ログインณ สนามบิน ประเทศไทย
16:34 น.
“ฟิ้ว~~~” เมื่อเครื่องลงจด ร่างบางก็จัดการธุระต่าง ๆ แล้วก็เดินออกมาเพื่อรอพ่อกับแม่ ไม่นานเสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้น
“ชาพิ้งค์!!! ทางนี้ลูก” ผู้เป็นแม่ยิ้มแฉ่งรีบเดินเข้ามาหาลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองทันที
Part ชาพิ้งค์
“มี๊ตาล~~~~~~” เมื่อฉันเห็นมี๊โบกมือทักทายอยู่ไม่ไกล ก็วิ่งตัวปลิวทิ้งกระเป๋าเดินทางเข้าไปกอดมี๊ทันที
“หมับ! อื้ออออ คิดถึงมี๊จังค่ะ” มี๊เองก็กอดตอบฉันแน่น
“ไม่คิดถึงป๊าบ้างรึไง ยัยตัวแสบ” ป๊าที่พึ่งเดินไปลากกระเป๋าฉันมาให้เอ่ยอย่างนอย ๆ
“พิ้งค์ก็ต้องคิดถึงอยู่แล้วสิคะ” ฉันหันกลับไปกอดป๊าบ้าง
“พิ้งค์ก็คิดถึงทั้งสองคนเลยนั่นแหละ เท่ากันด้วยนะคะ” ฉันกอดป๊าแน่น โดยความสูงของฉันที่สูงเพียง 165 เซนติเมตร
ทำให้ฉันจมอกของป๊าไปโดยปริยาย
“จ๊อก ~~” อยู่ ๆ เสียงท้องของฉันก็ร้องออกมา
“แหะ ๆ หิวนิดหน่อยค่ะ” ฉันได้แต่ยิ้มบางให้ท่านทั้งสองคน ทั้งป๊าและมี๊ต่างก็ส่ายหัวไปมา
“งั้นเราแวะร้านอาหารก่อนดีกว่าคุณ” มี๊เดินเข้าไปหาป๊าทันทีหลังจากที่เห็นฉันลูบท้องเบา ๆ
“ผมโทรไปจองกับร้านประจำไว้แล้ว เราก็ถือซะว่าฉลองลูกป๊ากลับมาด้วยไง” ฉันยิ้มกว้างทันที ก็เพราะว่าฉันหลับมาตลอดทาง
พอตื่นขึ้นมาก็หิวเลย บินตั้งหลายชั่วโมง
“ไปกันค่ะ พิ้งค์หิวจะแย่แล้วเนี่ย” ฉันแทรกกลางเข้าไปคล้องแขนทั้งสองคน นาทีนี้บอกได้เลยว่าฉันสามารถกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว
“เชิญครับคุณท่าน” การ์ดเข้ามาลากกระเป๋าให้ฉัน และเดินนำไปที่รถทันที รถคันหรูขับตรงไปยังร้านอาหารที่ป๊าจองไว้ในทันที
…………………………..
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ห้องอาหาร
สามคนพ่อแม่ลูกกำลังดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศ บรรยากาศรอบ ๆ ร้านที่โคตรจะดี ผ่อนคลายหายเหนื่อยเยอะเลย
Part ชาพิ้งค์
“แล้วกลับมานี่บอกป้าจันทร์หรือยังลูก” ขณะที่เราสามคนกำลังทานมื้อเย็นกันอยู่ จู่ ๆ มี๊ก็ทักขึ้นมา
ป้าจันทร์ หรือป้าลูกจันทร์ เป็นว่าที่แม่ย่า หรือแม่ผู้บังเกิดเกล้าของพี่ไฟนอลเอง
“แหะ ๆๆ”
“ยังเลยค่ะ” ฉันได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ เพราะท่านทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยประถมแล้ว
“แสดงว่าพี่เขาก็ยังไม่รู้สินะว่าเรากลับมาไทยแล้วน่ะ” พ่อพูดพรางตักกุ้งใส่จานให้ฉัน
ฉันเองก็พยักหน้าหงึก ๆ ตอบกลับไป
“ป๊ากับมี๊ อย่าพึ่งบอกให้พี่ไฟนอลรู้นะคะ” ฉันวางช้อนลงและอ้อนท้านทั้งสองทันที
“นี่ยังไม่เลิกชอบพี่เขาอีกรึไง?” ที่พ่อกับแม่รู้ก็เพราะว่าฉันไม่เคยมีความลับกับท่านอยู่แล้ว
แต่...แม่ถามจี้ใจดำฉันชะมัด
“เอาน่า~”
“พิ้งค์แค่อยากเซอไพรส์เขา ที่ตอนนี้พิ้งค์กลับมาเรียนต่อที่นี่น่ะค่ะ” ฉันอยากให้เขาตกใจนิดหน่อยน่ะ
“เห้อ~ แสบจริง ๆ เลยนะเราเนี่ย” พ่อบ่นออกมาอย่างเอ็นดู
“แล้วเรื่องป้าจันทร์...” ฉันเอ่ยประโยคถัดมาและก็เว้นวรรคไว้ ทำให้ท่านทั้งสองคนเข้าใจดี
“เดี๋ยวมี๊จะบอกให้ ว่าให้ปิดเรื่องเรากลับมาเอาไว้ก่อน” เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการ ฉันก็ยิ้มแฉ่งทันที
“แล้วทำไมไม่บอกพี่เขาไปตรง ๆ ล่ะลูก” เป็นพ่อของฉันเองที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง หลังจากที่เริ่มทานข้าวกันอีกรอบ
“...........” แต่คำถามนั้นทำให้ฉันถึงกับเงียบลง เพราะฉันไม่กล้าที่จะบอกเขาน่ะสิ
“เห็นว่าพี่เขา...” ฉันเลือกที่เปลี่ยนเรื่อง ไปถามคำถามที่อยากรู้มานานแทน
“มีแฟนแล้วเหรอคะ?” ฉันตัดสินใจถามออกไป เพราะไม่นานมานี้ฉันได้ข่าวว่าพี่ไฟนอลกำลังคบกับใครบางคนอยู่
แต่ไม่รู้หรอกว่าใครอะ หลัง ๆ ก็ข่าวเงียบไปไม่รู้เพราะอะไร
“..........” ฉันกำลังรอคำตอบจากท่านทั้งสอง
ซึ่งท่านเองต่างก็มองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง คงจะจริงสินะ นั่นทำให้ฉันห่อเหี่ยวลงทันที
“ก็แค่คนควงน่ะ” พ่อเลือกที่จะตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรใหญ่โตขึ้น
“จ...จริงเหรอคะ” ที่ว่าคบกันก็จริงอย่างที่ได้ยินมาจริงด้วย แล้วที่ว่าพี่ไฟนอลไปจีบเขาคนนั้นก่อนด้วย ก็คงจะจริงเหมือนกันสินะ
“ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่เขาก็ควงเล่น ๆ ไปงั้นแหละลูก” แม่เลื่อนมือมากุมมือฉันไว้เพื่อปลอบใจ
“พิ้งค์ไม่ได้เป็นไรสักหน่อยค่ะ” ฉันยิ้มกลับไปเพื่อไม่ให้ท่านทั้งสองต้องเป็นกังวล
“พี่เขาไม่คบใครเป็นตัวเป็นตนหรอกลูก” พ่อพูดเสริมขึ้นมาอย่างรู้ทันว่าฉันกำลังนอย
“คงเพราะพี่ไฟนอลติดบ่วงที่หมั้นอยู่กับพิ้งค์สินะคะ” ฉันพูดออกไปตรง ๆ อย่างนอย ๆ
“เราก็ทำให้พี่เขาชอบสิ คนนี้มี๊สนับสนุนเต็มที่” ฉันมองหน้าแม่ที่เชียร์สุดใจ พ่อเองก็ไม่ต่างกัน
“แน่นอนค่ะ! พิ้งค์กลับมาครั้งนี้ จะทำให้พี่เขาชอบพิ้งค์ให้ได้เลย” ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเป็นเจ้าของพี่ไฟนอลหรอกนะ
หวง ๆๆๆๆ หวงมากคนนี้ ว่าที่พ่อของลูกในอนาคตของฉันเชียวนะ ต้องเป็นพี่ ‘ไฟนอล’ เท่านั้น
“อารมณ์ดีแล้วก็กินเยอะ ๆ” พ่อตักกุ้งอีกตัวมาให้ฉัน
“รับทราบคร้า~~~~”
………………………….
คอนโด ชาพิ้งค์
19:32 น.
หลังจากที่ครอบครัวสุขสันต์รับประทานมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสร็จแล้ว พ่อกับแม่ก็มาส่งลูกสาวที่คอนโด
เป็นคอนโดที่เธอออ้อนพ่อซื้อไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน ก่อนที่จะบินกลับมาไทย
Part ชาพิ้งค์
“แน่ใจเหรอว่าจะไม่กลับเข้าไปพักที่บ้านก่อน?” มี๊เอ่ยถามออกมา หลังจากที่เราสามคนพ่อ แม่ ลูก เดินเข้ามาภายในคอนโด
“เดี๋ยวอีกไม่กี่วันพิ้งค์ก็ต้องย้ายของมาอยู่นี่อยู่ดีค่ะ” ฉันใกล้จะเปิดเทอมแล้ว เลยอ้อนป๊าซื้อคอนโดใกล้ ๆ มอไว้
นั่นก็เพราะฉันไม่ชอบการตื่นเช้า ๆ ไง ถ้าอยู่ใกล้ก็ถือว่าตื่นสายได้เพิ่มเวลานอนหลายนาทีหน่อย
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวแม่ให้คนขนของขึ้นมาให้แล้วกัน” มี๊พูดจบก็โทรหาการ์ดที่อยู่ด้านล่างทันที
ไม่นานกระเป๋าของฉันก็ถูกขนขึ้นมายังด้านบน
“มี๊กับป๊านั่งรอพิ้งค์ตรงนี้ก่อนนะคะ” ฉันพูดจบก็รีบเดินเข้าไปในห้องนอนและเปิดกระเป๋าเดินทางทันที
“มีอะไร ยัยตัวแสบ” พ่อตะโกนเข้ามา พรางเดินดูรอบ ๆ คอนโดที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่
“ทาด๊า~~~” ฉันเดินออกมาพร้อมกับของฝากสองชิ้นในมือที่ถูกห่ออยู่ในถุงผูกโบว์สวยงาม
“ของฝากจากลูกสาวคนสวยคร้า~” ฉันยื่นให้ท่านทั้งสองคน
“ลูกสาวคนนี้เนี่ยรู้ใจ มี๊จริง ๆ” มี๊เลื่อนมือมาเขี่ยจมูกฉันเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“งั้นป๊ากับมี๊เรากลับก่อนแล้วกัน” ป๊าลูบหัวฉันเบา ๆ
“ขอบคุณนะคะที่ไปรับแล้วก็พามาส่งถึงที่เลย คิคิ~~” ฉันโบกมือลาท่านทั้งสอง
“ไว้ป๊าว่างจะพามี๊มาเที่ยวหานะ” ฉันยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น
“ดีเลยค่ะ มาหาบ่อย ๆ นะคะ~”
“ไปเถอะคุณ ดึกแล้วปล่อยให้ลูกพักผ่อน เดินทางมาเหนื่อย” มี๊เป็นฝ่ายพูดขึ้นมา
“สวัสดีคร้าบ~~~”
หลังจากที่ล่ำลากันเสร็จ ฉันก็ปิดประตูให้เรียบร้อยและเดินกลับเข้าไปในห้อง ห้องใหม่ของฉันเอง
หลังจากนั้นก็เริ่มรื้อของในกระเป๋าเพื่อหาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนคืนนี้ ส่วนที่เหลือก็คงต้องพรุ่งนี้แหละค่อยจัดใส่ตู้
วันนี้ฉันเหนื่อยมาก~~
……………………..
วันต่อมา
คอนโดชาพิ้งค์
16:34 น.
ร่างบางที่ตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อนลุกขึ้นมาเอาของออกจากกระเป๋าและก็ทำการจัดเรียงใส่ตู้เป็นระเบียบเรียบร้อย
และจัดห้องต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน
การจัดคอนโดใหม่กับเธอเพียงคนเดียว ก็เล่นเอาเวลาไปแทบทั้งวัน ร่างบางโรยรินสุด ๆ
Part ชาพิ้งค์
“ฟู่ว~~~”
“ในที่สุดก็เสร็จสักที” ฉันมองยังห้องนอนตัวเองที่พึ่งจัดเสร็จ ด้วยความภาคภูมิใจ
“จ๊อก~~” ท้องนี่ก็รู้เวลาดีเลยนะ เสร็จปุ๊บก็หิวปั๊บเลย
“อ่า~~”
“เล่นเอาเย็นเลยสินะ” ฉันมองไปยังนาฬิกาที่อยู่บนผนัง นี่ฉันจัดของทั้งวันเลยเหรอเนี่ย จนลืมดูเวลา
“อาบน้ำก่อนแล้วกัน” คิดได้แบบนั้นก็เดินเข้าไปด้านในห้องอาบน้ำทันที เพื่อขจัดคราบฝุ่นตามตัวออก
มื้อเช้ากับมื้อเที่ยง ฉันก็ได้แต่กินของที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อข้างคอนโด
เย็นนี้ก็คงต้องลงไปซื้อก๋วยเตี๋ยวข้าง ๆ คอนโดแทนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยออกไปซื้อของสดมาใส่ตู้ไว้
…………………………..
หน้าคอนโดชาพิ้งค์
18:24 น.
Part ชาพิ้งค์
อาบน้ำเสร็จันก็ลงไปซื้อมื้อเย็นทันที หิวไม่ไหวแล้วสองขารีบเดินกลับมายังคอนโดอีกครั้ง
ฉันก็จัดการซื้อหมี่เหลืองเย็นตาโฟเรียบร้อยแล้ว น่ากินชะมัดเลยกลิ่นนี่โคตรยั่วน้ำลาย
“ติ๊ง~” เสียงลิฟต์ดังขึ้นเรียกสติ สองขาก้าวเข้าไปและกดยังชั้นที่ต้องการทันที
ไม่นานตัวลิฟต์ก็พาฉันมาถึงจุดหมาย
“ติ๊ง~” เสียงลิฟต์ดังขึ้นอีกครั้ง สองเท้าก็ก้าวออกจากลิฟต์และเดินตรงไปตามทางเดินเพื่อกลับห้องตัวเอง
มือข้างว่างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นเพื่อหยิบคีย์การ์ด
“ติ๊ด ๆ แกร็ก~” ฉันผลักประตูเข้าไปเมื่อมันขึ้นว่าแสกนผ่านแล้ว ขณะเดียวกันนั้น
“เออ ๆ กูรู้แล้ว” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของฉัน
ก่อนฉันจะปิดประตูลง เหมือนว่าฝั่งตรงข้ามจะเปิดออกมาพอดี
“แกร็ก~ ปัง” ประตูถูกปิดลงอย่างสนิท ฉันเองก็ไม่ได้สนใจและรีบเข้าครัวเทก๋วยเตี๋ยวทันที
…………………
Part ไฟนอล
“เออ! กูรู้แล้ว พวกมึงก็เร่งกูจัง” ผมบ่นใส่พวกมันอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักที่โทรมาตามผมไปผับอยู่นั่นแหละ
“ก็มึงเข้าสายทุกอาทิตย์ไง กูเลยต้องโทรตาม” ไอปริ้นซ์บ่นยาวเหยียดอย่างกับเป็นพ่อผม
“มึงก็เคลียร์ส่วนของพวกมึงไปสิ!”
“กูเข้าไปก็แค่ตรวจบัญชี พวกมึงจะรอทำไม”
เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ พวกเราสามคนต้องเข้าไปตรวจงานที่ผับ และผมก็เป็นคนดูแลบัญชีของร้าน
เลยทำให้เราทั้งสามคนต้องเข้าไปตรวจงานตั้งแต่หัวค่ำ ไวกว่าวันอื่น ๆ
“แกร็ก~” ขณะที่ผมเดินออกมาหน้าประตู ผมเหลือบตาไปมอง เมื่อประตูห้องตรงข้ามพึ่งปิดลงไปหมาด ๆ
นั่นทำให้ผมขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัยทันที เพราะปกติห้องตรงข้ามผมมันจะว่างตลอด ไม่มีใครเข้ามาอยู่
แต่ความคิดทุกอย่างก็ดับลง เมื่อไอ้โซลเอ่ยเร่งผมอีกครั้ง
“มึงก็รู้อยู่ว่ามันเร่งมึงทำไม” ไอ้โซลตะโกนเข้าสายอย่างรู้ทัน
“สัส! อย่าทำเป็นรู้ดี” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ย
“หรือไม่จริง?” ไอ้โซลแม่งโคตรแม่น เดาทางไอ้คนพูดน้อยได้ตรงจุดตลอด
“เออ!” พวกมันทะเลาะกันอยู่ในสาย
“ถ้ารู้แล้ว คุณเพื่อนไฟก็รีบมานะครับ” มันหันมาคุยกับผมในสายต่อ ขณะที่ผมกำลังเดินไปที่ลิฟต์
“คอผมค่อนข้างแห้งแล้วครับต้องการเหล้าเข้ม ๆ กระแทกสักหน่อย” ไอ้โซลเองก็เข้ากับไอ้ปริ้นซ์ด้วย
มันพูดแบบนี้แทบทุกวัน คนอะไรกินเหล้าอย่างกับน้ำเปล่า
“เอาตีนกูกระแทกก่อนมั้ย” ผมพูดใส่โทรศัพท์
“สัสเถอะ! กูเพื่อนมึงไงไอ้คุณไฟ” ไอ้โซลแม่งเด็กจริง ๆ
“ถ้ามึงจะ ‘ไอ้’ มาขนาดนี้ก็ไม่ต้องใส่ ‘คุณ’ มาหรอก” พวกผมเถียงกันไม่หยุด
“มึงรีบมา ก่อนกูจะวิ่งไปตีกับมันหลังร้าน” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยขึ้นมา
“เออ กูออกแล้วเนี่ย” ผมมองลิฟต์ซึ่งก็มาถึงพอดี
“แค่นี้แหละ ขับรถก่อน” หลังจากนั้นก็กดวางสายลง และก็ต้องรีบตรงไปที่ร้านทันที
แต่ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง เมื่อคนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ก็ผุดเข้ามาในหัว เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ผมก็มองไม่ทัน
“ติ๊ง~” เสียงลิฟต์ดังขึ้นทำให้ผมต้องสลัดความคิดนั้นออก ก่อนสองขาจะก้าวไปยังลานจอดรถ VIP ทันที
ไม่นานรถคันหรูก็แล่นออกไปจากคอนโดด้วยความเร็วสูง
โรงพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินPart ชาพิ้งค์“ฮึก ๆ ยังไม่ออกมาค่ะ” ป้าลูกจันทร์กับลุงเวลส์เดินมาด้วยท่าทีที่รีบร้อน“พ...พิ้งค์ขอโทษนะคะ” พี่ไฟนอลเป็นแบบนี้ก็เพราะเข้ามาช่วยฉัน“พิ้งค์จะขอโทษทำไม ไม่ได้เกี่ยวกับพิ้งค์สักหน่อยลูก” ป้าจันทร์ลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู“นั่งก่อน ๆ ใจเย็น ๆ ” เป็นท่านทั้งสองที่ต้องมาปลอบฉันแทน “ฮึก ๆๆ พี่ไฟนอล วิ่งเข้ามาผลักพิ้งค์ออก จนทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในนั้น” ฉันค่อย ๆ เล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง“ก็ดีแล้ว พี่พิ้งค์ไม่ได้ไปอยู่ในนั้น ไม่งั้นป้ากับลุงก็คงเป็นห่วงมากกว่านี้แน่” ฉันร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม“ไม่ต้องเป็นห่วงไป ถึงมือหมอแล้ว ไฟนอลไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ” ฉันเข้าไปกอดป้าจันทร์แน่น“พี่เขารักหนูมากเลยนะลูก” ป้าจันทร์ลูบหัวฉันเบา ๆ“พิ้งค์หายโกรธพี่เขารึยัง?” คำถามของท่านทำให้ฉันกล้าตอบไปอย่างเต็มอก“พิ้งค์หายตั้งนานแล้วค่ะ ฮึก ๆ” ฉันไม่รู้เลยถ้าไม่มีเขาจะเป็นยังไง ป่านนี้ฉันก็คงเป็นคนนอนอยู่ด้านในนั้นแทน“ดีแล้วล่ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว” ลุงเวลส์ที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น“ชีวิตคู่ก็มีกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องปกติ” ฉันโชคดีมากที่มีท่านทั้งสองรักและเอ็นดูเหมือนลูกสาวแท้ ๆ
Sweet Blood clubชั้นบนสุดPart ชาพิ้งค์“แกร็ก~” ภายในห้องนี้ก็เหลือเพียงแค่เราสองคน “โมโหอะไรขนาดนั้นคะ” ฉันเอ่ยออกมาด้วยความโมโหเช่นกัน“ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ออกไป” พี่ไฟนอลตอบกลับเสียงเรียบ เขาพูดทั้งที่หันหลังให้ฉัน“แล้วพี่เป็นอะไร” ฉันถามเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใจเย็นลง ไม่งั้นเราสองคนคงได้ทะเลาะกันหนักกว่านี้แน่“ก็บอกว่าไม่มีอะไร อยากไปนักไม่ใช่เหรอ จะมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม” คนตัวโตหันมามองฉัน “พี่ไม่รั้งเธอแล้ว เพราะฉะนั้นเธอก็ออกไปได้แล้ว” ฉันมองหน้าเขาอย่างพิจารณา“นี่พี่ดื่มเหรอ พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ฉันมองไปรอบห้องที่ตอนนี้มีเศษแก้วเต็มไปหมด แถมมีขวดเหล้าหลายขวดหกเต็มพื้นหลายจุด“ไม่ต้องสนใจ” เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขา“พี่ไล่พิ้งค์อีกแล้วนะคะ” เมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้น เขาก็ชะงักทันที แต่มันก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น“ไม่ได้ไล่” เขาพูดจบก็มองไปทางระเบียงด้านนอกที่มีกระจกใสกั้นอยู่ ภายนอกมีแสงไฟจากตึกในเมืองหลวงหลายดวง“ใจเย็นลงบ้างรึยังคะ” ฉันเอ่ยถามเขาอีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้เขาไม่โวยวายทำลายข้าวของแล้ว“...........” พี่ไฟนอลยังคงยืนหันหลังให้ฉัน และเงียบอยู่
Sweet blood club20:34 น.Part ไฟนอล“มึงเงียบทำไม” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยถามขึ้นมา“พิ้งค์บอกว่าอยากลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีกูดู” ผมพูดออกไปตามจริง ก่อนจะกระดกเหล้าที่มันพึ่งชงให้“มึงก็เลยขับรถมาถึงที่ เพื่อมานั่งมองอยู่ตรงนี้ว่างั้น” ไอ้โซลพูดขึ้นมา ผมก็เลยพยักหน้าตอบเบา ๆ แทน“มึงกลายเป็นคนขี้กลัวไปตั้งแต่เมื่อไร”“เมื่อก่อนมึงอยากได้อะไรก็พุ่งเข้าใส่ตลอด ระวังพวกนั้นจะคาบเด็กมึงไปแดก” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยเตือน“มึงก็รู้ กูทำอะไรไว้บ้าง กูเข้าไปตอนนี้มีแต่พิ้งค์จะเกลียดกู” ผมไม่กล้าที่จะทำอะไรเลย“พวกนั้นก็มีสิทธิ์ได้แค่มองแหละ รอพิ้งค์หายโกรธกูก่อนเถอะ กูจะซัดหน้าแม่ง” พูดละผมก็หงุดหงิด“ก็เข้าใจว่ามึงเคยเลว” ผมหันขวับไปที่ไอ้โซลทันที“แต่หนึ่งปีที่ผ่านมามึงก็ชดใช้มาตลอด น้องไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ?” มันเอ่ยถามออกมา นั่นทำให้ผมเงียบลงอีกครั้ง“อย่าบอกนะว่าที่มึงทำทั้งหมด น้องไม่รู้อะ?” ไอ้ปริ้นซ์เป็นฝ่ายพูดขึ้นมา ผมเงียบเป็นคำตอบแทน“มึงแม่ง”“กูก็ว่าอยู่ทำไมน้องยังโกรธมึง” ผมหยิบแก้วขึ้นมาจิบไป พราง ๆ “ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก” ผมมองขึ้นไปหาเธอที่นั่งอยู่ไม่ไกล เธอที่ทุกคนต่างหมายปอง ตอนนี้กลายเป็นว่าผม
คอนโดห้องชาพิ้งค์Part ชาพิ้งค์“แกร็ก~” “!!!!!!” เมื่อเปิดมาก็พบเข้ากับทั้งสามคน กลิ่นเหล้านี่หึ่งเลย“เหม็น! พวกพี่มาทำอะไรกันเนี่ย!” ฉันเอามืดขึ้นมาปิดจมูกทันที กลิ่นเหล้าโคตรจะแรง กินหรืออาบกันมาเนี่ย“ชาพิ้งงงง~~~~” โหพี่โซลเสียงยานเชียว“มาวววววว อาวกลับไม่หวายย~ พรึ่บ!” พูดจบร่างหนาก็ถูกผลักโซเซมาทางฉันทันที“ด..เดี๋ยวก่อนสิ พี่ปริ้นซ์!”“พี่โซล!!” ทั้งสองคนทิ้งพี่ไฟนอลไว้กับฉัน แล้วก็เดินหนีไปเลย แล้วนี่จะเอายังไงเนี่ย“งืม ๆๆๆ” พี่ไฟนอลเมาไม่รู้เรื่อง กลายเป็นคนขี้เมาตั้งแต่เมื่อไหร่Part ไฟนอล“รหัสห้องพี่รหัสอะไรคะ” เธอถามผมทั้งที่ยังพยุงตัวผมอยู่ จริง ๆ ผมไม่ได้เทน้ำหนักไปหมดหรอก ร่างบางจะรับผมไหวได้ยังไง“รหัสห้องอะไรคะ!” เธอถามขึ้นอีกครั้ง ผมแกล้งทำเป็นเฉไฉทันที และหลับต่อเพื่อความเนียนPart ชาพิ้งค์แล้วรหัสเขาที่เปลี่ยนใหม่ ฉันก็ไม่รู้อีก จะทำยังไงล่ะทีนี้ “งั้นพี่ก็นอนตรงนี้แหละค่ะ หายเมาก็ค่อยเข้าห้อง” ฉันวางคนเมาไว้ที่หน้าประตูเตรียมหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง ทว่า....ขากับก้าวต่อไม่ออก“เห้อ~~” ฉันถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะพยุงคนเมาเข้าห้องตัวเองไป “ค...ค่อย ๆ เดิ
1 ปีต่อมาวันเปิดเทอมคณะแพทยศาสตร์ทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิต มีเวลามากมายให้สองคนได้คิดตัดสินใจ คิดทบทวนเรื่องบางอย่าง ความห่างเหินทำให้ทั้งคู่สงบลง เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แต่กลับยังลืมกันไม่ลง ถึงอย่างนั้นอะไรหลาย อย่างกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ ‘เธอ’“บรื้น~” รถคันหรูสองประตูขับมายังลานจอดรถของคณะแพทยศาสตร์อย่างชำนาญทาง“แกร็ก~ปัง!” ประตูเปิดออกโดยร่างบาง เรียวขาสวยกับกระโปรงทรงเอสั้นเพียงคืบเดียวก้าวลงจากรถอย่างมั่นใจ“เชี่ยยย ใครวะมึง สวยชิบหาย” ผมบลอนผสมม่วงยาวสลวย“แก ๆ ดูสิ ทำไมไม่เคยเห็นเลยสวยจัง”“อยู่คณะเดียวกับเราด้วยรึเปล่าอะแก” เหล่านักศึกษาชายหญิงต่างก็ซุบซิบเป็นเสียงเดียวกัน“คิคิ~” คนตัวเล็กหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างได้ใจ พวกนี้นี่คงเป็นน้องปีหนึ่งที่พึ่งเข้ามาใหม่สินะ ก็ไม่แปลกที่จะไม่เคยเห็นฉัน เสียดายจังกลับมาไม่ทันงานรับน้อง..........................................คณะวิศวกรรมศาสตร์โต๊ะหินอ่อนหน้าตึกPart ไฟนอล“ซึมเลยนะมึง” ทันทีที่ไอ้โซลเดินมาก็ทักทายผมตามปกติ ตอนนี้พวกผมอยู่ ปี 3 กันแล้ว และไอ้สองตัวนี่ก็ซ้ำเติมผมไม่เลิกสักที“มันก็ซึมมาตลอดป่าว
ณ สนามบินจุดเช็คอินPart ชาพิ้งค์“..............” ฉันมองไปยังเส้นทางตรงหน้า ที่จะพาฉันให้หนีไปไกลจากที่นี่ได้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง“เห้อ~~” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก ขมับทั้งสองข้างปวดตุบ ๆ สองขาก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างไม่ลังเลอีก“ชาพิ้งค์!!” แต่เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งทำให้ฉันต้องหยุดชะงักและหยุดลงในเวลาต่อมา“พี่เวกัส?” ฉันมองพี่รหัสของตัวเองที่วิ่งมาเหงื่อเปียกซึมเสื้อผ้าและใบหน้า“พิ้งค์...จะไปจริง ๆ เหรอ?” น้ำเสียงเขาดูเศร้า ๆ “พิ้งค์ตัดสินใจแล้วค่ะ” ในเมื่อฉันตอบตกลงไปแล้ว ฉันก็ไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว“พี่คงห้ามเธอไม่ได้แล้วสินะ” “ก็คงงั้นมั้งคะ” ฉันยิ้มบาง ๆ มองทะลุไปด้านนอก“แล้วนี่เธอได้บอกใครบ้างรึเปล่าว่าจะไปไหน” คำถามนั้นทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาเบา ๆ“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ” ฉันพูดอย่างปลงตก“แต่เขาดูรักพิ้งค์มากเลยนะ พี่ดูออก” ฉันนิ่งไป“เขาแค่ประชดเท่านั้น ลองคุยดี ๆ กันก่อนมั้ย” ฉันส่ายหัว“เรื่องที่พิ้งค์จะบินไปไหน...” ฉันพูดและเว้นวรรคไว้ ทำให้พี่เวกัสรับรู้ทันที“พี่เข้าใจ พี่จะไม่บอกใคร โดยเฉพาะเขาคนนั้น” คนที่เราต่างก็รู้ว่าคือใคร“ขอโทษนะ สำหรับเรื่องทุก







