Se connecterผมนั่งลงกับโต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดีกับเรื่องที่พึ่งเกิดเมื่อสักครู่ ส่วนไอ้เพื่อนตัวดีอีกสองคนต่างพากันจ้องมองไม่วางตา
"ยิ้มอะไรของมึง" มาร์ค มาร์โก้สังเกตมานานได้เวลามันพูดบ้าง "ก็คนมันอารมณ์ดี" ผมตอบมันแล้วหยิบชาเขียวปั่นที่ให้พวกมันสั่งไว้ให้ก่อนหน้าขึ้นดูดคลายร้อน "ไปโดนตัวไหนมาอีกเพื่อนกู ยิ้มจนเหงือกแห้งหมดแล้วมั้งเนี่ย" ต้าร์ รชตเอ่ยแซวอีกคน กลุ่มของผมมีทั้งหมดสามคน รูปหล่อ พ่อรวยและคxxใหญ่ ประโยคนี้ไม่เกินจริง คนอื่นจะขนานนามกลุ่มของพวกผมว่า แก๊งเทพบุตร เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะหน้าตาของพวกเรานี่แหละครับ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเจ้าปั้นมา ผมเป็นลูกครึ่งมีเลือดผสมระหว่างไทย-อังกฤษ-สเปน ไอ้มาร์คลูกครึ่งไทย-สเปน ส่วนไอ้ต้าร์ไทยแท้ สูง หล่อ หน้าคม จมูกโด่ง เห็นแบบนี้หน้าตาของมันหล่อไม่แพ้ผมกับไอ้มาร์คเลยสักนิด แถมเรื่องผู้หญิงยังกินกันไม่ลง "กูเจอว่าที่แม่ของลูก" ตอบคนอยากรู้ด้วยใบหน้าตื่นเต้น โครงหน้าสวยหวานของน้องจานิคยังลอยว่อนในโสตประสาทอยู่ตลอด ใบหน้าของคนตัวเล็กชัดขึ้นทุกวินาที "ใคร?" พวกมันสองคนถามขึ้นพร้อมกัน "น้องจานิค คนที่กูเคยบอกพวกมึงตอนแวะมาดูโครงการปรับพื้นฐานก่อนเรียน" วันที่เจอกับเธอวันนั้นเป็นวันมีสอนวิชาฟิสิกส์ แล้วน้องผมเทาคนนี้ไม่เข้าใจหลายเรื่อง ผมจึงจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเด็กปีสองอธิบายความรู้แบบตัวต่อตัวให้เธอได้ทราบ "ไม่เข้าใจข้อไหนครับ" "ข้อนี้ค่ะอาจารย์" ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองผม มือทั้งสองประนมเข้าหากันทำความเคารพ "พี่ไม่ใช่อาจารย์ครับ เป็นนักศึกษานี่แหละ" บอกแล้วนั่งลงกับเก้าอี้ว่างข้างเธอ "ก็เห็นแต่งตัวมาแบบเต็มยศ" คงเพราะเธอเห็นผมในชุดพึ่งกลับจากบริษัทของคุณดาบิดล่ะมั้ง "ไหนครับ พี่ขอดูหน่อย" "ข้อนี้ค่ะ ตามปกติโลกจะหมุนรอบดวงอาทิตย์ในแต่ละรอบต้องใช้เวลานานเท่าใด" "แล้วน้องคิดว่าประมาณเท่าไรครับ" "ไม่รู้" บอกแล้วส่ายหน้า "ทำไมนักดาราศาสตร์หรือนักบินอวกาศไม่หาคำตอบอะ ทำไมต้องเป็นนักศึกษาที่สมองน้อยแบบนิค" ผมหลุดขำพรืดให้กับคำบอกเล่าของเธอ อีกทั้งยังหาโอกาสถามชื่อคนตรงหน้า "ชื่ออะไรหรือเรา" "จานิคค่ะ แล้วพี่ล่ะคะ" "ยูโรครับ" "ชื่อน่ากินจังเลย ขนมยี่ห้อนี้เค้ากินบ่อย" ผมควรตกใจคำไหนก่อนดี ระหว่างชื่อน่ากินกับคำแทนตัวเองว่า เค้า "แล้วน้องจานิคอยากกินหรือเปล่าครับ" "อยากค่ะ" หึ! ผมหมายถึงตัวผมเนี่ย "วิธีทำคือต้องเปลี่ยนปีให้เป็นวินาทีก่อน นิคก็เอาหนึ่งปีคูณสามร้อยหกสิบห้าวัน คูณยี่สิบสี่ชั่วโมง คูณหกสิบนาทีและคูณหกสิบวินาที ก็จะได้สามสิบเอ็ดจุดห้าสี่คูณสิบยกกำลังหกวินาที หรือสามสิบเอ็ดจุดห้าสี่เมกะวินาทีครับ (31.54 Ms) " ผมตัดบทและอธิบายวิธีเวลาให้เธอได้ทราบ หากปล่อยไว้แบบนี้มีหวังไม่ต้องเรียนกันพอดี "ยูโรกินข้าวกับอะไรทำไมเก่งจัง" "กินเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละแต่เพิ่มพวกอาหารเสริม" "แล้วยูโรรู้ไหมว่าการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เป็นการเคลื่อนที่ในแนวโค้งแบบใด" คนตัวเล็กถามต่อ "พาราโบลาครับ" "พอเรียนแล้วต้องการพาราบ่ล่ะ?" (ต้องการพาราไหมล่ะ?) พูดจบเราสองคนต่างส่งเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน เพราะการเล่นมุกเกี่ยวกับยาพาราเซตามอลที่มีชื่อคล้ายกับกราฟพาราโบลาและบอกว่าชื่อผมน่ากินในวันนั้นทำผมจำไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้ แต่น่าเสียดายที่เธอจำผมไม่ได้แล้ว "จำหน้าได้?" "ไม่เคยลืม" ใบหน้าของเธอยังลอยอยู่ในหัว ใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโต สวมแว่นตาหนาเตอะ ตัวเล็กน่ารักแต่ดูติ๊งต๊อง และยังทำผมสีเทาควันบุหรี่ แล้วเราจะได้เจอกันอีกครั้งในตอนที่โดนสั่งซ่อมเรื่องสีผม ผมไม่มั่นใจว่าอาจารย์ในคณะหรือคณบดีตักเตือนหรือยัง แต่ผมนี่แหละจะเป็นคนตักเตือนเธอเอง ขอเวลาไปหาวิธีก่อนนะครับน้องจานิค "จำไม่ลืมซะด้วย" อีกคนไม่วายที่จะแซว "ใครจะไปลืมวะน่ารักขนาดนั้น ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ เสียงหวานเพราะหู ถ้าได้รวบผมตอนเน็ดท่าหมาน่าจะครางเร้าใจกูดี" "นี่มึงคิดไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ" ไอ้ต้าร์มันถามพร้อมส่งยิ้มร้ายให้ผม ในสมองตอนนี้คงคิดเรื่องเดียวกัน "อย่าว่าแต่คิด กูเตรียมท่าไว้แล้วด้วยซ้ำ" แค่เห็นหน้า ท่าก็มาแล้ว "เจอยูโรชะตากีขาดแน่" "พรูดดดดด แค่ก แค่ก" ไอ้มาร์คกำลังยกน้ำมะพร้าวขึ้นดื่มถึงกับพุ่งออกจากปาก ส่งเสียงไอรบกวนโต๊ะข้าง ๆ เพราะได้ยินประโยควาบหวิวของไอ้ต้าร์ ตอนนี้สีหน้ามันเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อได้ยินผมกับไอ้ต้าร์เล่าไปถึงเรื่องใต้สะดือ แล้วจึงหยิบทิชชูในกระเป๋าสะพายส่งให้มันซับน้ำออก "เบา ๆ บ้างนะเดี๋ยวฟ้ารู้ก็เป็นเรื่อง" เสียงทุ้มของมันเตือน Plaifah : ทำไมถึงให้ผู้หญิงคนอื่นแตะตัวแบบนั้น ไม่ทันขาดคำของเพื่อนสนิท หน้าจอโทรศัพท์แสดงข้อความจากคนที่พวกมันหมายถึงทันที Plaifah : แล้วไปรู้จักอีเด็กนั่นตอนไหน Plaifah : อย่าคิดว่าฟ้าไม่รู้หรือไม่เห็น เพราะมีคนรายงานฟ้าตลอด "แล้วแต่กูไม่สน คนอะไรจู้จี้จุกจิกกับชีวิตกู เมียก็ไม่ใช่" ผมเอ่ยตอบกลับไอ้มาร์คอย่างไม่ใส่ใจแล้วกดปิดหน้าจอเครื่องมือสื่อสาร "แน่ใจเหรอว่าไม่ใช่" "อืม น้องจานิคนี่ไงเมียใหม่กู" "กูภาวนาขอให้ไม่ต้องเจอน้องอีก สงสารน้องเดี๋ยวไม่มีอนาคต" "เอาอะไรมาไม่มี เป็นเด็กกูเดี๋ยวกูจ่ายให้ทุกอย่าง วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร คอยรับศึกบนเตียงจากกูก็พอ" "กูจะอ้วก" คนพูดโก่งคอเสริม เบือนหน้าที่กำลังพะอืดพะอมหนี "อย่างกับมึงไม่เคย" ผมถามมันกลับบ้างเพราะในกลุ่มนี้ไม่มีใครเป็นชายบริสุทธิ์สักคน เรื่องของนารีแต่ละคนโชกโชนไม่ต่างกัน มาร์คไหวไหล่ใส่เพื่อเป็นคำตอบ เห็นเปลี่ยนแต่ละคนไม่ซ้ำหน้ากันสักวันก็แค่ควงเท่านั้นใช่ว่าจะชวนขึ้นเตียงทุกคน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกวันนี้ยิ่งติดกันเร็ว บางโรคสามารถติดทางปากได้อีกด้วย "อย่าให้กูได้ยินว่าอดีตเจ้าของตำแหน่งเดือนมหา'ลัยเข้ารับการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็พอ" "กูป้องกันทุกครั้งครับ" ถึงจะเป็นการเล่นกีฬาบนเตียงสุดสยิวกับผู้หญิงแต่เครื่องป้องกันเพื่อเซฟตัวเองผมไม่เคยพลาดสักครั้ง ใครมันจะเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ "แต่บางโรคมันติดจากปากได้" "แล้ว?" "อย่าบอกว่ามึงไม่…" "แค่เอา ไม่จูบ ไม่อม ไม่เลีย" ก็ไม่ได้สนิทใจที่จะต้องทำมากกว่าการสอดใส่โดยผ่านถุงยางอนามัย มาร์คไม่พูดอะไรต่อ มันนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างเดียว ต่อให้ไม่ได้จูบกันหรือใช้ปากทำอย่างอื่น แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งมีเชื้อมันก็มีโอกาสที่จะติดอยู่ดี ทางที่ดีคือมีคู่นอนแค่คนเดียวและป้องกันทุกครั้ง ติ๊ง! Plaifah : ตอบฟ้าสิ อย่าเงียบ "ตอบหน่อยยูโร กูรำคาญเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มึง" ตาสีสวยทั้งสองข้างถูกกรอกขึ้นมองข้างบนให้กับคำบอกเล่าของไอ้ต้าร์ ก่อนที่จะคว้าเอาโทรศัพท์พิมพ์โต้ตอบกลับไป Euro : อย่างี่เง่า อย่าเอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ และอย่าทำอะไรที่มันล้ำเส้นเพราะมันน่ารำคาญ Euro : เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ อย่าลืม! สนทนากับคนในห้องแชตเสร็จ มือตักอาหารจานด่วนเข้าปากแก้หิว "แล้วนั่นเสื้อมึงไปโดนอะไร" ไอ้ต้าร์ที่นั่งฟังผมกับไอ้มาร์คตอบโต้กันนานเป็นคนถาม "ชาไข่มุกโกโก้ปั่นตอนเดินชนกับน้องจานิคคนน่ารัก" "จะซักออกไหม" "สงสัยต้องให้คนทำซักเสื้อให้แล้วล่ะ" และนี่ก็จะเป็นเหตุผลทำให้ผมได้คุยกับเธออีกครั้ง "ไอ้ต้าร์ น้องคนนี้น่ารักว่ะ จานิค วชิรกานต์ จากคณะวิศวะ" เสียงพูดของไอ้มาร์คพร้อมชื่อจานิคทำผมต้องหยุดกินอาหารเที่ยงก่อนจะขอดูกับพวกมัน รูปถ่ายของเธอสวมชุดนักศึกษาสมวัยปรากฏอยู่ในเพจ Our cute girls ของมหาวิทยาลัยด้วยแคปชันประจำภาพว่า Ocg : Janick Vachi EN46 สาวน้อยหน้ามนคนปากแซ่บ ขวัญใจหนุ่มคณะแพทย์ บริหารและศึกษาศาสตร์ ดีกรีนักกีฬาทีมโรงเรียน #ตัวตึงวิดวะ หนุ่มคณะอื่นมันจะมาสู้คณะเดียวกันได้ยังไง แต่ถ้าพวกนั้นมาหาเธอเพื่อทำคะแนนบ่อย ๆ ก็ไม่แน่ ไม่ได้การแล้ว ขืนปล่อยไว้นานเดี๋ยวโดนไอ้หนุ่มหน้าหล่อคณะอื่นคาบไปกินก่อน Ocg : @Alexander Fernández ตัวท็อปของมอเราแอบมากดหัวใจและกดแชร์ให้น้องแบบนี้แปลว่าสนใจใช่ไหมครับ แอดมินเพจนี่ก็ช่างแซวช่างสังเกต แต่ไม่มีอะไรที่ผมจะต้องปฏิเสธในเมื่อผมสนใจเธอจริง ๆ Alexander : @Ocg สนใจมากครับ อยากได้วาร์ปน้องด้วยครับแอดมิน Ocg : @Alexander Fernández น่าเสียดายครับพี่ยูโร น้องไม่อนุญาตให้แจกวาร์ปครับ "มึงเอาจริงดิยูโร" ไอ้มาร์คกับไอ้ต้าร์คอยกดไลก์คอมเมนต์ของผมที่ตอบโต้กับแอดมินเพจอยู่ตลอด นั่นแปลว่าพวกมันก็กำลังเสือกเรื่องของผมเช่นเดียวกัน "คนอย่างกูไม่เคยเล่น อยากได้คนไหนกูก็ต้องได้" เรื่องผู้หญิงมันไม่เกินความสามารถยูโรอยู่แล้ว "ไอ้นี่ เป้าตึงแล้วมั้งนั่น" เสียงแหวใส่ของไอ้มาร์คทำไอ้ต้าร์หลุดขำพรืด "รีบกินข้าว เดี๋ยวต้องไปดูน้องปีสองกับปีสามทำกิจกรรมรับน้องเด็กปีหนึ่งต่อ" ผมบอกทั้งสองคน ความจริงไม่ได้จะไปดูน้องปีอื่นหรอก ตั้งใจไปดูน้องจานิคคนเดียววันต่อมา"ป๊าปะ ม้าม่ะ" เสียงของเด็กชายยูนิคและยูเรียสเอ่ยเรียกพ่อกับแม่ของตัวเอง เด็กเล็กทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าหาผมกับจานิค"ครับลูก" คนสวยของผมขานรับลูกน้อย แขนยาวกางออกให้ลูกน้อยกระโดดขึ้นมานั่งบนตักทั้งสองคน"…..?" แต่พ่ออยู่นี่ มานั่งกับพ่อก็ได้ครับลูกผมอุ้มเอายูนิคมานั่งบนตักตัวเองแทน หากให้เด็กทั้งสองนั่งทับจานิคเธอคงจะแบกรับน้ำหนักของเด็กดื้อไม่ไหว"ทำไมม้าม่ะกินยูยิค ยูเยียสและนีญ่า" ยูนิคคนดื้อเป็นฝ่ายถาม รอบ ๆ ดวงตาของลูกน้อยมีน้ำสีใสเอ่อล้นขอบพร้อมจะไหลอยู่รอมร่อ"ตอนไหนคะ" คนถูกถามทำหน้าเหวอ ลูกไปเอาความคิดนี้มาจากไหน"ตอนถ่ายยูปครับ" เด็กชายทั้งสองช่วยกันเปิดภาพถ่ายของครอบครัวในอัลบั้มให้คุณแม่ของตัวเองได้เห็น เป็นภาพถ่ายของผมกับเธอช่วงอายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนกว่า ตอนทั้งท้องของจานิคโตมาก ลูก ๆ คงคิดว่าแม่กินตัวเองเข้าไป"แม่ไม่ได้กินครับ แต่ยูยิค ยูเรียสและนีญ่าเติบโตอยู่ในนี้" มือบางกุมมือของลูกน้อยทั้งสองเข้าสัมผัสกับหน้าท้องแฟบ ๆ ของตัวเองตอนนี้จานิคไม่อวบอ้วนมีเนื้อนุ่มนิ่มหนุบหนับเหมือนอย่างกับตอนตั้งท้องหรือพึ่งคลอดเจ้าเด็กแฝดสามแล้ว หุ่นของเธอกลับมาผอมแ
จานิคนั่งตบก้นยูนิคกับนีญ่าให้หายงอแงหลังจากเด็กทั้งสองคนร้องไห้เพราะยังไม่อยากเข้านอนในเวลานี้ แต่ไม่ได้ ผมตามใจลูก ๆ มากเกินไปไม่ได้ เด็กเล็กต้องนอนเยอะ ๆ เพื่อพัฒนาการด้านสมอง ปากเล็กของทั้งสองคาบหัวจุกดื่มนมรอบค่ำก่อนเข้านอน ส่วนผมนั่งกล่อมยูเรียสคนหลับยากให้เคลิ้มหลับ ฝ่ามือหนาตบกระทบเข้าใส่ก้นกลมของลูกน้อยเบา ๆ ให้อีกคนเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันหวานลูก ๆ เริ่มโตผมกับจานิคก็เริ่มแยกห้องนอนกับเด็กแฝด ให้เด็กทั้งสามคนนอนในห้องเดียวกันแต่แยกเป็นคนละเตียงและมีที่กั้นกันลูกตก เพราะสามคนนี้ดิ้นเก่งยิ่งกว่าอะไร"นอนนะลูก พรุ่งนี้ค่อยเล่นใหม่นะครับ""ยูเยียสยังไม่ง่วง" เด็กชายมองผมตาแป๋ว"ไม่ง่วงก็ต้องนอนครับคนเก่ง มันดึกมากแล้วครับ เห็นไหมว่ายูนิคกับนีญ่าหลับแล้ว" ผมบอกลูกชายเสียงเบา พลางหันมองดูคุณแม่ลูกสามอีกทีเธอนั่งสัปหงกจะหลับตามเด็กแฝดสองคนแล้วครับ"ม้าม่ะง่วง" มือป้อมชี้ไปทางผู้เป็นแม่"ครับ ม้าม่ะง่วงแล้วแต่เพราะยูเรียสยังไม่นอน ม้าม่ะเลยไปนอนไม่ได้ครับ""ยูเยียสจะนอนครับ""เก่งมากครับ"ฟอดหอมแก้มกลมลูกน้อยให้ชื่นใจหนึ่งที พลันกระตุกผ้าห่มมาคลุมตัวให้ลูกชาย ใช้ฝ่ามือตบก้นเขาต่อ เป
ถึงคราวเด็กแฝดทั้งสามเข้าเรียน หลังเลิกงานยูโรมักจะแวะมารับฉันที่บ้านทุกวันเพื่อที่จะได้ไปรับลูก ๆ ของเราที่โรงเรียนอนุบาลด้วยกัน คุณพ่อไม่ได้ใช้บริการพี่คนขับรถประจำบ้านแต่เขาเลือกที่จะขับรถครอบครัวไปรับเด็กแฝดด้วยตนเองอย่างอารมณ์ดี ตลอดการเดินทางเขาคอยเล่าเรื่องงานวันนี้ให้ฉันฟัง"นิครู้ไหมครับว่าวันนี้มีลูกค้าเข้ามาโวยวายใส่พี่เรื่องบ้านอีกแล้ว" คุณพ่อเล่าเสียงเรียบ สายตาจดจ่ออยู่กับเส้นทางตรงหน้า ไม่ว่าเจอสถานการณ์อะไรยูโรคนนี้มักหยิบมาเล่าให้ฉันฟังทุกเรื่อง แต่ทุก ๆ ครั้งเขาไม่ได้แสดงความโมโห เกรี้ยวกราดหรือไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องงานให้ฉันได้เห็นเลยสักครั้ง มีเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้กันเสมอมา"เหนื่อยไหมยูโร เราหาเวลาไปพักผ่อนกันดีไหมคะ?" เขาแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียวฉันเองก็รู้สึกแย่ที่ไม่ได้ช่วยงานส่วนไหนของสามีเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว เรื่องงานของบริษัททั้งสองเขาเป็นฝ่ายรับผิดชอบคนเดียวทั้งหมดเขาสัญญากับฉันว่าจะทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ซึ่งเขาก็ทำได้แล้ว"แค่เห็นหน้าของนิคพี่ก็หายแล้วครับ" พลันหยิบมือขวาฉันไปกดจูบเข้าใส่หลังมือซ้ำ ๆ ขณะรอสัญญาณไฟจราจ
Bangkok, Thailandกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทยภายในห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่ตอนนี้มีครูพี่เลี้ยงระดับปฐมวัยยื่นใบสมัครและเข้ามาสัมภาษณ์หลายคน ยูโรเขาวางแผนไว้แล้วว่าต้องการปูพื้นฐานให้ลูกน้อยก่อนเข้าเรียนในระดับอนุบาลอย่างจริงจัง เดี๋ยวเด็กทั้งสามจะคุยกับเพื่อน ๆ คนอื่นไม่รู้เรื่องเรื่องเอาลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลตัดออกไปได้เลยเพราะยูโรไม่ยอม เขามองว่าลูกยังเล็ก ไม่ควรให้อยู่ห่างจากสายตา และอีกอย่างเขาไม่ไว้ใจที่จะเอาลูกไปฝากไว้กับใครก็ไม่รู้ คนเราสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ข่าวคุณครูหรือแม้แต่พี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กก็มีให้เห็นบ่อย ฉันเห็นด้วยที่เราจะรับสมัครคุณครูเข้ามาสอนในบ้านแทน"นิคชอบคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ"ผู้ผ่านการคัดเลือกมีแค่สามคน ซึ่งแต่ละคนต่างเป็นคุณครูที่จบใหม่ ถึงแม้ประสบการณ์ยังมีไม่มาก แต่พวกเธอนั้นเข้ากับลูกแฝดสามสุดดื้อของเราได้ดี และยูเรียสดูเหมือนจะชอบคุณครูแก้วตาเป็นพิเศษเด็กชายยูเรียส อาเซนซิโอ้ เดินเตาะแตะตรงดิ่งไปทางคุณครูสาวคนสวย มือป้อม ๆ และแขนเล็กอวบอัดชูขึ้นเหนือศีรษะ แสดงความต้องการบางอย่าง"อุ้ม…" เด็กชายตัวน้อยบอกคุณครูสวยคนตรงหน้า ตาสีสวยออดอ้อ
"ยูโย…" นีญ่าเรียกชื่อผม มือน้อยชี้ไปยังนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน สวมเสื้อเบอร์แปด ตำแหน่งกองกลางเล่นให้กับทีมเรอัล มาดริด กำลังวิ่งยืดเส้นยืดสายเข้ามาใกล้เธอ"His name is Toni Kroos, you can call him Toni or Kroos." (เขาชื่อโทนี่ โครส นีญ่าเรียกเขาว่าโทนี่หรือโครสก็ได้) ผมบอกกับลูกน้อยเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เธอได้ซึมซับภาษาที่สอง"โทยี่…" เสียงเล็กหวานร้องเรียกชายหนุ่มผมทองตรงหน้า มือป้อมยื่นไปข้างหน้าพยายามคว้าจับคนที่อยู่ไกล"เยส! โทนี่""ยูโย ยูโย" ยูนิคกับยูเรียสต่างพากันโบกมือให้กับนักฟุตบอลชาวสเปนและทีมชาติโครเอเชีย"Sergio Ramos" (เซร์ฆิโอ้ รามอส) ผมบอกกับลูกน้อยทั้งสองแล้วชี้ไปยังผู้เล่นชาวสเปน เขาสวมเสื้อเบอร์สี่และปลอกแขนกัปตันทีม เล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับเรอัล มาดริด ใครรักชีวิตอย่าคิดที่จะเข้ามาปะทะกับกัปตันรามอส ผู้เล่นที่ได้ใบแดงเยอะสุดในลา ลีก้า (La Liga)"ยามอส…""And Luka Modrić" (และลูก้า โมดริช) มือชี้ไปยังนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย สวมเสื้อหมายเลขสิบ เล่นในตำแหน่งกองกลางของเรอัล มาดริด"โมยิช…""ครับลูก รามอสกับโมดริช"แต่คนที่ตื่นเต้นมากกว่าเจ้าเด็กแฝดคงหนีไม่พ้นคุ
Madrid, Spainกรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศสเปนอากาศในช่วงนี้ไม่มีวันใดคงที่หรือหยุดนิ่ง นั่นถือว่าแปรปรวนเป็นบางครั้ง บางวันหนาวเย็น บางวันฝนตก อุณหภูมิอยู่ในช่วงประมาณสิบถึงยี่สิบเอ็ดองศาเซลเซียส เวลาหนาวก็หนาวเอาเรื่องผมเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนจึงไม่จำเป็นต้องปรับตัวอะไรมากมาย ลมเย็น ๆ และหิมะตกนั่นทำให้ผมรู้สึกสดชื่นไม่น้อย แต่ลูกกับคุณภริยาสุดที่รักของผมนี่สิพวกเขาเคยอยู่แต่เมืองร้อน ร้อนชนิดที่ว่าหลังซักเสื้อผ้าเสร็จเพื่อนำไปตากเพียงแค่สะบัดทีสองทีคือเครื่องนุ่งห่มอาภรณ์แห้งกรอบอากาศมันร้อน ร้อนฉิบหายวายวอด นี่แดดเมืองไทยหรือไออุ่นจากนรกกันแน่"ฮัด...ชิ่วววว" ไม่ทันขาดคำเสียงคนข้างกายได้จามออกมาไม่หยุดตั้งแต่มาถึงขอบคุณสวรรค์ที่ลูก ๆ ทั้งสามคนของผมไม่เป็นอะไรมากเพราะได้ผมไปเยอะ ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นกับเครือญาติฝั่งคุณดาบิดส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่"กินยาแล้วนอนพักนะครับ" หยิบยาแก้แพ้และน้ำเปล่าบริสุทธิ์ให้คนป่วย โน้มใบหน้าเข้าหาแล้วฝังริมฝีปากใส่หน้าผากมน นั่งดูอาการจนเธอหลับสนิทจึงหมุนตัวออกจากห้องลงไปชั้นล่างพูดคุยกับพี่ชายของคุณพ่อ แลกเปลี่ยนความคิดถามสารทุก







