เข้าสู่ระบบ
เสียงเบสหนักๆ จากลำโพงของร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยดังกระหึ่มจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้นไม้ แสงไฟนีออนสีแดงสลับน้ำเงินสาดส่องไปทั่วบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยนักศึกษา
คืนนี้เป็นคืนวันศุกร์ และเป็นปาร์ตี้ฉลองส่งมินิโปรเจกต์แรกของเทอมของสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม หรือจริงๆ ก็แค่หาเรื่องจัดปาร์ตี้เพื่อดื่มเหล้าสังสรรค์กันมากกว่า โต๊ะยาวหลายตัวถูกนำมาต่อกันจนเกือบเต็มโซนกลางร้าน บนโต๊ะเต็มไปด้วยขวดเบียร์ แก้วช็อต และกับแกล้มที่พร่องไปกว่าครึ่ง
“เอ้า! ชนโว้ยยย พวกเรา!”
เสียงตะโกนโหวกเหวกของเพื่อนในสาขาดังขึ้น พร้อมกับแก้วหลายสิบใบที่ยื่นมาชนกันตรงกลางโต๊ะ
‘มันเดย์’ หญิงสาวร่างเล็กเจ้าของฉายา ‘แม่พระ’ ประจำรุ่น นั่งอยู่ตรงกลางวงล้อมของเพื่อนๆ วันนี้เธอสวมเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ขายาว ดูเรียบร้อยและน่ารักเหมือนเคย ริมฝีปากบางระบายยิ้มละมุนรับคำทักทายจากทุกคน แต่ภายใต้รอยยิ้มแสนหวานและการพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายนั้น... ใครจะรู้ว่ามันเดย์กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำตาย
ความอึดอัดก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจของเธอมาตลอดหลายปี การเกิดมาเป็นลูกสาวของข้าราชการระดับสูงและผู้อำนวยการโรงเรียน ทำให้ชีวิตของเธอถูกตีกรอบด้วยคำว่า ‘ความสมบูรณ์แบบ’ อย่างแน่นหนา ห้ามกลับดึก ห้ามทำตัวเหลวไหล ต้องเป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆ ต้องเป็นเด็กดีที่คอยกู้หน้าให้ตระกูล
แม้แต่ในชีวิตมหา’ลัย เธอก็ยังต้องรับบท ‘แม่พระ’ ที่คอยจดเลกเชอร์ คอยตามงานให้เพื่อนในกลุ่ม คอยยิ้มรับปัญหาของคนอื่นทั้งที่ตัวเองเหนื่อยแทบขาดใจ เธออยากจะตะโกนด่าคนที่เอาเปรียบ อยากจะแต่งตัวเปรี้ยวๆ อยากจะทำตัวไร้สาระแบบไม่ต้องสนโลกบ้าง แต่เกราะแห่งความคาดหวังมันหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะสลัดหลุด
“มันเดย์ มึงเพิ่งชนไปแก้วเดียวเองนะเว้ย แก้วนี้ต้องหมดดิวะ” จอย เพื่อนสาวคนสนิทในเอกยื่นแก้วเหล้าชงเข้มๆ มาจ่อตรงหน้า
มันเดย์มองของเหลวสีอำพันในแก้ว... บางที คืนนี้เธออาจจะแค่ต้องการอะไรสักอย่างมาทุบทำลายกรอบบ้าๆ นี่ทิ้งชั่วคราว
“เอาสิ” มันเดย์รับแก้วมาถือไว้ หลับตาปี๋ แล้วกระดกพรวดเดียวจนหมดแก้ว
“เชดดดด! ใจสู้เว้ยยย! นานๆ ทีแม่พระจะปล่อยผีเว้ยพวกเรา!” เพื่อนทั้งโต๊ะตบมือโห่ร้องด้วยความสะใจ
แก้วแรกผ่านไป แก้วที่สองและสามก็ตามมาอย่างรวดเร็วเมื่อเพื่อนๆ เริ่มคะยั้นคะยอ ความร้อนวูบวาบไหลทะลักลงไปในช่องท้องและตีตื้นขึ้นมาที่สมองในเวลาอันรวดเร็ว สติสัมปชัญญะของมันเดย์เริ่มเลือนราง ขีดจำกัดความอดทนที่เคยมีเริ่มพังทลายลง
เธอท้าวคางกับโต๊ะ กวาดสายตาเบลอๆ มองไปรอบร้าน ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเล็กๆ มุมสุดของร้าน
‘โซน’
แบดบอยประจำสาขา ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าตาดีพอๆ กับความเสเพล วันนี้เขาสวมเสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับให้รอยสักบริเวณท่อนแขนดูโดดเด่น โซนนั่งไขว่ห้างกระดกเบียร์ขวดเล็กเข้าปากด้วยท่าทางเบื่อโลก ไม่สนใจจะเข้ามาสุงสิงกับเพื่อนในสาขาที่กำลังเฮฮากันอยู่เลยแม้แต่น้อย
ภาพของผู้ชายที่ใช้ชีวิตตามอำเภอใจ อยากโดดเรียนก็โดด ไม่แคร์กฎเกณฑ์ ไม่แคร์สายตาใคร ทำให้ความอิจฉาปนความหงุดหงิดในใจของคนเมาพุ่งปรี๊ด!
‘งานกลุ่มก็ไม่ช่วยทำ เลกเชอร์ก็ไม่เคยจด ตอนสอบก็เอาแต่หลับ แล้วทำไมถึงมานั่งเก๊กหล่อสบายใจเฉิบอยู่ตรงนี้ได้วะ ในขณะที่ฉันต้องมานั่งปวดหัวตามเช็ดตามล้างให้พวกนายเนี่ยนะ!’
ไวเท่าความคิด มันเดย์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนเพื่อนที่นั่งข้างๆ สะดุ้ง
“เห้ย มันเดย์ มึงจะไปไหน จะไปห้องน้ำเหรอ ให้กูพาไปป่าว” จอยร้องทักเมื่อเห็นเพื่อนเดินเซนิดๆ
“ไม่ต้อง ฉันจะไปจัดการตัวปัญหา”
มันเดย์สะบัดมือ ปฏิเสธความช่วยเหลือ แล้วสาวเท้าเดินฝ่าฝูงชนตรงดิ่งไปยังมุมมืดของร้านทันที
เสียงพูดคุยเฮฮาของกลุ่มเพื่อนร่วมเอกค่อยๆ เงียบลงเมื่อเห็นทิศทางที่แม่พระประจำสาขากำลังมุ่งหน้าไป หลายคนวางแก้วเหล้าลงและเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“เชี่ย... นั่นมันเดย์จะเดินไปโต๊ะไอ้โซนเหรอวะ” เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งกระซิบเสียงหลง
“เอาจริงดิ! ไอ้โซนแม่งดุอย่างกับหมาคลั่ง ไปยุ่งกับมันตอนนี้มีหวังโดนด่าเปิงแน่”
สายตาหลายสิบคู่จับจ้องไปที่แผ่นหลังเล็กๆ ที่กำลังเดินฝ่าดงนักศึกษา คนรอบข้างที่เห็นท่าทีขึงขังของมันเดย์ต่างพากันแหวกทางให้ราวกับรู้ว่ากำลังจะมีพายุลูกใหญ่ก่อตัวขึ้น บรรยากาศรอบโต๊ะของโซนที่เคยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ บัดนี้กำลังถูกคุกคามโดยผู้หญิงที่ดูไม่มีพิษมีภัยที่สุดในคณะ
ตึก... ตึก... ตึก...เสียงย่ำเท้าลงบนพื้นกรวดด้านนอกดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำเอาหัวใจของมันเดย์กระตุกวูบ ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปชั่วขณะ ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของโซนแน่นขึ้นอย่างสัญชาตญาณ“มันเดย์! โซน! อยู่ในนั้นหรือเปล่า หาบอลวาล์วเจอไหมวะ ทำไมไปนานจัง”เสียงของ ‘ตั้ม’ เพื่อนในกลุ่มดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บอุปกรณ์ดวงตากลมโตของมันเดย์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความกลัวแล่นปราดจับขั้วหัวใจ หากตั้มเปิดประตูเข้ามาตอนนี้ ทุกอย่างจบสิ้นแน่ เธอพยายามจะดันหน้าอกโซนให้ออกห่าง ส่งสายตาวิงวอนให้เขาหยุดขยับตัว ริมฝีปากบางขยับมุบมิบไร้เสียง “ซะ... โซน หยุดนะ เพื่อนมา”แต่แทนที่แบดบอยตัวร้ายจะหยุดการกระทำ นัยน์ตาคมของเขากลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย ความตื่นเต้นที่กำลังจะถูกจับได้ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาให้พุ่งพล่าน โซนกระตุกยิ้มร้ายกาจในความมืด ก่อนที่เขาจะยกมือหนาขึ้นมาปิดทาบลงบนริมฝีปากบางของมันเดย์ ปิดกั้นเสียงร้องทั้งหมดเอาไว้มิดชิดกุกกัก... กุกกัก...เสียงลูกบิดประตูเหล็กถูกบิดเขย่าจากด้านนอกดังสนั่น“อ
“ก็บอกแล้วไง...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังก้องในความมืด “ว่าฉันจะมาช่วย ‘ยก’ ของ... แต่ไม่ได้บอกนี่ ว่าจะยกอุปกรณ์ หรือจะ ‘ยก’ เธอ”สิ้นประโยคอันตราย แบดบอยจอมเจ้าเล่ห์ก็ไม่เปิดโอกาสให้มันเดย์ได้เอ่ยปากประท้วงหรือร้องขอความช่วยเหลือ เขาก้มใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างหิวกระหายและดุดัน สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ถูกอัดอั้นมาตลอดทั้งบ่าย เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงกลีบปากนุ่มจนเกิดเสียงน่าอายดังก้องในความเงียบ“อื้อ! อ่อยอะ! (ปล่อยนะ!)” มันเดย์ครางประท้วงในลำคอ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออย่างสุดแรง เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่โซนกลับใช้มือข้างหนึ่งจับล็อกท้ายทอยของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอรับจูบที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก นี่มันห้องเก็บของส่วนกลางของคณะ เพื่อนๆ ในกลุ่มกำลังรออุปกรณ์อยู่ข้างนอก และที่สำคัญ ผนังห้องนี้ก็ไม่ได้เก็บเสียงเลยแม้แต่น้อย หากมีใครเดินผ่านมาได้ยิน หรือเปิดประตูเข้ามาเห็น ‘แม่พระ’ ของสาขากำลังนัวเนียกับแบดบอยหลังห้อง ภาพลักษณ์และความสมบูรณ์แบ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลง นักศึกษาหลายกลุ่มเริ่มทยอยเก็บของกลับบ้าน กลุ่มของมันเดย์ประกอบระบบบำบัดน้ำจนเกือบเสร็จสมบูรณ์ แต่เมื่อทำการทดสอบระบบเดินน้ำเข้าถังกรอง ปัญหาก็เกิด“ซวยแล้วมันเดย์ บอลวาล์วตรงท่อน้ำทิ้งมันซึมว่ะ เหมือนเกลียวมันจะไขไม่แน่น” ตั้มร้องบอกขณะพยายามใช้ประแจขันมันเดย์รีบเดินเข้าไปดู “จริงด้วย น้ำซึมออกมาเยอะเลย ถ้าปล่อยไว้ตอนอาจารย์มาตรวจคะแนนเราโดนหักแน่ เรามีบอลวาล์วขนาดสองนิ้วสำรองเหลือไหมจอย”จอยรื้อดูในกล่องเครื่องมือแล้วส่ายหน้า “หมดแล้วมึง ข้องอเก้าสิบองศาก็หมดเหมือนกัน คงต้องไปเบิกเพิ่มที่ห้องเก็บอุปกรณ์รวมหลังตึกภาคอ่ะ”“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปเบิกเอง ห้องเก็บอุปกรณ์น่าจะยังไม่ปิด” มันเดย์อาสา เธอถอดถุงมือผ้าออกแล้ววางคลิปบอร์ดลงบนโต๊ะ“ให้กูเดินไปเป็นเพื่อนไหม มันเย็นแล้วนะเว้ย หลังตึกภาคมันเปลี่ยว” จอยเสนอตัว“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง แป๊บเดียวก็กลับมาแล้ว พวกแกช่วยกันเคลียร์พื้นที่ตรงนี้รอไปก่อนเลย จะได้ไม่เสียเวลา”มันเดย์ปฏิเสธความหวังดี ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้
บรรยากาศ ณ ลานหลังช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงบ่ายวันพุธเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงจอแจของนักศึกษาชั้นปีที่สาม เสียงตัดเหล็ก เสียงเลื่อยท่อพีวีซี และกลิ่นฉุนของน้ำยาประสานท่อลอยปะปนอยู่ในอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าววันนี้เป็นวันลงมือปฏิบัติจริงสำหรับ ‘โปรเจกต์ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนจำลอง’ ซึ่งเป็นคะแนนเก็บชิ้นใหญ่ของวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม แต่ละกลุ่มต่างง่วนอยู่กับการประกอบถังอะคริลิก ต่อท่อ และจัดเตรียมชั้นกรองน้ำกันอย่างขะมักเขม้น‘มันเดย์’ ในชุดเสื้อช็อปสีเขียวเข้มที่สวมทับเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง กำลังยืนขมวดคิ้วจ้องมองแบบแปลนในมือสลับกับถังตกตะกอนจำลองที่ตั้งอยู่ตรงหน้า หญิงสาวรับหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่ต้องคอยคุมงานและแจกแจงหน้าที่ให้เพื่อนๆ อย่างเป็นระบบ สมกับฉายาแม่พระผู้เป็นเสาหลักของสาขา“จอย ตัดท่อพีวีซีขนาดสองนิ้วให้ฉันสามท่อนนะ ความยาวเอาตามที่มาร์กไว้ในแบบเลย” มันเดย์หันไปสั่งเพื่อนสาวที่กำลังถือตลับเมตร “ส่วนตั้ม นายเช็กค่าน้ำในถังพักหรือยังว่า pH อยู่ที่เท่าไหร่ เราต้องคำนวณปริมาณสารส้มที่จะใส่ลงไปใหม่นะ”“เช็กแล้วๆ เดี๋ยวจดใส่บอร์ดให้” ตั้
หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความขัดแย้งในใจตีรวนจนเธอแทบไม่มีสมาธิเรียน ภายนอกเธอคือมันเดย์คนเดิมที่กำลังนั่งจดเลกเชอร์อย่างตั้งใจ แต่ภายในหัวกลับมีแต่ภาพรอยยิ้มร้ายกาจและสัมผัสอันเร่าร้อนของคนที่นั่งอยู่หลังห้องตลอดการเรียนคาบแรก ทุกครั้งที่อาจารย์สุ่มเรียกถาม แล้วเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของโซนดังขึ้นตอบคำถามแบบกวนๆ มันเดย์จะรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง ขนอ่อนตามร่างกายลุกซัน เพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา ร่างกายของเธอก็จำได้ดีว่าเสียงนี้เคยกระซิบข้างหูเธอด้วยถ้อยคำหยาบโลนและเซ็กซี่แค่ไหนช่วงเวลาแห่งความทรมานในคลาสเรียนภาคเช้าจบลงในที่สุดเวลาพักเที่ยงมาถึง มันเดย์เก็บของใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว เธอปฏิเสธคำชวนไปกินข้าวของเพื่อนในสาขา โดยอ้างว่านัดกับเพื่อนกลุ่มอื่นเอาไว้แล้ว ซึ่งก็คือความจริง วันนี้เธอมีนัดกินข้าวเที่ยงกับ ‘แก๊ง 7’Days’ แก๊งเพื่อนสนิทต่างสาขาที่มักจะรวมตัวกันที่โรงอาหารกลางเสมอโถงทางเดินของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงพักเที่ยงนั้นเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เดินขวักไขว่ มันเดย์สะพายกระเป๋าผ้า เดินก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์เพื่อตอบข้อความข
เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกที่แผดร้อง มันเดย์สะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนหนานุ่มในคอนโดของตัวเอง หญิงสาวเอื้อมมือไปกดปิดเสียงน่ารำคาญนั้น ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหงาย ฝ่ามือเล็กยกขึ้นก่ายหน้าผากพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อความทรงจำอันเร่าร้อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดเล่นอัตโนมัติหลังจากค่ำคืนแห่งความบ้าบิ่นที่จบลงด้วย ‘ข้อตกลงลับฉบับ FWB’ โซนก็กลับไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความยับเยินบนเตียงนอนและรอยสีกุหลาบที่กระจายอยู่ทั่วลาดไหล่และลำคอขาวเนียนของเธอมันเดย์ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วเดินตรงไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ เธอปลดกระดุมชุดนอนออก เลื่อนคอเสื้อลงเพื่อสำรวจร่องรอยสมรภูมิรัก รอยจูบสีแดงช้ำหลายจุดเด่นหลาอยู่บนผิวขาวจัดจนน่าตกใจ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้เธอมีเรียนเช้า และแน่นอนว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้ใครเห็นรอยพวกนี้ได้เด็ดขาด หากความลับแตกว่า ‘แม่พระประจำสาขา’ แอบไปมีอะไรกับ ‘แบดบอยตัวอันตราย’ อย่างโซน โลกทั้งใบที่เธอพยายามสร้างมาตลอดคงพังทลายลงไม่เป็นท่ามันเดย์ใช้เวลาหน้ากระจกนานกว่าปกติ







