เศษซากรักวันไร้ค่า

เศษซากรักวันไร้ค่า

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-29
Oleh:  ญ.หญิงTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
173Bab
10.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เธอเป็นเพียงแม่อุ้มบุญหรือจะสู้แม่ของลูกที่อุ้มรักของเขาได้ ในวันที่เธอท้องใกล้คลอด เขาที่กำลังจะมีลูกอีกคนกับผู้หญิงที่เขารัก! เธอจึงยอมจากลาทั้งหัวใจที่บอบช้ำไม่มีชิ้นดี...

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่1

After my parents chose to go bankrupt just to pay for my cousin Lola Winters's medical treatment, I was forced to drop out of school and start earning money. Every dollar I sent home went straight to Lola's hospital bills. By twenty, I looked forty from juggling eight part-time jobs.

My mom told me, "Your aunt did so much for our family. We have to take care of Lola."

My dad said, "You're the older cousin. You need to make way for her. Put her first."

I thought if I just kept giving in and being understanding, my parents would finally see how much I was hurting. But then the accident happened.

I was working construction when the tunnel collapsed. Trapped under the rubble, barely alive, I called my mom for the ninety-ninth time. All I got was a scolding.

"You're supposed to be working, not calling around!"

In the background, I heard my dad's excited voice.

"Happy birthday to our little princess Lola!"

I opened my cousin's livestream. There she was, dripping in designer brands. And standing right next to her, dressed just as fancy, were my parents—singing happy birthday. Around Lola's neck was a necklace worth a fortune.

In complete despair, I made one last call.

"Mom… do you really love me?"

"Love is for rich families, Samantha. We don't have that kind of luxury right now. Are you feeling sad? I'll make you your favorite cabbage soup tonight."

But Mom, cabbage soup tastes terrible. And you'll never see me again.

The call ended. My last bit of strength gave out. My phone slipped from my hand. Even so, Mom still hung up before I could.

And even so, I still heard Lola's excited voice in that final second.

"Thank you for the necklace, Aunt Macey!"

I'd seen that necklace online the week before. The price made my head spin. Mom had snatched my phone out of my hand and snapped, "Samantha, what's wrong with you? Instead of thinking about how to earn money for Lola's treatment, you're looking at this?"

It turned out it was never impossible. It was just impossible for me.

The smell of blood and the crushing weight disappeared. I thought I'd been rescued. Then I realized—I was dead.

As my soul drifted up from the rubble, I heard the contractor sighing over the collapse.

"See? This is exactly what I was worried about. I told you, she was just a kid in her twenties, skin and bones. Something like this was bound to happen. But you just had to keep her on."

"Come on, I didn't think she'd actually die! She gave me this whole sob story about her little sister being deathly ill and needing money."

Watching the foreman's guilty face, I felt a strange sense of shame. I never should have come to the construction site in the first place.

Every month, my parents took almost everything I earned for Lola's medical bills. They left me with twenty bucks. I survived on bread and water. One time, I was so hungry I collapsed on the side of the road. I called them in a daze, begging for an advance.

Mom said, "Samantha, why can't you be more reasonable? Twenty dollars a month isn't enough? When your father and I were your age, we got by just fine on ten."

Dad added, "It's not that we don't want to give you money, honey. We just finished paying off our debts. There's nothing left."

That very night, Lola posted a screenshot of her chat with my parents. All she'd done was send a crying emoji. They each sent her a thousand dollars.

A few days later, I passed out from low blood sugar at work again. I thought maybe, after hearing from the doctor how weak I was, my parents would finally care. Maybe they'd try to make things right.

Instead, they blamed me for not exercising enough and told me to start working construction. "It'll build your strength," they said. "Plus, room and board are included. You'll save money. It's perfect."

Now I was finally free. So why did my heart feel like it was tearing in two?

When they dug my body out, it was unrecognizable. Bruised, broken, barely intact. In some places, bone was showing. Since no one could reach my family, they left me lying there on the ground. Within minutes, flies were swarming.

The thought of not even getting a proper burial made my eyes burn. I couldn't watch anymore.

My soul drifted home. The moment I reached the door, I heard Lola's sweet voice.

"Aunt Macey, you faked going broke all these years just to pay for my treatment. You don't think Samantha will be mad when she finds out, do you?"

I floated through the door. There was my mother, dressed in fine clothes, gently stroking Lola's hair.

"Your mother entrusted you to me before she died," she said softly. "I promised to raise you like my own daughter.

"Samantha was always so possessive as a child. If she saw her father and me doting on you, she would've been jealous. But now her attitude has improved a lot. I think it's finally time to tell her we never actually lost our money."

But Mom, I'm never coming home again.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
173 Bab
ตอนที่1
ภายในศาลาวัดยามพลบค่ำ พิธีสวดอภิธรรมศพของคุณย่าพิสมัย อมรฤทธากูล ที่เพิ่งได้ลาลับจากโลกใบนี้ไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง หญิงสาวที่กำลังอุ้มท้องจวนใกล้คลอดยืนคอยต้อนรับแขกพร้อมด้วยคุณกฤษณะและคุณมลฤดี ลูกชายและลูกสะใภ้ของคุณย่าพิสมัย หลายครั้งหลายครา “เขมิกา” ต้องหันไปมองด้านในศาลา ที่ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สดล้อมรอบโลงศพที่คนเป็นย่ากำลังนอนหลับพักผ่อนชั่วนิรันดร์ หญิงสาวอดที่จะร้องไห้ออกมาทุกครั้งไม่ได้ สิ้นแล้วที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของชีวิต คุณย่าที่เธอเคารพรักเหมือนบุพการีแท้ ๆ แขกมากหน้าหลายตาต่างทยอยเดินทางมาร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง ทุกคนในครอบครัวรู้ดีว่าต้องมีวันนี้ แต่ไม่มีใครรับได้เลยที่จะต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปตลอดกาลไม่มีวันหวนกลับ “ยายเข็ม ถ้าเหนื่อยก็ไปนั่งพักก่อนไป ยืนนานแบบนี้เดี๋ยวก็ตะคริวกินขาเอาหรอก” คุณกฤษณะพูดกับลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย จนหญิงสาวต้องหันหน้ากลับมามองพร้อมกับส่งยิ้มส่ายหน้าให้ “เข็มไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เข็มยังพอไหว” “แล้วนี่เจ้าธามมันโทรมาบอกหรือเปล่าว่าจะมีไฟล์ทบิน
Baca selengkapnya
ตอนที่2
ใครจะไปคิดว่าคุณหญิงพิสมัยจะให้เด็กในปกครองที่ดูแลรับเลี้ยงมา ต้องแต่งงานและมีลูกกับหลานชายที่เป็นผู้สืบทอดมรดกเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลแบบนี้ได้ ทั้งที่ก็รู้ดีว่าธามธาราไม่ชอบวิธีคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใครต้องมาบังคับชีวิต แต่สุดท้ายไม่มีใครขัดความประสงค์ของคุณหญิงพิสมัยได้เลยสักอย่าง ประมุขใหญ่ของบ้านจึงต้องให้หลานชายได้ลงเอยกับหลานสาวสุดที่รักที่นางเลี้ยงดูมา เขมิกาหญิงสาวที่น่ารักและแสนซื่อกตัญญูกับนางมากที่สุด แต่คุณย่าพิสมัยคงจะลืมคิดไปว่าถ้าสิ้นใบบุญหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ไม่ว่าหญิงสาวจะกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่หรือไม่ ธามธาราก็ไม่มีทางจะลงเอยกับเขมิกาได้ ความทุกข์ทั้งหมดคงจะตกอยู่ที่เขมิกามากกว่าใคร เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าหญิงสาวแอบหลงรักธามธารามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าไม่รักไม่ชอบเขมิกาก็คงจะไม่ยอมทำตามที่คุณหญิงพิสมัยร้องขอมาแบบนั้นหรอก ไม่มีใครจะเอาทั้งชีวิตและความสุขของตัวเองมาผูกติดกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักไม่ได้ชอบไปตลอดชีวิตให้มีแต่ความทุกข์ใจอย่างตอนนี้ที่กำลังเผชิญอยู่ เวลาล่วงเลยผ่านจนแขกที่มาร่วมงานกลับจนหมด คุณกฤษณะเรียกลูกชายไปพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัว ทำให้ในเวลา
Baca selengkapnya
ตอนที่3
เขมิกากำลังยืนพูดคุยกับคุณมลฤดีอยู่ถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อธามธาราพาหญิงสาวคนนั้นเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่ เพื่อร่ำลาตามมารยาทก่อนจะพากันกลับ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คงทำได้เพียงแค่ยืนปั้นหน้ายิ้มแย้ม แม้ว่าภายในหัวใจจะรู้สึกเจ็บปวดมากมายสักแค่ไหนก็ตาม “เดี๋ยวผมจะไปส่งมะลิที่คอนโดก่อนนะครับแม่ ถ้าแม่มีอะไรจะคุยกับผมรอคุยทีหลังนะครับ” เพราะรับรู้ถึงสายตาที่มารดาจ้องมองกันอยู่ คงมีคำถามและคำพูดที่อยากจะพูดมากมายไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อเท่าไหร่นัก “หนูลานะคะคุณแม่ ไว้วันเผาหนูจะมาร่วมงานด้วยอีกครั้ง” หญิงสาวพนมมือไหว้ร่ำลาด้วยความนอบน้อม คุณมลฤดีจำต้องรับไหว้ตามมารยาทที่ดีเช่นกัน “พี่กลับก่อนนะจ๊ะน้องเข็ม เราคงจะได้เจอกันอีกเร็ว ๆ นี้” “ค่ะ สวัสดีค่ะ” เขมิกาจำใจต้องยิ้มรับพร้อมกับพนมมือไหว้ลาอีกคนด้วยเช่นกัน จะว่าไปแล้วมัลลิกาก็ไม่ได้นิสัยดุร้ายหรือร้ายกาจเลยสักนิด หรือไม่ก็อาจจะเพิ่งรู้จักกันแค่เพียงผิวเผินไม่ได้รู้เนื้อแท้ของหญิงสาวที่กำลังยืนยิ้มให้อยู่ก็เป็นได้ “กลับเถอะมะลิ กว่าจะถึงคอนโดก็คงดึกพอดี” ธามธารายกแขนขึ้นโอบกอดรอบเอวของมัลลิกา ไม่ได้แคร์สายตาของมารดาและแม่ของลูกเลยส
Baca selengkapnya
ตอนที่4
“แล้วเธอก็ยอมง่าย ๆ ไม่คิดจะปฏิเสธเลยหรือยังไง อยากจะเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้จนตัวสั่นมานานแล้วสิ เป็นแค่เด็กในอุปการะมันได้รับทรัพย์สมบัติไม่มากพอหรือยังไง เลยต้องถีบตัวเองทำตัวเองให้สูงส่งยิ่งกว่าเดิม โดยไม่สนห่าเหวอะไรทั้งนั้นงั้นสิใช่ไหม ผู้หญิงอะไรโลภมากไม่รู้จักพอ!” “ตาธามแกจะพูดอะไรหัดเกรงใจฉันบ้างนะ ขนาดว่าฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ก็ยังพูดจาถากถางน้องให้ฉันได้ยินอีก ฉันเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองยายเข็มไม่เกี่ยวเลยสักนิด” “คุณย่าเลี้ยงเขามาเพื่อให้เป็นบุญคุณหรอกเหรอครับ ถึงต้องเรียกร้องอะไรบ้า ๆ แบบนี้ให้กับผู้หญิงอย่างเขาด้วยหรือกลัวว่าเขาจะไม่มีผัว กลัวว่าเขาจะไม่มีคนเอาจนต้องประเคนผู้ชายที่เพอร์เฟกต์อย่างผมไปให้เขาแบบนี้ แล้วคุณย่าไม่คิดหรือไงว่าผมก็ต้องเลือกผู้หญิงดี ๆ ที่จะมาเป็นเมียและเป็นแม่ของลูกผมเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคลำดูไม่มีหางแล้วผมจะเอาหมด เห็นผมเป็นแบบนี้ผมก็เลือกกินนะครับ หรือว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นอะไรในชีวิตได้เลยครับคุณย่า?” “ตาธาม!! ทำไมแกพูดจารุนแรงขนาดนี้หะ แกอยากให้ฉันหัวใจวายตายต่อหน้าแกตอนนี้เลยใช่ไหม ถึงได้ต้องเถียงฉันฉอด ๆ แบบนี้ แค่ก่อนตายฉันข
Baca selengkapnya
ตอนที่5
ธามธารากลับมาที่บ้านหลังใหญ่ในเช้าของอีกวัน ทั้งพ่อและแม่รวมถึงเขมิกาที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยกันอยู่ ถึงกับต้องรีบหันกลับไปมองร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้าบ้านมา “กลับมาซะเช้าเชียวนะ กินอะไรมาหรือยัง มานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกันสิธาม” คุณกฤษณะถามไถ่แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจที่ลูกชายทำตัวเหลวไหลมากแบบนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยจะต้องบังคับหรือขู่เข็ญลูกให้ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเลยสักครั้ง ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดยืนที่โต๊ะรับประทานอาหาร ดวงตาคมจับจ้องมองแม่ของลูกที่กำลังก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ในตอนนี้ เธอกำลังทำเหมือนว่าอาหารที่มีอยู่ตรงหน้าอร่อยมาก จนไม่อาจที่จะหยุดกินได้แม้แต่วินาทีเดียว สุดท้ายธามธาราจึงเลือกขยับเก้าอี้นั่งลงเคียงข้างกับมารดาด้วยอีกคน “ผมเรียบร้อยมาจากคอนโดมะลิแล้วครับพ่อ” “จะอยู่บ้านกี่วัน?” “ผมได้วันลาพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ พ่อถามทำไมเหรอครับ?” “อีกไม่นานลูกแกก็จะคลอดแล้วนะ แกจะได้อยู่เห็นหน้าลูกในวันคลอดหรือเปล่า?” ดวงตาคมปรายสายตาหันไปจ้องมองแม่ของลูก เธอยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมพูดคุยหรือมองหน้าเขาเลยสักนิด แม้เป็นเรื่อง
Baca selengkapnya
ตอนที่6
“มันจะมีสักครั้งไหมธามที่แกจะพูดดี ๆ กับยายเข็มบ้าง อย่างน้อยแกก็ควรให้เกียรติเขาในฐานะแม่ของลูก ไม่ว่าจะเกิดจากความต้องการของใครสุดท้ายก็เป็นลูกแกกับเขาอยู่วันยังค่ำ” “ก็คนที่ต้องการเรื่องนี้ตายไปแล้วนี่ครับ ปัญหามันก็เลยต้องตกมาอยู่ที่พวกเราแทน ผมก็พูดอย่างที่ผมอยากจะพูด ผมไม่ชอบเสแสร้งแกล้งทำ อะไรที่มันฝืนต่อความรู้สึก ผมยิ่งไม่อาจกักเก็บเอาไว้ให้อึดอัดใจได้หรอกนะครับแม่” “สรุปแกจะเอาแค่ลูกไม่เอาแม่ของลูกใช่ไหม แกจะให้แม่ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นแม่ของหลานฉันหรือยังไง?” “มันเป็นเรื่องของอนาคตครับแม่ ผมยังตอบอะไรไม่ได้หรอก ถ้าผมกับมะลิต้องลงเอยกันจริง ลูกผมก็ต้องมีเขาเป็นแม่เลี้ยงไม่ใช่เหรอครับ?” “แล้วแกคุยกับผู้หญิงคนนั้นเรื่องนี้หรือยัง ถ้าแกจะจริงจังกันฉันไม่ว่า ขอแค่อย่าให้ปัญหามันกระทบไปถึงหลานฉันก็พอ แม่นั่นชอบเด็กหรือเปล่า จิตใจดีมากน้อยแค่ไหนสาธยายมาให้ฉันฟังสิ ฉันจะได้ช่วยแกตัดสินใจถูก ถึงยังไงฉันก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ถ้าให้ฉันมองด้วยตาเปล่าในวันนี้ ฉันว่าแกกับแม่นั่นไม่มีทางลงเอยกันได้หรอกนะ” “ผมโฟกัสแค่ปัจจุบันครับแม่ เรื่องของอนาคตผมปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต ผม
Baca selengkapnya
ตอนที่7
เขมิกานั่งรอธามธาราอยู่ภายในรถ เพราะในเวลานี้เขาต้องขึ้นไปรับมัลลิกาอยู่บนห้องพัก เพียงไม่นานหลังจากนั้นก็เห็นคนทั้งคู่กำลังประคองกันเดินตรงมาที่รถ ประตูฝั่งที่เธอนั่งอยู่ถูกเปิดออกกว้าง ทำให้หญิงสาวต้องสะดุ้งขึ้นอีกครั้ง “เธอไปนั่งเบาะหลังไป ให้มะลินั่งตรงนี้” เสียงทุ้มรีบบอก พร้อมกับใบหน้าของคนสวยที่อยู่ภายใต้แว่นกันแดดยิ้มเยาะเบา ๆ เขมิกาไม่หน้าด้านที่จะนั่งอยู่ตรงนั้นต่อ เธอรีบหยัดกายลุกออกมายืนนอกรถ ขยับพื้นที่เพื่อให้หญิงสาวอีกคนได้เข้าไปนั่งแทน “ขอบใจนะจ๊ะน้องเข็ม จริง ๆ มะลินั่งเบาะหลังก็ได้นะคะธาม” เสียงหวานรีบคัดค้าน พร้อมกับจ้องมองหน้าสองหนุ่มสาวสลับกันไปมา สีหน้าเหมือนเกรงอกเกรงใจคนทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ไม่เป็นไรหรอกครับมะลิ เขมิกาเขาไปนั่งเบาะหลังได้ ระวังขานะครับ ผมจะปิดประตูให้” ประตูรถถูกปิดลงอีกครั้ง เขมิกายังคงยืนตัวแข็งทื่อไม่ขยับ ทำให้ธามธาราต้องหันหน้ามาจ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจ “จะยืนบื้อตรงนี้อีกนานไหม ขึ้นรถซะสิ มะลิเขารอนะ เขาต้องการพบหมอ อย่ามายืนเรียกร้องความสนใจให้เสียเวลาอยู่แบบนี้เลย” พูดจบร่างสูงก็เดินอ้อมไปยังประตูฝั่งคนขับ ไม่มีแม้แต
Baca selengkapnya
ตอนที่8
“จวนจะคลอดอยู่แล้ว หมอยังไม่เห็นสามีคุณเข็มเลยนะครับ สรุปวันคลอดผมจะได้เห็นเขาไหมนะ คุณก็ไม่ใช่ซิงเกิ้ลมัมนี่นา ทำไมสามีถึงไม่พาภรรยามาตรวจครรภ์เหมือนคู่อื่นเลย” เขมิกาได้แต่ยิ้มเจื่อน เพราะในใบประวัติมีชื่อพ่อของลูกชัดเจนและหมอคนนี้ก็เป็นคนเดียวกันกับที่ทำ IVF ให้กับเธอและธามธารามาเองกับมือ “เขาไม่ค่อยได้อยู่ไทยค่ะ หมอก็รู้นี่คะว่าเขาทำงานเป็นนักบิน” “แปลกดีนะครับ ลูกชายตระกูลดัง เป็นถึงเจ้าของบริษัทสายการบินยักษ์ใหญ่ นึกว่าจะชอบงานบริหารแต่รักในการบินซะงั้น แย่หน่อยสินะครับที่อาจจะไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย แต่วันคลอดผมก็อยากให้คุณเข็มชวนเขามาให้ได้นะครับ มันเป็นวันที่สำคัญมากที่ทั้งพ่อและแม่จะต้องอยู่เห็นหน้าลูกในวันแรกที่ลืมตามาดูโลก” “ค่ะ เข็มจะพยายามนะคะ งั้นเข็มขอตัวก่อน” หญิงสาวยกมือไหว้ลา ก่อนจะเดินออกจากห้องตรวจไปเงียบ ๆ ทันทีที่เธอเดินออกไปมัลลิกาก็ถูกเรียกขานให้เข้าไปข้างในแทน เขมิกาจ้องมองคนทั้งคู่ที่กำลังเดินเข้าไปภายในห้องด้วยกัน ธามธาราปรายสายตาจ้องมองเธอเพียงน้อยนิด ก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดสนิทลงอีกครั้ง สุดท้ายเขามิกาเลือกที่จะไม่นั่งรอกลับพร้อมกับคนทั้งคู่
Baca selengkapnya
ตอนที่9
“ก็คงต้องทำเรื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายไหมครับพ่อ มะลิเขาเรียกร้องให้ผมรับผิดชอบ ให้ผมแต่งงานกับเขาเพื่อไม่ให้เขาเสียหน้า พ่อก็รู้นี่นาว่าครอบครัวของเขาเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีหน้ามีตาทางสังคมอยู่มาก ถ้าเรื่องนี้ถึงหูพ่อแม่เขาผมกลัวว่ามันจะกระทบกับหุ้นบริษัทที่กำลังเติบโตของเราในตอนนี้” “แล้วถ้าแกต้องทำแบบนั้น จิตใจของเขมิกาล่ะ แกเคยนึกถึงบ้างหรือเปล่าธาม?” “เขาก็อยู่ของเขาได้มาตั้งนานนะครับพ่อ ที่เขาทำทุกวันนี้ก็เพื่อคุณย่าทั้งนั้น ไม่ใช่ว่ารักผมอะไรมากมายที่ไหนล่ะ เราก็ยังจะเป็นพ่อเป็นแม่ของลูกต่อไปเหมือนเดิม ยังไงลูกในท้องเขาก็เป็นลูกผมเหมือนกัน พอเขาคลอดออกมาผมก็ยังจะดูแลส่งเสียเลี้ยงดู รับเป็นพ่อของลูกอยู่วันยังค่ำ” “แต่แกก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนนี่นะ ลูกแกมันจะเข้าใจว่ายังไงวะ แล้วแม่ผู้หญิงคนนั้นมันจะรับเรื่องแบบนี้ได้งั้นเหรอ มันจะยอมให้แกรักลูกที่เกิดจากเขมิกาด้วยงั้นสิ?” คุณมลฤดีถามขึ้น ปัญหานี้เรียกว่าปัญหาใหญ่มากสำหรับทุกคนที่ต้องเกี่ยวข้อง เขมิกาเองก็ไม่ได้มีความผิดเลย ถ้าจะผิดคงผิดที่เธอยอมทุกคน ผิดที่เป็นคนกตัญญูรู้คุณมากจนเกินไป สุดท้ายวันนี้หญิงสาวจึงต้องเจ็บปว
Baca selengkapnya
ตอนที่10
เวลา 21:30 น. คุณกฤษณะและคุณมลฤดีเดินทางกลับมาถึงบ้าน ก่อนจะกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง คนทั้งคู่ก็แวะไปหยุดที่หน้าห้องของเขมิกาเพื่อถามไถ่อาการของหญิงสาว แต่ทว่ายืนเคาะประตูห้องอยู่นานก็ไม่มีใครมาเปิดให้สักที ทำให้รู้สึกเป็นห่วงอีกคนมากเหลือเกินจนรีบเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ปรากฏว่าประตูห้องของหญิงสาวไม่ได้ล็อคเอาไว้ จึงถือวิสาสะเดินเข้าไปภายในและเปิดไฟจนสว่างจ้า เตียงนอนที่ดูว่างเปล่า ทำให้คนทั้งคู่ถึงกับคิ้วขมวดและหันหน้ากลับมาจ้องมองกันและกัน “ยายเข็มไม่อยู่ห้อง ไปไหนนะ ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว” “หรือว่าไปนอนห้องคุณแม่?” คุณกฤษณะพูดขึ้น ทำให้สองสามีภรรยาต้องรีบเดินออกไปยังห้องนอนของผู้เป็นมารดาที่ล่วงลับ แต่ทว่าภายในห้องกลับดูว่างเปล่าไม่ต่างกันเลย “ในนี้ก็ไม่มี แปลกจังเลยนะคะ ฉันว่าเรากลับไปดูที่ห้องยายเข็มอีกรอบเถอะ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงแปลก ๆ” คุณมลฤดีรีบเดินนำหน้าของสามีออกไปอีกครั้ง ตรงดิ่งเข้าไปที่ห้องของเขมิกาอีกหน พร้อมกับรีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะเห็นว่าข้าวของหญิงสาวหายไปเกือบครึ่งหนึ่งเลย ทำเอาดวงตาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ กระเป๋าเดินทางที่เคยอยู่ในห้องนี้ก็หา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status