LOGIN
บนตึกสูงตะหง่านระฟ้า บริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งเจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล 'ดมิทรี โวลคอท' มาเฟียผู้เลื่องลือเกี่ยวกับความดำมืดมากที่สุดคนหนึ่งบนโลก
สองมือกร้านประสานกันเล็กน้อย หมุนเก้าอี้ผู้บริหารเป็นวงกลมหนึ่งรอบก่อนกลับมาจับจ้องที่มือซ้าย บนมือของ'วิกเตอร์'มีเอกสารซองสีน้ำตาลถูกหยิบขึ้นมา สายตาคมสีน้ำตาลไล่มองปราดเดียวก็พอรู้ว่าเรื่องอะไร ยิ้มฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยก่อนเก็บมันเข้าซองส่งให้เจ้านาย "ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสนุก" ดมิทรีเอ่ยพลางหยิบซองเอกสารขึ้นมาดู หน้าซองไม่เขียนคำสำคัญอะไรไว้... มีเพียงชื่อของชายคนหนึ่งที่เขาจำได้ขึ้นใจ "หลี่เฉิง..." เขาเค้นหัวเราะออกมาจากลำคอ ไล่สายตาอ่านเอกสารตรงหน้า สีหน้านิ่งเฉยขณะอ่านแต่สุดท้ายกลับหัวเราะร่วนเมื่อวางเอกสารในมือทิ้งบนโต๊ะ "กระต่ายป่าอวดตัวแล้วครับ" วิกเตอร์ยุแยง เขารู้ว่าระหว่างดมิทรีและหลี่เฉิงมีอดีตที่ไม่ลงรอย ดมิทรีมักบอกอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นความสัมพันธ์แบบทางรถไฟ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ถามซักไซร้ให้มากความ ดมิทรีร่างสูงใหญ่โตราวกับราชสีห์ในป่าสะวันนา วันนี้เขาสวมสูทสีเทาดูแล้วอ่อนโยนกว่าทุกวัน คงมีแต่ใบหน้าหล่อเหลากับดวงตาสีดำสนิทไม่เหมือนมนุษย์คนไหนยังเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงความแปลกแยก ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้เปลี่ยนมาเป็นนั่งบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี เขาปลดซิบกางเกงและถอดเข็มขัดออก วิกเตอร์คุกเข่าลงหว่างขาของเจ้านายราวกับรู้หน้าที่ เข็มขัดหนังสีน้ำตาลพันธนาการข้อมือใหญ่ของวิกเตอร์จนไม่อาจขยับได้ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อค่อย ๆ ครอบลงไปยังท่อนเอ็นที่อ่อนตัว น้ำลายใสหนืดค่อย ๆ ชโลมทั่วแก่นกายที่ตอนนี้เริ่มพองตัวเหมือนฟองน้ำ ดวงตาสีน้ำตาลช้อนมองเจ้านายที่ตอนนี้กำลังเงยหน้ากัดปากกลั้นเสียงของความเสียวซ่าน แต่มือแกร่งยังคงจับข้อมือทั้งสองชูขึ้นเหนือหัว "เร็ว ๆ สิวะ" ดมิทรีหัวเสียเล็กน้อย พลันฝ่ามือหนาตบเข้าที่แก้มซีกขวาอย่างแรง วิกเตอร์รู้ตัวแล้วว่าวันนี้เจ้านายของเขาอารมณ์ไม่ดี ไม่ต้องเดาว่ามาจากเรื่องอะไร... หลี่เฉิงคงเป็นคำตอบที่ดี! เสียงลามกดังอยู่ครู่หนึ่ง มันเป็นเสียงของน้ำลายและปากที่กำลังทำงานให้เจ้านายอย่างแข็งขัน มือหนาปล่อยมือที่ถูกพันธนาการให้เป็นอิสระก่อนจะประคองใบหน้าของวิกเตอร์เอาไว้ให้มั่น เขากระแทกแก่นกายเข้าไปยังลำคอของลูกน้องจนโป่ง วิกเตอร์สำลักแต่ไม่เป็นผล ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้องทำงานบนความเกือบสมยอมของคนทั้งคู่ "ฮุ่ก! " เสียงลมหายใจมาได้ครู่เดียวก็ต้องถูกดับลงเพราะแก่นกายใหญ่พองโตคับคอ ดมิทรีพ่นน้ำกามหยาดหยดสุดท้ายลงไปยังลำคอของลูกน้องโดยตรง "ฉันรู้ว่านายชอบคายทิ้ง" ดมิทรีดักทาง สายตาคมมองไปยังคนที่อยู่ต่ำกว่ากำลังไอโขลกอย่างน่าสงสาร ดวงตาสีน้ำตาลช้อนมองเล็กน้อยก่อนพยายามจัดร่างกายของตัวเองให้เป็นระเบียบ "ผมไม่ชอบกลืน" วิกเตอร์หน้าแดงจากการไอเมื่อครู่ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพูดในสิ่งที่เขาพยายามบอกมาตลอด "สำออย" คนร่างหนาพูดแค่นั้นระหว่างรอให้วิกเตอร์เอาอุปกรณ์มาทำความสะอาดแก่นกายที่ตอนนี้มันอ่อนตัวลงแล้ว วิกเตอร์คุกเข่าลงที่เดิมหลังนำทิชชู่เปียกมาเตรียมทำความสะอาด มือทั้งสองยังคงโดนพันธนาการเอาไว้ การกระทำเก้ ๆ กัง ๆ ดูไม่เป็นมืออาชีพทำเอาดมิทรีหัวเสียอีกครั้ง ผลั้วะ! เขาเตะเข้าสีข้างลำตัวของอีกคนจนล้มกลิ้งไปนอนกับพื้น ดวงตาฉ่ำน้ำนอนมองดมิทรีที่ตอนนี้กำลังย่างกายเข้ามา "ให้ฉันเรียกมันมาไหมล่ะ" ดมิทรีรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าคนที่เขาเรียกว่า'มัน'มาถึงและเห็นพวกเขาอยู่ในสภาพแบบนี้ "หย่ะ...อย่าครับ" วิกเตอร์ค่อย ๆ พลิกตัวกลับมาในท่าคุกเข่า เขาทำความสะอาดแก่นกายให้คนร่างหนาอย่างดีก่อนชูมือขึ้นเพื่อให้เจ้านานปลดพันธนาการสุดท้ายให้ ดมิทรียอมปลดพันธนาการของเขาออกจากร่างกายของมือซ้ายที่ตอนนี้เหมือนกลายเป็นของเล่นสำหรับเขาไปแล้ว ทันทีที่พันธนาการหลุดจากข้อมือ วิกเตอร์ก็รีบรุดออกจากห้องไปในทันที... เขาลืมแม้กระทั่งโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้นห้องทำงาน Rrrrrrr Rrrrrrrrrrr แล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลกร้าย... ใครสักคนโทรเข้ามาในเครื่องของวิกเตอร์ "อ๋อ..." ดมิทรีก้มหน้ามองเพ่งชื่อคนที่โทรเข้ามาและพบว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน "สวัสดีเซอร์เกย์ อันโตนอฟ" ดมิทรีพูดชื่อเต็มคนปลายสายด้วยน้ำเสียงขบขัน [วิกเตอร์ไปไหน] เซอร์เกย์ตอบกลับมาเสียงเข้ม "โถ่ ๆ ถามถึงฉันบ้างสิ" ดมิทรียังคงเล่นไม่หยุด [ผมถามว่าวิกเตอร์ไปไหน! ] คนปลายสายโดนล้อเล่นกับเส้นประสาทก็อารมณ์ขาดผึงลงทันที "อืม... อาจจะห้องน้ำ" ดมิทรีตอบพร้อมเสียงหัวเราะ "พอดี... เลอะนิดหน่อย" [คุณทำอะไรมั–] ติ๊ด! จากนั้นทั้งห้องก็กลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง... ร่างหนานั่งลงบนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่พลางหมุนหันไปทางกระจก ตึกที่เขาอยู่สูงที่สุดในประเทศ... ยามมองลงไปก็เจอแต่ดาดฟ้าของตึกอื่น แถมรถบนถนนมองจากตรงนี้ยังเหมือนฝูงมดกำลังหาอาหาร ดมิทรีหัวเราะในลำคอเหมือนคนบ้าก็ไม่ปาน ก่อนยกมือขึ้นประสานแล้วรองไว้หลังหัว เขาเอนตัวลงกับเก้าอี้ในท่าที่สบายที่สุดในชีวิตก่อนถอนหายใจออกมา "หลี่เฉิง..." หลี่เฉิงเป็นชื่อที่ติดอยู่ในใจเขามาหลายปี ชื่อของน้องชายบุญธรรมที่พ่อแม่ของเขาไปรับมาเลี้ยงจากประเทศจีน ไอ้เด็กชายที่เข้าบ้านมาวันแรกก็ทำให้พ่อแม่สนใจเขาน้อยลง! ดมิทรีตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับมันวันนั้น... "บริษัทนั้นนี่เอง..." มือหนายกเอกสารขึ้นมาดูอีกครั้ง... ใช่ บริษัทเล็ก ๆ ที่ตอนนี้กำลังเฟื่องฟูเพราะมีศิลปินดารามากความสามารถย้ายค่ายไปอยู่กับมัน! มือหนากดโทรศัพท์เพื่อดูตารางงาน อีกไม่กี่วันเขาจะไปงานของศิลปินในค่ายของหลี่เฉิง แม้ไม่มีบัตรเชิญหรือคำชวน แต่ดมิทรีก็หน้าด้านพอจะไปเจอกับน้องชายร่วมสกุล! "เห้ย! วิกเตอร์อยู่ไหน!! " แต่ไม่ทันไรเสียงคุ้นเคยของเซอร์เกย์ก็ดังขึ้นมาหลังเสียงประตูถูกถีบออกอย่างแรง ดมิทรีค่อย ๆ หันไปทางคนมาเยือนด้วยรอยยิ้มธุรกิจ "อาจจะห้องน้ำ" เขายังอยู่ในท่าเอนหลังสบายใจ มือนึงเลื่อนโทรศัพท์อ่านข้อมูลของบริษัทหลี่เฉิง แล้วพลันสายตาก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่ง หึ.... เซอร์เกย์เดินหายไปตอนไหนก็ไม่แน่ใจ มีแค่ประตูที่ถูกเปิดกว้างออกในจุดเดิม ดมิทรีส่ายหัวพลางยิ้มขำกับตัวเอง "ดมิทรีทำอะไรมึง! " เซอร์เกย์กลับมาพร้อมวิกเตอร์ที่ตอนนี้มีสภาพเหงื่อชุ่มตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มจนแอบเห็นเรือนร่างเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำกับริมฝีปากเลือดออก "เขา..เขา" คนตกเป็นรองไม่กล้าพูด เอาแต่หลบตาไม่แม้แต่จะมองหน้าใครทั้งนั้น "วิกเตอร์! " เซอร์เกย์ตะคอกอีกรอบพร้อมกระชากลำคอขาวเข้ามาใกล้ตัว ออกแรงบีบที่บริเวณท้ายทอยเป็นการบังคับ "เขาให้..ผมทำแบบนั้น" วิกเตอร์ยอมพูดออกมา แต่ไม่วายโดนเซอร์เกย์บีบท้ายทอยแรงขึ้นจนหน้าแหยเก "แบบนั้น...ใช้ปาก" เจ้าของใบหน้าสีแดงก่ำยอมพูดออกมาหมดเปลือก คนที่โดนคงไม่ใช่ใครถ้าไม่ใช่วิกเตอร์ของเล่นชิ้นโปรด เซอร์เกย์ตวัดตามองดมิทรีครู่หนึ่งแล้วออกแรงลากคนตัวเล็กกว่าออกจากบริเวณนั้นไป ดมิทรีได้แต่มองตามด้วยสายตาขบขันเหมือนเป็นเรื่องตลก สานตาคมกลับมาจ้องมองเอกสารซองสีน้ำตาลตรงหน้าอีกครั้งพลางยกยิ้มมุมปาก ความคิดร้าย ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดพร้อมกับมือที่กำหมัดแน่นไม่ยอมคลาย เค้นเสียงในลำคอเมื่อคิดถึงภาพที่ได้ทำลายชีวิตอีกคนจนย่อยยับ! สองขาแกร่งไขว้กันอยู่บนโต๊ะยื่นออกไปทางประตู และไม่นานความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงจากเสียงฝีเท้าตึงตังเดินตรงมาทางห้องทำงาน ดมิทรีเผยรอยยิ้มกว้างอีกครั้งทันทีที่เสียงฝีเท้าหยุดลงหน้าห้อง "เข้ามาสิ" แม้ไม่มีเสียงเคาะหรือคำพูดขออนุญาต ดมิทรีพูดออกเพราะรู้ว่าใครกำลังรออยู่ด้านนอก "รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องดี ๆ " เซอร์เกย์เดินนำเข้ามาพร้อมลากคอวิกเตอร์ที่ตอนนี้ลำคอขาวกลายเป็นแดงระเรื่อพร้อมรอยกัดและดูดดูเลอะเทอะไปหมด มาเฟียตัวใหญ่เห็นสภาพลูกน้องก็ทำได้แค่มองอย่างล้อเลียน "ฉันไม่ได้ทำนะวิกเตอร์" ร่างหนาพูดปนขำ ร่างเล็กกว่าเซอร์เกย์ถูกเหวี่ยงลงบนโซฟาทางด้านขวาอย่างแรงจนเกิดเสียง "อุ่ก" วิกเตอร์จุกจนพูดไม่ออกแต่ก็ไม่มีใครสนใจในตอนนี้ เขานั่งกุมท้องตัวเองพร้อมควบคุมลมหายใจให้พยายามกลับมาเป็นปกติ เซอร์เกย์จ้องดมิทรีไม่วางตา กำหมัดแน่นเหมือนเจอศัตรูคู่แค้นมาหลายชาติ สายตาดำรัตติกาลจ้องกลับไม่ลดละ แสดงอำนาจของมาเฟียด้วยรอยยิ้มธุรกิจแม้ดวงตาจะเต็มไปด้วยเปลวเพลิง "มึงก็รู้ว่ากูไม่ใช่คนที่จะเล่นด้วยได้" ดมิทรีเตือนกลาย ๆ "แล้วผมจะทำอะไรได้" เซอร์เกย์เค้นคำพูดออกจากลำคอพลางถอนหายใจ ดมิทรีเป็นแบบนี้มาตลอด... เมื่อถูกใจใครไม่มีทางรอดพ้นจากดมิทรีไปได้ "เช็กให้แล้ว... ผ่าน" ไม่ใช่ว่าวิกเตอร์เพิ่งมาทำงานหรืออย่างไร แต่เพราะเซอร์เกย์เพิ่งสนใจวิกเตอร์ ดมิทรีผู้เป็นเจ้านายของทั้งสองจึงอยากร่วมวงสนทนาด้วยตัวเอง "วันหลังอย่า..." เซอร์เกย์ชี้หน้าดมิทรีเป็นการคาดโทษ แล้วสายตาก็ตวัดกลับไปฟาดฟันคนตัวเล็กกว่าที่กำลังกุมคอตัวเองที่เจ็บร้าวไปหมด "ส่วนมึง... ไปล้างท้องให้เกลี้ยง" นิ้วชี้เปลี่ยนเป้า เขาออกคำสั่งกับวิกเตอร์ที่ตอนนี้ตกอยู่ในความหวาดกลัว "สะอาดแล้ว" ดมิทรีพูดแทรก เรียกสายตาไม่พอใจของเซอร์เกย์ให้หันมามองอีกรอบ "เหมือนหมาบ้า" มาเฟียจอมโหดพูดแขวะลูกน้องร่โตที่ตอนนี้เหมือนกำลังพาลไล่กัดคนไปทั่วเพียงเพราะมีใครสักคนเผลอปาบอลเข้าบ้านมัน ร่างหนาลุกจากเก้าอี้พร้อมหยิบขวดน้ำส่วนตัวเดินออกไปทางประตู เฉียดไหล่ของเซอร์เกย์ไปเพียงเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าสงครามนี้ควรจบลงที่นี่ในตอนนี้! มือซ้ายและมือขวากลับเข้าโหมดทำงานอีกครั้งแม้ความขุ่นมัวยังคงเหลืออยู่เล็กน้อย ดมิทรีจะต้องกลับไปพักผ่อน...และใช่! คืนนี้เขามีนัดทานดินเนอร์กับดาราหน้าใหม่ของค่ายหลี่เฉิง "ถ้ามันรู้ว่าตัวเงินตัวทองของมันถูกฆ่า... มันจะโผล่หัวมาไหมนะ?" ดมิทรีตั้งคำถามกลางความเงียบงัน เซอร์เกย์ขับรถจับจ้องอยู่แค่ถนนตรงหน้า "แน่นอนว่าต้องมา" วิกเตอร์เป็นคนตอบออกมาพร้อมยิ้มร้ายส่งให้เจ้านายผ่านกระจกมองหลัง "หึหึ..." TBC.เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง...ทุกอย่างหยุดลงตอนนี้ หลี่เฉิงไม่สามารถรับอะไรไหวได้อีก ดวงตาที่เคยปรือตอนนี้ปิดสนิทพร้อมลมหายใจสม่ำเสมอ ดมิทรีถอนแก่นกายออกพร้อมน้ำสีขาวขุ่นทะลักออกมาจากปากทางกลวงโบ๋ที่กำลังเต้นตุบตับร่างหนาถอนหายใจเฮือกใหญ่หลี่เฉิงตอบสนองกับยาเสพติดตัวนี้ดีเกินคาด!ดมิทรียืนขึ้นเต็มความสูงแล้วสวมเสื้อผ้าให้เข้าที่ ร่างหนาเดินออกจากห้องของหลี่เฉิงกลับไปอาบน้ำให้ตัวเองบ้าง และเมื่อแสงไฟสว่างจ้าในห้องน้ำ เขาก็เห็นว่าบริเวณหน้าขาของเขาเต็มไปด้วยเลือดสีสด ยังไม่รวมแก่นกายของเขาที่เหมือนถูกเลือดชโลมก็ไม่ปาน ร่างหนาถอนหายใจอีกครั้งแล้วพาตัวเข้าไปแช่ในอ่างน้ำอุ่นกิจกรรมเมื่อครู่ทำให้เขาเพลียมากเหลือเกินจนเผลอหลับไปในอ่างน้ำ ตื่นมาอีกทีก็พบว่าโทรศัพท์แจ้งเตือนเสียงดัง[ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [1] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [2] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [3] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [4] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [5] ][ในห้องน้ำมีการเคลื่อนไหว [6] ]ดมิทรีคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่
แรงดิ้นทุรนทุรายของหลี่เฉิงไม่ทำให้ดมิทรีสงสาร... เขายังคงหยอกล้อกับช่องทางเจ็บปวดของหลี่เฉิงเหมือนมันเป็นของเล่นชิ้นใหม่“ฮึก.. ไม่ไหว ไม่ไหว ออกไป!! “ หลี่เฉิงส่ายหน้าเป็นพัลวัลเหมือนคนเสียสติน้ำตาอาบใบหน้าเปียกชุ่ม สองมือที่โดนพันธนาการพยายามสลัดแต่ยังไงก็ไม่หลุด จนข้อมือทั้งสองเริ่มถลอกมีเลือดซึม“โคตรแน่นเลยว่ะ” ดมิทรียังคงขยับสะโพกเนิบนาบเหมือนกำลังจะยื้อเวลาทรมานให้นานยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อถอนนิ้วเรียวออกจากปากทาง นิ้วเรียบก็กลับไปยังที่ที่มันจากมา ปากของหลี่เฉิง!ดมิทรีกลับไปหยอกล้อกับลิ้นเล็กอ่อนนุ่มของหลี่เฉิงพลางขยับสะโพกไปด้วย มืออีกข้างที่ว่างก็บีบเคล้นเนื้อนุ่มของคนใต้ร่างราวกับว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้าเสียงกรีดร้องดังแทรกขึ้นเป็นช่วงพอกับเสียงร่ำไห้ของหลี่เฉิง ส่วนดมิทรีก็พอใจกับเสียงแสนทรมานของคนใต้ร่างมากทีเดียว เขาหลับตาพริ้มทั้งที่ท่อนล่างยังคงทำงาน เขาเริ่มถอดเสื้อออกแล้วจับอีกคนพลิกตะแคงโดยมีเขาช้อนอยู่ด้านหลังป้าบ ป้าบ ป้าบเสียงเนื้อแก้มก้นกระทบหน้าขาดังสนั่น มันคลอไปพร้อมเสียงอ้อนวอนของหลี่เฉิง“เจ็บ! เจ็บ! ฮื้อ!
ดมิทรีใช้เวลาทั้งวันไปกับการนั่งเฝ้าคนป่วย แม้จะมีบางชั่วโมงที่หลี่เฉิงละเมอร้องไห้วนเวียนกับเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ทุกครั้งจะได้รับเป็นไออุ่นจากอกแกร่งของดมิทรีเสมอ“ใจเย็น ๆ “ และนี่ก็เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับ ดมิทรีคว้าร่างนอนซมที่กำลังร้องไห้อยู่ใต้เปลือกตาขึ้นมากอดเอาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าอีกคนจะหลุดหายไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีก หลี่เฉิงแทบไร้สติแต่ก็ยอมหยุดร้องไห้และกลับสู่ความสงบอีกครั้งดมิทรีค่อย ๆ วางร่างชื้นเหงื่อของหลี่เฉิงลงที่เดิมพลางห่มผ้านวมหนาให้ถึงคอ ดวงตาสีดำสนิทไล่มองใบหน้าซีดเผือดจนไปถึงปลายเท้าแม้มีผ้านวมกั้นอยู่รอยยิ้มจางปรากฎขึ้นแค่แว็บเดียวเท่านั้นก่อนจะหายไปเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่นเครือดมิทรีลุกจากเตียงและออกไปทางระเบียง“สวัสดี...” ปลายสายเป็นเบอร์แปลก... ดมิทรีกล่าวสวัสดีเสียงเรียบและรอให้ปลายสายตอบอะไรสักอย่าง[ดมิทรี...] เสียงผู้ชายปลายสายไม่คุ้นเคยนัก“หึ...” ดมิทรีไม่รู้หรอกว่าคนปลายสายเป็นใคร แต่น้ำเสียงไม่ได้มาเพื่อผูกมิตรแน่นอน“จะเอาอะไร” ดมิทรีถามเพื่อลองเชิง เขาไม่รู้ว่าคนป
“อเล็กซ์ มีคนนิ้วหัก” ผมพูดทันทีเมื่อปลายสายรับ[หักกี่นิ้ว] อเล็กซ์ถามออกมาอีก“อืม...อาจจะสอง หรือสาม” ก็ต้องพูดตามตรง... ผมไม่กล้าสัมผัสบริเวณที่หลี่เฉิงเจ็บมากนัก ดวงตาของเขาสื่อออกมาทุกอย่างจนหัวใจของผมปวดร้าวไปหมด“ขอยาทา...เอ่อ.. ข้างหลัง รูข้างหลัง” ผมไม่อายหรอกที่จะต้องพูดออกไป แต่ความยากลำบากคือผมไม่เคยคิดที่จะทายาให้ใครเลยสักครั้ง อเล็กซ์ตอบรับเร็ว ๆ ก่อนวางสายไปผมตั้งใจจะลงไปเอาอาหารมาให้หลี่เฉิง เพราะตั้งแต่เมื่อวานมันก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย วันนี้ก็เป็นอาหารง่าย ๆ ที่แม่ครัวทำทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า ผมดมกลิ่นดูมันยังใช้ได้จึงเอาไปอุ่นเล็กน้อยแล้วยกใส่ถาดขึ้นมาสำหรับให้คนในห้อง“เฉิงเฉิง? “ ผมเห็นหลี่เฉิงกำลังนั่งอยู่ในท่าเดิม ดวงตาของเขาดูเจ็บปวดและไร้คำตอบมากกว่าก่อนออกไปอีก หลี่เฉิงช้อนตามองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกแต่กลับรู้สึกแตกสลายเหมือนเศษเซรามิกผมมองข้ามสายตาคู่นั้นเพราะทำใจไม่ได้เมื่อมองใบหน้าวงนั้น วางถาดอาหารลงไม่ใกล้ไม่ไกลหวังให้อีกคนหาอะไรลงท้อง แล้วสิ่งที่ผมต
“ถอดกางเกงออก” ดมิทรีเข้ามาภายในห้องที่มีหลี่เฉิงกำลังนั่งอยู่บนฟูกด้วยแววตาเลื่อนลอย เมื่อได้ยินแบบนั้นสองมือไร้เรี่ยวแรงก็กระชับขอบกางเกงตัวเองแน่น ส่ายหน้าเบา ๆ สองครั้งพลางก้มหน้าไม่สบตา ดมิทรีย่างก้าวเข้ามาพร้อมพรูลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย“จะทายาให้ จะได้หายเจ็บ” ดมิทรีนั่งลงข้างกายหลี่เฉิงโดยเว้นระยะห่างไว้เพียงฝ่ามือ หลี่เฉิงยังคงก้มหน้าไม่ตอบสนองอะไรทั้งนั้น“ฮึก...ฮึก... ผมขอโทษ ผมขอโทษ” เสียงสั่นเครือปนสะอื้นพูดออกมา ดมิทรีไม่คาดคั้นเขาวางหลอดยาไว้บนฟูก“ทาเองแล้วกัน” พูดด้วยเสียงเรียบนิ่งแล้วเดินออกจากห้องไป เสียงปิดประตูเสียงดังทำให้หลี่เฉิงขวัญผวาหนักเข้าไปอีก ร่างโปร่งยังคงนั่งนิ่งอยู่นานสองนานแม้ร่างกายจะร้อนระอุขึ้นทุกนาทีก็ตามดวงตาเริ่มพร่าเบลอเหมือนโลกกำลังละลาย ส่วนสมองก็หนักอึ้งทำให้การทรงตัวโคลงเคลงกระทั่งต้องยอมนอนราบลงไปกับเตียงนิ้วที่หักเริ่มปวดตั้งแต่หมอเดินออกไป...และตอนนี้ความปวดร้าวก็ยิ่งเท่าทวีคูณ สิ่งที่ทำได้คือกัดปากกลั้นเสียง แล้วพยายามหายใจเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ*Dmitri*เสียงครางกระเส่าของหล
“นายน้อยเฉิงครับ” น้ำเสียงสดใสกับสายตาดูแคลนของวิกเตอร์ทำให้หลี่เฉิงรู้สึกตัวเล็กลงไปอีก“เมื่อคืนผมได้ยินเสียงด้วยนะ” วิกเตอร์ยังพูดอีก พร้อมกับล้อเลียนเสียงครางของหลี่เฉิงเมื่อคืน คนดวงตาสีอ่อนเริ่มพยายามขยับร่างกายเพื่อลุกขึ้นมาจ้องดวงตาสีน้ำตาลของอีกคนชายหนุ่มร่างเล็กเสียงแหลมผมหยิกตรงหน้า... หลี่เฉิงจดจำไว้อย่างดี“ไอ้สัส” เขาเค้นเสียงด่าออกไปแม้ความจริงลำคอจะเจ็บปวดจนแทบเป็นผงก็ตาม วิกเตอร์หัวเราะไม่สะท้านกับคำด่าแม้แต่น้อย“นายน้อยอย่าโกรธผมเลย” ชายร่างโปร่งผมหยิกยังคงล้อเลียนไม่หยุด... หลี่เฉิงพยายามยื่นมือออกมาจากกรงแต่กลับถูกวิกเตอร์จับไว้ไม่ให้ชักกลับเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของหลี่เฉิงตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกสุนัขจอมซน แค่โดนวิกเตอร์จับไว้ก็ไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนรอด วิกเตอร์นึกสนุก...เขาเริ่มหักนิ้วของหลี่เฉิงทีละนิ้ว...ทีละนิ้ว“วิกเตอร์!! “ เสียงของเซอร์เกย์... วิกเตอร์สะดุ้งหันตามเสียง หลักฐานคาอยู่ที่มือ เซอร์เกย์รีบเดินเข้ามากระชากวิกเตอร์ขึ้นแล้วลากออกจากห้องไปไม





![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
