LOGIN
ติ๊ง!
(เสียงแจ้งเตือน Messenger) S sean : แพรว Praew P’zy : คะพี่ S sean : ตอนเย็นว่างป่ะ Praew P’zy : ว่างดิ พี่มีไรอ่า S sean : จะชวนไปเขมือบซูชิ S sean : พี่เลี้ยงเอง Praew P’zy : ไม่ปฏิเสธ S sean : โหหหหห S sean : เสียเวลาคิดบ้างป่ะเนี่ย Praew P’zy : สำหรับของฟรีไม่จำเป็น Praew P’zy : 555555 S sean : 555 S sean : 👍🏻 S sean : สรุปไปใช่ป่ะ Praew P’zy : ค่าาาา S sean : เคๆ S sean : เย็นนี้เจอกัน Praew P’zy : ค่ะ Praew P’zy : เห้ยพี่ S sean : ไรอีก Praew P’zy : เอาเพื่อนไปร่วมกันเขมือบด้วยได้ป่ะ S sean : ไม่มีปัญหา Praew P’zy : ขอบคุณค่าาา S sean : ครับ แล้วเจอกัน S sean sent a sticker. “มึง ยิ้มไรอ่ะ” “ห้ะ อ๋อ เปล่า ไม่มีไร คืองี้ พี่ฌอนชวนไปเขมือบซูชิ แล้วบังเอิญว่าฟรี กูเลยมีความสุข ฮ่าๆๆ” ตอนนี้ฉันหัวเราะได้น่ารังเกียจมากฉันรู้ตัว แต่ก็ปกติแหละ เวลาฉันอยู่กับเพื่อนสนิทก็มักจะไม่เก็บอะไรอยู่แล้ว “เออ! เดียร์ มึงต้องไปกับกูด้วยนะคะ” แปลกๆใช่มั้ยคำชวนของฉัน นั่นเพราะมันไม่ใช่คำชวน แต่เป็นการบังคับ “ทำไมกูต้องไปอ่ะ” ลิเดียร์มันถามฉัน ทำหน้างงๆ งั้นตอบมันให้หายงงหน่อยละกัน “เพราะกูสั่งค่ะ” “ดอก!” มันสวนกลับมา แต่ฉันไม่สะทกสะท้านหรอก เพราะฉันหน้าด้าน เออ จริงดิ ลืมบอกว่าลิเดียร์มันเป็นเพื่อนสนิทฉันเอง ฉันมีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คน อีกคนมันเป็นทอม(ที่เริ่มจะกลับมาเป็นสายพันธุ์เดิม) แต่บังเอิญว่าตอนนี้มันยังไม่มา และฉันกับลิเดียร์ก็กำลังนั่งรอมันอยู่ที่ใต้ตึกคณะเหมือนทุกวันนี่แหละ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะถึงมันจะยังไม่มา มันก็ไม่มีทางรอด เพราะฉันจะลากมันไปด้วยให้ได้ ...เรื่องบังคับขู่เข็ญ(เพื่อน) คนอย่างแพรวไม่เคยพลาด (😆) เห้ย! จริงด้วย! โม้มาตั้งนาน ดันลืมบอกชื่อ งั้นถือโอกาสบอกเลยนะ ฉันชื่อแพรว เรียนนิเทศปี3 ส่วนระดับความฉลาด ฉันว่าเราอย่าไปพูดถึงมันเลย เอาเรื่องที่ฉันคุยแชทเมื่อกี้ดีกว่า จำได้ว่ายังไม่ได้บอก นั่นพี่ฌอน พี่รหัสฉันเอง รู้มั้ยว่าเขาอ่ะ หล่อสัสรัสเซียขนาดไหน ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังโคตรเฟรนลี่ ไม่แปลกเลยที่นางจะฮอตจนสาวๆทั้งนอกทั้งในคณะต่างพากันหลงนาง และหนึ่งในนั้นคือฉันด้วย ใช่แล้วล่ะ ฉันแอบชอบพี่รหัสตัวเอง ตกเย็น... “แพรว กูไม่ไปได้ป่ะ คือกู...” “ไม่ได้ค่ะ!” ฉันรีบดักทางทันที ไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าโรสมันจะอะไรนักหนา ชวนตั้งแต่เช้า มันก็หาเรื่องจะไม่ไปมาจนถึงเย็น แต่ฉันไม่ยอมหรอก ยังไงก็ต้องชวนกันไป(ถลุงพี่ฌอน)ให้ครบแก็งค์ “ไฟท์นี้ไฟท์บังคับ โอเค้” ฉันเอียงหน้ายิ้มๆ แล้วยกมือขึ้นมาทำสัญลักษณ์โอเคให้มันดู (👌🏻) ก็บอกแล้วไง ไฟท์บังคับ(>$<) “แพรว” ว่าที่เจ้ามือฉันมาโน่นแล้วล่ะ “ค่าา” “ไง ไปยัง” “ค่ะ ไปเลยๆ ไปพวกมึง” ฉันหันไปชวนลิเดียร์กับโรส คือตั้งใจจะเดินนำพวกมันไปที่รถฉัน “เห้ย แพรว เดี๋ยว” ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ฌอนจะเรียกไว้ทำไม “คะ?” “พี่ว่าไปรถพี่ดีกว่า โรสกับเดียร์ด้วยนะ” “อ้าว ทำไมอ่ะ แล้วรถแพรว...” “เอาน่า กินซูชิไม่นานหรอก เดี๋ยวพี่กลับมาส่งที่ ม. ปะ” แล้วพี่ฌอนก็เดินนำ ส่วนฉันก็ได้แต่เดินตามไปพร้อมกับไอ้พวกนี้ ยังงงๆอยู่เหมือนกันนะว่าเขาจะทำให้ยุ่งยากทำไม ทั้งๆที่ต่างคนต่างไปมันง่ายกว่า กินเสร็จแล้วก็แยกกันกลับ แค่นั้นก็จบ(?...?) @Sushi REs’ “อยู่ๆพี่นึกยังไงถึงเลี้ยงซูชิพวกเราอ่ะ” ฉันถามพี่ฌอนเพราะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามเลย เอาตรงๆก็คือว่า ตั้งแต่มาถึง ฉันก็เอาแต่เปิบพิศดารลูกเดียว ส่วนนังเพื่อนสองตัวของฉันมันกินนับชิ้นได้ ไม่เข้าใจเลย ทั้งโรสทั้งลิเดียร์ เป็นอะไรกันไปหมด แต่ลิเดียร์ฉันพอจะรู้แหละ ก็ปัญหาเรื่องหัวใจแหละ แต่โรสนี่สิ ฉันไม่ค่อยแน่ใจ ยิ่งกับพี่ฌอน ฉันยิ่งงงใหญ่เลย เพราะเขาไม่กินเลยสักนิด นี่ก็รอเขาตอบคำถามแรกอยู่ เสร็จแล้วฉันค่อยจัดคำถามที่สอง “นานๆที พี่ก็อยากเลี้ยงน้องพี่บ้างไง” “อ๋อ อือๆ” ฉันพยักหน้าหงึกๆ แต่บอกแล้วไงว่ามีอีกคำถาม “แล้วทำไมพี่ไม่กินอ่ะ” รู้มั้ยคำตอบของเขาคือไร เขายิ้ม ??? “คือยังไง งง” ฉันหยุดกินแล้วมองหน้าพี่ฌอนชั่วขณะ “ก็เปล่า ที่ไม่กินก็เพราะเห็นแพรวกินพี่ก็อิ่ม” พูดแบบนี้ใช่หลอกด่าว่าฉันกินเยอะจนเขาไม่ต้องกินก็อิ่มแทนรึเปล่านะ? “นี่ พี่รินน้ำให้ดีกว่า” แล้วเขาก็ทำอย่างที่พูด จะว่าไป มุมนี้ก็หล่อดีเหมือนกันนะ แอบถ่ายเก็บไว้ดูเล่นหน่อยดีกว่า แชะ!📸 ได้มาละ :) (รูปณอน) “จะถ่ายก็ขอกันดีๆ” ระหว่างที่ฉันกำลังมองรูปถ่ายแล้วอมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ อยู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆเงยมองฉันแล้วเลื่อนแก้วน้ำมาให้ แล้วเขา ...เห็นจริงดิ!? “อุตส่าห์แอบถ่ายแล้วยังอุตส่าห์เห็นอีกนะพี่อ่ะ” “ช่วยไม่ได้ พี่เป็นคนหูตาไว ไหนดูหน่อย” เขายื่นมือมาจะเอาโทรศัพท์ ฉันเลยให้ไป เสร็จแล้วฉันก็กินของฉันต่อ เขาก็ดูๆของเขาไป “เออ แล้วสองคน อิ่มแล้วเหรอ พี่เห็นแพรวกินอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” พี่ฌอนถามโรสกับลิเดียร์หลังจากส่งโทรศัพท์คืนให้ฉัน “เอ่อ ค่ะ เดียร์ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” “ฉันก็ด้วยพี่” โรสตอบแล้วอยู่ๆมันก็หันมาทางฉันกับลิเดียร์ “ขอไปห้องน้ำหน่อยนะมึง” “เอาดิ ไป กูไปเป็นเพื่อน” ฉันบอกมันแล้วทำท่าจะลุกขึ้น “เห้ย ไม่เป็นไร ห้องน้ำอยู่แค่นี้เอง กูไม่หลงชัวร์” “งั้นก็ตามใจค่ะ” ฉันไม่เซ้าซี้ละกัน ก็อย่างที่มันว่า ไปห้องน้ำแค่นี้ ไม่น่าจะหลง “อืม” แล้วมันก็ลุกไป ส่วนฉันก็กินของฉันต่อ Rrrrrrrr...!!! เสียงโทรศัพท์ฉันเองแหละ มันดังหลังจากที่โรสไปห้องน้ำแป๊บนึง ...Rose ??? เดี๋ยวนะ คือมันโทรมาทำไม “เออ ว่าไงมึง ห้ะ ธุระ!? ด่วนเลยเหรอ อ๋อ เออๆ ได้ อืม ไว้เจอกัน เคๆ” ทั้งหมดก็ตามนั้นแหละนะ ไม่ต้องอธิบายแล้วใช่ป่ะ “มึง โรสมันติดธุระเหรอ” “อืม เห็นบอกธุระด่วน พี่ฌอน โรสมันฝากขอโทษมาด้วย” “เคๆ ไม่เป็นไร” พี่ฌอนยิ้ม ส่วนฉันก็รู้สึกว่าเริ่มจะอิ่มแล้วล่ะ ก็ก่อนหน้านี้ฉันตั้งหน้าตั้งตายัดซะขนาดนั้น “งั้นเรากลับกันเลยก็ได้พี่ แพรวอิ่มแล้ว” “เอางั้นเหรอ” “ค่ะ” “เค งั้นเช็คบิล” พี่ฌอนบอกยิ้มๆแล้วเรียกพนักงานมา จากนั้นเราก็เดินกลับมาขึ้นรถ “เดียร์ เดี๋ยวพี่ไปส่งเดียร์ก่อนละกันนะ เสร็จแล้วค่อยวนไปเอารถแพรว” “เอ่อ พี่ ความจริงแพรวไปส่งเดียร์เองก็...” “เอาตามนี้แหละ” เอาอีกแล้ว ถามเองตอบเองเหมือนตอนบอกให้ฉันจอดรถไว้มหาลัยไม่มีผิด อะไรของเขา วันนี้ทำเรื่องแปลกๆหลายเรื่องแล้วนะ . .. ... หลังจากส่งลิเดียร์ “แพรว” อยู่ๆพี่ฌอนก็เรียกฉัน แต่ตาไม่ได้มองฉันหรอก เพราะเขาขับรถอยู่ “คะ?” “พี่แวะไปหาเพื่อนแป๊บนึงได้มั้ย พอดีนึกขึ้นได้ว่านัดกับมันไว้ คุยแป๊บเดียว พี่แค่จะเข้าไปบอกมันว่าเดี๋ยวพี่ไปส่งแพรวที่ ม. ก่อน คืองี้ โทรศัพท์พี่แบตหมดอ่ะ ถ้าไม่บอกมันก่อน เดี๋ยวมันวีนใส่พี่อีก” “งั้นแพรวลง...” “ไม่ได้” เขาแทรกขึ้นมาทันที ฉันตกใจหมด “เอ่อ คืองี้ ถ้าพี่ให้แพรวลงตรงนี้ก็เหมือนไม่รับผิดชอบเลยไง เพราะงั้นไม่ได้หรอก สรุปว่าแพรวไปหาเพื่อนกับพี่แป๊บนะ เสร็จแล้วเดี๋ยวพี่พาไปเอารถ” “เอ่อ ก็ได้ค่ะ” ที่ฉันตกลงเพราะคิดว่าถึงยังไงก็คงขัดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว“ค่ะ” แล้วเราสองคนก็รีบเดินขึ้นไปชั้นบน ตรงไปยังห้องเชอรีน“โช” เจอกับลูกชายผมตรงหน้าประตูห้องเชอรีนเข้าพอดี สงสัยคงตกใจเสียงร้องลั่นนั้นเหมือนกัน ถึงได้รีบร้อนออกมาดูจะว่าไป เหมือนผมจะยังไม่ได้บอก ว่าผมกับแพรวมีลูก 2 คน เป็นแฝดชายหญิงครับ โชออกมาก่อนเลยเป็นคนพี่ ส่วนเชอรีนออกตามมาทีหลัง ก็เลยกลายเป็นน้องไปโดยปริยาย เขาสองคนเป็นพี่น้องที่อายุห่างกันเพียงไม่กี่นาที บอกตามตรงว่าตอนนั้นผมนี่โคตรดีใจเลย แบบประมาณว่ายิงปืนนัดเดียว ได้นกตั้งสองตัวแน่ะ...(^*^)“เชอเป็นไรไม่รู้ ผมได้ยินเลยออกมาดู” โชตอบผมกลับมานิ่งๆ ลืมบอกว่าไอ้ลูกชายผมคนนี้มันนิสัยไม่เหมือนผมเลยสักนิด ไม่รู้ว่าไปได้เชื้อไอ้ความนิ่งมาจากใคร นี่ขนาดกำลังตกใจเสียงเชอรีนนะ แต่ผมก็ยังไม่เห็นความร้อนรนจากลูกชายผมคนนี้สักเท่าไหร่เลย แต่เอาเป็นว่าผมชินกับนิสัยนี้ของโชแล้วละกัน ประเด็นที่ควรสนใจตอนนี้ คือเชอรีนร้องลั่นบ้านทำไมมากกว่า“พ่อกับแม่ก็ได้ยิน”“งั้นผมเคาะประตูดูก็แล้วกัน”ก็อกๆๆ...แอ๊ด...“กรี๊ด!!! พี่โช พ่อกับแม่คะ เชอทำได้แล้วค่ะ เชอทำได้แล้ว กรี๊ดๆๆๆ เยสๆๆ!!!!!” ต้องให้ผมบรรยายอาการเชอรีนมั้ย ว่าพอเปิดประตูมาปุ๊บ ก็ท
เขาถามนิ่งๆ เล่นเอาฉันงง ไปต่อไม่ค่อยถูก“ก็ หอมแก้มเป็นรางวัลไงคะ พี่ไม่ดีใจเหรอ”“ดีใจจนช็อกเลยต่างหาก เมียพี่ไม่ให้เวลาตั้งตัวเลยอ่ะ” แล้วอยู่ๆเขาก็ยิ้มออกมา ยิ้ม เอ่อ ยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาก็แปลกๆ ยิ่งตอนนี้เขาเลื่อนหน้าลงมาหาฉัน ฉันก็ยิ่งเห็นประกายแพรวพราวในแววตาเขาชัดขึ้น“พะ...พี่ พี่จะทำอะไรอ่ะ” ตัวฉันเริ่มสั่นยังไงไม่รู้ ลมหายใจเริ่มติดขัด ก็เพราะเขานั่นแหละ เขาทำฉันร้อนๆหนาวๆไปหมดแล้ว“พี่จะบอกว่า รางวัลของแพรวมันมีผลข้างเคียง”“ผลข้างเคียง?”“ครับ”“อะ...อะไรเหรอคะ”“ก็...” เขาเลื่อนหน้าลงมาใกล้ฉันอีกนิด“มันทำให้พี่อยากต่อแขนต่อขาให้ลูกยังไงก็ไม่รู้สิ”“พี่ฌอน!” ฉันตกใจจนตาแทบถลน นี่แค่ฉันหอมแก้ม มันทำให้เขาถึงกับหื่นเลยเหรอ!!?“พี่ขอนะ ขอชื่นใจหน่อยนะครับ อยากเข้าหอใจจะขาดแล้ว”“แต่ว่าเรา เรายังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะ” ฉันขมวดคิ้วแล้วถามเขาออกไปแบบไม่ค่อยจะเต็มเสียงเท่าไหร่“ก็เข้าหอก่อนแต่งไง ไม่เห็นเป็นไร แพรวลืมแล้วเหรอ ว่าก่อนหน้านี้ เราก็เคยเข้าหอกันไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว”“พี่ฌอนบ้า” เขาทำฉันอายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว คนบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้ ถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะ“ห
“แพ็คเกจดูแลแพรวกับลูกไปตลอดชีวิต” เขาบอกฉันแล้วคุกเข่าลง พร้อมๆกับหัวใจฉัน ที่มันเต้นเร็วและแรงขึ้น“แต่งงานกับพี่นะ”“พี่ฌอน” ฉันยิ้มกว้างแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันรีบพยักหน้าอย่างไม่ลังเล“ค่ะ แพรวตกลง แพรวตกลง ฮือๆๆ”“เมียพี่ขี้แยอีกแล้ว”“ก็คนมันดีใจนี่นา” ฉันยิ้มบอกทั้งน้ำตา ก่อนยื่นกล่องกำมะหยี่ให้เขา เพราะเมื่อกี้ฉันถือติดมือมาด้วย“เร็วๆสิคะ เดี๋ยวไม่ครบสูตร” ฉันเร่งเร้า ก็เขาไม่ยอมรับกล่องไปสักที“ตรงนี้จะดีเหรอแพรว ไม่ถือเหรอ”“ถามมาได้ ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ”“นั่นสินะ” เขายิ้มเจื่อนก่อนรับกล่องแหวนไปเปิดแล้วดึงแหวนออกมา“พี่รักแพรวนะ” เขาบอกก่อนสวมแหวนให้ฉัน ไอ้ฉันก็น้ำตาร่วงเอาดื้อๆ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย ไม่คิดไม่ฝันเลย ว่าชีวิตผู้หญิงธรรมดาๆอย่างฉัน จะมีโอกาสได้สัมผัสโมเม้นต์โคตรโรแมนติกแบบนี้กับเขาด้วย เคยแต่นั่งอิจฉานางเอกในนิยาย ไม่คิดเลยว่าฝันจะเป็นจริง“พี่ฌอน” ฉันโน้มตัวลงไปรั้งเขาขึ้นมา“ขอบคุณนะคะ”“พี่ก็ขอบคุณแพรวเหมือนกัน จากนี้ พี่จะดูแลแพรวเองนะ ที่รักของพี่”“อือๆๆ” ฉันพยักหน้ารัวๆทั้งน้ำตา ก่อนพุ่งเข้าไปกอดพี่ฌอนจนแน่น เขาเองก็กอดฉันตอบแน่นม
ฉันผลักเขาออกอย่างแรง จนเขาแทบหงายหลัง แต่ช่างเขาสิ เขาจะเป็นยังไงก็ช่าง ฉันไม่สนใจหรอก“แพรว โกรธพี่เหรอ”“แพรวไม่ได้โกรธ แต่แพรวเกลียดพี่ ไปเลยไป ออกไปจากบ้านแพรว แล้วต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งกับแพรวอีก คนโกหก คนหลอกลวง!”“อะไรกันแพรว พี่งง พี่ไปหลอกอะไรแพรว”“ก็หลอกว่ารักแพรวไง พี่ทำดีซะจนแพรวเกือบเชื่อ เพราะแพรวมันโง่ แต่ก็ดีเหมือนกัน ที่พี่รีบทำให้แพรวเห็น ว่าทุกอย่างมันหลอกลวง สุดท้าย พี่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานมั่วผู้หญิงไม่เลือกของพี่อยู่ดี วันนี้ที่หายไปทั้งวัน คงไปกกกันมาจนหนำใจสินะ แล้วนี่กลับมาทำไมล่ะคะ ทำไมไม่กกกันต่อล่ะ กลับมาทำไม กลับมาทำไม!!!” ฉันไม่ใช่แค่พูด แต่พุ่งเข้าไปทุบตีเขาด้วย ทุบทั้งน้ำตาแบบนี้นี่แหละ ฉันกลั้นไม่อยู่แล้ว มันทั้งเสียใจ ทั้งโมโห โกรธทั้งเขา แล้วก็โกรธทั้งตัวเองที่โง่ปึกๆๆ!!!ฉันระดมทุบไม่ยั้ง ก็ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว“แพรว เดี๋ยวแพรว ฟังพี่ก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่แพรวคิด พี่อธิบายได้นะแพรว”“แพรวไม่ฟัง ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น แพรวเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว เข้าใจแล้วว่าพี่มันเลว ฮือๆๆ ถ้าไม่รักกันจริงแล้วมาหลอกกันทำไม มาให้ความหวังกันครั้งแล้วครั้งเล่า
เช้าวันต่อมา...“พี่ฌอน!” ที่ต้องอุทานชื่อพี่ฌอนเป็นอันดับแรกทันทีที่ลืมตาตื่น เพราะฉันฝันประหลาดด้วยล่ะ มันน่าขนลุกจนฉันต้องตกใจตื่น ในฝันมันเหมือนจริงมากเลยล่ะ ตอนแรกนึกว่าเป็นความจริงซะอีก แต่พอหันไปสำรวจรอบๆห้อง ทุกอย่างก็ยังปกติดีนี่นา ประตูยังอยู่สภาพเดิม ไม่มีร่องรอยการถูกเปิด งั้นก็คงไม่ใช่ความจริงหรอก เพราะในฝัน คือพี่ฌอนมานอนกับฉันในห้อง เขากอดฉันแน่นจนเราแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แถมเขายังขู่ฉันด้วย...ถ้าไม่ให้กอด พี่จะปล้ำเขาขู่ฉันแบบนี้แหละ ฉันจำได้แม่นเลย ฉันเลยต้องยอมให้เขากอด เอ่อ กอดในฝันน่ะ เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องจริง ในเมื่อประตูยังปิดอยู่เลยนี่เนอะ แล้วเขาจะเข้ามาได้ไง“เอ๊ะ!?” พอฉันทำท่าจะลุกจากเตียง หางตามันก็เหลือบไปเห็นบางอย่าง...พื้นเตียงข้างๆฉัน มันเหมือนจะยุบๆลงไปหน่อย มันเหมือนกับ... ใช่ เหมือนกับรอยคนนอน...หรือว่าจะเป็นพี่ฌอน!!!“คงไม่ใช่หรอก เราน่าจะนอนพลิกไปพลิกมามากกว่า” หาข้อสรุปให้ตัวเองได้ ฉันก็ลุกไปอาบน้ำ ไม่ได้ติดใจมากหรอกกับพื้นเตียงนั่น ก็เพราะคงเป็นฉันเองที่พลิกไปพลิกมา อย่างว่าแหละนะ ตอนหลับ ใครมันจะไปรู้ตัวครึ่งชั่วโมงผ่านไป.
“ดีมากครับ” เอาอีกแล้ว ยิ้มหวานแต่สายตาเลือดเย็น! เข้าข่ายมือถือสากปากถือศีลไม่มีผิด! คอยดูนะ ถ้าข้าวติดคอเขา ฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย“พี่บอกรึยัง ว่าห้ามนินทาหรือว่าแช่งชักหักกระดูกพี่ในใจ” เขารู้ได้ไงอ่ะ!!?“พูดอะไรของพี่ ใครไปแช่งพี่ไม่ทราบ”“ก็เมียสุดที่รักของพี่ไง”“แหวะ! ใครไปเป็นเมียสุดที่รักของพี่ไม่ทราบ”“ก็ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าพี่ไง” เขามองฉันตาหวานเชื่อมเชียว แล้วไอ้ที่แย่ไปกว่านั้น คือฉันก็ดันหวั่นไหวซะด้วยสิ...ใจแข็งเข้าไว้แพรว ใจแข็งเข้าไว้ นึกเข้าไว้ ว่าเขาเคยทำอะไรกับเธอเอาไว้บ้าง“ไม่ต้องมาหยอด แพรวรู้สันดานของพี่หมดแล้ว”“แล้วรู้ด้วยรึเปล่า ว่าพี่รักแพรวขนาดไหน”“ไม่รู้!”“ใช่ พี่เองก็ไม่รู้ เพราะพี่รักแพรวมากจนประมาณค่าไม่ได้”“แหวะ! จะอ้วก”“อ้วก!? แพรวแพ้ท้องเหรอ พี่พาไปห้องน้ำดีกว่านะ” เขาทำท่าจะลุก สีหน้าก็จริงจังมากด้วย“ไม่ใช่ซะหน่อย แพรวจะอ้วกเพราะไอ้คำเลี่ยนๆของพี่ต่างหาก พูดออกมาได้”“อ้าวเหรอ ก็ต้องพูดได้ดิ ก็พี่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ”“แพรวจะกินข้าวแล้ว” ที่ฉันรีบตัดบทแล้วรีบก้มหน้าก้มตากินก็เพราะกลัวจะอ้วกแตกเพราะคำพูดของเขาเข้าจริงๆน่ะสิ วันนี้มีกี







