登入“ผมเนี่ยนะจะอยู่ใต้อำนาจเมีย ไม่ มี วัน!” / "คอยดูนะ ฉันจะทำให้เขาต้องเอาความรักมาวางแทบเท้าฉันให้ได้!”
查看更多ไฟนอล (Final) ชื่อ-สกุล : วชิรวิชญ์ รัตนวรากรณ์
อาชีพ : นักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ (วิศวะโยธา)
ส่วนสูง : 189 cm น้ำหนัก : 62 kg
นิสัย : เย็นชา ปากหมา เจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัด
“ผมเนี่ยนะจะอยู่ใต้อำนาจเมีย ทำให้ผมยอมเรียกว่าเมียให้ได้ก่อน แต่ผมว่าคงต้องรอยุคไดโนเสาร์หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ไม่ มี วัน!”
ชาพิ้งค์ (Chapink) ชื่อ-สกุล : ลัญชนา วรดาพัชร์
อาชีพ : นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์
ส่วนสูง : 165 cm น้ำหนัก : 46 kg
นิสัย : น่ารัก สดใส ขี้อ้อน ขี้อ่อย มั่นใจ
“ทั้งเมืองชมฉันว่าสวย แต่เขาคนเดียวที่บอกว่าฉันไม่สวย! คอยดูนะ ฉันจะทำให้เขาต้องเอาความรักมาวางแทบเท้าฉันให้ได้!”
__________________________
ปริ้นซ์ (Prince) ชื่อ-สกุล : ปรินทร วรเชษฐ์เมธากุล
อาชีพ : นักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ (วิศวะไฟฟ้า)
ส่วนสูง : 188 cm น้ำหนัก : 60 kg
นิสัย : หึง! หวง! โหด!!
“หึ! คนอย่างผมเนี่ยนะจริงจัง ผมก็แค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของเล่นของผมก็เท่านั้นแหละ สุดท้ายถ้าผมเบื่อก็แค่เปลี่ยนของเล่นชิ้นใหม่”
มิลิน (Milin) ชื่อ-สกุล : พัชรินดา วัฒนานันท์
อาชีพ : นักศึกษา คณะเทคนิคการแพทย์
ส่วนสูง : 165 cm น้ำหนัก : 46 kg
นิสัย : เรียบร้อยอย่างกับผ้าพับไว้ นิ่ง ๆ ใส ๆ
“ผู้ชายก็ร้ายเหมือนกันหมด ทั้งเจ้าชู้ เจ้าเล่ห์ ฉันไม่เอาชีวิตสงบสุขไปวุ่นวายหรอก อีกอย่างจะเอาเวลาไหนไปสนใจ แค่เรียนก็แทบแย่ละ”
โซล (Seoul) ชื่อ-สกุล : วายุภัทร อัครเมธานนท์
อาชีพ : นักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ (วิศวะเครื่องกล)
ส่วนสูง : 190 cm น้ำหนัก : 65 kg
นิสัย : เลือดร้อนแต่เก็บอาการ ใจร้ายที่สุด
“ทำไมต้องให้สถานะ ก็แค่คู่นอน ผมไม่เคยคิดจะจริงจังกับใครอยู่แล้ว อยากเป็นเด็กผมต้องอยู่เงียบ ๆ อย่างสร้างความน่ารำคาญ”
วิเวียน (Seoul) ชื่อ-สกุล : วรินทร์ดา ศิรธานี
อาชีพ : นักศึกษา คณะเภสัช
ส่วนสูง : 160 cm น้ำหนัก : 45 kg
นิสัย : รู้สึกอะไรก็ไม่ค่อยพูดออกไป ชอบเก็บไว้คนเดียว
“ถึงจะชอบเขามากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่เอาผู้ชายที่ใจดีกับคนอื่นไปทั่วมาทำแฟนหรอกนะ ยังไงสักวันหนึ่งฉันก็คงเลิกชอบเขาไปเองนั่นแหละ”
โรงพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินPart ชาพิ้งค์“ฮึก ๆ ยังไม่ออกมาค่ะ” ป้าลูกจันทร์กับลุงเวลส์เดินมาด้วยท่าทีที่รีบร้อน“พ...พิ้งค์ขอโทษนะคะ” พี่ไฟนอลเป็นแบบนี้ก็เพราะเข้ามาช่วยฉัน“พิ้งค์จะขอโทษทำไม ไม่ได้เกี่ยวกับพิ้งค์สักหน่อยลูก” ป้าจันทร์ลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู“นั่งก่อน ๆ ใจเย็น ๆ ” เป็นท่านทั้งสองที่ต้องมาปลอบฉันแทน “ฮึก ๆๆ พี่ไฟนอล วิ่งเข้ามาผลักพิ้งค์ออก จนทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในนั้น” ฉันค่อย ๆ เล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง“ก็ดีแล้ว พี่พิ้งค์ไม่ได้ไปอยู่ในนั้น ไม่งั้นป้ากับลุงก็คงเป็นห่วงมากกว่านี้แน่” ฉันร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม“ไม่ต้องเป็นห่วงไป ถึงมือหมอแล้ว ไฟนอลไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ” ฉันเข้าไปกอดป้าจันทร์แน่น“พี่เขารักหนูมากเลยนะลูก” ป้าจันทร์ลูบหัวฉันเบา ๆ“พิ้งค์หายโกรธพี่เขารึยัง?” คำถามของท่านทำให้ฉันกล้าตอบไปอย่างเต็มอก“พิ้งค์หายตั้งนานแล้วค่ะ ฮึก ๆ” ฉันไม่รู้เลยถ้าไม่มีเขาจะเป็นยังไง ป่านนี้ฉันก็คงเป็นคนนอนอยู่ด้านในนั้นแทน“ดีแล้วล่ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว” ลุงเวลส์ที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น“ชีวิตคู่ก็มีกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องปกติ” ฉันโชคดีมากที่มีท่านทั้งสองรักและเอ็นดูเหมือนลูกสาวแท้ ๆ
Sweet Blood clubชั้นบนสุดPart ชาพิ้งค์“แกร็ก~” ภายในห้องนี้ก็เหลือเพียงแค่เราสองคน “โมโหอะไรขนาดนั้นคะ” ฉันเอ่ยออกมาด้วยความโมโหเช่นกัน“ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ออกไป” พี่ไฟนอลตอบกลับเสียงเรียบ เขาพูดทั้งที่หันหลังให้ฉัน“แล้วพี่เป็นอะไร” ฉันถามเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใจเย็นลง ไม่งั้นเราสองคนคงได้ทะเลาะกันหนักกว่านี้แน่“ก็บอกว่าไม่มีอะไร อยากไปนักไม่ใช่เหรอ จะมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม” คนตัวโตหันมามองฉัน “พี่ไม่รั้งเธอแล้ว เพราะฉะนั้นเธอก็ออกไปได้แล้ว” ฉันมองหน้าเขาอย่างพิจารณา“นี่พี่ดื่มเหรอ พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ฉันมองไปรอบห้องที่ตอนนี้มีเศษแก้วเต็มไปหมด แถมมีขวดเหล้าหลายขวดหกเต็มพื้นหลายจุด“ไม่ต้องสนใจ” เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขา“พี่ไล่พิ้งค์อีกแล้วนะคะ” เมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้น เขาก็ชะงักทันที แต่มันก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น“ไม่ได้ไล่” เขาพูดจบก็มองไปทางระเบียงด้านนอกที่มีกระจกใสกั้นอยู่ ภายนอกมีแสงไฟจากตึกในเมืองหลวงหลายดวง“ใจเย็นลงบ้างรึยังคะ” ฉันเอ่ยถามเขาอีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้เขาไม่โวยวายทำลายข้าวของแล้ว“...........” พี่ไฟนอลยังคงยืนหันหลังให้ฉัน และเงียบอยู่
Sweet blood club20:34 น.Part ไฟนอล“มึงเงียบทำไม” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยถามขึ้นมา“พิ้งค์บอกว่าอยากลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีกูดู” ผมพูดออกไปตามจริง ก่อนจะกระดกเหล้าที่มันพึ่งชงให้“มึงก็เลยขับรถมาถึงที่ เพื่อมานั่งมองอยู่ตรงนี้ว่างั้น” ไอ้โซลพูดขึ้นมา ผมก็เลยพยักหน้าตอบเบา ๆ แทน“มึงกลายเป็นคนขี้กลัวไปตั้งแต่เมื่อไร”“เมื่อก่อนมึงอยากได้อะไรก็พุ่งเข้าใส่ตลอด ระวังพวกนั้นจะคาบเด็กมึงไปแดก” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยเตือน“มึงก็รู้ กูทำอะไรไว้บ้าง กูเข้าไปตอนนี้มีแต่พิ้งค์จะเกลียดกู” ผมไม่กล้าที่จะทำอะไรเลย“พวกนั้นก็มีสิทธิ์ได้แค่มองแหละ รอพิ้งค์หายโกรธกูก่อนเถอะ กูจะซัดหน้าแม่ง” พูดละผมก็หงุดหงิด“ก็เข้าใจว่ามึงเคยเลว” ผมหันขวับไปที่ไอ้โซลทันที“แต่หนึ่งปีที่ผ่านมามึงก็ชดใช้มาตลอด น้องไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ?” มันเอ่ยถามออกมา นั่นทำให้ผมเงียบลงอีกครั้ง“อย่าบอกนะว่าที่มึงทำทั้งหมด น้องไม่รู้อะ?” ไอ้ปริ้นซ์เป็นฝ่ายพูดขึ้นมา ผมเงียบเป็นคำตอบแทน“มึงแม่ง”“กูก็ว่าอยู่ทำไมน้องยังโกรธมึง” ผมหยิบแก้วขึ้นมาจิบไป พราง ๆ “ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก” ผมมองขึ้นไปหาเธอที่นั่งอยู่ไม่ไกล เธอที่ทุกคนต่างหมายปอง ตอนนี้กลายเป็นว่าผม
คอนโดห้องชาพิ้งค์Part ชาพิ้งค์“แกร็ก~” “!!!!!!” เมื่อเปิดมาก็พบเข้ากับทั้งสามคน กลิ่นเหล้านี่หึ่งเลย“เหม็น! พวกพี่มาทำอะไรกันเนี่ย!” ฉันเอามืดขึ้นมาปิดจมูกทันที กลิ่นเหล้าโคตรจะแรง กินหรืออาบกันมาเนี่ย“ชาพิ้งงงง~~~~” โหพี่โซลเสียงยานเชียว“มาวววววว อาวกลับไม่หวายย~ พรึ่บ!” พูดจบร่างหนาก็ถูกผลักโซเซมาทางฉันทันที“ด..เดี๋ยวก่อนสิ พี่ปริ้นซ์!”“พี่โซล!!” ทั้งสองคนทิ้งพี่ไฟนอลไว้กับฉัน แล้วก็เดินหนีไปเลย แล้วนี่จะเอายังไงเนี่ย“งืม ๆๆๆ” พี่ไฟนอลเมาไม่รู้เรื่อง กลายเป็นคนขี้เมาตั้งแต่เมื่อไหร่Part ไฟนอล“รหัสห้องพี่รหัสอะไรคะ” เธอถามผมทั้งที่ยังพยุงตัวผมอยู่ จริง ๆ ผมไม่ได้เทน้ำหนักไปหมดหรอก ร่างบางจะรับผมไหวได้ยังไง“รหัสห้องอะไรคะ!” เธอถามขึ้นอีกครั้ง ผมแกล้งทำเป็นเฉไฉทันที และหลับต่อเพื่อความเนียนPart ชาพิ้งค์แล้วรหัสเขาที่เปลี่ยนใหม่ ฉันก็ไม่รู้อีก จะทำยังไงล่ะทีนี้ “งั้นพี่ก็นอนตรงนี้แหละค่ะ หายเมาก็ค่อยเข้าห้อง” ฉันวางคนเมาไว้ที่หน้าประตูเตรียมหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง ทว่า....ขากับก้าวต่อไม่ออก“เห้อ~~” ฉันถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะพยุงคนเมาเข้าห้องตัวเองไป “ค...ค่อย ๆ เดิ