로그인ณ มหาวิทยาลัย
ลานกิจกรรม
07:54 น.
หลังจากที่พักผ่อนและเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนอยู่ไม่กี่วัน ในที่สุดวันเปิดเทอมก็มาถึง
Part ชาพิ้งค์
“...............” ตอนนี้ฉันมาถึงที่มอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ก็ใกล้จะ 8 โมงแล้ว แต่ว่า...
“แล้วตึกมันอยู่ตรงไหนเนี่ย!!??” ฉันมองตึกตรงหน้าที่ตั้งอยู่เต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าตึกคณะแพทย์อยู่ตรงไหนนี่สิ
“ฉันก็ว่าเดินมาถูกแล้วนะ มันควรจะตั้งอยู่ตรงนี้สิ” ฉันก้มมองแผนที่ในโทรศัพท์มือถือตัวเองอีกครั้ง
เพราะฉันเดินมาตามแผนที่แล้ว เดินถูกทุกทาง แต่มันกลับมาโผล่ที่ไหนไม่รู้เนี่ย
“โอ้ยยยย!! จะสายแล้วเนี่ย” พวกพี่นัดรับน้องตอน 8 โมงและเหลืออีกแค่ 6 นาทีเนี่ยนะ ฉันจะทำไงดีเนี่ย วันแรกก็จะสายเลยเหรอ
“ตึกอยู่ไหนก็ยังไม่รู้เลย T-T” ฉันบ่นออกมาพรางมองซ้ายมองขวา คงต้องลอง ๆ เดินไปดูก่อนแล้วกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้นสองเท้าในชุดนักศึกษาน่าตาน่ารัก ผมยาวสวย ก็ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มีทางเลือก
…………………………….
ณ ลานกินกรรม
คณะวิศวกรรมศาสตร์
“ผมนัดพวกคุณกี่โมง!!!!” ฉันเดินมาตามแผนที่อีกรอบ แต่ก็ดันมาโผล่ลานรับน้อง
ดูจากการแต่งตัวของรุ่นพี่กับคนที่โวยวายเสียงดังอยู่ตรงนั้นน่าจะเป็นคณะวิศวะ
“8 โมงตรงครับ/ค่ะ” เสียงนักศึกษาปีหนึ่งตอบกันอ้อมแอ้มไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา
“พวกคุณมีกันกี่คน!!!!” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อเขาตวาดลั่นสนาม ตกใจหมดเลยเสียงดังทำไมเนี่ย
โอ๋ ๆ หัวใจดวงน้อย ๆ ของชาพิ้งค์ อย่าพึ่งเป็นอะไรไปเลยนะ พูดพร้อมกับลูบที่หน้าอกของตัวเองเบา ๆ
“ทำไมถึงเสียงแค่นี้!!!”
“หรืออยากไปวิ่งรอบสนาม!!!!” โหดชะมัดเลยแหะ ฉันมองไม่เห็นคนว้ากหรอก เพราะต้นไม้มันบัง แต่แค่ได้ยินเสียงก็ขนลุกแล้ว
ทำไมต้องดุขนาดนั้นกันนะ คณะฉันจะดุแบบนี้ด้วยรึเปล่านะ
“ตอบ!!!!”
“8 โมงตรงครับ/ค่ะ!!!!!” พวกปีหนึ่งต่างก็เปล่งเสียงออกมา ฉันเริ่มจะไม่ชอบการรับน้องที่นี่แล้วแหละ
แต่เมื่อฉันก้มมองนาฬิกาก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง
“กรี๊ดดด!!! อีก 1 นาที!!” ฉันแบะปากออกมาเหมือนจะร้อง เพราะตอนนี้ยังมองไม่เห็นตึกคณะเลย
“รีบไปจากตรงนี้ดีกว่า...” เมื่อคิดได้ดังนั้นสองเท้าก็รีบก้าวไปข้างหน้า ฉันเลือกที่จะเดินอ้อมลานรับน้องคณะนี้ไป
ขืนแวะเวียนเข้าไปใกล้มีหวังฉันได้ฝันร้ายเป็นเดือนแน่ ๆ
“น้อง!!!!!” เสียงรุ่นพี่ตะโกน ขนาดอยู่ไกลกันยังดังมาถึงฉันชัดเจน รีบเดินดีกว่ายัยพิ้งค์เอ้ยยย
“น้องปีหนึ่งคนนั้นน่ะ!!!”
“รุ่นพี่เรียกไม่ได้ยินรึไงครับ!!!!!!!” ฉันได้ยินรุ่นพี่เริ่มเดือดก็ยิ่งก้มหน้าก้มตาเดิน น่ากลัวชะมัด ดีนะที่ฉันไม่เลือกเรียนคณะนี้
“รุ่นพี่พูดด้วยห้ามเมินครับ!!!!”
“น้องผู้หญิงที่ใส่แหวนที่นิ้วชี้ข้างซ้ายน่ะ!!!!”
“อึก!!!” เมื่อรุ่นพี่พูดถึงลักษณะผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา ก็ทำให้สองเท้าของฉันหยุดชะงักทักที
สายตาเลื่อนไปที่มือของตัวเอง ฉันก็ใส่เหมือนกันนี่หว่า...
“ขวับ!” ฉันจึงหันไปมองรุ่นพี่คนนั้นที่ตะโกนอยู่ด้านหลังของฉัน เพื่อความแน่ใจ
“!!!!!!!!!” ฉันถึงกับขาแข็งก้าวไม่ออก เพราะรุ่นพี่คนนั้นกำลังจ้องมองมาที่ฉันตาเขม็ง
รวมถึงรุ่นพี่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นด้วย ต่างก็มองฉันเป็นตาเดียว อะไรกัน ฉันทำอะไรผิดเนี่ย
“พวกคุณมองอะไรครับ!!!!”
“อึก!!!” ฉันสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเขาดุพวกปีหนึ่งที่แอบมองมาที่ฉันด้วยเช่นเดียวกัน
“ส่วนน้องคนนั้น!!!!” ฉันกำสายกระเป๋าผ้าสะพายข้างแน่น น่ากลัวเกินไปแล้ว พี่เขาหล่อมากนะ แต่เสียดายดุไปหน่อย
“ทำไมถึงมาสาย!!” เขาตะโกนใส่ฉันพรางเดินเข้ามาเรื่อย ๆ
“ค...คือว่า” ฉันรวบรวบความกล้าที่จะบอกเขาไปว่าฉันไม่ได้เรียนคณะนี้
แต่สองขากลับก้าวถอยหลังหนีเขาเรื่อย ๆ ปากก็พูดไม่ออก
“หยุดครับ!!!”
“ห้ามถอยหลังอีก!!!” เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อย ๆ และไม่นานเจ้าตัวก็เดินเข้ามาประชิดตัวฉัน
“ทำไมถึงมาสาย!!!”
“รู้มั้ยว่าคุณทำให้เพื่อนอีกกี่คนต้องรอ!!!!” ฉันได้แต่ก้มหน้างุด เพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขา
“รุ่นพี่ถามก็ตอบ!!!” ฉันแอบสะดุ้งทุกครั้งที่เขาพูด ทำไมต้องตะโกนใส่กันเนี่ย พูดเบา ๆ ไม่เป็นรึไง
“ค...คือว่า”
“พูดเต็มเสียง!!!!” ฉันถึงกับกลืนคำที่จะอธิบายลงคอไปทันที และเหลือบมองไปด้านหลังของพี่เขา
ที่มีอีกหลายร้อยชีวิตมองฉันอยู่
“หรืออยากไปวิ่งรอบสนามตอนเที่ยงครับ!!!” ฉันสลัดความสนใจออกจากฝูงชนตรงนั้นมาสนใจพี่คนตรงหน้าแทน
“หนูเรียนคณะแพทย์ค่ะ!!!!”
“หนูไม่ได้เรียนคณะวิศวะ!!!” ฉันตอบกลับไปเสียงดังฟังชัด เพราะถ้าไม่ดังเดี๋ยวพี่เขาก็ดุฉันอีก
“...........”
“ห...ห้ะ” พี่คนตรงหน้าดูเหมือนจะอึ้งไปเล็กน้อยที่ฉันตอบไปแบบนั้น ขอโทษนะคะ พี่สั่งหนูเองอะ ฮือออออ
“ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ” ไม่นานเสียงพวกรุ่นพี่กับปีหนึ่งต่างก็หัวเราะกันยกใหญ่
“เงียบ!!!!!” เพียงคำเดียวก็พาทั้งลานเงียบอย่างกับป่าช้าได้
“แล้วก้มหน้าลงไป!!” พี่เขาหันไปสั่งเสียงเข้ม หลังจากนั้นทุกคนต่างก็ก้มหน้าเงียบกริบ
“ไอ้ปริ้นซ์ มึงจัดการแทนกูก่อน” เขาหันไปคุยกับเพื่อนตัวเองอีกคนที่ยังยืนอยู่กลางเวทีลานรับน้อง
“...........” พอฉันหันไปดูตามก็พบว่าเขา หล่อมากกกกกกกก
“ส่วนน้อง”
“!!!!!!!!” ฉันกำลังเคลิ้มเลย แต่ต้องสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อเขาเรียกฉันและหน้าตาจริงจังมาก
แต่ครั้งนี้น้ำเสียงมันอ่อนลงกว่าครั้งที่แล้วมาก
“ตามพี่มา” พูดจบรุ่นพี่คนนั้นก็เดินนำฉันไป ฉันเลยเลือกที่จะเดินตามไปเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร
……………………………….
ณ ตึกคณะแพทย์ศาสตร์
08:09 น.
“กึก!!” พี่เขาหยุดเดิน ฉันเองก็หยุดตาม และไม่นานพี่เขาก็หันกลับมา
“ถึงแล้วครับ ตึกคณะน้อง” ฉันมองผ่านพี่เขาไปด้านหลัง ซึ่งก็เป็นป้ายตึกคณะของฉันจริง ๆ
“ข...ขอบคุณนะคะ” ฉันพูดออกไปทั้งที่ไม่สบตาเขา
“พี่ชื่อ โซลนะ”
“เรื่องเมื่อกี้...” พี่เขาพูดและเว้นไว้ ราวกับไม่กล้าพูดออกมามือเลื่อนขึ้นมาจับท้ายทอยตัวเองไปพราง ๆ
“เรื่องเมื่อกี้พี่ขอโทษน้องด้วยนะครับ” ในที่สุดเขาก็พูดออกมา
“พี่คิดว่าเราเป็นปีหนึ่งคณะพี่ เห็นไปเดินอยู่แถวนั้น” เขาพูดออกมาและยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร
“ม...ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันว่าถ้าเขาไม่ดุ ก็ดูเป็นรุ่นพี่ที่น่าพึ่งพาคนหนึ่งเลยนะ
“ยังไงก็ขอโทษนะ พี่ดุน้องไปซะเยอะเลย”
“ม...ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ” ฉันไม่ชินที่มีรุ่นพี่มาขอโทษแบบนี้
“ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ” ฉันหาเองไม่รู้จะเจอกี่โมง
“งั้นพี่ไปก่อนนะครับ”
“ค่ะ” หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันไป
………………………….
ลานกิจกรรม
คณะวิศวกรรมศาสตร์
Part ไฟนอล
“มึงไปไหนมาไอ้โซล?” ผมทักขึ้นหลังจากที่มันที่เป็นเฮดว้าก กลับให้ไอ้ปริ้นซ์ว้ากแทน
“มึงมาไม่ทันฉากเด็ดไอ้ไฟ” ไอ้ปริ้นซ์เดินกลับมาหลังจากที่ปล่อยน้อง ๆ จับพี่รหัสกันไป
“มึงเงียบเลยไอ้ปริ้นซ์ แค่นี้กูก็อายจะแย่แล้ว” ไอ้โซลเอ่ยห้าม
“กูจะพูด ฮ่า ๆๆๆ” อะไรของพวกมัน ผมมาสายแค่ไม่กี่นาทีเอง
“ก็มีน้องปีหนึ่งเดินหลงตึกมาที่คณะเราเมื่อเช้านี้” ไอ้ปริ้นซ์เริ่มเล่า
“มันคิดว่าน้องปี 1 คนนั้นเป็นรุ่นน้องเราเลยไปดุน้องเขาซะเต็มที่เลยที่มาช้า”
“ที่ไหนได้น้องเขาเรียนแพทย์แต่หาตึกไม่เจอ” ไอ้ปริ้นซ์พูดไปก็ขำไปด้วย ผมได้ยินก็อดขำไม่ได้ตอนมันหน้าแตกต่อหน้าน้อง ๆ
คงน่าขำน่าดู
“ควาย! คราวหลังมึงก็หัดดูให้มันดี ๆ ก่อน” ผมบ่นใส่มัน
“ไม่มีคราวหลังอีกแล้วเว้ย ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว”
……………………..
ลานกิจกรรม
คณะแพทยศาสตร์
“ตุบ ๆๆ” มาถึงก็รีบวิ่งมาที่ลานกิจกรรมทันที
ซึ่งมีนักศึกษาอยู่จำนวนมาก
“ทำไมถึงมาสายคะ?” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งทักขึ้น หลังจากที่ทุกคนมองฉันเป็นตาเดียว
วันนี้วันอะไรเนี่ยมีแต่คนมองมาที่ฉันอยู่เรื่อย แถมตอนนี้ฉันกำลังจะโดนดุสินะ ที่มาสายน่ะ
“ข...ขอโทษค่ะ พอดีหลงไปตึกอื่นค่ะ” ฉันยอมรับไปตามตรง ก็พึ่งมาครั้งแรกนี่หน่า
“งั้นก็ไปเช็คชื่อกับพี่คนนั้นแล้วก็กลับมานั่งเลยค่ะ”
“..........????” นั่นทำให้ฉันงง เพราะพี่เขาไม่ดุฉันสักนิดเลย
ฉันเดินไปตามที่พี่เขาบอก ก่อนจะเซ็นชื่อเพื่อลงทะเบียน และรับป้ายชื่อมาคล้องคอเอาไว้ และกลับมานั่งต่อแถว
“เอาล่ะค่ะตอนนี้น้องคนสุดท้ายของเราก็มาถึงแล้ว” นี่ฉันทำพวกเพื่อน ๆ พี่ ๆ สายสินะ
“น้องพึ่งเข้ามาวันแรก อาจจะหลงหรืองง ๆ กันหน่อยนะคะ” พี่เขาเริ่มอธิบาย
“แต่พี่ ๆ อยากให้น้อง ๆ ช่วยดูแลกันนะคะ”
“จะได้ทำความรู้จักมอเราเร็วขึ้น” พี่เขาดูใจดีมากกกกกกกกก
“เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” และก็มีพี่ ๆ คณะแพทย์มาเรียงอยู่ตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อส้มนะคะ เป็นเฮดดูแลพวกเราปีนี้ค่ะ” พี่เขาพูดจบพี่คนต่อไปก็ก้าวออกมาเพื่อแนะนำตัวทีละคน
คณะนี้ที่ฉันเลือก เลือกไม่ผิดจริง ๆ พี่ ๆ ทุกคนดูใจดีและมีเหตุผลมาก ไม่เหมือนกับวิศวะเมื่อกี้นี้ คนบ้าตะโกนอยู่นั่น หวังว่าพี่ไฟนอลไม่เป็นแบบนั้นนะ ฉันไม่ชอบคนดุ
“ตอนนี้ก็พักก่อน 10 นาทีนะคะ” หลังจากที่รุ่นพี่แจ้งข่าวสารเสร็จ ก็มีพี่คนอื่นเดินแจกของว่างให้ปีหนึ่งทุกคน
ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปเข้ากลุ่มของตัวเอง และพูดคุยทำความรู้จักกัน แต่ฉันที่พึ่งมาถึงคนสุดท้าย ไม่รู้จักใครเลยนี่สิ
“เธอ ๆ มานั่งกับเราสิ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียก พอฉันหันไปเธอก็ตบลงข้าง ๆ ตัว เพื่อให้ฉันไปนั่งตรงนั้น
“ขอบใจนะ” ฉันพูดจบก็นั่งลงพร้อมรอยยิ้มกว้าง ซึ่งเดิมในกลุ่มก็มีอยู่แล้วสองคน
“เธอพึ่งมาใหม่ อยู่กับพวกเราได้” ดูเป็นมิตรชะมัดเลย
“ฉันชื่อ ชาพิ้งค์นะ” เราเริ่มแนะนำตัวกัน
“ฉันชื่อริต้า นี่เพื่อนฉันชื่อ พิมพ์ดาว” ริต้าเป็นคนแนะนำ
“เรียกพิมพ์เฉย ๆ แหละ” พิมพ์ดาวพูดพรางตักขนมเข้าปาก
“ทำไมเธอถึงมาสายล่ะ หลงไปไหนมา” เป็นริต้าที่ถามขึ้นมา
“เมื่อเช้าน่ะ...” ฉันเริ่มเล่าให้เพื่อนใหม่ทั้งสองคนฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง
“ฮ่า ๆๆๆ” ทั้งสองคนต่างก็หัวเราะกันยกใหญ่
“ดีนะที่เธอไม่ได้ไปวิ่งรอบสนามจริง ๆ น่ะ”
“ฉันยังกลัวไม่หายเลยเนี่ย” พูดแล้วก็ลืมไม่ลง
“แต่ดูพี่เขาก็ใจดีอยู่นะ พาแกมาส่งถึงคณะแหนะ” พิมพ์เป็นคนพูดขึ้นมา
“พี่คนที่ชื่อปริ้นซ์ฉันไม่แน่ใจหรอกว่าใจดีหรือเปล่า”
“ส่วนพี่โซลฉันคิดว่าใจดีนะ แต่ทำท่าแกล้งดุไปงั้น” ฉันพูดพรางตักขนมใส่ปากอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
“ห้ะ!!” เพื่อนทั้งสองคนของฉันต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความตกใจจนเพื่อนกลุ่มอื่นหันมามอง
“ฉู่ววว~~”
“เบาหน่อยสิ! ยัยริต้า” ฉันรีบเอามือไปปิดปากนางอย่างรวดเร็ว โจ่งแจ้งเกินไปแล้ว
“แกโดนพวกพี่ ๆ แก๊ง Black Dragon ว้ากมาเหรอ?” มันกระซิบฉันราวกับเป็นเรื่องใหญ่โต
“แก๊งอะไร ฉันไม่รู้จักหรอก”
“ก็บอกไปแล้วว่าฉันพึ่งย้ายมาไทย” ฉันเจาะนมดื่มอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา
“ก็พี่สองคนที่แกเอ่ยชื่อเมื่อกี้อะ พวกเขาอยู่แก๊ง Black Dragon!!!” พิมพ์ดาวพูดเสริมต่ออย่างตาโต
“แก๊งนี้อะเขาว่ากันว่า หล่อดั่งเทพมาจุติเลยนะเว้ย~” ทั้งสองคนเริ่มพรรณนาให้ฉันฟัง
“เขาว่าหล่อกันยกแก๊ง แถมโสดด้วยนะแก~~” พิมพ์ดาวบิดไปบิดมาเขินยกใหญ่
“อืมมม~”
“ก็หล่อจริงแหละ” หลังจากที่ฉันไปเจอพวกเขามาเมื่อเช้านี้ แต่ก็อย่างว่า จะหล่อสู้พี่ไฟนอลของฉันได้ยังไงกัน ไม่มีทาง
“แหม~ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะแก” ริต้าเอ่ยแซว
“ทรงนี้ต่อให้พี่เขาสั่งไปวิ่งรอบสนามตอนเที่ยงจริง ๆ”
“ก็คงเต็มใจไปวิ่งอะแก” พิมพ์มองฉันและส่ายหัวเบา ๆ
“ไม่ใช่สักหน่อย”
“หมดเวลาพักแล้วค่ะน้อง ๆ”
ในขณะที่เราสามคนกำลังคุยกันสนุกปาก เสียงรุ่นพี่เรียกรวมก็ดังขึ้นมาซะก่อน
หลังจากนั้น ก็เริ่มดำเนินกิจกรรมกันไปตามระบบระเบียบ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
………………….
ลานกิจกรรม
เวลา 11:52 น.
และแล้วกิจกรรมสุดท้ายก็มาถึง นั่นคือการเฉลยพี่รหัส เพราะรุ่นพี่ให้จับไปเมื่อเช้า ทำกิจกรรมมาครึ่งวันแล้วก็เฉลยก่อนเที่ยงเลย
วันพรุ่งนี้ที่เปิดเรียนอย่างเป็นทางการ จะได้มีพี่รหัสไว้คอยดูแลรุ่นน้องเลย ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมีคนหลงเหมือนฉันวันนี้อีก
“น้อง ๆ ทุกคนหลับตาได้เลยค่ะ”
“ห้ามแอบลืมตานะคะ~” ฉันหลับตาลงตามคำสั่งรุ่นพี่ และก็รอให้รุ่นพี่ที่เป็นพี่รหัสของฉันมายืนตรงหน้า
ตื่นเต้นจัง ฉันจะได้พี่รหัสหน้าตาแบบไหนกันนะ จะได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ลุ้นจนใจเต้นตุบ ๆ แล้วเนี่ย
ไม่กี่วินาที ก็มีเงาของใครบางคนมายืนตรงหน้าฉัน ตื่นเต้น ๆๆๆๆๆ
“ลืมตาได้ครับ~” พี่ที่ตรงหน้าเอ่ยบอกฉันเสียงนุ่ม เป็นผู้ชายเหรอ ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองพี่รหัสของตัวเองตรงหน้า
“ยินดีต้อนรับเข้าสายรหัสครับ น้องชาพิ้งค์~” พี่รหัสดูใจดีมากอะ
“พี่ชื่อ เวกัส ครับ~”
โรงพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินPart ชาพิ้งค์“ฮึก ๆ ยังไม่ออกมาค่ะ” ป้าลูกจันทร์กับลุงเวลส์เดินมาด้วยท่าทีที่รีบร้อน“พ...พิ้งค์ขอโทษนะคะ” พี่ไฟนอลเป็นแบบนี้ก็เพราะเข้ามาช่วยฉัน“พิ้งค์จะขอโทษทำไม ไม่ได้เกี่ยวกับพิ้งค์สักหน่อยลูก” ป้าจันทร์ลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู“นั่งก่อน ๆ ใจเย็น ๆ ” เป็นท่านทั้งสองที่ต้องมาปลอบฉันแทน “ฮึก ๆๆ พี่ไฟนอล วิ่งเข้ามาผลักพิ้งค์ออก จนทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในนั้น” ฉันค่อย ๆ เล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง“ก็ดีแล้ว พี่พิ้งค์ไม่ได้ไปอยู่ในนั้น ไม่งั้นป้ากับลุงก็คงเป็นห่วงมากกว่านี้แน่” ฉันร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม“ไม่ต้องเป็นห่วงไป ถึงมือหมอแล้ว ไฟนอลไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ” ฉันเข้าไปกอดป้าจันทร์แน่น“พี่เขารักหนูมากเลยนะลูก” ป้าจันทร์ลูบหัวฉันเบา ๆ“พิ้งค์หายโกรธพี่เขารึยัง?” คำถามของท่านทำให้ฉันกล้าตอบไปอย่างเต็มอก“พิ้งค์หายตั้งนานแล้วค่ะ ฮึก ๆ” ฉันไม่รู้เลยถ้าไม่มีเขาจะเป็นยังไง ป่านนี้ฉันก็คงเป็นคนนอนอยู่ด้านในนั้นแทน“ดีแล้วล่ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว” ลุงเวลส์ที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น“ชีวิตคู่ก็มีกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องปกติ” ฉันโชคดีมากที่มีท่านทั้งสองรักและเอ็นดูเหมือนลูกสาวแท้ ๆ
Sweet Blood clubชั้นบนสุดPart ชาพิ้งค์“แกร็ก~” ภายในห้องนี้ก็เหลือเพียงแค่เราสองคน “โมโหอะไรขนาดนั้นคะ” ฉันเอ่ยออกมาด้วยความโมโหเช่นกัน“ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ออกไป” พี่ไฟนอลตอบกลับเสียงเรียบ เขาพูดทั้งที่หันหลังให้ฉัน“แล้วพี่เป็นอะไร” ฉันถามเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใจเย็นลง ไม่งั้นเราสองคนคงได้ทะเลาะกันหนักกว่านี้แน่“ก็บอกว่าไม่มีอะไร อยากไปนักไม่ใช่เหรอ จะมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม” คนตัวโตหันมามองฉัน “พี่ไม่รั้งเธอแล้ว เพราะฉะนั้นเธอก็ออกไปได้แล้ว” ฉันมองหน้าเขาอย่างพิจารณา“นี่พี่ดื่มเหรอ พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ฉันมองไปรอบห้องที่ตอนนี้มีเศษแก้วเต็มไปหมด แถมมีขวดเหล้าหลายขวดหกเต็มพื้นหลายจุด“ไม่ต้องสนใจ” เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขา“พี่ไล่พิ้งค์อีกแล้วนะคะ” เมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้น เขาก็ชะงักทันที แต่มันก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น“ไม่ได้ไล่” เขาพูดจบก็มองไปทางระเบียงด้านนอกที่มีกระจกใสกั้นอยู่ ภายนอกมีแสงไฟจากตึกในเมืองหลวงหลายดวง“ใจเย็นลงบ้างรึยังคะ” ฉันเอ่ยถามเขาอีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้เขาไม่โวยวายทำลายข้าวของแล้ว“...........” พี่ไฟนอลยังคงยืนหันหลังให้ฉัน และเงียบอยู่
Sweet blood club20:34 น.Part ไฟนอล“มึงเงียบทำไม” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยถามขึ้นมา“พิ้งค์บอกว่าอยากลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีกูดู” ผมพูดออกไปตามจริง ก่อนจะกระดกเหล้าที่มันพึ่งชงให้“มึงก็เลยขับรถมาถึงที่ เพื่อมานั่งมองอยู่ตรงนี้ว่างั้น” ไอ้โซลพูดขึ้นมา ผมก็เลยพยักหน้าตอบเบา ๆ แทน“มึงกลายเป็นคนขี้กลัวไปตั้งแต่เมื่อไร”“เมื่อก่อนมึงอยากได้อะไรก็พุ่งเข้าใส่ตลอด ระวังพวกนั้นจะคาบเด็กมึงไปแดก” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยเตือน“มึงก็รู้ กูทำอะไรไว้บ้าง กูเข้าไปตอนนี้มีแต่พิ้งค์จะเกลียดกู” ผมไม่กล้าที่จะทำอะไรเลย“พวกนั้นก็มีสิทธิ์ได้แค่มองแหละ รอพิ้งค์หายโกรธกูก่อนเถอะ กูจะซัดหน้าแม่ง” พูดละผมก็หงุดหงิด“ก็เข้าใจว่ามึงเคยเลว” ผมหันขวับไปที่ไอ้โซลทันที“แต่หนึ่งปีที่ผ่านมามึงก็ชดใช้มาตลอด น้องไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ?” มันเอ่ยถามออกมา นั่นทำให้ผมเงียบลงอีกครั้ง“อย่าบอกนะว่าที่มึงทำทั้งหมด น้องไม่รู้อะ?” ไอ้ปริ้นซ์เป็นฝ่ายพูดขึ้นมา ผมเงียบเป็นคำตอบแทน“มึงแม่ง”“กูก็ว่าอยู่ทำไมน้องยังโกรธมึง” ผมหยิบแก้วขึ้นมาจิบไป พราง ๆ “ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก” ผมมองขึ้นไปหาเธอที่นั่งอยู่ไม่ไกล เธอที่ทุกคนต่างหมายปอง ตอนนี้กลายเป็นว่าผม
คอนโดห้องชาพิ้งค์Part ชาพิ้งค์“แกร็ก~” “!!!!!!” เมื่อเปิดมาก็พบเข้ากับทั้งสามคน กลิ่นเหล้านี่หึ่งเลย“เหม็น! พวกพี่มาทำอะไรกันเนี่ย!” ฉันเอามืดขึ้นมาปิดจมูกทันที กลิ่นเหล้าโคตรจะแรง กินหรืออาบกันมาเนี่ย“ชาพิ้งงงง~~~~” โหพี่โซลเสียงยานเชียว“มาวววววว อาวกลับไม่หวายย~ พรึ่บ!” พูดจบร่างหนาก็ถูกผลักโซเซมาทางฉันทันที“ด..เดี๋ยวก่อนสิ พี่ปริ้นซ์!”“พี่โซล!!” ทั้งสองคนทิ้งพี่ไฟนอลไว้กับฉัน แล้วก็เดินหนีไปเลย แล้วนี่จะเอายังไงเนี่ย“งืม ๆๆๆ” พี่ไฟนอลเมาไม่รู้เรื่อง กลายเป็นคนขี้เมาตั้งแต่เมื่อไหร่Part ไฟนอล“รหัสห้องพี่รหัสอะไรคะ” เธอถามผมทั้งที่ยังพยุงตัวผมอยู่ จริง ๆ ผมไม่ได้เทน้ำหนักไปหมดหรอก ร่างบางจะรับผมไหวได้ยังไง“รหัสห้องอะไรคะ!” เธอถามขึ้นอีกครั้ง ผมแกล้งทำเป็นเฉไฉทันที และหลับต่อเพื่อความเนียนPart ชาพิ้งค์แล้วรหัสเขาที่เปลี่ยนใหม่ ฉันก็ไม่รู้อีก จะทำยังไงล่ะทีนี้ “งั้นพี่ก็นอนตรงนี้แหละค่ะ หายเมาก็ค่อยเข้าห้อง” ฉันวางคนเมาไว้ที่หน้าประตูเตรียมหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง ทว่า....ขากับก้าวต่อไม่ออก“เห้อ~~” ฉันถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะพยุงคนเมาเข้าห้องตัวเองไป “ค...ค่อย ๆ เดิ
1 ปีต่อมาวันเปิดเทอมคณะแพทยศาสตร์ทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิต มีเวลามากมายให้สองคนได้คิดตัดสินใจ คิดทบทวนเรื่องบางอย่าง ความห่างเหินทำให้ทั้งคู่สงบลง เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แต่กลับยังลืมกันไม่ลง ถึงอย่างนั้นอะไรหลาย อย่างกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ ‘เธอ’“บรื้น~” รถคันหรูสองประตูขับมายังลานจอดรถของคณะแพทยศาสตร์อย่างชำนาญทาง“แกร็ก~ปัง!” ประตูเปิดออกโดยร่างบาง เรียวขาสวยกับกระโปรงทรงเอสั้นเพียงคืบเดียวก้าวลงจากรถอย่างมั่นใจ“เชี่ยยย ใครวะมึง สวยชิบหาย” ผมบลอนผสมม่วงยาวสลวย“แก ๆ ดูสิ ทำไมไม่เคยเห็นเลยสวยจัง”“อยู่คณะเดียวกับเราด้วยรึเปล่าอะแก” เหล่านักศึกษาชายหญิงต่างก็ซุบซิบเป็นเสียงเดียวกัน“คิคิ~” คนตัวเล็กหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างได้ใจ พวกนี้นี่คงเป็นน้องปีหนึ่งที่พึ่งเข้ามาใหม่สินะ ก็ไม่แปลกที่จะไม่เคยเห็นฉัน เสียดายจังกลับมาไม่ทันงานรับน้อง..........................................คณะวิศวกรรมศาสตร์โต๊ะหินอ่อนหน้าตึกPart ไฟนอล“ซึมเลยนะมึง” ทันทีที่ไอ้โซลเดินมาก็ทักทายผมตามปกติ ตอนนี้พวกผมอยู่ ปี 3 กันแล้ว และไอ้สองตัวนี่ก็ซ้ำเติมผมไม่เลิกสักที“มันก็ซึมมาตลอดป่าว
ณ สนามบินจุดเช็คอินPart ชาพิ้งค์“..............” ฉันมองไปยังเส้นทางตรงหน้า ที่จะพาฉันให้หนีไปไกลจากที่นี่ได้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง“เห้อ~~” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก ขมับทั้งสองข้างปวดตุบ ๆ สองขาก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างไม่ลังเลอีก“ชาพิ้งค์!!” แต่เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งทำให้ฉันต้องหยุดชะงักและหยุดลงในเวลาต่อมา“พี่เวกัส?” ฉันมองพี่รหัสของตัวเองที่วิ่งมาเหงื่อเปียกซึมเสื้อผ้าและใบหน้า“พิ้งค์...จะไปจริง ๆ เหรอ?” น้ำเสียงเขาดูเศร้า ๆ “พิ้งค์ตัดสินใจแล้วค่ะ” ในเมื่อฉันตอบตกลงไปแล้ว ฉันก็ไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว“พี่คงห้ามเธอไม่ได้แล้วสินะ” “ก็คงงั้นมั้งคะ” ฉันยิ้มบาง ๆ มองทะลุไปด้านนอก“แล้วนี่เธอได้บอกใครบ้างรึเปล่าว่าจะไปไหน” คำถามนั้นทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาเบา ๆ“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ” ฉันพูดอย่างปลงตก“แต่เขาดูรักพิ้งค์มากเลยนะ พี่ดูออก” ฉันนิ่งไป“เขาแค่ประชดเท่านั้น ลองคุยดี ๆ กันก่อนมั้ย” ฉันส่ายหัว“เรื่องที่พิ้งค์จะบินไปไหน...” ฉันพูดและเว้นวรรคไว้ ทำให้พี่เวกัสรับรู้ทันที“พี่เข้าใจ พี่จะไม่บอกใคร โดยเฉพาะเขาคนนั้น” คนที่เราต่างก็รู้ว่าคือใคร“ขอโทษนะ สำหรับเรื่องทุก







