LOGIN
21:30น.
“ไปได้แล้ว ทำงานเกินเวลาพี่ก็ไม่ให้เงินเราเพิ่มหรอกนะ กลับไปพักเถอะ หน้าเหมือนคนจะหลับ”
เต้หรือรุ่นพี่ที่ทำงานควบตำแหน่งเจ้าของร้านสะดวกซื้อ ที่เธอขอเขามาเป็นพนักพาร์ทไทม์ช่วงหลังเลิกงานเดินเข้ามาหา ทำให้เอวาที่กำลังเคลียร์เงินในเก๊ะพยักหน้าช้า ๆ แล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้
“รู้แล้วค่ะพี่ เสร็จพอดีเลย งั้นฉันกลับก่อนนะ”
เอวาดันเก๊ะตรงหน้าปิดแล้วดึงป้ายพนักงานที่ติดอยู่ตรงอกออก เธอพยายามดึงความสดชื่นอันน้อยนิดที่พอหลงเหลืออยู่ ออกมาบดบังความเหนื่อยล้าไว้
“อือ กลับบ้านดี ๆ ล่ะ ไม่ใช่ว่าไปทำงานต่อใช่ไหม?”
“…อะ อ่อ ไม่หรอกเดี๋ยวกลับบ้านเลย เหนื่อยจะแย่แล่ว!”
“อืม พักบ้าง เป็นอะไรไปอีกคนจะยิ่งแย่ ถ้ามีอะไรที่พี่พอช่วยได้ก็บอกเลยนะ”
“อื้ม ขอบคุณนะคะ”
เธอพยักหน้าอมยิ้มเล็ก ๆ เอวาพยายามสดใสจนถึงที่สุด เธอเดินผ่านเต้ออกมาหลังร้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาใส่ชุดลำลองแล้วตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อมากนัก สาวร่างเล็กสูงเพียงร้อยหกสิบสองทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แข็ง ๆ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อยังไม่สามารถพาตัวเองกลับบ้านเพื่อไปนอนอย่างปากว่าได้จริง ๆ
ครืดด ครืดดด~
“…ค่ะ”
เอวากดรับสายเรียกเข้าจากโรงพยาบาลทันที ใจของเธอเต้นระส่ำทุกครั้งเมื่อมีสายจากโรงพยาบาลที่แม่ของเธอกำลังรักษาตัวอยู่ โทรเข้ามา
“อ๋อ ได้ค่ะ กำหนดชำระได้ถึงเมื่อไหร่นะคะ?”
เสียงหวานยังแสร้งสดใสได้แต่ดวงตากลมโตกลับดูอิดโรย เอวาพยักหน้ารับรู้เมื่อปลายสายบอกกำหนดเดดไลน์ที่เธอต้องชำระค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่งก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์การรักษาของมารดา คนตัวเล็กตกปากรับคำก่อนจะเอาโทรศัพท์ออกห่างจากใบหน้าเมื่อปลายสายวางไป
“เฮ้อ…”
เธอพ่นลมผ่านริมฝีปากซีดไร้สี เอวามีโอกาสถอนหายใจอีกสองสามครั้งก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่ารถเมล์คันที่รอกำลังขับเข้ามาจอดตรงหน้า
พรึบ!
สาววัยยี่สิบสามหย่อนกายทิ้งบั้นท้ายลงนั่งอีกครั้ง เธอไม่จำเป็นต้องมองหาที่นั่งว่างให้เสียเวลาเพราะเวลานี้คนทำงานส่วนใหญ่ คงกลับถึงบ้านพักตนเองหมดแล้ว หญิงสาวกระชับกระเป๋าผ้าในมือแน่นก่อนจะล้วงเอามือถือสิ่งของมีมูลค่าเพียงชิ้นเดียวขึ้นมาเปิดแชตดูโลเคชั่นที่ผู้ว่าจ้างรายถัดไปของเธอส่งมาให้เมื่อวันก่อน
เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดคอนโดฟีนิกซ์…
เอวาไล่ตาทวนจุดหมายปลายทางที่เธอต้องไปแล้วย้ำมันอยู่ในใจอีกสองสามหน เธอเอาคีย์การ์ดสำรองมาถือไว้ในมือ จากร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงานพาร์ทไทม์ไปคอนโดฟีนิกซ์ ใช้เวลาอีกเกือบสามสิบนาที
22:00น.
สาวร่างเล็กยืนไหล่ตกอยู่หน้าคอนโดสูงระฟ้า เธอเพิ่งก้าวขาลงจากรถประจำทางและกำลังเปิดแชตของผู้ว่าจ้างอ่านสิ่งที่เธอต้องทำอีกที กับการเริ่มงานเป็นแม่บ้านช่วงดึกในวันแรก
“…โอเค วันนี้แค่ต้องทำความสะอาดทั่วไป”
เอวาพยักหน้าสูดลมหายใจเข้าปอด เธอก้าวขาฉับเร่งสาวเท้าตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ หญิงสาวไล่ตามองสำรวจพื้นที่โดยรอบแบบผ่าน ๆ เธอรู้เพียงแค่ว่าคอนโดแห่งนี้เป็นโครงการที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนรวยกระเป๋าหนักเท่านั้น ส่วนข้อมูลอย่างอื่นเธอก็ไม่รู้อะไรแล้ว…
ใบหน้าขาวซีดไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แสดงออกมา เธอรอกระทั่งลิฟต์ตัวใหญ่พาตัวเองขึ้นมาชั้นบนสุดของอาคารที่ผู้ว่าจ้างระบุว่าเป็นเพนต์เฮาส์ เอวาพาตัวเองออกมาจากลิฟต์เธอไม่มีอาการตื่นตะลึงกับความโอ่อ่าตรงหน้าแม้สักนิดเดียว หญิงสาวเดินไปตามทางเดินแล้วพาตัวเองไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง
ติ๊ด!
ทันทีที่คีย์การ์ดสำรองสัมผัสกับระบบอัตโนมัติประตูตรงหน้าก็ส่งเสียงร้อง เธอยื่นมือไปจับมันแล้วออกแรงดันเปิดเข้าไป นัยน์ตาสวยปะทะเข้ากับความมืดสนิททำให้คนตัวเล็กต้องยืนนิ่งครู่หนึ่งเพื่อปรับการมองเห็น ไม่นานนักเอวาก็พาตัวเองเข้าไปยืนด้านใน เธอเปิดไฟฉายผ่านโทรศัพท์แล้วเดินไปเปิดไฟบริเวณโถงกลางให้สว่างขึ้น ร่างแบบบางสอดส่ายสายตาเพียงครู่แล้วเดินไปวางกระเป๋าผ้าทิ้งไว้ที่โต๊ะ เริ่มทำความสะอาดตามแผนผังที่ผู้ว่าจ้างส่งมาให้
สองชั่วโมงให้หลัง
เสียงกุกกักเงียบลงพร้อมคนตัวเล็กเดินพ้นออกมาจากห้องน้ำ เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อตามกรอบหน้าก่อนจะถอดถุงมือทำความสะอาดแล้วเดินไปเก็บอุปกรณ์ที่หยิบออกมาใช้กลับเข้าที่เดิม เอวาจัดการทำความสะอาดตามที่ได้รับมอบหมายจนครบทุกส่วนของเพนต์เฮาส์ เหลือก็แต่โซนบาร์ที่เธอต้องไปดูความเรียบร้อยก่อนกลับออกไปเท่านั้น
“เสร็จสักที”
เสียงหวานเหนื่อยอ่อนชัดเจน ทันทีที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าที่แล้วเธอก็พาตัวเองเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของเพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่ เพื่อไปดูความเรียบร้อยบริเวณบาร์เครื่องดื่มตามที่ได้รับมอบหมาย
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเธอก้าวเดินแบบไม่เร่งรีบนักเพราะต้องฝ่าความมืดเข้าไป รูม่านตาเอวาขยายขึ้นเมื่อต้องปรับการมองเห็น เธอตรงดิ่งไปหาสวิตช์ไฟและทันทีที่ไฟเปิดสว่างขึ้นร่างบางก็ต้องสะดุ้งเฮือกเอามือทาบอก
“…!!”
มะ มีคนอยู่ด้วยเหรอ!?
“รอนเหรอ?”
นัยน์ตาสวยหันมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้า เธอเพิ่งรู้ว่าตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงที่เข้ามาทำสะอาดเธอไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวในเพนต์เฮาส์สุดหรูแห่งนี้ ผู้ชายคนนั้นส่งเสียงถามก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับมามองเธอ พร้อมแก้วเหล้าที่เขาถือมันไว้ในมือ
ดารา!?
“…ธีโอ”
ปากเล็กพึมพำชื่อดาราหนุ่มที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศ ดวงตาของเธอเบิกโตด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าชายเจ้าของห้องเป็นดาราตัวท็อปของวงการที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดี
“โบรา…”
“…คือฉะ”
“ฉันคิดถึงเธอมากเลยรู้ไหม”
หมับ!
ร่างบางยังตื่นตะลึงไม่หาย เธอมองดาราหนุ่มสาวเท้าเข้ามาหาก่อนที่เขาจะสวมกอดเธอแนบแน่นแล้วซุกใบหน้าทิ้งไว้ตรงซอกคอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใส่ผิวขาวเนียน ตาเธอเลิ่กลั่กกับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจะรีบผลักไสดันตัวเขาออก
“เอ่อ ฉันเป็นแม่บ้าน คุณคงเข้าใจผิด”
“ขอโทษนะที่ฉันช่วยเธอไม่ได้ ฉันรักเธอนะโบรา…นึกว่าเธอจากฉันไปแล้วจริง ๆ ซะอีก”
“คุณพูดอะระ…”
เสียงหวานขาดหายอีกครั้งเมื่อเธอถูกเขารวบตัวเข้าไปกอดแน่นกว่าเดิม เอวาเริ่มอึดอัดเธอพยายามดิ้นแต่ยิ่งเธอดันเขาออกเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรหรือพูดถึงใคร เธอรู้แค่ว่าเขาน่าจะเมามากพอสมควรเพราะลมหายใจของเขามันมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมา
“คิดถึงเธอจัง ฉันไม่เคยลืมเธอเลยนะโบรา”
“ปล่อยฉัน…ฉันไม่ใช่ อะ อื้อ”
ปึก ปึก…
มือเล็กกำแน่นทุบใส่อกแกร่งเมื่อริมฝีปากซีดเซียวถูกเข้าฉกจูบ เอวาตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อปากร้อนที่มีแต่กลิ่นของน้ำมึนเมาประกบลงมา เธอพยายามเบี่ยงหน้าหลบแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างหนาโถมทั้งตัวดันเธอชิดกำแพง เขาใช้ริมฝีปากไล่ต้อนเธอแล้วกดจูบย้ำ ๆ อย่างคนโหยหาสัมผัสที่ห่างหายไปนาน…
“อืม คิดถึง”
เขาถอนปากไปเพียงนิดเพื่อเอื้อนเอ่ยความรู้สึกแล้วรีบตะโบมเข้ามาใหม่ ครั้งนี้มือของเขาเริ่มไม่อยู่สุข เขาปัดป่ายไปทั่วทำให้แม่บ้านสาวที่ถูกคนเมาเข้าใจผิดรีบออกแรงทั้งหมดผลักคนตัวสูงออกห่าง เพื่อไม่ให้เขาล่วงเกินเธอมากไปกว่านี้
พลั่ก!!
“…ขะ ขอโทษแต่ฉัน”
เอวาพูดเพียงเท่านั้นแล้วชะงักปากไปเมื่อเห็นว่าคนที่เธอผลักเขาจนก้นจ้ำเบ้าทำท่าจะลุกขึ้นมา หญิงสาวเปลี่ยนใจวิ่งไปหยิบกระเป๋าผ้าที่วางทิ้งไว้ เธอวิ่งแบบไม่คิดชีวิตแล้วพุ่งพรวดพาตัวเองออกจากเพนต์เฮาส์สุดหรูทันที
ปึง…
“เนกาเชชาลากา~” เอวาเดินฮัมเพลงอยู่ในห้องนอนตามประสาคนอารมณ์ดี เธอมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกแล้วแต้มคอนซีลเลอร์กลบรอยที่ธีโอฝากเอาไว้ตรงซอกคอ มุมปากสวยยกยิ้มอย่างคนเขินอายเมื่อใบหน้าหล่อกับสายตาเร่าร้อนของเขาผุดเข้ามาในหัว “แก้มแดงไปไหมนะ?” ใบหน้าสวยส่ายช้า ๆ แทนคำตอบเธอคลี่ยิ้มส่งให้ตัวเองอีกครั้งแล้วถึงได้หันหลังเดินกลับไปหยิบชุดเดรสกระโปรงลายดอกไม้สีหวานพาสเทลมาสวมลงบนตัว เอวาหมุนตัวไปทางซ้ายแล้วหมุนตัวกลับมาทางขวาจนผ้าชีฟองพลิ้วไปตามแรงลม “พร้อม!” เธอเอ่ยเสียงหวานสาวเท้าเดินออกจากห้อง วันนี้เอวาต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแทนรถเมล์เพราะธีโอมีนัดถ่ายรายการกับสถานีโทรทัศน์ชื่อดังช่องหนึ่ง ซึ่งป้ายรถเมล์ระแวกบ้านไม่มีคันไหนไปถึง รองเท้าคัชชูสีสวยเข้ากับชุดที่หญิงสาวสวมใส่ก้าวขึ้นไปตามขั้นบันไดของสถานีรถไฟฟ้า กระทั่งเอวาพาตัวเองมายืนโหนราวเบียดเสียดไปกับพนักงานออฟฟิศในเวลาแปดโมงเช้า พอดีเป๊ะ! “…” ได้เปลี่ยนการเดินทางบ้างก็ดี แอร์เย็นจัง… คนตัวเล็กคิดในใจพลางตาก็ลอบมองสำรวจบรรยากาศร
“นายจะไปไหน? งานเลี้ยงยังไม่เลิกเลยนะ” “…รถ หรือจะตรงนี้?” เอวาถามคนด้านหน้าที่เอาแต่ลากเธอไปตามทางเดินภายในร้านอาหารขนาดใหญ่ หญิงสาวเอ่ยรั้งพลางหันมองรอบตัวตลอดเวลาเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเข้า “รถไม่อยู่ ผู้จัดการนายออกไปข้างนอกไง…ไว้กลับคอนโด” “…” ธีโอหันขวับไปอีกทางเมื่อมีเสียงพนักงานพูดคุยกันดังใกล้เข้ามาในจุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่ เอวาทำท่าจะสะบัดมือหนาเธอย่นคิ้วเข้าหากันมองสบตาธีโอเพื่อให้เขารีบปล่อยมือเธอก่อนจะมีคนมาเห็น กริ๊ก…พลั่ก คนตัวเล็กถูกกระชากอีกครั้ง ธีโอใช้ความช่างสังเกตที่มีผลักประตูเข้าไปในห้องมืด ๆ ที่ดูไม่น่าจะมีคนอยู่ด้านใน เขาจับลูกบิดแล้วดันมันปิดช้า ๆ อย่างเบามือที่สุดก่อนจะดันไหล่เอวาชิดไปกับประตูห้องเก็บของ โดยมีแขนแกร่งตามไปค้ำกักตัวไว้ “งานเลี้ยงเลิกเมื่อไหร่วะ? กูต้องอยู่รอเก็บของก่อนอะดิ มึงจะไปก่อนก็ได้” “เที่ยงคืนมั้ง เดี๋ยวรอ นาน ๆ จะได้เข้างานพร้อมมึงที” “นาย…” “ชู่วว!” เสียงคนพูดคุยกันดังอยู่หน้าประต
@บิสกอตติริเวอร์ไซด์ เสียงโห่ร้องเคล้าไปกับเสียงดนตรีดังอึกทึกครึกโครมออกมาด้านนอก เอวาผลักประตูเดินฝ่าฝูงทีมงานของกองถ่ายเข้าไปนั่งประจำที่ของตนหลังจากที่เธอเพิ่งเดินออกไปหยิบของให้รอนก่อนจะกลับมานั่งเฝ้าคอยดูแลธีโอ พระเอกของเรื่องที่ตอนนี้กำลังพูดคุยเดินทักทายไปตามโต๊ะต่าง ๆ ไม่ต่างจากเจ้าภาพงานบวช “…อยู่หลังรถค่ะ” “โอ้ ขอบคุณมาก ก็ว่าอยู่หาไม่เจอ” รอนละความสนใจตรงหน้าหันมารับแว่นสายตาอีกอันที่เขาเผลอไปทำหล่นไว้ท้ายรถตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ตัว เอวาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะมองไปบนเวทีที่ตอนนี้มีสามนักแสดงขึ้นไปยืนเรียงกันอยู่ด้านบน “ก่อนจะเริ่มสังสรรค์กันจนไม่มีสติ ขอให้ผมได้พูดขอบคุณสักหน่อยนะ…ขอบคุณทีมงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและนักแสดงของเราที่ตั้งใจทำงานกันแบบมืออาชีพ ชนิดที่ว่าถ่ายเทคเดียวผ่านแทบทั้งเรื่องจนการถ่ายทำผ่านไปด้วยดีอย่างที่เห็น” “วู้ววว~” เสียงโห่ร้องป้องปากดังขึ้นเป็นระยะในขณะที่ผู้กำกับกำลังเอ่ยขอบคุณ ทีมงานบางส่วนเริ่มมีเลือดฝาดบนใบหน้าจากน้ำเมาที่ดื่มเข้าไปเลยไม่สามารถ
ฟึบ ฟึบ… “…” ท่ามกลางความโกลาหลภายในกองถ่ายขณะที่ทีมงานทุกฝ่ายกำลังช่วยกันเซตฉาก ไฟ และมุมกล้องก่อนจะเริ่มถ่ายทำฉากสุดท้ายในอีกไม่ถึงสามสิบนาทีกลับมีความประหม่าบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเอวากับดาราหนุ่มที่เธอกำลังจัดปกคอเสื้อให้กับเขา นิ้วเรียวกรีดไปตามกลีบคอเสื้อของเสื้อเชิ้ตสีดำที่ธีโอใส่ เธอไล่ตามองตามมือตนเองแล้วลากตาลงมาหากระดุมแต่ละเม็ด เพื่อดูว่ามันถูกติดไว้เรียบร้อยดีก่อนเข้าถ่ายฉากจบในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าหรือเปล่า เอวาลอบกลืนน้ำลายลงคอเธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมธีโอเอาแต่จ้องเธออยู่แบบนี้ เขาต่างไปจากเมื่อก่อนพอสมควร หลัง ๆ เขาชอบสร้างความกดดันโดยใช้สายตาทรงเสน่ห์สื่อสารกับเธอ “นายเลิกจ้องฉันแบบนั้นได้ไหม… มันทำตัวไม่ถูก” คนตัวเล็กตัดสินใจเอ่ยปากบอกเธอเงยใบหน้าขึ้นมองสบตากับธีโอ ซึ่งเขาก็มองสบตากลับมาเช่นกัน “…ก็มองปกติไม่เห็นมีอะไร เธอก็ทำหน้าที่ตัวเองไปสิ” หมับ! นักแสดงหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาหรี่ตาก้มหน้ามาหาเธอเล็กน้อยก่อนจะรวบข้อมือเอวาขึ้นบังคับให้ร่างเล็กตรงหน้าซั
08:00น. “…” ธีโอเปิดประตูออกมาจากห้องพลางยกแขนบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดคืน เขามองไปที่ร่างแบบบางของแม่บ้านสาวควบตำแหน่งเบ๊ประจำตัวและตุ๊กตายางเคลื่อนที่ ตาคมมองเอวาคุกเข่าอยู่ที่พื้นคนตัวเล็กเช็ดทำความสะอาดโซฟาเบดขนาดใหญ่กลางห้องโถงโดยไม่รู้เลยว่าการขยับเคลื่อนไหวร่างกายของตน กำลังปลุกเลือดในกายชายหนุ่มให้เดือดพล่านแต่หัววัน “ช่วยลุกแล้วไปทำความสะอาดตรงอื่นได้ไหม ฉันมีนัดกับไอ้เบย์ไม่ว่างมาเอาเธอตอนนี้” “…เอ่อ อะ อ่อ” เอวารีบลุกขึ้นยืนปล่อยแขนทิ้งข้างลำตัว เธอไม่รู้ว่าชายเจ้าของห้องตื่นตอนไหนและมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอหันกลับมาตามเสียงของเขา ก็เห็นว่ากึ่งกลางตัวเขามันแข็งขืนอยู่ในกางเกงนอนแล้ว คนตัวเล็กอึกอักทำตัวไม่ถูก เขาเอ่ยปากไล่ให้เธอไปทำอย่างอื่นแต่สายตากลับลวนลามร่างกายเธออยู่ตลอด แถมมันยังชัดเจนเสียจนเธอเองรู้สึกประหม่า เอวาตัดสินใจเดินหลบไปตามคำสั่งเธอกำลังจะเดินเข้าไปในครัวแต่เสียงออดหน้าประตูกลับดังขึ้นมา “…ไอ้เบย์น่ะ ไปทำงานเธอเถอะ” ธีโ
“อืม” เอวาสะดุ้งตื่นเมื่อร่างแกร่งด้านหลังตวัดวงแขนพาดบนเอว ธีโอขยับกระชับอ้อมกอดแล้วรั้งตัวเธอเข้าไปใกล้อกจนสาวสวยที่พยายามแกล้งนอนตายถึงกับลมหายใจขาดช่วงกับพฤติกรรมของเขา ดวงตากลมโตมองกรอกไปทางซ้ายทีทางขวาที แม้เธอกับธีโอจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาหลายครั้ง แต่เอวาก็ยังไม่คุ้นชินกับสัมผัสชวนอบอุ่นของเขาอยู่ดี “…” ตึกตัก ตึกตัก… คนตัวเล็กรีบกลั้นหายใจเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจตัวเอง เมื่ออยู่ดี ๆ ใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำขึ้นมาในตอนที่ธีโอซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าใส่ผิวบางในจังหวะสม่ำเสมอ เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวหนีได้ “…โบราฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทิ้งเธอเลยนะ โบรา” อาการใจเต้นโครมครามค่อย ๆ แผ่วลงตามธรรมชาติเมื่อหูได้ยินเสียงทุ้มละเมอชื่อของอดีตคนรักขึ้นมา เอวาจ้องนิ่งแววตาไร้ความวูบไหวอย่างเคย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาละเมอถึงผู้หญิงที่โบรา แปลว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาแม้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่ธีโอก







