LOGINหนูไอค่อกแค่กหลังจากที่มาเรียนได้ไม่เท่าไหร่ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว แถมแสบคอหนักด้วย
หนูไอจนเพื่อนร่วมคลาสเรียนบอกว่าควรไปห้องพยาบาลนะ เพราะดูวันนี้หนูดูอาการไม่ค่อยดีมากๆ เลย คิดว่าวันนี้อาจารย์หมอคงอยู่ในห้อง
หนูเชื่อเพื่อนนะ ขอลาคลาสตอนบ่ายสองมาเพื่อมาที่ห้องพยาบาล แต่เพราะใส่แมสปิดปากอยู่เลยไม่ต้องกังวลว่าจะเอาไข้ไปติดใครได้
ระหว่างที่เดินไปก็ผ่านตึกคณะที่พี่ขวดเรียนอยู่ มันอยู่ใกล้ๆ ห้องพยาบาล เดินพ้นไปอีกนิดหน่อย
หนูเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงตระหง่าน แล้วนึกขัดเขินในใจเมื่อรู้สึกว่า นี่หนูมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ แถมเป็นแฟนที่ทำ...
ฮือ ไม่ไหวเลย นึกแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอีกแล้ว
หนูสั่นหน้าตอนที่เริ่มไอแค่กๆ อีกครั้ง แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องพยาบาล เห็นว่าไฟในห้องเปิดอยู่ แล้วประตูก็แง้มกว้าง แถมไม่ค่อยมีคนผ่านมาแถวนี้ด้วยเพราะอยู่ข้างหลังตึกคณะวิศวกรรม
หนูชะเง้อคอเข้าไปมองเพราะรู้สึกเหมือนมีคนคุยกันเลยไม่กล้าส่งเสียง
แต่แล้ว...
“ถ้าเราเศร้า หรือคิดมาก”
“...”
“บอกพี่ได้นะ”
แต่แล้วใจหนูก็แทบสลาย เมื่อเห็นว่าแฟนของหนูกำลังถูกกอดด้วยพี่เนย เธอกำลังจรดริมฝีปากลงกับหน้าผากของเขาอย่างนุ่มนวล
ผู้หญิงคนอื่น... ที่ไม่ใช่หนู
หนูร้องไห้หนักมากๆ กว่าจะรู้ตัวก็โบกรถแท็กซี่กลับมาที่บ้านคุณลุง ตัวร้อนจนจับไข้เมื่อพี่อดิสรเปิดประตูรั้วรอรับให้รถแท็กซี่ขับวนเข้ามา
หนูเปิดประตูออกมา พอเดินไปถึงตัวพี่อดิสร หนูก็ขาอ่อนล้มลงตรงหน้าเขาเพราะตัวร้อนมากๆ
พี่อดิสรอุ้มหนูขึ้นมาข้างบน เขาทำท่าจะถามว่าทำไมพี่ขวดถึงไม่เป็นคนขับมาส่งหนูตามหน้าที่ที่ให้ไว้ว่าต้องดูแลหนูตลอดเวลา แต่หนูก็สั่นหน้าว่าหนูไม่อยากพูดอะไร พี่อดิสรรับรู้และออกไปโทรเรียกคุณหมอข้างนอก เพราะคุณลุงไม่อยู่
หนูนอนหายใจแรงๆ อยู่บนเตียง ตัวร้อนจนขยับตัวไม่ไหว น้ำตาไหลไม่ยอมหยุดเมื่อนึกถึงภาพที่เห็นก่อนจะกลับมา
หนูเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงที่โดนแฟนหักหลังในตอนนั้น
หนูเคยอ่านมาตอนที่คบกับพี่ขวด อ่านหลังจากที่เริ่มจะมีเรื่องอย่างว่าเข้ามาในชีวิตคู่ของเรา หนูรู้มาว่าผู้ชายกลางคืนมักจะชอบมีอะไรกับผู้หญิง แล้วสักพักก็จะเบื่อ แล้วไปหาคนใหม่
ใช่ค่ะ หนูไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายกลางคืน หนูไม่เคยมีแฟนมาเลยสักคนเดียว หนูเชื่อใจเขาไม่มากพอ
... แต่เขาเองก็ไม่เคยทำอะไรให้หนูรู้สึกเชื่อใจเหมือนกัน
หนูเผลอหลับไป มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่มีคนเอาผ้าเปียกๆ เย็นๆ มาซับหน้าผากให้
หนูลืมตามองเพราะคิดว่าคงเป็นพี่อดิสร แต่กลับเป็น...
คุณเป้
“ขอโทษครับ น้าทำให้ตื่นเหรอ” หนูมองหน้าเขานิ่งๆ ดวงตาที่พร่ามัวเห็นว่าเขากำลังนั่งปอกผลไม้ “ได้ยินมาว่าหนูมนต์ป่วย น้าเลยรีบบึ่งจากงานมาดูเลยนะ”
“... ขอบคุณนะคะ” หนูเอ่ยเสียงเครือ รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก “แต่คุณน้าไม่น่าลำบากเลย”
“ไม่ครับ น้าไม่ลำบากเลยสักนิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องของหนู” ท้ายประโยคเขาอมยิ้ม หนูรู้สึกแปลกๆ กับประโยคนั้น แต่ก็คลี่ยิ้มกลับอย่างจริงใจ
หนูคิดว่าคุณเป้ก็คงเป็นคนดีในระดับหนึ่งนะ
“... คุณน้าทำงานอะไรเหรอคะ” หนูตัดสินใจถามเกริ่นขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนเมื่อรู้สึกไว้ใจมากขึ้น คุณน้าเงยหน้าขึ้นมามอง เขาฉีกยิ้ม
“ความลับครับ” เขาเอานิ้วชี้มาจรดที่ริมฝีปาก “หนูมนต์ยังเด็ก ไม่ต้องรู้บางเรื่องของผู้ใหญ่จะดีกว่านะ”
“อา... ค่ะ” หนูครางรับเสียงแผ่วอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี
“ป่วยแบบนี้ แถมดูเหมือนจะร้องไห้มาอีก” คุณเป้เริ่มพูดกับหนูถึงเรื่องที่อยู่ลึกๆ ภายในใจ ไม่รู้ว่าเขารู้ได้ยังไงว่าหนูร้องไห้ จะด้วยดวงตาที่บวมช้ำ หรือจมูกแดงๆ ก็ตาม “มีเรื่องทุกข์ใจอะไรเล่าให้น้าฟังได้นะ”
หนูเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีก เพราะหนูไม่เคยปรึกษาใคร เพราะหนูไม่เคยมีแฟนมาก่อน
หนูไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกมั้ย... แต่หนูก็กังวลเหลือเกินค่ะ
“คุณน้า... คุณน้าสัญญาได้มั้ยคะ”
“...”
“คุณน้าสัญญาได้มั้ยว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกคุณลุง”
คุณเป้ฉีกยิ้ม ครู่หนึ่งที่แววตาของเขาแพรวพราว
“ครับ น้าสัญญา”
[พาร์ท : ตะขวด]
หลังจากที่โดนจูบหน้าผากด้วยผู้หญิงคนอื่น กูก็สั่นๆ มาตลอดหลังจากนั้น
ไม่รู้ดิ ไม่เคยมีผู้หญิงมาใส่ใจ ยังไงก็มีน้องมนต์คนแรก แต่ครั้งนี้คือความใส่ใจที่ไม่ได้ขอ
กูลูบหน้าตัวเองแรงๆ และรีบผลักพี่เนยออก พี่เนยเองก็ชะงักไป เธอทำสีหน้าแปลกๆ ออกมาแล้วขอโทษกู
“พี่ขอโทษ”
“...”
“อาจจะทำให้ขวดรู้สึกไม่ดี แต่พี่เป็นคริสเตียน การสัมผัสมักจะเร็วกว่าคำพูดน่ะค่ะ”
“ผมไม่รู้มาก่อน” กูพึมพำเงียบๆ แต่ก็เงยหน้ามองเธอ “อย่าทำแบบนี้อีก”
“อื้ม พี่ขอโทษจริงๆ นะ” เธอดูรู้สึกผิดมาก กูเองก็ไม่รู้จะอ้าปากพูดออกมาด้วยคำไหน เพราะตอนนี้แม่งอึดอัดโคตรๆ อาจเพราะเธอแม่งไม่ใช่แฟนผมด้วยมั้ง
ถ้าเกิดว่า
อยู่ดีๆ กูก็รู้สึกหนาวๆ ขึ้นมา
ถ้าเกิดว่า... น้องมนต์มาเห็นจังหวะนั้นพอดี
พอคิดได้แบบนั้นเลยหันไปมองหน้าประตูที่เปิดกว้างไว้ เห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เลยคิดว่าคงคิดไปเองมั้ง
กูพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ
ไม่พูดคงจะดีกว่า กูไม่อยากทะเลาะกับน้องเลยว่ะ
ครืด ครืด
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เปิดมาเป็นสายที่ไม่ได้เมม กูเริ่มรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี กูเดินหนีออกมาจากห้องพยาบาล ไม่ได้มีพี่เนยเดินตามมา พอแน่ใจว่าไกลพอก็กดรับสาย
“ครับ” ทันทีที่รับได้
[คุณหนูไข้ขึ้นสูง อยู่ดีๆ ก็ขาดเรียนกลับมาบ้าน คุณเป้เพิ่งขึ้นไปดู]
“ว่าไงนะพี่” กูแทบไม่เชื่อหูตัวเองเพราะพอกดรับพี่อดิแม่งก็เข้าประเด็นเลย ที่ยิ่งไม่เชื่อกว่าคือเสี่ยมันมาที่บ้านทันทีที่รู้ข่าวว่าน้องป่วยกลับมาคนเดียว
[ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่แกควรรู้ตัวให้เร็วกว่านี้แล้วเป็นคนมาส่ง ไม่ใช่ให้คุณหนูกลับมาด้วยตัวเอง]
“...”
[ถ้าเข้าใจแล้วก็รีบกลับมา]
“ครับพี่”
ทั้งที่น้ำเสียงกูที่ตอบไปแม่งเฉยมาก แต่ในใจกลับไม่เฉย กูแม่งร้อนมากๆ ร้อนในอก ร้อนทั้งหน้า รู้สึกแย่จนต้องรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถ เพื่อขับกลับไปหาน้อง
เกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมน้องมนต์กลับกลางคัน
ทำไมทันทีที่กลับไป เสี่ยเป้ถึงมาหาเธอเลย?
เกิดคำถามมากมายในหัวกูตอนที่บึ่งมาถึงหน้าบ้านของลุงเธอ
กูอยากจะรู้ซะเดี๋ยวนั้น ก็เลยรีบเดินไปหน้ารั้วแล้วกดกริ่งอย่างร้อนรน
พี่อดิกดรีโมทจากข้างในเปิดรั้วออกมา กูเดินเป็นวิ่งเข้าไปข้างใน เปิดประตูที่ไม่ได้ล็อก ไม่มีพี่อดิอยู่แถวนั้น ใจที่ร้อนเหมือนลนไฟอยู่เลยพาให้กูวิ่งขึ้นไปข้างบนห้องของน้อง ตรงดิ่งไปที่ห้องของน้องทันที
ปึง!
“มนต์!” กูเผลอเรียกชื่อน้องห้วนๆ ออกมาเสียงดัง แต่พอเปิดประตูออกไป ภาพที่เห็นคือเสี่ยเป้ที่กำลังนั่งข้างๆ เตียงน้องแบบใกล้จนแขนแทบชิด
ภาพตรงหน้าทำให้กูชะงักค้างอยู่ในท่าเปิดประตู ทำหน้าไม่ถูกเมื่อเสี่ยหันมามองพร้อมกับตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นสบตากู
ทำไมพี่อดิถึงให้มันเข้ามาอยู่ในห้องกับมนต์สองต่อสอง? ทำไมวะ
“มีอะไร” น้ำเสียงเสี่ยเป้เรียบตึง กูนิ่งไปเพราะคิดไม่ทัน มองหน้าน้องมนต์ตอนที่พูดออกมา
“พี่อดิบอกว่าคุณมนต์กลับมากะทันหันโดยไม่แจ้งผม ผมเลยรีบกลับมาดูครับ” น้องมนต์จ้องหน้ากูไม่ยอมละสายตา แววตาของเธอมีความโกรธอยู่ในนั้น ไม่รู้ว่ะแต่กูสัมผัสได้
เธอรู้อะไรมา?
“ทำไมหนูมนต์ไม่แจ้งไอ้ขวดให้มาส่ง หืม” เสี่ยหันไปพูดกับน้อง แต่น้ำเสียงนุ่มมากจนกูได้แต่กำหมัดแน่น มันกำลังทำน้ำเสียงที่พูดโอ้โลมผู้หญิงคนอื่นแบบนั้นกับเมียของกู
นั่นเมียกู เรามีอะไรกันแล้ว กูให้ซิงกับเธอแล้ว
“... หนูไม่อยากแจ้งค่ะ” แต่คำตอบของน้องมนต์ทำให้ตัวกูชาไปหมด “หนูคิดว่าหนูกลับเองได้แล้ว ไม่ต้องให้พี่เขามาส่งก็ได้ค่ะคุณน้า”
... พี่เขา?
ทำไมเรียกผมห่างเหินแบบนั้น น้องมนต์?
“ไม่เป็นไรนะ ตั้งแต่นั้นให้น้าไปรับไปส่งแทนก็ได้ ไอ้ขวดจะได้หาเวลาไปทำงานที่เล้าจน์ด้วย จริงมั้ย?” เสี่ยเป้เสนอตัวพร้อมกับทำสิ่งที่ทำให้กูหน้ายิ่งกว่าชา เมื่อต่อมามันเอื้อมมือไปลูบหัวเธอตรงๆ ต่อหน้ากู “ตั้งแต่วันนั้น มันก็ไม่ค่อยได้มาทำงานให้น้า น้าก็เพิ่งรู้ว่ามาทำงานกับคุณพ่อณรงค์ด้วย”
“... ได้ค่ะ” ร่างเล็กตอบกลับไปอย่างว่าง่าย เธอไม่หันมาสบตากูด้วยซ้ำ สีหน้าที่ดูไม่มีความสุขกับคำตอบรับของน้อง ทำให้กูไปไม่เป็น ยืนค้างอยู่อย่างนั้น
น้องจะให้เสี่ยไปส่งเหรอ
แล้วกูอ่ะ ที่กูทำมาตลอดมันคือเหี้ยอะไรวะ
“โอเค น้าอยู่ที่นี่นานไม่ได้” เสี่ยเป้ที่ลูบหัวน้องมนต์จนพอใจลุกขึ้นหยัดตัวยืนเต็มความสูง เสยผมนิดหน่อยตอนที่เดินมาตบบ่ากู ก่อนกระซิบเสียงหนัก “เดี๋ยวกูจะลงไปรอข้างล่าง มึงก็ตามกูลงมาด้วย มึงต้องไปส่งกูที่เล้าจน์คืนนี้”
กูนิ่ง ไม่ตอบอะไรจนเสี่ยตบบ่ากูอีกสองสามทีแล้วเดินออกไป กูยืนอยู่ตรงหน้าประตูแบบก้าวขาไม่ออกจนได้ยินเสียงเสี่ยก้าวเท้าลงบันไดไป
พอเงยหน้าขึ้นไป ก็เห็นว่าน้องมนต์กำลังนอนคลุมโปงปิดหน้าไม่ให้กูเห็น
ทำไมวะ
ทำไมเธอไม่ยอมเผชิญหน้ากับกู ทำไมไม่พูดว่าเกิดไรขึ้น ทำไมถึงเย็นชาใส่กู ผลักกูออกไปจากชีวิตน้องไปดื้อๆ แบบนี้
“ผมไม่รู้ว่าเสี่ยเป้พูดอะไรกับคุณบ้าง เกี่ยวกับเรื่องของผม”
“...”
“แต่ถ้าคุณมนต์อยากเขี่ยผมทิ้งขนาดนั้น ทำเหมือนเรื่องที่เราลึกซึ้งกันไม่มีความหมาย”
“...”
“ก็ได้นะครับ”
กูทิ้งท้ายด้วยประโยคนั้น ทั้งที่ใจกูไม่ได้คิดแบบนั้น ก่อนที่จะเดินออกไปแล้วปิดประตูกลับให้เธอ
ปึง
หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นคุณเป้ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่พี่ขวดหายตัวไปเลยหลังจากที่เขาก้าวออกไปจากห้องของหนูวันนั้น วันที่เขาบอกว่าเราจะไปบอกคุณลุงด้วยกันว่าเราคบกันอยู่คุณเป้ไม่ได้แจ้งความ แต่เขาได้บอกกับคุณลุงว่าพี่ขวดเป็นคนยิงเขาเข้าที่จุดเกือบสำคัญ ทำให้บาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต แล้วหนีไปพร้อมกับของกลางที่ใช้ก่อคดีทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ เพราะยังไงพี่ขวดก็คือลูกน้องคนสนิท ในขณะที่คุณลุงเองก็ถูกชะตากับพี่ขวดจนไม่อยากเอาเรื่องหนึ่งเดือนหลังจากนั้น คุณน้าลัญกลับมาจากต่างประเทศในขณะที่คุณเป้ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาล หนูที่เฝ้าเขาแทนคุณน้าด้วยความเป็นห่วง เพราะส่วนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบที่แฟนของหนูทำลงไป แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในชีวิตของหนูแล้ว... แต่หนูก็ไม่เคยลืมเขาเลยหลังจากคุณน้าลัญกลับมา หนูก็ไม่ได้เฝ้าคุณเป้อีก หนูใช้ชีวิตด้วยความเคว้งคว้างมากมาย หนูไปเรียนโดยที่คุณลุงไม่คิดไว้ใจให้ใครเข้ามาทำงานด้วยอีก จึงเป็นพี่อดิสรที่รับหน้าที่ไปส่งหนูที่มหาลัยเกือบทุกวันน่าแปลกมากๆ ที่หนูร้องไห้ออกมา ซึมเศร้าอยู่หลายเดือน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คิดจะตามหาเขาเลย...
หนูพูดออกไป โดยที่หนูเองก็ไม่ได้ตั้งใจพี่ขวดที่ถูกหนูรังแกอยู่อ้อมๆ ทำสีหน้าตกใจออกมา ใบหูของเขาแดงก่ำ หนูเองก็หน้าร้อนอยู่เหมือนกัน เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเชิญชวนเขาอยู่ แต่หนูเป็นแบบนี้แค่กับเขาแค่คนเดียวหนูอาจดูไม่น่ารักที่จะเชิญชวนเขาในบ้านที่มีคุณลุงและพี่อดิสรที่ตามจับตาดูเราอยู่เงียบๆ แบบนี้ แต่คำบอกรักของเขาทำให้หัวใจหนูล้นไปด้วยกลิ่นอบอวลของความรัก“ผมทำไม่ได้แน่” เขาพูดออกมา “ผมไม่ได้ล็อกประตูด้วย”“...”“เสียงหนูจะดังจนท่านณรงค์ได้ยิน” หนูเม้มริมฝีปากแน่น เพราะเหมือนเขาจะพูดว่าเขาจะทำหนูแรงๆ จนหนูต้องหลุดร้องเสียงดังไปข้างนอกอย่างนั้นล่ะเขาทำให้หนูกลายเป็นเด็กที่คิดแต่เรื่องแบบนั้นกับเขาอยู่ตลอด“... หนูรู้ค่ะ หนูแค่ล้อเล่นเอง” แต่หนูก็ทำเสียงอ่อนลงเมื่อรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้จริงๆ ที่จะทำในห้องนี้ พี่ขวดได้ยินแบบนั้นจึงยันตัวลุกขึ้น แต่เพราะมือหนูยังโอบรอบคอของเขาอยู่ หนูถึงถูกเขาฉุดขึ้นมาด้วยหน้าผากเราแตะกันเบาๆ หนูถ่ายโอนความอุ่นร้อนจากหน้าผากของตัวเองไปสู่หน้าผากของเขา“หนูชอบทำให้ผมไปไม่เป็นตลอดเลย” พี่ขวดตัดพ้อ แต่ก็รั้งเอวหนูไว้จนชิดกันมากขึ้น หนูคว้าแก้มของเข
บุหรี่เข้มๆ ถูกพ่นออกมาจากปากของกูทันทีที่ขับพาเสี่ยไปที่เล้าจน์กลางดึกอย่าถามถึงเรื่องระหว่างเราหลังจากนั้น แทบไม่ได้คุยกันเลย พอออกมาจากที่นั่น มนต์ก็ไม่ส่งข้อความอะไรมา ทิ้งให้กูจมอยู่กับความเสียใจลำพังกูเปิดกระจกรูถสูบเงียบๆ ซี๊ดบุหรี่อย่างเคร่งเครียด เสี่ยไม่ได้ว่าอะไรเพราะเป็นคนสูบบุหรี่เหมือนกัน แต่ก็กดโทรศัพท์คุยเล่น เสียงแจ้งเตือนข้อความดังไม่รู้กี่ข้อความกูอยู่กับเสี่ยมา กูรู้ว่าเสี่ยเป็นคนยังไง ผู้หญิงมากแค่ไหน ทำซ้อเสียใจกับพันธะเมียหลวงที่ได้มาไม่รู้กี่ครั้ง แต่เสี่ยมักมากไม่เคยพอ“ดูมึงจะร้อนนะ ตั้งแต่ออกมาจากบ้านคุณพ่อ” กูนิ่งไปเพราะเสี่ยชวนคุยด้วยประโยคแทงใจ นิ่งไปนานตอนที่พยายามนึกคำตอบดีๆ“ผมต้องร้อนใจอยู่แล้ว” กูพูดออกไปแบบสายกลาง “คุณหนูเป็นลูกสาวเจ้านาย ถ้าเกิดเป็นอะไรไป ผมก็คงอยู่ยากเหมือนกัน”“มึงรู้ใช่มั้ยไอ้ขวด ว่ากูสนใจเด็กคนนี้” แต่เสี่ยไม่สนใจในคำตอบ กลับยิงคำถามอื่นกลับมา กูพ่นลมหายใจหนัก แม่งเป็นคำถามที่ไม่อยากจะตอบ“รู้ครับ”“วันนี้มันทำให้กูยิ่งสนใจมากขึ้น พอรู้ว่าหนูมนต์มีเจ้าของ” กูตัวชาเมื่อได้ฟังประโยคนั้น หัวใจเหมือนหยุดเต้นตอนที่เสี่ยขยับตัวล้ำ
หนูไอค่อกแค่กหลังจากที่มาเรียนได้ไม่เท่าไหร่ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว แถมแสบคอหนักด้วยหนูไอจนเพื่อนร่วมคลาสเรียนบอกว่าควรไปห้องพยาบาลนะ เพราะดูวันนี้หนูดูอาการไม่ค่อยดีมากๆ เลย คิดว่าวันนี้อาจารย์หมอคงอยู่ในห้องหนูเชื่อเพื่อนนะ ขอลาคลาสตอนบ่ายสองมาเพื่อมาที่ห้องพยาบาล แต่เพราะใส่แมสปิดปากอยู่เลยไม่ต้องกังวลว่าจะเอาไข้ไปติดใครได้ระหว่างที่เดินไปก็ผ่านตึกคณะที่พี่ขวดเรียนอยู่ มันอยู่ใกล้ๆ ห้องพยาบาล เดินพ้นไปอีกนิดหน่อยหนูเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงตระหง่าน แล้วนึกขัดเขินในใจเมื่อรู้สึกว่า นี่หนูมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ แถมเป็นแฟนที่ทำ...ฮือ ไม่ไหวเลย นึกแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอีกแล้วหนูสั่นหน้าตอนที่เริ่มไอแค่กๆ อีกครั้ง แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องพยาบาล เห็นว่าไฟในห้องเปิดอยู่ แล้วประตูก็แง้มกว้าง แถมไม่ค่อยมีคนผ่านมาแถวนี้ด้วยเพราะอยู่ข้างหลังตึกคณะวิศวกรรมหนูชะเง้อคอเข้าไปมองเพราะรู้สึกเหมือนมีคนคุยกันเลยไม่กล้าส่งเสียงแต่แล้ว...“ถ้าเราเศร้า หรือคิดมาก”“...”“บอกพี่ได้นะ”แต่แล้วใจหนูก็แทบสลาย เมื่อเห็นว่าแฟนของหนูกำลังถูกกอดด้วยพี่เนย เธอกำลังจรดริมฝีปากลงกับหน้าผากของเขาอย่างนุ่มนวลผ
“... พูดแบบนี้แค่กับหนูเหรอคะ” หนูถามออกไปเพราะเขินมากๆ จนไม่รู้จะพูดอะไร พี่ขวดได้แต่ฉีกยิ้ม“ผมมีหนูคนแรก ผมคงไม่ได้พูดกับใครหรอก” เขาพูดแล้วไล้เลียไปตามเนื้อขาที่อ่อนนุ่ม หนูรู้สึกหวิวๆ ที่ตรงระหว่างขาเพราะพี่ขวดเริ่มลึกซึ้งมากขึ้น จนมารู้สึกตัวอีกทีเขาก็ขยับตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน และผลักหนูลงไปนอนตอนที่เรียวขายังพาดอยู่ที่คอของเขา“ดะ เดี๋ยวสิคะ” หนูร้องออกมาเสียงอ่อน แต่พี่ขวดไม่ฟังเลยจริงๆ เขาลูบมือลงไปใต้บั้นท้าย ข้างในหนูนั้นไม่มีอะไรอยู่เลยมันช่างร้อนผ่าว จนเขาดันสะโพกหนูขึ้นมาอย่างน่าอาย ส่วนตรงนั้นหนูจ่ออยู่ตรงหน้าเขานี่เองหัวใจหนูเต้นแรงเพราะตอนนี้สะโพกถูกยกสูงมากๆ จนลอยหวือ แล้วก็ขัดขืนไม่ได้ด้วย“บอกว่ารักผมสิครับ”“...”“แล้วผมจะหยุด”ขะ ขี้โกงนี่คะ ให้ทำแบบนั้นอ่ะ“ถะ... ถึงหนูพูดพี่คงไม่หยุดค่ะ” แต่หนูรู้นะ หนูรู้ได้จากแววตาที่ดูกระหายอยู่ตลอดเวลาของเขา คิดว่าสองรอบที่ผ่านมาคงไม่พอสำหรับพี่ขวดแน่ๆ เลย แบบนี้หนูคงไม่น่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของเขาแล้วล่ะ“ฉลาดมากครับ” เขาชม แต่ไม่ได้ทำให้หนูรู้สึกโล่งใจขึ้นเลย กลับกันพี่ขวดเริ่มใช้นิ้วละเลงส่วนนั้นของหนูอย่างสนุกมือ“อ๊ะ พี่ขว
กูกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ในขณะที่ขยับหน้าเข้าไปใกล้เธอ หัวใจเต้นแรงขึ้น ดังอื้ออึงในหัวเมื่อแตะปากลงกับปากของน้องน้องจูบตอบกลับมาทันที แทรกลิ้นเล็กๆ แยงเข้ามาในปากกู เธอไม่ได้จูบเก่ง แต่กูก็ไม่ได้ไม่ชอบ น้องบดริมฝีปากไปอีกข้างในขณะที่มือสั่นๆ ของกูเอื้อมไปปลดปมผ้าขนหนูลงผ้าขนหนูหล่นลงไประกับสะโพกของน้อง นมเล็กๆ แต่ยอดอกชมพูอ่อนโผล่ออกสู่สายตา กูกัดฟันกรอดตอนที่น้องสบตากูอย่างสะเทิ้นอาย แล้วแอ่นตัวตอนที่กูโน้มหน้าลงไปจูบหน้าอกของเธอหนักๆ“อื้อ...” เสียงหัวใจน้องเต้นแรงเมื่อกูดูดดึงยอดปทุมอย่างเบาปาก แลบลิ้นเลียไปรอบๆ จนน้องกระตุกเกร็ง กูดึงผ้าขนหนูเหวี่ยงไปทางอื่นตอนที่ยกสะโพกน้องเพื่อให้หน้าอกเธอเข้าปากกูได้เต็มๆ มากขึ้น “อ๊ะ หนูรู้สึกแปลกๆ ค่ะ”“... รู้สึกยังไง” กูถามไปแบบไม่ต้องการคำตอบ ตอนที่บีบขยำหน้าอกเธออีกข้าง แล้วเลียนมเธออย่างไม่ปราณี“อ๊ะ มัน...” น้องพูดออกมาไม่ได้ กูเลยใช้มือสำรวจช่วงล่างว่าที่น้องบอกว่ารู้สึกแปลกๆ จะเป็นแบบที่กูคิดมั้ยแล้วมันก็... ดันเยิ้มพอดี“อื้มมม” น้องถูกกูบดจูบอีกครั้งตอนที่ล้วงมือไปขยี้ปุ่มกระสันของเธอ น้องกระตุกตอนที่กูดันขาเธอให้อ้ากว้างขึ้นแล้







