Mag-log inสองปีหกเดือนผ่านไป...
“มึงมาถูพื้นตรงนี้ด้วย” เสียงทุ้มเข้มของพี่ทองดังขึ้นกลางสนามกอล์ฟ กูหันไปมอง ในขณะที่จะกำชับหมวกร็อคแอนด์โรลใบเท่ของตัวเองไว้ตอนที่พ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง “ดูดจัดไปล่ะ หัดทำงานมั่ง”
“โห่ พี่ทอง กูแววดูดหรี่แปปเดียว” กูพูดอย่างอ้อนๆ ตีนไปตามประสา ก่อนที่จะลากถังไม้ถูพื้นมาที่หน้าเคาน์เตอร์โรงอาหาร “ไม่จัดหรอก แค่สามสี่มวนในครึ่งชั่วโมงเองครับพี่”
“เพิ่งออกจากห้องขัง ขยันให้หนักหน่อยนะมึง” ร่างกำยำของพี่ทองพูดพร้อมกับชี้ไปที่พื้นที่มีรอยเท้า “เมื่อคืนฝนตก พื้นข้างนอกแฉะหมด ลูกค้าใส่รองเท้าเข้ามาก็ย่ำกันเข้าไป”
“กูเข้าใจ” กูพูดพร้อมกับชุบไม้ถูพื้นในถังสองสามครั้ง แล้วถูละเลงไปตามรอยตีนทั้งหมด “หน้าที่ของกูก็มีแค่นี้”
“เออ แล้ววันนี้ หลานสาวนายกจังหวัดจะมาตีกอล์ฟกับท่านเขา” พี่ทองพูดเหมือนนึกขึ้นได้ กูก็ฟังๆ ไป “เขาย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยแถวนี้ เลยได้อยู่กับท่านแทนพ่อแท้ๆ เขา”
“ลูกสาวนายกจังหวัด?” กูหันไปหรี่ตามองพอเห็นว่ามันมีพิรุธ “ไรวะพี่ รู้เรื่องขนาดนี้ไม่ธรรมดา”
“ก็กูรู้จักกับท่านอยู่” พี่ทองในร่างกำยำบิดไปมาแบบน่าหมั่นไส้ชิบหาย “หลานสาวเขาสวยแบบเกินบรรยาย”
“ชอบน้องเขา?” กูเลิกคิ้ว
“ก็แค่ปลื้มๆ แหละวะ หลานสาวนายกจังหวัด กูคงไม่กล้าเอื้อมหรอกไอ้ขวด” พี่ทองเรียกชื่อกูขึ้นมาเสียงดังเหมือนเขินๆ กูฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของตัวเอง แล้วถองศอกใส่มัน
“แล้วกูจะคอยดู”
กูถูพื้นรอบๆ ตรงนั้น จนย้ายไปถูพื้นตรงลานตีกอล์ฟ พอถูพื้นเสร็จ ก็ต้องมานั่งเก็บลูกกอล์ฟให้ลูกค้าที่เข้ามาเล่นในนี้
ท่ามกลางแดดร้อนจัด กูเก็บลูกกอล์ฟไปประมาณเกือบสี่สิบลูก คงอยากรู้ใช่ปะว่าทำไมหลังออกจากห้องขังกูถึงมาทำงานที่นี่ แล้วทำไมกูถึงเปลี่ยนไปเยอะ
ตอนเข้าไปในห้องขัง โดนขังแยกจากทุกคน กูได้เรียนรู้สัจธรรมอะไรหลายๆ อย่างพอเข้ามาอยู่ในที่แคบ ว่าแม่งก็ไม่ต่างไรจากกรอบที่ตีรอบตัวตนกูไว้ ให้กูได้สงบความบ้าคลั่งคึกคะนองของตัวเองลง
พ่อแม่มาเยี่ยมบ้าง แต่กูละอายเกินกว่าจะมองหน้า เลยได้แต่ถามคำตอบคำ ถามว่ารู้สึกผิดต่อครอบครัวไหม กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่รู้ หลังจากอยู่ที่ห้องขังประมาณปีกว่า ปู่ฉลามดุก็มาเยี่ยม แล้วได้พูดอะไรบางอย่างกับกู
นั่นทำให้พอกูออกจากห้องขัง กูก็กลับมาอยู่บ้าน หางานยิบย่อยทำ สะสมเงินไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็หางานยากอยู่เพราะมีประวัติต้องคดียาเสพติด แถมกับที่สักเต็มแขนสมัยที่คะนองตอนเด็ก
วันๆ กูเทียวออกแต่ไปทำงาน กลับมาก็นอน จนสะสมเงินได้จำนวนนึง กูก็ออกจากบ้าน ย้ายมาที่สัตหีบ มาทำงานลานตีกอล์ฟกับพี่ทองที่รู้จักกันผ่านเว็บพนัน ที่เคยหลงไปเล่นทีนึงตอนอยากได้เงินก้อนใหญ่ๆ แต่กลับหมดตัวจนต้องให้เขาช่วย
อย่างน้อยสังคมพวกนี้ พี่ทองก็ยังเป็นอีกคนนึงที่ไว้ใจได้ หางานให้ทำ แล้วกูก็ไม่ได้ทำที่นี่แค่ที่เดียว เพราะพอกูเรียนไม่จบ งานก็ยิ่งหายากขึ้นกว่าคนอื่นมากว่ะ
โลกแม่งกว้างใหญ่ชิบหาย จากที่ตอนวัยรุ่นคิดว่าเป็นคนที่รู้โลกสีเทามากกว่าใคร พอเข้ามาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้นจริงๆ กูกลับแทบไม่รู้เหี้ยไรเลย
ถามว่ากูดีขึ้นไหม ก็ดีขึ้นหน่อย แบบพอเป็นผู้เป็นคนจากตอนนั้น พอมีเหตุมีผล ไม่ทำไรตามอารมณ์แบบเมื่อก่อน โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง กลายเป็นเข็ดไปเลยตั้งแต่เรื่องครั้งนั้น ไม่ได้มีแฟนตั้งแต่เข้าห้องขังยันออกมาจนตอนนี้ เพราะกลัวใจตัวเองจะไปเข้าหาเขาแบบไม่ดี
คนคุยก็ไม่มี ไม่มีเหี้ยไรเลย เพราะทำงานจนไม่มีเวลาไปหา
โหลดแอพหาคู่มาเล่นบ้างว่ะ แต่ก็ไม่มีเวลาอยู่ดี
อย่างกูแม่งต้องหาคนที่เข้าใจได้จริงๆ อ่ะ ก็อย่างว่า คนมันมีอดีตไม่ดี
อีกอย่างทุกวันนี้ แค่ผู้หญิงปกติเห็นหน้ากู ก็ถอยกันหมด ไม่มีใครกล้ายุ่ง เพราะหน้ากูมันออกทรงผู้ชายใจทราม
กูเก็บลูกกอล์ฟจนถึงเวลาพักงาน นั่งเช็ดเหงื่อที่แตกตามหน้าอยู่ข้างสนามกอล์ฟ ร้อนชิบหายวันนี้ แต่กูมันผู้ชาย ก็แค่ร้อน แต่ไม่ถึงตาย
งานหนักๆ มาก็ก็บ่ย่านอ่ะ
กูทำท่าจะลุก แต่เห็นว่าพี่ทองเดินพาใครมาเป็นโขยง ไม่เยอะ แค่สี่ห้าคน สองคนแรกเป็นคนมีอายุกับผู้หญิงในชุดเสื้อโปโลกระโปรงจีบเลยเข่ามานิดนึง ผมยาวสยายสีดำมัดขึ้นหางม้าผูกโบว์แบบในการ์ตูน มองไกลๆ เห็นไม่ชัดเพราะกูสายตาสั้น แต่เดาว่าคงเป็นหลานสาวนายกจังหวัดอะไรนั่น
แต่พอเดินมาใกล้ๆ เท่านั้นอ่ะ
... เชี่ย
“เอ้อ ท่านครับ นี่ลูกน้องผมเอง น้องที่สนิทกันมาก” พี่ทองที่เดินมาถึงตัวกูที่ยืนถือผ้าขี้ริ้วค้างเพราะตะลึงกับภาพตรงหน้าเดินมาตบบ่า เหมือนจะฝากฝังให้กูเป็นเด็กเส้นเขา พี่ทองชอบทำงี้กับกูตลอด จะให้มีแต่งานเข้ามาอย่างเดียวรึไงวะ
“หน้าตาดุดันใช้ได้” ท่านพูดตอนที่ไล่มองกูตั้งแต่หัวจรดตีน ฉีกยิ้มสามัญโต้ พอกูรู้ตัวว่าจ้องหน้าหลานสาวเขามากไปหน่อยเลยรีบก้มหน้า “น่าจะขยันนะ”
“ครับ คนนี้ขยันมาก” กูเห็นผู้หญิงคนนั้นมองมา รีบเอามือดึงหมวกคลุมมิดหน้าไว้ไม่ให้เธอเห็นหน้ากูชัดๆ แล้วก้มหน้าแทบชิดเข่าไหว้ท่านนายกจังหวัด
“สวัสดีครับท่าน”
“สวัสดีๆ ทำงานดีๆ นะไอ้หนุ่ม วันนี้แดดมันร้อน” ท่านตบบ่ากูหนักๆ ท่าทางใจดี ก่อนที่จะหันไปทางหลานสาวที่ยืนกุมมือท่าทางเรียบร้อย “มนต์ สวัสดีพี่เขาสิ”
“... สวัสดีค่ะ” เด็กสาวยกมือไหว้กู กูยกมือไหว้กลับแล้วเอาแต่ก้มหน้า จนเธอพูดขึ้นมา “... ใช่พี่ขวดรึเปล่าคะ”
“’...!!” กูเบิกตากว้างอย่างตกใจ เงยหน้าขึ้นมองเธอทันที ท่ามกลางท่าทีสงสัยของพี่ทองกับลุงของเธอ
ทำไมเธอถึงยังจำไอ้ชั่วอย่างกูได้อยู่อีก?
กูเอาแต่ยืนนิ่ง จนน้องมนต์เงียบไป แล้วหันไปจูงมือท่านนายกให้เดินตามไปที่ลานตีกอล์ฟที่จองไว้ให้
“ขอโทษนะคะ... หนูคงทักผิดคน” เธอก้มตัวเดินผ่านร่างสูงใหญ่มากกว่าเธอของกูไป ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองแม้แต่หางตา
กูเหลือบมองตามร่างเล็กในชุดกระโปรง แล้วแค่นหัวเราะดังเหอะ
“อะไรวะ ทำไมคุณมนต์รู้จักมึง?” พี่ทองเรียกเธอว่าคุณมนต์ แล้วหันมากระซิบเสียงหนักกับกู กูได้แต่เตะฝุ่น เพราะน้องมนต์ก็คือดอกฟ้าที่ยากจะเด็ด แล้วจ้องหน้ามัน
“สมัยวัยรุ่นกูอาจดังจัด จนหลานสาวนายกเขาสนใจมั้งพี่” กูยักไหล่ “ก็แค่นั้น”
“แต่มึงก็เอาเรื่องอยู่” มันเห็นด้วย กูเลยตบบ่าเขา
“เดี๋ยวกูไปเก็บลูกกอล์ฟให้เขา เสร็จงาน กูจะได้ไปทำงานอื่นต่อ”
เอาตรงๆ ปะ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเลยว่ะ
กูมันก็ไอ้ขวดคนเดิม แค่กูรู้ผิดชอบชั่วดีมากขึ้นไง
แต่ก็แอบมองบ่อยๆ ระหว่างเดินฝ่าแดดไปเก็บลูกกอล์ฟ เป็นลูกจ้างโง่ๆ ที่เอาแต่แอบมองเด็กผู้หญิงที่ตัวเองเคยทำเหี้ยใส่ตอนเขาอายุสิบแปด มองท่าทางง่กๆ เงิ่นๆ ของน้องมนต์ที่ตีกอล์ฟไม่เป็น กูก็ได้แต่ละอาย ก็แค่เด็กคนนึงที่ควรมีชีวิตสดใส
กูเมื่อก่อนแม่งระยำขนาดไหนวะ เธอถึงจำได้จนถึงตอนนี้
กูเก็บลูกจนค่ำ พวกเขาอยู่นานเพราะนั่งกินข้าวไปคุยไปกับพี่ทองอยู่ข้างบนหลังจากเล่นกอล์ฟเสร็จ พี่ทองดูเนื้อเต้นที่ได้อยู่ใกล้น้องมนต์ กูมองตามระหว่างที่ถูพื้นอยู่ใกล้ๆ เห็นว่าน้องมนต์ไม่สนใจกูเลย เธอก้มหน้างุด แล้วเอาแต่เดินตามลุงต้อยๆ เหมือนเด็ก
กูพ่นลมหายใจหนัก
ใช่ เมื่อก่อนเคยชอบ แต่ไม่รู้จะเข้าหายังไง แถมมีปมอยู่ด้วย
แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองยังมีค่าเป็นคนพอจะไปคุยกับน้องได้ไหมเหมือนกันว่ะ
กูก็แค่ ผู้ชายที่เคยคะนอง เคยทำระยำกับผู้หญิงหลายคน แต่พอโตมากลับรู้สึกผิดกับสิ่งที่ย้อนกลับไปแก้ไม่ได้
ใจกูตอนนี้อ่ะเหรอ
กูอยากจีบน้องแบบดีๆ สักที แต่ละอายใจเกินไปว่ะ
กูก็คงชอบมากอ่ะเมื่อก่อน เพราะจนถึงวันนี้ ก็ยังติดในใจอยู่
แบบว่าอยากทำดีกับเค้าไง
กูแอบมองน้องจนท่านนายกจะพากลับ ตอนนั้นก็ได้เวลาเลิกงานนานแล้วด้วยว่ะ แต่กูมัวแต่มองเธอจนมืดค่ำ
มองนาฬิกาข้อมือเก่าๆ ก็ได้แต่เซ็งเป็ด จะสองทุ่ม ตามเวลางานกะดึก เป็นยามหน้าคอนโด
กรรมเก่าเนอะสัส ออกห้องขังมาก็มาทำงานเป็นยาม แต่อาชีพสุจริต ทำไปเหอะ ได้เงินเหมือนกัน
กูกำชับกระเป๋าหนังติดแผ่นหลังกว้าง เดินล้วงเป๋าเกงแล้วคีบบุหรี่ดูดอยู่ตรงลานจอดรถ เดินเตร่เพราะยามกะเก่ายังไม่หมดเวร กูต้องเข้ากะตอนห้าทุ่มตรง ลากยาวมายันเก้าโมงเช้า ถึงได้อีกนอนสองชั่วโมง หลังจากนั้นก็ตื่นมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารอีสาน วนแบบนั้นทุกวัน
กูพ่นควันบุหรี่อยู่ตรงนั้น ตอนที่หยุดเดินแล้วรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
กูนิ่งไป หันกลับไปมอง แล้วก็เห็นว่าเป็น
“สะ... สวัสดีค่ะ” เสียงหวานล้ำของร่างเล็กในชุดกระโปรงจีบเลยเข่ามานิดนึง กูเบิกตากว้าง บุหรี่ที่คาบอยู่ที่ปากหล่นลงพื้น
กูรีบดึงหมวกลงมาปิดหน้าทันที
“ครับ” ตอบกลับไปสั้นๆ แบบสุภาพ ทำเหมือนเราไม่รู้จักกันมาก่อน “น้องมนต์มีอะไรเหรอครับ”
“...” น้องมนต์มีสีหน้าตกใจที่ดูเหมือนกูจะเปลี่ยนไปจนแปลก เธอเลิ่กลั่กสักพัก ก่อนที่จะก้มหน้างุด
“คือ... หนูตามข่าวพี่ขวดอยู่จากคุณลุงตะเข้มาสักพักค่ะ” เธอเริ่มเกริ่น กูที่ยืนก้มหน้าเบิกตาโตที่เห็นว่าน้องมนต์คนที่เคยเอาแต่ทำหน้าเหมือนกูเป็นผีเริ่มเปิดประเด็นกับกูก่อน ที่น่าตกใจเหี้ยๆ คือ เธอตามข่าวกู “เห็นว่าออกจากบ้านไปโดยไม่บอกไม่กล่าวทางครอบครัว คือ... หนูแค่คุ้นๆ พี่ขวด”
“...”
“ขะ ขอโทษนะคะ” เธอทำท่าหวาดๆ ตอนที่กูเงยหน้าขึ้นไปจ้องตา ก่อนที่จะถอยหลังหนี กูที่เห็นว่าเธอกำลังจะไปเลยลืมตัวทะลึ่งไปคว้ามือบางๆ เธอไว้
น้องมนต์เบิกตาโต กูนิ่งค้างไป ก่อนที่จะปล่อยมือเธอออกเพราะมือหนาของกูมันชื้นไปด้วยเหงื่อไคล
แม่งสกปรกเกินกว่าจะจับมือน้อง
“ผมไม่เข้าใจ” กูพูดกับน้อง ขมวดคิ้วจนพันกันเป็นปม “น้องมนต์ตามคนใจชั่วอย่างผมมาทำไม มันอันตราย”
น้องแม่งนิ่งไป เธอทำหน้าตื่นๆ ตอนที่ตอบแบบทำตัวไม่ถูก เพราะกูไม่ใช่คนเดิมที่เธอรู้จัก
“คือ... คุณลุงตะเข้โทรมาถามคุณลุงหนูเมื่อวันก่อน” น้องก้มหน้าลงมองมือตัวเองเหมือนไม่กล้าสบตากูที่ยืนประจันหน้ากับน้อง “ว่าพอจะตามหารายชื่อนายศักรินทร์ เชื้อจันทร์ที่อยู่ที่ชลบุรีได้ไหม”
“...”
“หนู... บอกคุณลุงไปแล้วค่ะ ว่าเจอพี่ขวดแล้ว” เธอพูดเสียงสั่น “... คุณลุงบอกว่าจะส่งพี่กลับไป... หะ หาครอบครัวค่ะ”
“ไม่ได้!” กูเผลอตัวตะคอกเสียงดัง น้องมนต์สะดุ้งเฮือก กูถึงได้สบถออกมาเพราะพลาดพลั้ง “ขอโทษ แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะเจอหน้าใครทั้งนั้น”
“...”
“รบกวนน้องมนต์บอกท่านนายกว่าไม่เจอผม จำหน้าคนผิด ไรประมาณนั้นก็ได้” กูพูดพร้อมกับยกมือไหว้เธอจนร่างเล็กตกใจ “ถ้าน้องมนต์จะเมตตาผม”
“ดะ... ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างว่าง่ายเพราะคงจะกลัวกูมากจากการกระทำในอดีต แม้ว่าสิ่งที่น้องทำในตอนนี้แม่งจะโคตรกล้าหาญ ที่ยังคุยดีๆ กับคนใจหยาบอย่างกูได้
กูกลั้นใจถามกลับไป เพราะทนความสงสัยไม่ได้
“ทำไมถึงยังคุยกับผม?” สรรพนามที่ใช้ เป็นหลักฐานว่ากูรู้สึกละอายใจกับสิ่งระยำที่ทำกับน้องเสมอ “ผมไม่ได้ตามข่าวน้องมนต์เลย ผมเอาแต่ทำงาน ถ้ารู้ว่าน้องอยู่ที่นี่ ผมจะไม่เสนอหน้า”
“...”
“ผมรู้ว่าน้องเกลียดผม” กูยกมือขึ้นไหว้จากใจ ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นหน้าอดีตรักแรกในวัยนักเลง กูก็เหมือนจะหลุดปากออกมาหมด “ผมขอบคุณที่น้องยังคุยกับผม ยังมองผมเป็นคน”
“...”
“แต่น้องอย่าทำแบบนี้กับผมเลย”
“...”
“อย่างน้อย ผมก็ไม่อยากชอบน้องไปมากไปกว่านี้ เพราะผมกลัวว่าผมจะทำระยำตำบอนกับน้องอีก”
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







