LOGIN[พาร์ท : ตะขวด]
พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูก
แต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้
หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้
แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทาง
ผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดี
แต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้น
คืนนั้นหลิงหลิงท้าทายผม เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาด ไม่แปลกที่คนอย่างหลิวเฉินจะยอมวางใจให้มาเป็นคนรัก เธอรู้ว่าผมทำไปเพื่อครอบครัว และไม่กล้ามีอะไรกับเธอจริงๆ
ผมเชื่อว่าหลิวเฉินต้องเจ็บปวดมาก เพราะเธอเป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตมัน
คืนนั้นเราเสพไอซ์และไวน์แดงด้วยกัน ผมพยายามกลั้นใจทั้งที่ไม่ต้องการ และหยำฉ่ากันจนถึงตีสาม
ความพะอืดพะอมหลังจากได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากน้องมนต์ ทำให้ผมอาเจียนออกมาเป็นเลือด เนื่องจากร่างกายต่อต้านยาไอซ์อย่างหนัก แต่นั่นเป็นยาเสพติดที่คนรวยมักใช้กันเพื่อลืมบางสิ่ง
ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ชั่วช้าและเลวทรามที่สุดในโลก ปากผมบอกว่ารักน้องมนต์ยิ่งชีวิต รักลูกเหมือนดั่งแก้วตาดวงใจ แต่ในท้ายที่สุด... ผมกลับทรยศพวกเขาอย่างไร้ความปราณี
คุณลี่รายงานผมว่าน้องมนต์ออกไปกินข้าวข้างนอกกับหลิวเฉิน นั่นทำให้ความปวดร้าวของผมเพิ่มพูนขึ้น ในขณะที่รู้ว่าผมระเริงรักกับแฟนตัวเอง ไอ้หลิวเฉินก็ยังคงยืนยันจะเดินหน้าเข้าหาเมียของผมต่อไป
ผมกระดกเหล้าสีอำพันลงคอทั้งๆ ที่เพิ่งอ้วกเป็นเลือดเพราะแพ้สารจากยาไอซ์ที่เสพกับหลิงหลิงเมื่อคืน นั่งรออยู่ในห้องเก็บไวน์ที่มืดสนิทไม่ยอมเปิดไฟ ความมึนเมาทำให้ผมโคลงเคลง และอารมณ์ร้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปึก!
ผมวางแก้วเหล้าทรงสี่เหลี่ยมลงบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนอย่างแรงเมื่อได้ยินเสียงรถจากด้านนอกตัวบ้าน ร่างกายกำยำที่ชื้นเหงื่อขยับไปที่หน้าต่างเพื่อมองไปด้านนอกที่พอจะเห็นลานจอดรถของบ้านเราได้
ผมเห็นคนตัวเล็กในชุดที่สวยในแบบที่ผมมักจะได้เห็นมันคนเดียวก้าวออกมาจากนอกตัวรถคันหรู รอยยิ้มที่ส่งให้คุณลี่ดูสดใสมากกว่าตอนอยู่ในบ้านของเรา
ผมกำหมัดแน่น
เธอกล้าแอบไปเจอมันลับหลังผมได้ยังไง?
ผมคิดในใจอย่างเห็นแก่ตัวในขณะที่กดโทรศัพท์โทรหาคุณลี่ที่รอรับสายอยู่ด้านล่าง กรอกเสียงลงไปอย่างเย็นเยียบ
“บอกน้องมนต์ว่าให้ขึ้นมาหาผมที่ห้องเก็บไวน์ด้วยครับคุณลี่”
คุณลี่รับคำกลับมาอย่างเสียไม่ได้ ในขณะที่สีหน้าของเขาที่อยู่ด้านล่างตอนที่พยายามบอกน้องมนต์จะมีแต่ความกังวล คุณลี่รู้ว่าผมแพ้ยาไอซ์จนอ้วกเป็นเลือดและอารมณ์ยังไม่คงที่นัก แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย
ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในบ้าน ในขณะที่ผมจะกำหมัดทุบกับบานหน้าต่างอย่างแรง
ปึง!
“มึงจะไม่มีวันได้ใครในครอบครัวของกูทั้งนั้น เพราะน้องมนต์เป็นของกูคนเดียว!”
ผมรู้ดีว่าผมมันเห็นแก่ตัว แต่ผมเองก็เสียเธอไปไม่ได้เหมือนกัน
[จบพาร์ท : ตะขวด]
หนูเดินเตาะแตะขึ้นไปตามบันไดวนที่หรูหรา ตามที่คุณลี่บอกว่าพี่ขวดคิดถึงและรอจะคุยกับหนูอยู่ที่ห้องเก็บไวน์ส่วนตัวในห้องซีกซ้ายที่อยู่บานประตูด้านในสุด
ได้แต่แอบคิดว่าพี่ขวดแอบดื่มตั้งแต่หัววันอีกแล้วเหรอเนี่ย แต่ก็คงห้ามไม่ได้หรอกเนอะ
ก็พี่ขวดหัวรั้นจะตายนี่คะ
หนูเดินยิ้มหวานมาแต่ไกลไปที่ห้องซีกซ้ายตามที่คุณลี่บอกไว้ ประตูไม่ได้ล็อก หนูค่อยๆ แง้มบานประตูออกไป แล้วโผล่ใบหน้ากับชุดเดรสสวยๆ ที่ใส่มาเพื่ออวดสายตาพี่ขวดตอนกลับมาจากธุระโดยเฉพาะ
แต่พอแง้มเข้าไป ก็แทบจะผงะเพราะเปิดไปเจอกับแผงอกกว้างที่ปลดกระดุมครบทุกเม็ดจนเห็นแผงอกและกล้ามหน้าท้องงที่เต็มไปด้วยรอยสักสุดเซ็กซี่ของเขา แววตาของพี่ขวดที่ยืนค้างอยู่หน้าประตูทำให้หนูรู้สึกกลัวขึ้นมานิดหน่อย
“อะ... อะไรเหรอคะ มายืนตรงนี้หนูตกใจหมดเลย” เขาไม่ตอบอะไรกลับมา แต่กลิ่นเหล้านี่ฉุนกึกเข้าจมูกเลยล่ะ “พี่ขวดดื่มตั้งแต่หัววันไม่ดีต่อร่างกายนะคะ”
“หนูจะสนทำไม” เขาโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโทนต่ำจนน่ากลัว พี่ขวดในตอนนี้คล้ายๆ กับคนเมายยาเสพติดไม่มีผิด “ทีไปหาผู้ชายคนอื่นลับหลังพี่ ยังไปได้หน้าตาเฉยเลยนี่”
“...!” หนูชะงักไป พี่ขวดรู้เหรอว่าหนูไปหาหลิวเฉินมา? “... หนูขอโทษค่ะ หนูแค่อยากช่วยพี่บ้าง อยากให้พี่มีมิตรภาพที่ดีในการทำงาน”
“...”
“อีกอย่างคุณลี่ก็ไปกับหนูด้วยนะคะ หนูไม่ได้ไปคนเดียวนะ”
แต่เพราะรู้ว่าเขาจะโกรธก็ไม่แปลก เพราะหลิวเฉินก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง พี่ขวดคงหวงตามประสาผู้ชาย หนูเลยเลือกที่จะขอโทษเสียงอ่อน เพราะรู้สึกผิดจากใจจริง
“เรื่องธุรกิจของพี่มันไม่เกี่ยวกับหนู” หนูนิ่งไปเมื่อเขาโพล่งขึ้นมาอย่างเย็นชา พร้อมกับมือหนาที่คว้าข้อมือหนูมาแล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบๆ ราวกับว่าตอนนี้พี่ขวดกำลังควบคุมตัวเองไม่ได้ “หนูไม่จำเป็นต้องมายุ่ง เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ แล้วปล่อยให้พี่จัดการเอง”
“แต่...”
“นี่หนูยังยืนยันที่จะเจอกับมันอีกใช่มั้ย?” หนูเม้มริมฝีปากพร้อมกับหลบสายตาเขาไป แม้จะรู้ดีว่าเจตนาของพี่ขวดคืออยากให้หนูอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องทำงานอะไรทั้งนั้น อยู่สบายๆ ให้เขาเลี้ยงดูก็พอ
แต่สำหรับคนที่ไม่เคยทำงานหรือมีประสบการณ์ชีวิตที่มากนักอย่างหนู ก็แอบลังเลนะคะ เพราะงานที่หลิวเฉินเสนอมาให้เป็นงานที่หนูอยากทำมาตลอดเลย แม้ว่าจะไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาตัวเองเท่าไหร่นักก็ตาม
แต่ถ้าได้กลายเป็นนางแบบ เป็นดาราที่มีชื่อเสียงขึ้นมา มันก็น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอคะ หนูใช้ชีวิตโดยที่ถูกยึดปีกและถูกขังอยู่แต่ในกรงทองมาตลอด หนูอยากทำอะไรตามใจตัวเองดูบ้างสักครั้ง
“... เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะคะพี่ขวด หนู... อะ” มือหนาที่กำข้อมือหนูไว้กำแน่นกว่าเดิมจนต้องเบ้หน้า ไม่รู้ว่าพี่ขวดไปเอาแรงมาจากไหน มันเจ็บมากเลย “หนู... เจ็บ”
“ปกติไม่เห็นต่อต้านขนาดนี้” เขาแค่นหัวเราะเสียงหนัก “หนูว่าง่ายกว่านี้มาก แต่พอไปเจอหน้ามัน ติดต่อกับมัน หนูต้องแข็งข้อกับพี่ขนาดนี้เลยเหรอ?”
“...”
“หนูยังคิดว่าพี่เป็นผัวหนูอยู่มั้ย... น้องมนต์?”
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







