Masukเธอเป็นเพียงแม่อุ้มบุญหรือจะสู้แม่ของลูกที่อุ้มรักของเขาได้ ในวันที่เธอท้องใกล้คลอด เขาที่กำลังจะมีลูกอีกคนกับผู้หญิงที่เขารัก! เธอจึงยอมจากลาทั้งหัวใจที่บอบช้ำไม่มีชิ้นดี...
Lihat lebih banyak“พี่อ่ะพูดมาก อัยไม่อยากคุยแล้วนะ จะไปอาบน้ำแล้วค่ะ” ก่อนจะขยับกายเพื่อที่จะลุกหนีจากที่นอนอย่างที่ปากว่า ธีร์ธัชไม่ปล่อยเวลาผ่านให้ไปนาน เขารีบโน้มตัวเข้าหาเธออีกครั้ง ริมฝีปากสัมผัสประกบแนบชิดกันเต็มไปด้วยความรัก ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มถลำลึกในความรู้สึกอย่างห้ามใจไม่ไหว เสียงครวญครางเริ่มดังประสานขึ้นอีกครั้ง แต่ในขณะที่ธีร์ธัชกำลังพาอัยวาเข้าใกล้ความสุขขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงก๊อกแก๊กที่ประตูดังขึ้นขัดจังหวะ “พี่ธีร์ลูกมา!” “แม่คะ พ่อคะ หนูหิวข้าวแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ของลูกสาวที่วิ่งเข้ามาในห้องโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาทั้งคู่หยุดชะงักด้วยความตกใจ อัยวารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดตัวเองและเขาเอาไว้ทันที ธีร์ธัชรีบหันหน้าไปยิ้มแบบเขิน ๆ ให้ลูกสาว หนูน้อยอิงฟ้าวิ่งมาใกล้เตียงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว พอมองเห็นพ่อกับแม่อยู่ในท่าทางที่ไม่ธรรมดา ก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย “พ่อคะ พ่อนอนทับแม่ทำไมคะ?” อัยวาถึงกับอยากมุดเตียงหนี อายลูกน้อยที่ต้องมาเจอภาพแบบนี้เข้า “เอ่อ...พ่อกำลังหยอกเล่นกับแม่อยู่ลูก เดี๋ยวพ่อไปทำเบรคฟาสให้นะครับ” “แม่กับพ่อ ทำไมหน้าแดงจังคะ?” ธีร์ธัชและอัยวาก้มหน้
“อัย…คืนนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว” ฝ่ามือหนาใหญ่ลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่มของเธอเบา ๆ ก่อนจะขยับลงมาที่ใบหน้า ดวงตาของทั้งสองมองจ้องกันอย่างลึกซึ้ง เหมือนไม่มีอะไรบนโลกนี้สำคัญไปกว่าช่วงเวลานี้อีกต่อไปแล้ว อัยวารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงและอุ่นขึ้นทุกที เธอไม่เคยคิดว่าความรักจะกลับมาหาเธอได้ลึกซึ้งและแนบแน่นขนาดนี้อีกครั้ง ริมฝีปากของธีร์ธัชค่อย ๆ เลื่อนมาจูบที่ริมฝีปากของเธอเบา ๆ ช้า ๆ แต่อบอุ่นสุด ๆ เหมือนทุกจูบบอกเล่าความรู้สึกที่เขาเก็บไว้ในใจมาตลอด อัยวาไม่ถดถอยหนี แต่กลับตอบรับด้วยความนุ่มนวลและปลุกความปรารถนาในกายเขาในเวลาเดียวกัน ใบหน้าทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้นจนสัมผัสกันแทบทุกอณู ฝ่ามือของธีร์ธัชเริ่มสำรวจไปทั่วร่างกายของเธออย่างทะนุถนอม ใบหน้าเรียวเอนลงซบกับซอกคอของเขา กลิ่นตัวของเขายิ่งเร้าอารมณ์ “ฉันรักเธอนะอัย รักมากกว่าที่เคยพูดเมื่อก่อนนี้อีก” เสียงกระซิบเบา ๆ เสียงลมหายใจผสมผสานกันจนกลายเป็นบทเพลงแห่งความรัก อ้อมกอดของผู้ชายที่เธอเคยหวาดกลัว แต่วันนี้กลายเป็นคนที่ทำให้ใจเธอสงบและรู้สึกอบอุ่นมากเหลือเกิน เสื้อผ้าที่สวมใส่ติดกายถูกถอดออกช้า ๆ โดยมีมือของเขาคอย
“หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธนะอัย ขอให้วันนี้เป็นวันที่เราได้เริ่มต้นใหม่ด้วยกันอย่างจริงจังอีกครั้งเถอะนะ ฉันจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก จะไม่ทำให้เธอร้องไห้ จะรักเธอให้มากและอยู่ดูแลกันไปจนแก่เฒ่าเหมือนอย่างที่เราเคยฝันเอาไว้” อัยวาพยักหน้ายิ้มทั้งน้ำตา เธอพูดอะไรไม่ออกเลยในเวลานี้ ทำได้เพียงแค่ยื่นมือซ้ายไปให้เขาแทนคำตอบ ธีร์ธัชยิ้มกว้างออกมาด้วยความความดีใจ ก่อนจะรีบหยิบแหวนที่อยู่ในกล่องออกมาอย่างรีบร้อน สวมใส่นิ้วของหญิงสาวด้วยมือที่สั่นเทา ดีใจและตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่แล้วเหมือนกัน แหวนขอแต่งงานที่พอดีกับนิ้วมือเรียวสวย ตอนนี้เขาจับจองเป็นเจ้าของเธอแล้วเรียบร้อย ริมฝีปากหนาจูบซับหลังมือของเธอเบา ๆ ก่อนจะมองจ้องหน้าสบตากันอีกครั้ง “ขอบคุณนะอัย ขอบคุณจริง ๆ” ฝ่ามือของอัยวายกขึ้นลูบสัมผัสแก้มสากเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ ที่วันนี้คุณยังเลือกอัยเหมือนกัน” ก่อนที่คนทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันและกัน เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ ซัดเข้าฝั่งรัว ๆ ราวกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาดี ๆ ของพวกเธอเลย ค่ำคืนของวันเดียวกันตอนนี้หนูน้อยอิงฟ้าหลับฝันดีไปแล้วเรียบร้อย ธีร์ธัชนั่งโอบกอดอัยวาไว้ในอ้อมแขน ความอบ
“อย่าดิ้นสิ นั่งอยู่ตรงนี้เลย ช่วยนั่งอยู่นาน ๆ ด้วย” “ทำไมคะ ทำไมต้องนั่งด้วย อัยไม่ใช่อิงฟ้านะ อายคนอื่นจะแย่ ปล่อยค่ะ ปล่อยเลย” สายตาคมมองไปด้านล่างของหญิงสาวกำลังนั่งทับอยู่ตอนนี้ อัยวารับรู้ได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างมันไม่ปกติเกิดขึ้น ก่อนที่คนทั้งคู่จะมองสบตากันและกัน “นี่คุณ...” “อืม...นั่นแหละ อย่าเพิ่งไปไหนเลย ช่วยนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนเถอะนะอัย”ดวงตาคมมองจ้องหน้า อ้อนวอนขอร้องทำตาปริบ ๆ ให้ช่วยสงสาร “บ้า! คุณบ้าไปแล้วคุณธีร์” “บ้าอะไรล่ะ ใครบอกให้เธอเซ็กซี่ ใครบอกให้สวยน่าเอาขนาดนี้ ฉันอดอยากมานานแล้วไม่รู้หรือไง ฉันเหมือนเสือหิวที่พร้อมจะขย่ำเหยื่อตอนนี้ได้เลยนะอัย” อัยวาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้ได้เลยในตอนนี้ อับอายและเขินกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก พยายามที่จะขยับตัวแต่อ้อมแขนเขาก็ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่น “อย่าดิ้น บอกแล้วอย่าเพิ่งดิ้นอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ก่อนได้ไหมอัย” “แล้วมันต้องนานแค่ไหนคะ มันถึงจะเลิกเป็นแบบนี้” “เถอะหน่า นั่งอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวจะพยายามให้มันสงบลง” แล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากนั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าขยับ ยอมให้เขากอดและใกล้ชิดอย่างไม
เช้าวันที่ต้องเดินทางกลับไทย อากาศในเมืองยังเย็นสบายเหมือนทุกเช้า แต่อะไรบางอย่างในใจของธีร์ธัชมันไม่เหมือนเดิมเลยในเวลานี้ โต๊ะอาหารเช้าที่เคยนั่งกันแบบเงียบ ๆ วันนี้กลับดูคึกคักกว่าทุกวัน อิงฟ้ายังคงเจื้อยแจ้ว เสียงหัวเราะสดใสดังสลับกับเสียงช้อนกระทบจานเล็ก ๆ ของเด็กน้อย พูดคุยไม่หยุดเพราะตื่นเต้
“พ่อขา เมื่อไหร่จะได้อยู่กันสามคนอีกคะ พ่อ แม่ ลูกแบบนี้” นิ้วชี้เล็ก ๆ ก็จิ้มไปยังตัวพ่อแม่และชี้เข้าหาตัวเองเป็นคนสุดท้าย เป็นการกระทำที่น่าเอ็นดูที่สุด แต่ไม่มีใครตอบอะไรออกมาเลยสักอย่าง อัยวาหันมามองหน้าลูกสาว แววตาเธอดูกังวลและคิดหนัก “แม่ แม่ยังไม่รู้เลยค่ะลูก” เสียงที่หลุดออกมาเบามากแล
เช้าของวันต่อมา เสียงเคาะประตูห้องพักก็ดังขึ้นในบ่ายของวัน อัยวานั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมภายในห้องพักฟื้น ก่อนที่ธีร์ธัชจะเดินไปเปิดประตูให้เพราะคนข้างนอกไม่ยอมเปิดเข้ามาสักที ทันทีที่บานประตูถูกเปิดกว้างออกกลับปรากฏร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งพุ่งเข้ามา พร้อมกับเสียงสดใสที่ทำให้อัยวาถึงกับสะดุ้งต
“ได้ยินทั้งหมดไหมครับ?” ลูกสาวส่ายหน้าปฏิเสธ ทำเอาธีร์ธัชต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก “หนูดีใจที่พ่อปกป้องหนู” น้ำเสียงนั้นสั่นนิด ๆ เด็กสี่ขวบที่เคยกลัวทุกอย่าง แต่วันนี้กลับรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่ตัวเองได้รับจริง ๆ “หนูเคยคิดว่าหนูต้องอยู่เงียบ ๆ ไปตลอด” “ทำไมครับ ทำไมต้องทำแบบนั้น?” “