LOGINร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็น
ปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อย
น่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขา
จนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ
“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงมารวบกระโปรงนั่งลงตรงหน้าพร้อมกับการ์ดส่วนตัว หลิวเฉินปรายตามองผ่านแว่นสายตา ผู้ชายสูงอายุดูแข็งแรงคนนี้ น่าจะเป็นลี่ไป่ ที่เป็นมือซ้ายของฝานเหอสินะ “ขะ ขอโทษที่มาช้ามากๆ เลยนะคะ ฉัน...”
เธอละล่ำละลั่กขอโทษเป็นพัลวัน จนหลิวเฉินที่นึกรำคาญค่อยๆ เลื่อนชาจีนไปตรงหน้าเธอเพื่อตัดบทสนทนา
“ดื่มสิครับ”
“ผมขออนุญาตเช็คนะครับคุณหนู” ลี่ไป่โพล่งขึ้นทันทียามเมื่อเขาเลื่อนชาจีนส่งให้ พร้อมกับล้วงแผ่นกระดาษบางๆ เพื่อตรวจสารเสพติดภายในน้ำชา ถ้ามีสารอยู่จะขึ้นเป็นสีดำ “ปลอดภัยครับ ดื่มได้ครับคุณหนู”
หลิวเฉินกรีดยิ้ม ฝานเหอคงมอบหมายงานคุ้มกันเมียมาอย่างดี แต่อุบายตื้นเขินแค่นั้น เขาไม่ทำมันให้พวกนั้นจับได้หรอกนะ
น่าประทับใจที่อย่างน้อยก็ยังมีสำนึกรักเมียเก่าอยู่บ้าง ทั้งที่ลับหลังไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแผนการของตัวเอง
สวดมนต์ยกแก้วชาขึ้นดื่ม เธอทำสีหน้าผ่อนคลายพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ ให้เขา หลิวเฉินชะงักไปนิดหน่อย เพราะรอยยิ้มนั้นช่างสะกดจิตใจของเขา มันช่างสดใสและมีความสุข บริสุทธิ์แต่ก็ดูอ่อนโยน
“ที่เรียกฉันมาที่นี่ มีธุระอะไรรึเปล่าคะ?” เธอเอียงคอถาม สายตาคมกริบของเขาเลยเลื่อนมองการแต่งกายของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอมาในชุดเดรสสีขาวปักลายมังกรสีทอง แขนเป็นทรงตุ๊กตาผ้าลูกไม้ จนเห็นไหล่และต้นแขนขาวๆ ที่บอบบางนั่นอย่างชัดเจน
แค่กระชากก็คงจะปลิวไปตามลมแล้ว ผู้หญิงอะไรตัวบางเหมือนกับกระดาษ เขาคิดในใจ
“ผมอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวมากกว่านะครับ คุณซ๊วดมน” แม้ว่าจะออกเสียงชื่อเธอเป็นภาษาอังกฤษก็ตามแต่มันก็ยังเพี้ยนอยู่ดี คนตัวเล็กหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะหันไปมองทางลี่ไป่แล้วพูดกับเขาเป็นภาษาไทยที่หลิวเฉินพอฟังออกเล็กน้อย
“คุณลี่คะ รบกวนคุณลี่เข้าไปรอที่รถก่อนนะคะ”
“แต่... คุณหนูครับ”
“หนูโอเคค่ะคุณลี่ เขาไม่ทำอะไรหนูหรอกค่ะ” ฟังจากน้ำเสียง เธอคงจะไว้ใจเขามากเลยทีเดียว
หึ ไว้ใจคนง่ายจังเลยนะ สาวน้อย
ลี่ไป่โค้งให้สวดมนต์อย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับเดินจากไปยืนรอหน้ารถด้วยท่าทางสุภาพ หลิวเฉินมองออกไปนอกกระจกร้าน ก่อนที่จะหันมามองดวงหน้าหวาน
“ว่ามาได้เลยค่ะ” เธอคลี่ยิ้มหน้าตาใสซื่อ
“ผมอยากให้คุณมาเป็นนางแบบส่วนตัวให้กับธุรกิจรถยนต์รุ่นใหม่ของผม” เธอสะดุ้งเฮือก เมื่อทันทีที่เธอเปิดโอกาสให้พูด เขาก็ไม่รีรอที่จะเข้าประเด็นสำคัญทันที เพราะหลิวเฉินมีเวลาไม่มากนัก เขาค่อนข้างเป็นห่วงหลิงหลิงอยู่ “มาเป็นโดยที่ไม่บอกฝานเหอว่าเราทำธุรกิจร่วมกัน”
“แต่...”
“ผมจะให้เงินเดือนคุณ เดือนละเจ็ดหลักของค่าเงินไทย คุณเองก็เป็นแม่คนและไม่มีรายได้ ถ้ามาทำงานกับผม คุณจะสามารถเอาเงินส่วนนี้ไปจุนเจือครอบครัวของคุณได้อีก ไม่ต้องนั่งรอนอนรอขอเงินสามีของคุณอย่างเดียว”
“แต่... นี่เหมือนคุณมาทาบทามฉันมากกว่าจะให้ฉันไปคุยกับสามีเลยนะคะ” เสียงใสเจื้อยแจ้วเป็นภาษาอังกฤษ เธอเองก็ไม่ได้โง่สักหน่อย ดูเหมือนหลิวเฉินจะต้องการตัวเธอมากกว่าจะมาติดต่อธุรกิจกับพี่ขวดซะอีก
“พูดตรงๆ เลยก็คือ คุณเป็นคนที่น่าสนใจ” เขาฉีกยิ้ม ชมปะเหลาะเธอพร้อมกับประสานมือขึ้นบนโต๊ะ “คุณเป็นคนดังในสื่อตอนนี้มากนะครับ และด้วยใบหน้าและสัดส่วน ชื่อเสียง ความมีเสน่ห์แบบบริสุทธิ์เหมือนคนรุ่นใหม่ เหมาะกับรถยนต์คันนี้มากๆ”
“แต่ฉันไม่เคยทำงานมาก่อนเลย... แล้วก็ไม่เคยเป็นนางแบบด้วย” เธอพึมพำเสียงอ่อน ไม่ได้นึกตะขิดตะขวงใจกับคำว่า ‘คนดังในสื่อ’ นัก นั่นก็เพราะตั้งแต่อยู่กับคุณลุง เธอก็ปรากฏอยู่ในสื่อบ้างประปรายจนชินชา
นั่นก็เพราะว่าสวดมนต์ถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหินมาโดยตลอด ตั้งแต่คุณพ่อที่อยู่ด้วยก่อนที่ท่านจะป่วย หรือแม้แต่คุณลุง ช่วงชีวิตที่โลดโผนที่สุดของเธอ น่าจะเป็นช่วงที่เจอกับพี่ขวดนี่แหละ
“ยิ่งไม่เคยทำงาน ก็ต้องยิ่งอยากรู้และอยากสะสมประสบการณ์ใช่มั้ยล่ะครับ” เขารู้ดีเลย เพราะชีวิตเขาก็ไม่ต่างกับเธอเท่าไหร่นัก แต่เพราะผู้ใหญ่ที่เลี้ยงเขามาดันเลี้ยงมาแบบเข้มงวดกวดขัน พร้อมกับป้อนความทรงจำเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาให้เขาตั้งแต่ยังเล็ก หลิวเฉินถึงได้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวและรู้วิธีการพูดมากกว่าเธอที่แทบไม่รู้ความเป็นจริงอันดำมืดของโลกใบนี้เลย “คุณอายุเท่าไหร่ครับ”
“นะ... น่าอายจัง แต่ฉันเพิ่งอายุยี่สิบสองเองค่ะ” เธอคลี่ยิ้มแหยๆ แล้วหลิวเฉินถึงได้รู้ว่าเธอเด็กกว่าเขาถึงเจ็ดปี แถมยังมีลูกแล้วด้วย เธอน่าจะไม่ทันโลกอย่างที่เขาคิดจริงๆ “ฉันท้องตอนอายุยี่สิบเอ็ด น่าเกลียดจังเลยนะคะ ใครๆ ก็คิดว่าท้องในวัยเรียนทั้งนั้นเลย”
“ก็คุณดูใสซื่อซะขนาดนี้นี่ครับ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรหรอกนะ” เขาคลี่ยิ้มอย่างอบอุ่น ทั้งที่ในใจยิ้มเยาะให้กับความผิดพลาดของเธอ ที่พลาดท้องกับฝานเหอตั้งแต่อายุยังน้อย เธอในสายตาเขาไม่ต่างอะไรกับลูกคุณหนูที่หยิบหย่งทำอะไรไม่เป็น และไม่ทันโลก ไม่ทันคน ช่างอ่อนแอจนน่าขยี้เสียเหลือเกิน “เอาเป็นว่าถ้าคุณสนใจงานนี้ อยากลองทำงานใหม่ๆ มาช่วยครอบครัวของคุณ ติดต่อผมได้ที่ SMS ที่ผมส่งไปวันนี้นะครับ”
“ละ... แล้วคุณจะไปไหนเหรอคะ?”
“ผมต้องรีบไปทำธุระ” เขาผุดลุกขึ้นพร้อมกับกำชับสูทตัวนอก ปรายตาผ่านแว่นสายตามองผิวที่ขาวจัดของคนตัวเล็ก หลิวเฉินกรีดยิ้มบางเบา “หรือคุณอยากให้ผมอยู่ต่ออีกสักหน่อยเหรอครับ?”
“ปะ... เปล่าค่ะ ฉันก็แค่” เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนที่จะค่อยๆ ผุดลุกขึ้นเช่นกัน “ฉันก็จะกลับบ้านเหมือนกัน”
“งั้นก็ดีครับ” เขาพยักหน้า รู้ดีว่าเธอนึกสนใจในงานที่เขาพูดไว้อยู่เล็กน้อย เพราะนั่นถือเป็นประสบการณ์แรกสำหรับลูกคุณหนูอย่างเธอ “เดี๋ยวผมไปส่งที่รถ”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ” เธอไม่ได้สบตาเขาเหมือนกับกำลังนิ่งคิดถึงข้อเสนออยู่ หลิวเฉินเดินตามหลังบางๆ ของเธอ ทิ้งความคิดมากมายให้กับคนตัวเล็กที่กำลังก้าวเข้าไปในรถคันหรู
ปึ่ด
“... อะ!” แต่ในวินาทีนั้น เธอกลับสะดุดกับส้นสูงที่ใส่อยู่อีกครั้ง และร่วงลงไปในอ้อมแขนของหลิวเฉินที่จงใจเอาตัวเข้ามารับพอดิบพอดี
คนตัวเล็กในอ้อมมือเขาเบิกตาโตหน้าแดงก่ำ ในขณะที่เขาเองก็สัมผัสได้ถึงความนิ่มนวลของผิวกายและกลิ่นหอมแป้งฝุ่นคาร์โมมายจากเธอ กลิ่นหอมที่เบาบาง เรียบง่ายแต่ก็อ่อนโยนทำให้เขาชะงักงัน จนเธอผละตัวออกไปยกมือไหว้เขา
“ขะ... ขอโทษนะคะ ฉันนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ เลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ” คนตัวสูงพยายามตีหน้านิ่ง ก่อนที่เธอจะผงกหัวรับด้วยใบหน้าแดงๆ นั่น ก่อนที่จะเข้าไปในรถท่ามกลางสายตาไม่ไว้ใจของลี่ไป่
รถคันนั้นเคลื่อนตัวออกไป พร้อมกับร่างสูงกำยำของหลิวเฉินที่บิดยิ้มจนลับสายตา เขายกฝ่ามือหนาขึ้นมาสูดดมเบาๆ ขยี้ปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งอย่างพอใจในกลินสัมผัส
“หอมจริงๆ”
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







