายเดินนวยนาดเข้ามาหย่อนสะโพกอวบอัดลงบนตักแกร่ง โดยที่มาเฟียหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำสนิทนั่งอยู่บนโซฟาภายในคอนโดส่วนตัว
คาร์เตอร์กรีดเรียวนิ้วยาวข้างเอวคอดขึ้นมายังหน้าอกอวบใหญ่ กอบกุมเต้าแน่นไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวก่อนจะออกแรงขยุ้มรุนแรงจนคนบนตักเปล่งเสียงครางเบาๆ
"วันนี้หงุดหงิดเหรอคะ "
"..."
"ให้เจสซี่ช่วยนะคะ"
"..."
นางแบบสาวหยัดกายลุกขึ้นจากตักแกร่งขึ้นมานั่งคร่อมแทน เธอจงใจบดเบียดหน้าอกอวบใหญ่ทั้งสองเข้าหาอกกว้างอย่างเปิดเผย มือเล็กค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวบางบนตัวออกอย่างเย้ายวน
ดวงตาคมสวยกรีดตาลงมองเรียวปากบางดันลิ้นเลียริมฝีปากเป็นการยั่วอารมณ์มาเฟียหนุ่ม เจสซี่ถอดเสื้อบนตัวลงทิ้งบนพื้นอย่างไม่ไยดีว่าจะตกลงตรงไหนของห้อง ก้มใบหน้าลงเสมอกันจับกรอบหน้าคมคายไว้เหยียดยิ้มมุมปากบิดขึ้นสูง
"อยากให้เจสซี่ช่วยทำตรงไหนคะ"
"...."
"ตรงนี้ ตรงนี้ หรือตรงนี้ดี"
"หึ เธอนี่ยั่วเก่งขึ้นทุกวัน หวังว่าจะไม่ได้ไปฝึกกับใครมาหรอกนะ"
"เจสซี่จะไปทำกับใครได้ล่ะคะ ก็มีแต่คุณ..."
"ฉันเป็นคนหูตาไวเผื่อเธอลืม"
นางแบบสาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะเหยียดยิ้มหวานอีกครั้งในเวลาต่อมา จงใจไล้ปลายนิ้วเรียวสวยลงบนอกแกร่งเพื่อดึงอารมณ์มาเฟียหนุ่มให้กลับมาอีกครั้ง มืออีกข้างเลื่อนลงลูบเป้าที่กำลังตื่นนูนขึ้นมาดันร่องชื้นแฉะอยู่วนไปมาเบา
"อย่าทำเสียบรรยากาศเลยนะคะ เจสซี่ว่า... เรามาทำอะไรสนุกๆ ดีกว่าค่ะ"
"เริ่มงานเธอสิ"
"ค่ะ" คนบนตักหยัดกายขึ้นคุกเข่าหลังตรง ยื่นมือกลับไปปลดตะขอเสื้อชั้นในบนตัวออกเลื่อนตัวลงต่ำ ค่อยๆ ปีนลงจากลำตัวมาเฟียหนุ่มลงมานั่งเสมอเข่าหนา
ปรายสายตาหวานหยดขึ้นมองใบหน้าคมคาย เหยียดยิ้มหวานมุมปากลูบไล้เป้าแข็งชันเบาๆ ก่อนจะเปิดชายผ้าออกปลดปล่อยท่อนเนื้อร้อนที่ดุนตัวขึ้นตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า
คาร์เตอร์เอนหลังนอนพิงพนักโซฟา ยกมือขึ้นวางพาดลงบนพนักหลับตาลงปล่อยให้อารมณ์หงุดหงิดระบายออกทางแก่นกายหนาที่กำลังถูกชักรูดขึ้นลงเบาๆ
"ปล่อยอารมณ์มาที่เจสซี่เต็มที่เลยค่ะ เจสซี่... พร้อมที่จะรับมันแล้ว"
เสียงแหลมดังขึ้นก่อนจะแตะปลายลิ้นลงบนปลายหัวเห็ดแดง ดวงตาสวยยังคงจ้องมองอารมณ์ที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนบนใบหน้าคมคายด้วยแววตาหยาดเยิ้ม นิ้วเรียวสวยลูบไล้ต้นขาแกร่งด้านในเพื่อยั่วยุอารมณ์ดิบให้ตื่นขึ้นมา แสยะยิ้มขึ้นสูงเมื่อใบหน้าคมคายเริ่มแดงก่ำด้วยฤทธิ์สวาทจนสันกรามบดแน่น
"เจสซี่อยากโดนกระแทกจังเลยค่ะ"
"ทำใจรับมือได้เลยแม่นางแบบร่าน"
ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองดวงจันทร์บนท้องฟ้านิ่งอยู่หน้าระเบียงห้องนอน ก้านแก้วเอียงใบหน้าเล็กน้อยด้วยดวงตาสุกใส เธอนอนไม่หลับอาจจะด้วยแปลกที่แปลกทางเป็นเหตุ
ช่วงกลางดึกของเวลาเที่ยงคืนกว่าเกือบจะตีหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงัด พลันทำให้ได้ยินได้แม้แต่เสียงหายใจของตัวเอง คนตัวเล็กวางปลายคางลงบนสองมือบางที่วางแนบไปกับระเบียงหนา หลุบสายตาลงมองแสงสว่างที่ส่องออกมาจากไฟหน้ารถของใครบางคนที่แล่นเข้ามาในอาณาเขตคฤหาสน์
เสียงเครื่องยนต์จอดลงด้านหน้าประตูใหญ่ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งอ้อมไปยังด้านหลังแล้วเงียบหายไป เธอกัดกลีบปากคิดชั่งใจอยู่นานว่าควรจะออกไปรับผู้มาใหม่หรือไม่ เธอเป็นเพียงผู้อาศัยหากไม่ไปยืนรับเขาจะกล่าวว่าเธอหรือเปล่า
ความคิดตีกันวุ่นภายในหัวอย่างหนักหน่วง ก่อนจะตัดสินใจดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้จนเกิดเสียงดังครืด หมุนตัวเดินกลับเข้ามาด้านในห้องส่วนตัวหันกลับมาปิดประตูบานเลื่อนล็อกแน่นหนาก่อนจะเดินตรงไปยังบานประตูเพื่อออกไปด้านนอก
แกรก~
"กรี๊ด!!! อุ๊บ!"
"จะแหกปากทำไมวะ!"
ทันทีที่เปิดประตูออกมา เงาสีดำรูปร่างสูงใหญ่ก็ยืนประจันตรงหน้าทำให้เกิดการสะดุ้งตัวตกใจกรีดร้องดังลั่น แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่เสียงแหลมบาดแก้วหูได้หลุดลอดออกมา ก็มีบางอย่างเข้ามาปิดปากเธอไว้ก่อนพร้อมกับเสียงเข้มดุดังขึ้นข้างหู
"อื้อ..."
"อาศัยร่มชายคาเขาไม่พอ ยังจะมารบกวนเวลาพักผ่อนเขาอีก เธอนี่มันอกตัญญูจริงๆ"
"...."
ความเงียบเข้ามาครอบคลุมทันทีที่เสียงดุดันออกมาจากเรียวปากบาง ลมหายใจร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนขนอ่อนลุกเกลียวทั้งตัว ยืนแข็งทื่อเมื่อสติกลับเข้ามา
เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนสงบลงแล้ว คาร์เตอร์ก็เลื่อนมือออกจากร่างเล็กทันทีราวกับรังเกียจรังงอนมาแต่ชาติปางก่อน
"อยากโดนฉุดไปรุมโทรมหรือไง ถึงเป็นเด็กที่มัมเลี้ยงไว้แต่คนของฉันก็คงหน้ามืดได้ทุกเวลา คนมันของขาดถ้ามีผู้หญิงสักคนอยู่ตรงหน้ามันก็ไม่เลือกหน้า"
"...."
"ยืนทำซากอะไรวะ วุ้ย! น่ารำคาญฉิบ"
มาเฟียหนุ่มสบถคำหยาบคายเดินกระแทกไหล่เล็กไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่ลึกเข้าไปอีกทันที
.
.
.
วันต่อมาร่างบางในชุดเดรสสีขาวสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกับร่างสูงในชุดไปรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก้าวเข้ามาด้านในตัวบ้านหลังใหญ่ โดยที่มือหนาจับตะกร้าผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ พิไลสอดส่องสายตามองหาบุพการีที่ได้โทรแจ้งล่วงหน้าหลายวันว่าจะมาเยี่ยม แต่ยังคงมีเพียงความเงียบที่ปกคลุมรอบบ้าน รวมถึงเด็กรับใช้ที่ไม่มีออกมาเดินให้เห็น"มีอะไรหรือเปล่า""ไม่รู้สิคะ หนูโทรบอกคุณพ่อกับแม่ใหญ่แล้วนะคะว่าวันนี้จะมาหา"ริมฝีปากอิ่มยู่เล็กน้อยกวาดสายตามองเข้ามาด้านใน ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุยเสียงเบาจากด้านหลังบ้านค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้า พลันทำให้คนตัวเล็กยิ้มรับบนใบหน้าสวยหวานยกมือไหว้แม่ใหญ่ที่อุ้มน้องสาวตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนมาพร้อมกับ...."คุณป้าสร?""อ้าวพิไลลูกมาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งในห้องนั่งเล่นดีกว่า"สรยิ้มรับในขณะที่คนตัวเล็กข้างกายลูกชายยกมือไหว้อย่างอึ้งๆ นึกเอ็นดูความตกใจที่ปิดไม่มิดของเธอ แล้วเดินตามเจ้าบ้านเข้ามายังห้องรับแขกที่อยู่เยื้องออกไปทางด้านซ้ายมือ"คุณป้ารู้จักแม่ใหญ่ได้ยังไงคะ แล้วมาที่นี่ได้ยังไง""ไม่รู้สิ เข้าไปกันปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดีนะ"มือหนาดันหลังบางให้เด
"ตั้งแต่.... ครั้งแรกของเรามั้ง"คนตัวสูงโน้มลงมากระซิบเสียงกระเส่าแหบพร่าข้างหูเล็กเล่นเอากายสาวเสียววาบท้องน้อยใจเต้นสั่นรัว พิไลหันหลบสายตาวางแนบพวงแก้มลงบนอกแกร่งลอบยิ้มเขินอาย มือเรียวถูกยกขึ้นมาวางบนหน้าท้องแกร่งขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มเบาๆ "พิไล~...""คะ?""...."ร่างสูงดันตัวขึ้นพลิกกลับมาคร่อมร่างเล็กไว้อย่างนุ่มนวลเบามือ มือหนาสอดประสานกลุ่มผมนุ่มดกดำเบาๆ ใบหน้ากระชั้นชิดดวงหน้าเล็กห่างเพียงหนึ่งนิ้ว ลมหายใจร้อนเป่ารดแก้มนวลถี่ๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวอึกใหญ่ลงคอ ลูกกระเดือกหนาขยับตัวตามจังหวะการเคลื่อนไหวช้าๆพีระหลุบตาลงจากดวงตากลมใสมองกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มหอมหวานที่เขาชื่นชอบ โน้มตัวลงกดจูบละมุนสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าหาความหอมหวานเกินห้ามใจมือหนาเลื่อนขึ้นมาสอดประสานกับมือเล็กไว้มั่นในขณะที่ยกตัวเองขึ้นเหนือร่างเล็กบดเบียดหน้าอกแข็งแรงเสียดสีกับหน้าอกอวบใหญ่ของคนใต้ร่างความนุ่มนวลเริ่มเร่าร้อนหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์กระสันที่จุดติดโหมกระหน่ำเข้าหา ชุดนอนตัวบางบนเรือนร่างเล็กถูกถลกขึ้นเหนือเอวคอด มือหนาสอดลูบไล้วนหน้าท้องแบนราบ ละริมฝีปากออกจากลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อถูกบดจูบจนบวมเ
'ฮัล..'"แก้วชะ... กรี๊ด!!!"เคร้ง!!!เสียงหวานกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจหลังจากถูกกระชากเครื่องมือสื่อสารในมือออกด้วยความแรงจนลอยขึ้นไปอยู่ในมืออีกคน แจกันในมือเล็กหล่นลงบนพื้นห้องแตกละเอียดเศษเล็กเศษน้อยกระจายเต็มพื้นพีระจ้องมองรายชื่อบนหน้าจอนิ่งๆ ก่อนจะกดวางสายแล้วปรายตาลงมองคนตัวเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้ ก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทา"ยะ... อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะหนูฮึก.. หนูไม่มีอะไรจะให้ทั้งนั้น ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ฮือ... ปล่อยหนูไปเถอะ"มือบางยกขึ้นมาพนมไหว้น้ำตาไหลพร่าอาบแก้มนวลด้วยความหวาดกลัวอาการของคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงชะงักนิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจเจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ออกมาทางจมูกโด่ง หย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเอื้อมมือกดเปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นทั่วห้องคนตัวสูงหลุบตาลงมองคนบนพื้นอีกครั้งในขณะที่เธอก็ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมาเช่นกันดวงตากลมพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกาะแพรวพราวขอบตาจนบดบังการมองเห็นทั้งหมด แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนคุ้นเคยที่เคยเข้าออกห้องเธอบ่อยครั้งมากราวกับเป็นห้องตัวเองก็ไม่ปานเ
"พิไล"เสียงทุ้มคุ้นเคยตะโกนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันต้องเอี้ยวหันกลับไปมองพร้อมกับเผยรอยยิ้มปกติบนใบหน้าอธีปเดินเข้ามาใกล้ในมือหนาถือเอกสารอะไรบางอย่าง ทำดวงตากลมโตต้องหลุบลงมองตามมือหนาแล้วดึงกลับขึ้นมองยังใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนชาย"เรามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ ว่างใช่ป่ะ""ออ.. ได้สิ เรามีเรียนสิบโมงตอนนี้.... ครึ่งชั่วโมงได้ไหมอ่ะ""ได้ๆ เออ.. นั่งโต๊ะเดิมนะ""อืม" เสียงหวานตอบกลับก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหินอ่อนโต๊ะเดิมที่ฉันชอบนั่งกับแก้ว แต่พอแก้วไม่อยู่ฉันเลยต้องไปรอบนห้องแทนนานๆ ครั้งถึงจะมานั่งครั้งหนึ่งร่างสูงของเพื่อนร่วมชั้นปีหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว คลี่เอกสารในมือเลื่อนมาตรงหน้าฉันแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง "เราไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้อธิบายให้ฟังหน่อยสิ""อธีป... ลืมไปหรือเปล่าว่าเราเรียนกันคนละสาขานะ""เรารู้ว่าพิไลเก่ง อีกอย่างอาจารย์บอกว่าบริหารการบัญชีเรียนไปแล้ว ลองดูก่อนดิ"ฉันพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้มลงหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาจับไว้ ยกขึ้นในระดับสายตากวาดสายตาอ่านตัวอักษรในแผ่นกระดาษสีขาว มันใช่แบบที่อธีปบอกนั่นแหละ ถึงจะไม่ตรงล็อกทุกอย่างแต่ฉันเรียนเนื้อหาส่วนนี้ไปแ
หลายเดือนต่อมา-- พิไล --วันนี้เป็นวันที่ทั้งวุ่นวายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน เพราะอะไรนะเหรอ หึหึ! ก็เพราะวันนี้เป็นวันที่หลานคนแรกของฉันจะลืมตามาดูโลกแล้วไงล่ะ แต่ก็นะ... ในความสุขก็ยังคงมีความทุกข์ซ่อนอยู่ฉันต้องส่งรายงานที่ร่วมทำกับเพื่อนในสาขาอีกสองคน พร้อมกับพรีเซ็นต์หน้าคลาสเรียนจนต้องวุ่นวายเตรียมโน่นนี่เดินเท้าพันกันไปหมด ส่วนแก้วคุณสามีเธอให้ดรอปเรียนไปก่อนเพราะอยากให้พักผ่อนมากๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนในขณะที่ยังคงท้องอยู่ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยมากๆ ในข้อนี้นะเท้าเล็กก้าวเข้ามาใต้ตึกของโรงพยาบาลเอกชนสากลชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก กวาดสายตามองตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อจะขึ้นไปยังชั้นที่คนตัวเล็กพักอยู่"ลิฟต์สีดำชั้นวีไอพี... " เอ่ยเสียงเบาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังช่องลิฟต์ที่อยู่ติดกันสามช่อง ก่อนจะมีช่องแยกห่างออกมาอีกหนึ่งช่อง มันเป็นลิฟต์สีดำก็จริงแต่ทำไมถึงมีผู้ชายร่างสูงยืนคุมอยู่หน้าลิฟต์ล่ะ แล้วฉันจะเข้าไปได้ไหมเนี่ยฉันสูดหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมา หย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าสะพายแล้วเผยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าก้าวเดินไปยังลิฟต์วีไอพีสีดำที่แก้วส่งบอกเข้ามาทันที"สวัสดีค่
"ว่างๆ มาเที่ยวเล่นอีกนะลูก""ค่ะคุณป้าสร"เสียงหวานตอบกลับผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า มือบางพนมมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะหมุนตัวหันหลังไปยังรถสปอร์ตของรุ่นพี่หนุ่มที่จอดรออยู่ โดยมีเจ้าของรถทำหน้าที่เปิดประตูให้พิไลก้าวขึ้นหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะข้างคนขับ เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนรู้สึกค่อยหายใจโล่งอกขึ้นมาหน่อย เธอไม่คุ้นชินกับที่ต้องเข้าหาผู้คนใหม่ๆ ก่อน ครั้งแรกคงจะเป็นตอนที่พบกับเพื่อนสนิทวันแรกและครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่สถานการณ์มันต่างกันมาก มากจนเหมือนตัวเองจะเผลอกลั้นหายใจอยู่เป็นพักๆรุ่นพี่หนุ่มปิดประตูลงอย่างเบามือ ก้าวเดินเข้าไปหาร่างบางของผู้เป็นแม่ ปรายหางตากลับมามองด้านหลังเล็กน้อยทำทุกอย่างเป็นปกติแต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นอาการที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีเรื่องไม่สบายใจเอามากๆ ในตอนนี้"มีอะไรหรือเปล่าทำหน้าเหมือนอมทุกข์ไว้เลย""แม่ครับ... ผู้หญิงเวลางอนต้องง้อยังไง ผมไม่เคย""หึหึ ลูกชายคนเก่งของสส. พิทักษ์จะมาตกม้าตายเพราะต้องง้อผู้หญิงเหรอเนี่ย เป็นบุญหูซะจริง""เอาจริงๆ ครับไม่เล่น"สรพ่นถอนหายใจพ้นริมฝีปากบาง ก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าวยกมือบางขึ้นปัดบ่าหนาเบาๆ
ภายในห้องวีไอพีของคลับหรูคาร์เตอร์นั่งมองหญิงสาวรูปร่างอวบอัดด้วยแววตาราบเรียบ ยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นจิบพลันสำรวจใบหน้าสวยไปด้วย"เป็นยังไงบ้างครับคุณคาร์เตอร์ เธอพอจะใช้ได้ไหมครับ""อืม ของแบบนี้มองด้วยตาเปล่าคงจะพูดยาก ต้องตรวจเช็กดูว่าผ่านหรือเปล่า""ได้เลยครับ ไม่ทราบว่าคุณคาร์เตอร์จะเช็กของเอ
'ถึงไหนแล้วแก้ว'เสียงตะโกนจากปลายสายดังเล็ดลอดออกมาระหว่างที่คนตัวเล็กก้าวลงจากรถแท็กซี่ลงมาพอดี ก้านแก้วกวาดสายตามองป้ายไฟซึ่งถูกดัดเป็นชื่อร้านที่รุ่นพี่นัดหมายเล็กน้อย ส่องสายตามองเข้าไปด้านในโดยมีชายร่างใหญ่สองคนยืนเฝ้าหน้าประตูรับอยู่ด้านหน้า ใบหน้าเข้มดุดันไม่น่าเข้าใกล้พลอยทำให้ใจดวงเล็กบาง
หลายวันต่อมา"เธอ""หื้ม? เรียกเราเหรอ"ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งมองใบหน้าของเจ้าของเสียงเรียกเมื่อครู่ ก้านแก้วเอี้ยวตัวหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนใหม่ในห้อง เธอส่งยิ้มหวานบนใบหน้าไปให้พร้อมกับตั้งตารอฟังอีกคนพูด"เธอ... มีคู่หรือยังอะ พอดีเราไม่มีเพื่อนเลยยังไม่ได้จับคู่เลย""เราก็ไม่มีเพื่อนไม่รู้จัก
ฉันไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ป้าหวายเดินเข้ามาพอดี ทำให้ฉันหันความสนใจออกจากพี่คาร์มาหาป้าหวายแทนกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูลอยโชยมาชวนน่าทาน ทำให้นึกถึงเวลาตอนที่ยังอยู่โรงเรียนขึ้นมาเลย"ทานให้อร่อยนะคะ""ขอบคุณค่ะ"ป้าหวายยิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น โดยที่







