LOGINกูไม่ยอมรับ กูทำเหี้ยมาตั้งแต่เข้า ปวช. 1 ในขณะที่คนอื่นตั้งใจเรียน กูเอาแต่พาพวกเพื่อนๆ น้องๆ ที่รู้จักเล่นหัวโขนไปทั่ว
กูไม่ใช่คนดีขนาดที่ใครจะให้อภัยได้
“ขวดจะขอโทษน้องสวดมนต์” ถึงกูจะไม่ยอมรับสิ่งที่ไอ้แก่พูด แต่เรื่องที่ทำเหี้ยๆ ใส่น้องแม่งก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน “ขวดจะไม่ยุ่งกับน้องเค้าอีก”
“พ่อของน้องสวดมนต์จะเอาเรื่องมึงอยู่ คราวนี้กูคงประกันตัวให้มึงไม่ได้ มึงเสพยา กับลักลูกสาวคนอื่นไปเสพยาด้วย ความผิดหลายกระทง ค่าปรับมันหลายหมื่น” พ่อเดินมาพูดข้างๆ หูกู “ถามว่ามีไหมมันก็มี แต่ปู่สั่งมาว่า ต้องดัดสันดานมึงในห้องขังสักพัก”
กูหันไปจ้องตาพ่อนิ่ง ก่อนที่จะก้มหน้าลงมองกุญแจมือ
“ก็ลองดูละกัน” กูเลิกคิ้วอ้อนๆ ตีนให้พ่อ แล้วพวกตำรวจก็พาตัวกูเข้าไปหาน้องมนต์ที่ยืนอยู่กับพ่อของเธอ ทันทีที่น้องเห็นกู ร่างเล็กกลั้นน้ำตาไม่ไหว เดินไปหลบหลังพ่อทันที
กูสะท้อนใจกับภาพนั้นว่ะ
“มีอะไรจะแก้ตัวไหม ไอ้เด็กเวร” พ่อน้องที่ชกหัวคิ้วกูไปวันก่อนจ้องเขม็งอย่างโกรธแค้น “มึงทำระยำกับลูกสาวกู เข้าไปชดใช้ในคุกเถอะ”
“ผมแค่อยากขอโทษน้องเขา” กูพูดเรียบๆ ก่อนที่จะเดินไปตรงหน้าน้องมนต์โดยที่ไม่ได้โดนตำรวจจับจูง
กูย่อตัวลงคุกเข่า พนมมือ แล้วโน้มตัวลงไปกราบที่ตีนน้องต่อหน้าทุกคนใน สน.
โดยที่กูคิดเอง ทำเอง และจะจบมันตรงนั้น
“... ฮึก” น้องเบ้หน้า พยายามหลบตีนออกเพราะกูกราบตรงหน้าตีนน้องพอดี
“ขออโหสิกรรมให้ผม นายศักรินทร์ ไม่ว่าจะกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่ผมได้ทำกับน้องทั้งหมด”
“...”
“ผมจะเลิกยุ่งกับน้อง แล้วเลิกทำชั่วแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน” กูลุกขึ้นมาหลังจากพูดจบ แล้วหันหน้าประจันกับตำรวจนายนึง “พาผมเข้าห้องขังเถอะครับ”
“นายศักรินทร์ ถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด กับกระทำอนาจารโดยมิชอบ ข้อหลังจะเป็นการปรับ ส่วนข้อแรก กักขังเป็นเวลา 2 ปี 1 เดือน”
แม่นุ่มร้องไห้ออกมาทันทีตอนที่กูโดนพาตัวเข้าไปในที่กักขังที่ไม่ใช่เรือนจำ กูไม่ได้สนใจภาพนั้น แต่กลับเหลียวหลังไปมองร่างเล็กของน้องสวดมนต์ที่ยืนกับพ่อ
กูเห็นแววตาของเธอในตอนนั้น แต่ดูมันไม่ค่อยออก ก่อนที่ภาพนั้นจะไกลไปเรื่อยๆ
จบชีวิตวัยรุ่นอันแสนคึกคะนอง ไปพร้อมๆ กับรักแรกของกูในวันนั้น
สองปีหกเดือนผ่านไป...
“มึงมาถูพื้นตรงนี้ด้วย” เสียงทุ้มเข้มของพี่ทองดังขึ้นกลางสนามกอล์ฟ กูหันไปมอง ในขณะที่จะกำชับหมวกร็อคแอนด์โรลใบเท่ของตัวเองไว้ตอนที่พ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง “ดูดจัดไปล่ะ หัดทำงานมั่ง”
“โห่ พี่ทอง กูแววดูดหรี่แปปเดียว” กูพูดอย่างอ้อนๆ ตีนไปตามประสา ก่อนที่จะลากถังไม้ถูพื้นมาที่หน้าเคาน์เตอร์โรงอาหาร “ไม่จัดหรอก แค่สามสี่มวนในครึ่งชั่วโมงเองครับพี่”
“เพิ่งออกจากห้องขัง ขยันให้หนักหน่อยนะมึง” ร่างกำยำของพี่ทองพูดพร้อมกับชี้ไปที่พื้นที่มีรอยเท้า “เมื่อคืนฝนตก พื้นข้างนอกแฉะหมด ลูกค้าใส่รองเท้าเข้ามาก็ย่ำกันเข้าไป”
“กูเข้าใจ” กูพูดพร้อมกับชุบไม้ถูพื้นในถังสองสามครั้ง แล้วถูละเลงไปตามรอยตีนทั้งหมด “หน้าที่ของกูก็มีแค่นี้”
“เออ แล้ววันนี้ หลานสาวนายกจังหวัดจะมาตีกอล์ฟกับท่านเขา” พี่ทองพูดเหมือนนึกขึ้นได้ กูก็ฟังๆ ไป “เขาย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยแถวนี้ เลยได้อยู่กับท่านแทนพ่อแท้ๆ เขา”
“ลูกสาวนายกจังหวัด?” กูหันไปหรี่ตามองพอเห็นว่ามันมีพิรุธ “ไรวะพี่ รู้เรื่องขนาดนี้ไม่ธรรมดา”
“ก็กูรู้จักกับท่านอยู่” พี่ทองในร่างกำยำบิดไปมาแบบน่าหมั่นไส้ชิบหาย “หลานสาวเขาสวยแบบเกินบรรยาย”
“ชอบน้องเขา?” กูเลิกคิ้ว
“ก็แค่ปลื้มๆ แหละวะ หลานสาวนายกจังหวัด กูคงไม่กล้าเอื้อมหรอกไอ้ขวด” พี่ทองเรียกชื่อกูขึ้นมาเสียงดังเหมือนเขินๆ กูฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของตัวเอง แล้วถองศอกใส่มัน
“แล้วกูจะคอยดู”
กูถูพื้นรอบๆ ตรงนั้น จนย้ายไปถูพื้นตรงลานตีกอล์ฟ พอถูพื้นเสร็จ ก็ต้องมานั่งเก็บลูกกอล์ฟให้ลูกค้าที่เข้ามาเล่นในนี้
ท่ามกลางแดดร้อนจัด กูเก็บลูกกอล์ฟไปประมาณเกือบสี่สิบลูก คงอยากรู้ใช่ปะว่าทำไมหลังออกจากห้องขังกูถึงมาทำงานที่นี่ แล้วทำไมกูถึงเปลี่ยนไปเยอะ
ตอนเข้าไปในห้องขัง โดนขังแยกจากทุกคน กูได้เรียนรู้สัจธรรมอะไรหลายๆ อย่างพอเข้ามาอยู่ในที่แคบ ว่าแม่งก็ไม่ต่างไรจากกรอบที่ตีรอบตัวตนกูไว้ ให้กูได้สงบความบ้าคลั่งคึกคะนองของตัวเองลง
พ่อแม่มาเยี่ยมบ้าง แต่กูละอายเกินกว่าจะมองหน้า เลยได้แต่ถามคำตอบคำ ถามว่ารู้สึกผิดต่อครอบครัวไหม กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่รู้ หลังจากอยู่ที่ห้องขังประมาณปีกว่า ปู่ฉลามดุก็มาเยี่ยม แล้วได้พูดอะไรบางอย่างกับกู
นั่นทำให้พอกูออกจากห้องขัง กูก็กลับมาอยู่บ้าน หางานยิบย่อยทำ สะสมเงินไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็หางานยากอยู่เพราะมีประวัติต้องคดียาเสพติด แถมกับที่สักเต็มแขนสมัยที่คะนองตอนเด็ก
วันๆ กูเทียวออกแต่ไปทำงาน กลับมาก็นอน จนสะสมเงินได้จำนวนนึง กูก็ออกจากบ้าน ย้ายมาที่สัตหีบ มาทำงานลานตีกอล์ฟกับพี่ทองที่รู้จักกันผ่านเว็บพนัน ที่เคยหลงไปเล่นทีนึงตอนอยากได้เงินก้อนใหญ่ๆ แต่กลับหมดตัวจนต้องให้เขาช่วย
อย่างน้อยสังคมพวกนี้ พี่ทองก็ยังเป็นอีกคนนึงที่ไว้ใจได้ หางานให้ทำ แล้วกูก็ไม่ได้ทำที่นี่แค่ที่เดียว เพราะพอกูเรียนไม่จบ งานก็ยิ่งหายากขึ้นกว่าคนอื่นมากว่ะ
โลกแม่งกว้างใหญ่ชิบหาย จากที่ตอนวัยรุ่นคิดว่าเป็นคนที่รู้โลกสีเทามากกว่าใคร พอเข้ามาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้นจริงๆ กูกลับแทบไม่รู้เหี้ยไรเลย
ถามว่ากูดีขึ้นไหม ก็ดีขึ้นหน่อย แบบพอเป็นผู้เป็นคนจากตอนนั้น พอมีเหตุมีผล ไม่ทำไรตามอารมณ์แบบเมื่อก่อน โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง กลายเป็นเข็ดไปเลยตั้งแต่เรื่องครั้งนั้น ไม่ได้มีแฟนตั้งแต่เข้าห้องขังยันออกมาจนตอนนี้ เพราะกลัวใจตัวเองจะไปเข้าหาเขาแบบไม่ดี
คนคุยก็ไม่มี ไม่มีเหี้ยไรเลย เพราะทำงานจนไม่มีเวลาไปหา
โหลดแอพหาคู่มาเล่นบ้างว่ะ แต่ก็ไม่มีเวลาอยู่ดี
อย่างกูแม่งต้องหาคนที่เข้าใจได้จริงๆ อ่ะ ก็อย่างว่า คนมันมีอดีตไม่ดี
อีกอย่างทุกวันนี้ แค่ผู้หญิงปกติเห็นหน้ากู ก็ถอยกันหมด ไม่มีใครกล้ายุ่ง เพราะหน้ากูมันออกทรงผู้ชายใจทราม
กูเก็บลูกกอล์ฟจนถึงเวลาพักงาน นั่งเช็ดเหงื่อที่แตกตามหน้าอยู่ข้างสนามกอล์ฟ ร้อนชิบหายวันนี้ แต่กูมันผู้ชาย ก็แค่ร้อน แต่ไม่ถึงตาย
งานหนักๆ มาก็ก็บ่ย่านอ่ะ
กูทำท่าจะลุก แต่เห็นว่าพี่ทองเดินพาใครมาเป็นโขยง ไม่เยอะ แค่สี่ห้าคน สองคนแรกเป็นคนมีอายุกับผู้หญิงในชุดเสื้อโปโลกระโปรงจีบเลยเข่ามานิดนึง ผมยาวสยายสีดำมัดขึ้นหางม้าผูกโบว์แบบในการ์ตูน มองไกลๆ เห็นไม่ชัดเพราะกูสายตาสั้น แต่เดาว่าคงเป็นหลานสาวนายกจังหวัดอะไรนั่น
แต่พอเดินมาใกล้ๆ เท่านั้นอ่ะ
... เชี่ย
“เอ้อ ท่านครับ นี่ลูกน้องผมเอง น้องที่สนิทกันมาก” พี่ทองที่เดินมาถึงตัวกูที่ยืนถือผ้าขี้ริ้วค้างเพราะตะลึงกับภาพตรงหน้าเดินมาตบบ่า เหมือนจะฝากฝังให้กูเป็นเด็กเส้นเขา พี่ทองชอบทำงี้กับกูตลอด จะให้มีแต่งานเข้ามาอย่างเดียวรึไงวะ
“หน้าตาดุดันใช้ได้” ท่านพูดตอนที่ไล่มองกูตั้งแต่หัวจรดตีน ฉีกยิ้มสามัญโต้ พอกูรู้ตัวว่าจ้องหน้าหลานสาวเขามากไปหน่อยเลยรีบก้มหน้า “น่าจะขยันนะ”
“ครับ คนนี้ขยันมาก” กูเห็นผู้หญิงคนนั้นมองมา รีบเอามือดึงหมวกคลุมมิดหน้าไว้ไม่ให้เธอเห็นหน้ากูชัดๆ แล้วก้มหน้าแทบชิดเข่าไหว้ท่านนายกจังหวัด
“สวัสดีครับท่าน”
“สวัสดีๆ ทำงานดีๆ นะไอ้หนุ่ม วันนี้แดดมันร้อน” ท่านตบบ่ากูหนักๆ ท่าทางใจดี ก่อนที่จะหันไปทางหลานสาวที่ยืนกุมมือท่าทางเรียบร้อย “มนต์ สวัสดีพี่เขาสิ”
“... สวัสดีค่ะ” เด็กสาวยกมือไหว้กู กูยกมือไหว้กลับแล้วเอาแต่ก้มหน้า จนเธอพูดขึ้นมา “... ใช่พี่ขวดรึเปล่าคะ”
“’...!!” กูเบิกตากว้างอย่างตกใจ เงยหน้าขึ้นมองเธอทันที ท่ามกลางท่าทีสงสัยของพี่ทองกับลุงของเธอ
ทำไมเธอถึงยังจำไอ้ชั่วอย่างกูได้อยู่อีก?
[พาร์ท : ตะขวด]ท่ามกลางความเมา แววตาของน้องแม่งชัดที่สุดในหัวกูแววตาที่บ่งบอกถึงความอยาก อยากจะอม อยากจะดูด อยากจะเลียไม่เด็ดขาด กูจะไม่...“อึก!” แต่ก็ห้ามไม่ทัน อุ้งปากเล็กๆ ของน้องครองปลายหัวองคชาตของกูอย่างพอเหมาะพอเจาะ เธอห่อปากอย่างไม่ประสา ให้ตายเหอะ ให้ใครมาทำมันก็ต้องทำได้ทั้งนั้น แท่งมันเหมือนไอศครีมซะขนาดนั้นกูเสียวจนแทบใจขาดดิ้น แทบจะดิ้นตายตรงหน้าเธอ แต่ทำไม่ได้เพราะกลัวเสียเชิงที่ทำมาทั้งหมด“อื้มมม” เสียงหวานครางล้ำออกมาเหมือนกระตุกความต้องการของกูที่อดทนมาทั้งหมดทั้งชาติหน้าและชาตินี้ เธอเหมือนจงใจครางออกมาเพื่อสั่นประสาทกู แต่พอก้มลงมอง ก็เห็นว่ายัยตัวเล็กมีสีหน้าเหยเกก็นะ ยังไม่ได้ล้างทรงเวลามันพองก็แสนจะคับปากเล็กๆ นั่นเหลือเกิน กูพยายามไม่เสียซิงเพราะสุดท้ายกลัวจะไปทำใครเจ็บเข้าเพราะความใหญ่ของขนาด แต่ไม่น่าเชื่อว่าน้องมนต์จะพยายามดูดมันเข้าปากให้มิด เธอคงเสียการควบคุมไปแล้ว จากสิ่งที่กูทำกูเมาก็จริง แต่พอโดนเธอโม๊คให้ก็สร่างทันที หัวใจเต้นแรงหนุบหนับในอกจนแทบกระแทกออกมาเต้นข้างนอก สัญชาตญาตคนอยากโดนรุกกลับมาอีกครั้ง“น้อง...” กูเรียกชื่อน้องไม่จบ เพราะเธอปล
ซ่า... ซ่า...ฝนตกล่ะหนูมองออกไปนอกกระจก ก่อนที่จะแอบเหลียวหลังไปมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งเอาศีรษะทรงสกินเฮดนั่นถูไถไปมากับเบาะรถด้านหลัง แอบยิ้มขำเมื่อเห็นว่าเขากรนออกมานิดหน่อยด้วยแฟนใครนะ เวลาเมาแล้วตลกจังเลยค่ะ“ผู้ชายคนนี้ดีแล้วเหรอครับ” แต่อยู่ๆ พี่อดิสรที่เฝ้ามอหนูเงียบๆ ก็โพล่งขึ้นมาจนหนูชะงักไป ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขา “มันไม่มีหัวนอนปลายเท้าในตอนนี้แล้ว พ่อก็เคยติดคุกเพราะขายยามาก่อน ถึงตอนนี้ครอบครัวจะค่อนข้างอยู่ดี แต่สมัยวัยรุ่นก็วีรกรรมเข้าออกโรงพักเอาเรื่องเหมือนกัน”“...”“มันทำงานกลางคืน เป็นผู้ชายที่ทำงานจัดหาเมียรองมาให้สามีลูกสาวท่านณรงค์” หนูนิ่งไป หันกลับไปมองพี่ขวดที่นั่งอ้าขาศีรษะโงนเงนไปมาด้วยความเมามาย “และมันก็เคยรังแกคุณหนูเมื่อตอนคุณหนูเรียนมัธยม”“...”“คุณหนูโอเคกับมันเหรอครับ”“นะ... หนูก็ไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองมากนักหรอกนะคะพี่อดิสร” หนูโพล่งขึ้นมาเสียงเครือ เพราะตัวเองก็รู้สึกกลัวในสถานะของพี่ขวดว่าคุณลุงจะไม่ยอมรับ และอีกอย่าง... หนูก็ไม่รู้ว่าเขาจริงจังกับหนูมากแค่ไหน หนูไม่รู้ว่าหนูชอบเขามากพอขนาดที่จะคบแต่กับเขาตลอดไปเรื่อยๆ มั้ยหนูไม่รู้...
กูนอนกระดิกนิ้วชี้บนบาร์เล่น วิสกี้แก้วที่สิบหลังจากที่เพียวมาตลอดสายคอลเฟสของน้องมนต์ที่โทรเข้ามาเป็นสายที่ห้า ก่อนที่หน้าจอจะดับไป ในขณะที่กูถูหัวโล้นๆ ไปมากับเคาน์เตอร์ แล้วแค่นหัวเราะออกมาเบาๆเล่นตัวเนอะกู รับไปก็จบแล้วไม่รู้ดิ กูแค่อยากเป็นที่สนใจหนึ่งเดียวของน้องมนต์ พอได้เป็นแฟนกัน จากที่เจียมตัวชิบหายไม่ค่อยอยากได้อะไร แม่งเหมือนระเบิดออกมา ความรู้สึกแม่งแปรปรวนเหมือนผู้หญิงวัยทอง ถึงจะรู้ว่านี่มันก็แค่สถานะแอบคบกูไม่ได้หวังให้เธอต้องเดินไปบอกลุงนายกของเธอโต้งๆ ว่าเป็นแฟนกับลูกน้องที่ลุงให้ตามปกป้อง ผู้ชายที่เคยรังแกเธอแรงๆ จนติดคุกมาก่อนกูอยากให้น้องมองกูว่าเป็นผู้ชายที่สำคัญกับชีวิตเธอคนที่เธอจะขาดไม่ได้พอไม่ได้อยู่ด้วย คนที่เธออยากจะโทรหาทันทีที่กูหายหัวไปแค่ชั่วโมงเดียวคนที่เธอจะตามจิกจนกว่าจะมาคุยกับเธอกูแค่อยากเป็นผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่น้องมนต์รู้สึกเหมือนจะตายให้ได้พอไม่ได้คุยเหมือนที่กูกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไงติ๊งเสียงข้อความเข้าดังขึ้นในระหว่างที่นั่งกระดิกนิ้วคิดไปเรื่อย เพราะคิดถึงจนแทบขาดใจแต่ต้องเต๊ะท่าทำเป็นเก่งเลยกระดกเหล้ารัวจนหมดสภาพขนาดนี้ กูกดเปิดหน้
“... พี่ขวด”เราสบตากัน ในความเงียบหนูรู้สึกได้ว่าพี่ขวดเริ่มไต่มือไปที่เอวบางๆ ของหนู ขยับให้ชิดกัน หนูเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นความเขินอายไว้ แล้วไล่มือไปตามแผงอกของเขา ระลงไปที่หน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพี่ขวดเบ้หน้าเหมือนเขาเสียดวูบที่ช่วงท้อง หนูสะดุ้ง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองสั่นและตื่นเต้นมากๆเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนรุกและรังแกหนูทุกครั้ง แต่ครั้งนี้... หนูจะกลายเป็นคนรุกเขาเองงั้นเหรอนะ หนูทำไม่ได้หรอก“พี่ขวดบ้า” หนูคว้าหมอนมาปิดหน้าเขาไว้ทันที แล้วรีบผละไปอยู่ข้างตัวเขา เห็นว่าพี่ขวดคว้าหมอนออก เขามีสีหน้าเหมือนแสนเสียดาย “ไม่ต้องมองหนูแบบนั้นเลยค่ะ”“ผมนึกว่าผมจะโดนเปิดซิงแล้ว” เขาเอาหมอนมาวางไว้ที่หน้าตัก ท้าวศอกกับหมอนแล้วมองหน้าหนู “อย่างว่า น้องมนต์มันคนป๊อด”“จะให้หนูทำได้ยังไงล่ะคะ” หนูรีบแย้งเขาทันที ก่อนที่จะพูดเสียงอ้อมแอ้ม “... หนูก็ไม่เคยเหมือนกันนะ”เขาฉีกยิ้มหวาน “นั่นดิ”คราวนี้หนูหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เขา จริงๆ หน้าที่แบบนี้ต้องเป็นหน้าที่ผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนูจะอยากให้เขาทำหรอกนะ“พี่ขวดขอหนูเป็นแฟน ก็ต้องทำตามขั้นตอนสิคะ”“ยังไง?” เขาเลิกคิ้วถาม หนู
หนูไม่รู้ว่าพี่ขวดทำไมถึงมีท่าทีแปลกไป แววตาของเขาแพรวพราวไปหมด“มะ... มาเอาที่หนูเองดีกว่านะคะ” และเพราะหนูไม่อยากตกหลุมพรางอีกแล้ว หนูจะไม่ยอมให้เขาจูบแล้วทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหวมากๆ แบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้อีกแล้ว หนูเลยเลือกที่จะบอกให้เขาเดินมาหาหนูเองดีกว่า“ตามนั้นครับ แต่ว่า” เขาฉีกยิ้ม ในขณะที่จะสาวเท้ายาวๆ แปปเดียวก็ประชิดตัวหนู หนูสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อ แผงอกที่ชื้นเล็กๆ จนเห็นว่าเหมือนจะเป็นเหงื่อแต่ไม่ใช่ จริงๆ ก็คือน้ำสะอาดจากสายยางที่หนูเผลอฉีดใส่หน้าเขาจนเปียกซ่กไปทั้งตัว “ไม่ต่างกันเท่าไหร่”“อะ” หนูห่อไหล่เมื่อรู้สึกได้ว่าเขายื่นมือข้างหนึ่งไปด้านหลังจนเราใกล้กันกว่าเดิม แล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเขาใช้มือข้างนั้นคว้าลูกบิดแล้วปิดประตูห้องดังปึง“เวลาเปลี่ยนเสื้อไม่ชอบให้ใครดู” เขาให้เหตุผล แล้วหนูก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ“งะ งั้นหนูก็ไม่ควรอยู่ดูด้วยนะคะ”“สำหรับน้องมนต์ ยกเว้นได้ครับ” หนูเบะปากทันที คนอะไรกันนะ ชอบทำให้หนูทำตัวไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย“แต่หนูไม่อยากดูค่ะ” หนูเมินหน้าไปทางอื่นเมื่อเขาเลื่อนตัวใหญ่ๆ นั่นเข้ามาใกล้อีกจนแทบชิดกัน หัวใจหนูเ
ใจหนูเต้นแรง แรงมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเต้นมา หนูไม่ได้กลัว แต่เพราะฤทธิ์เมาของเจ้าแก้วน้ำใบนั้น ทำให้หนูหลับตาแน่น แล้วสัมผัสได้ถึงกลีบปากที่แห้งขาดการดูแลของผู้ชายที่แนบลงมาตัวหนูชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อพี่ขวดพยายามเลียรอบริมฝีปากหนูเพื่อเปิดปากหนูออก หนูพยายามอ้าปากออกน้อยๆ ด้วยความมึนงง ร่างสูงแทรกลิ้นร้อนๆ เข้ามาแล้วแลกลมหายใจกับหนูเหมือนเคยทำมาก่อนลมหายใจที่แทรกมาด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเราทั้งคู่สอดประสานกัน หนูรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแรงจนต้องคว้าเสื้อของพี่ขวดเอาไว้ เขารั้งเอวบางๆ ของหนูเข้ามาจนชิดกันทุกสัดส่วน พี่ขวดตักตวงความหอมหวานจากปากของหนูจนเขาผละออกมา มีน้ำลายสองเส้นจางๆ ยืดออกมาระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่หนูเห็นเขาเลียริมฝีปากรับน้ำลายของหนูเข้าไป หนูหน้าแดงก่ำกว่าเดิมอีก ซุกหน้าลงกับอกเขา ใบหูแนบลงกับอกข้างซ้ายของเขา ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่ขวดพี่ขวดกอดหนูแน่น เขาคงเมามากแล้วล่ะ หนูเองก็เมาเหมือนกัน“... ขอโทษจริงๆ” เขากระซิบข้างหูเสียงหนัก ในหัวหนูเบาโหวง ขาวโพลน อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ แต่ขาสั่นจนเหมือนจะล้มแล้วจริงๆ“ยะ อย่าให้คุณลุงรู







