Masukนับตั้งวันนั้นพันวาก็เหมือนคนอาการหนัก สวมบทบาทหมาว้อพร้อมพุ่งเข้าสวบคอทุกคนที่พากันเมืองมองเมียเขามันอาการหนักถึงขั้นพอเรียนจบคลาสแทนที่จะกลับห้องไปนอนดี ๆ เป็นคุณชายตามที่เมียต้องการให้เป็น เจ้าตัวกลับเอาเวลามานั่งเฝ้าคนพี่ถึงห้องเรียน มิหนำซ้ำ ยังจิกตามองใส่ทุกคนในห้องที่ชำเลืองมองคนข้างกายประหนึ่งจงอางหวงไข่ ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ผู้สอน ทำให้อาจารย์ที่ถูกชายหน้าดุมองกดดันทุกท่วงท่าต้องปล่อยนักศึกษาก่อนเวลาอีกแล้วใช่...อีกแล้ว… เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์จำต้องปล่อยนักศึกษาออกจากห้องก่อนเวลา “จะมานั่งหน้าดุเฝ้าพี่เรียนทำไม ทำไมไม่ไปนอนรออยู่ห้องดี ๆ” ไซซีพูดดูเด็กดื้อข้างตัว ปากอยากดุว่าแรงกว่านี้ แต่เธอก็กลัวเด็กมันจะฝังใจจนไม่รักกันมากกว่าเวรกรรมของอีพวกแพ้ทางผัวหมาเด็กจริง ๆ พอคิดจะดุว่าแรง ๆ ก็ไม่กล้า ด้วยกลัวถูกไม่รักเหมือนเดิม“ก็วาไม่อยากให้พวกนั้นมามองที่รักนี่นา เลยเอาตัวมาขวาง เป็นไงวาทำดีป่ะ” เบียดตัวเข้าหาคนพี่ พลางช้อนตามองปริบ ๆ “หรือที่รักอยากให้วากลับห้องไปมากกว่า ตอบมาตามตรงได้เลยนะ” บอกหน้าหงอยหูลู่หางตก“ถ้าพี่อยากให้กลับห้อง?” ไซซีเลิกคิ้วถาม“อือ ๆ เข
หลายสัปดาห์ต่อมา หลังจากทำเรื่องตัดขาดจากที่บ้าน และทำเรื่องย้ายทะเบียนเข้าบ้านว่าที่เมียเสร็จเรียบร้อยแล้ว สองคนพี่น้อง (ที่ทำตัวยิ่งกว่าผัวเมีย) ก็ถึงกำหนดกลับประเทศไทยเพื่อมาเรียนต่อกันเสียที เช้าวันนี้พันวาตื่นขึ้นมาบนเตียงหลังกว้าง โดยไร้เงาของคนพี่คอยนอนอยู่ข้างเคียง ก่อนจะหยิบเอาแผ่นกระดาษโพสต์อิทที่แปะติดอยู่บนหน้าผากมาอ่าน ‘วันนี้พี่มีสอบแต่เช้า กับข้าวอยู่บนเตา ถ้าหิวก็อุ่นกินได้เลย ’ ข้อความที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษพาให้เขาต้องส่ายหัว พลางคลี่จุดมุมปากกับความน่ารักนี้ของอีกฝ่าย “ขยันทำตัวน่ารักขึ้นทุกวัน” พึมพำน้ำเสียงมันเขี้ยว มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตไว้บนหัวเตียงขึ้นมาเปิดเพื่อดูเวลา ‘08 : 01 น.’ ระยะเวลาปัจจุบันมันทำให้คนที่โอ้เอ้ต้องรีบลุกจากเตียง แล้วก้าวพาตัวเองเข้าไปจัดการธุระให้เรียบร้อย กระทั่งแปดโมงเกือบเก้าโมงเช้า คนตัวสูงก็เดินสาวเท้าออกมาจากห้องคอนโดหรูแถบใจกลางเมืองหลวง อันถูกคนพี่ตกลงเซ็นสัญญาซื้อไปหลักล้าน แล้วจับมัดมือชกให้เขามาอยู่ด้วยกัน พันวาเดินควงกุญแจรถสัญลักษณ์ดุดันลงมายังลานจอดรถ ก่อนจะกดเปิดสตาร์ทรถจนได้ยินเสียงดังกระหึ
เพียะ!ขณะที่คนทั้งห้ากำลังจ้องมองกันไปมาด้วยสายตาแตกต่างกัน คิมหันต์พลันถูกมือปริศนาฟาดตบใบหน้าเข้าเต็มแรงจนหน้าหันขวับคอแทบเคล็ด“มีสิทธิ์อะไรมาตบคนของอีซีวะ!” ตวาดถามเสียงดัง พอปล่อยให้มาเคลียร์ใจพูดคุยกับคนที่บ้านคนเดียว ส่วนเธอแอบมองอยู่ห่าง ๆ ก็ไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ทะนุถนอมมาอย่างดีจะถูกพี่ชายแท้ ๆ ลงไม้ลงมือใส่แบบนี้มันโคตรจะน่าหงุดหงิดฉิบหาย แก้มสากที่มักจะถูกเธอหอมแก้มยุบบุ๋มอยู่เสมอตอนนี้ข้างหนึ่งกลับบวมตุ่ยประหนึ่งถูกผึ้งต่อยการโผล่มาของไซซีทำให้บรรยากาศที่อึดอัดกลายเป็นความตกใจเข้ามาแทนที่ในพริบตา สองสามีภรรยาไม่มีทางที่จะไม่รู้จักกับ ‘หวัง ไซซี’ ลูกสาวคนโตของ ‘หวัง ซีเหอ’ นักธุรกิจชื่อดังจากเกาะฮ่องกง“หลานซี… เรามานั่งคุยกันดี ๆ กันได้ไหม” เกริกไกรมองลูกสาวคนที่มีส่วนช่วยประคับประคองบริษัทตนให้รอดมาหลายสิบปี“คนของหนูถูกตบซะหน้าหัน แต่คนที่บ้านไม่มีแม้แต่จะห้ามปรามคนทำ แล้วถามคนโดนด้วยซ้ำ คิดเหรอว่าหนูจะมีอารมณ์ไปนั่งพูดคุย?” เธอพูดจิกตาใส่คนทั้งสี่“คนของหลาน?” ชายวัยกลางคนถามย้ำ “ใช่คนของหนู เพราะหนูเป็นคนที่ทำให้เด็กมันใจแตกอยากแต่งงานในวัยเรียนเองแหละ” ยอมรับหน้
“มาอยู่นี่เอง” ไซซีที่เดินตามหาทั่วบ้านพูดเสียงติดหอบ ไม่รู้งอนอะไรเธออีก ถึงได้มานั่งหน้ายับย่นอยู่หน้าพัดลมตัวจิ๋วแบบนี้ แล้วรุ่นนี้ดันงอนเก่งซะด้วยสิ“เป็นอะไร?” กระแซะเข้าหาคนที่มองกันแค่หางตา“ไม่พอใจ ทำไมแม่ป้าไม่ยอมตกลงไปกัดก้อนเกลือกินด้วยกัน”“ก็พี่ไม่อยากได้ลำบากแล้วนี่นา ลำบากมาแล้วตั้งสามปีแน่ะ” เธอบอกสายตาเอ็นดูหมาขนฟู คิดว่าจะล้มเลิกความคิดนี้ไปตั้งแต่วันที่โดนอาป๊าเข้ามาห้ามปรามวันนั้นแล้วซะอีก“ไปลำบากทอดไข่นกกระทาด้วยกันเท่ดีออก” คนที่แกล้งงอนพอเป็นสีสันชีวิตเอ่ย“ก็เท่ แต่มันไม่อิ่ม” ส่ายหัวคล้ายคนอ่อนใจRrrrเสียงริงโทนสายเรียกเข้าแผดร้องดังลั่นชวนแสบหู เรียกให้คนที่นั่งเกยกันต้องหันมองโทรศัพท์มือถือที่สั่นครืดคราดอยู่บนกระเบื้อง‘แม่’เบอร์ที่ถูกบันทึกชื่อไว้ขยับเคลื่อนขึ้นลงเด่นหน้าบนหน้าจอที่กำลังสว่างวาบ“ครับ?” เขาหยิบขึ้นมากดรับ ก่อนกรอกเสียงลงไป[น้องวาอยู่ไหนคะ]“ฮ่องกงครับ” พันวาตอบมารดาไปตามตรง[กลับบ้านมาคุยกันหน่อยค่ะ แม่กับทุกคนจะรอ][ถ้าอยากได้เมียต้องกลับมาคุยนะคะ] ปลายสายดักคอ“ได้ครับ วาจะรีบกลับ”เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความแปลกไปของมารดา ความจริง
มารดาที่ร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว เพื่อกัดฟันอุ้มท้องเด็กคนหนึ่งให้รอดปลอดภัยจึงต้องนอนอยู่บนเตียงเสมอกระทั่งคลอดออกมานายหญิงตระกูลหวังก็ได้สิ้นใจจากไป พร้อมกับเสียงแผดร้องไห้ของเด็กทารกผู้ลืมตาออกมาดูโลกเป็นครั้งแรกตัวเธอในตอนนั้นยังเด็กก็นึกเกลียดชังเด็กชายที่พรากมารดาให้ตายจาก จึงไม่คิดมองหรือเฉียดเข้าใกล้ใด ๆจนวันที่เด็กคนนั้นถูกลักพาตัวไปเธอถึงได้ยอมลดทิฐิลงแล้วโอบกอดเด็กคนนั้นเป็นครั้งแรกในรอบสามปีทำให้มรดกที่บิดาร่างไว้เพียงเธอ ต้องถูกรื้อมาร่างใหม่อีกครั้ง เพื่อแบ่งทุก ๆ ส่วนให้เทียบเท่ากัน ซึ่งขนาดสัดส่วนถูกแบ่งออกไปให้น้องชายตัวแสบแล้วถึงเกินครึ่ง แต่ความร่ำรวยของเธอมันยังมีมากเหมือนไม่ถูกลดลงดั่งเก่าอยู่ดี ทำเอาเธอเซ็งจัดกับความมีมากเกินไปใครเขา จากเอียนหนักอยู่แล้วก็เอียนยิ่งกว่าเดิม“แล้วอาป๊ายังฝึกทุกอย่างให้พี่มาแต่เด็กอีก เงินทองของมีค่าเห็นจนเอียนอะ เจอบ่อยไม่พอ ยังได้มาง่ายอีก”และขนาดลงทุนเล่น ๆ ยังฟันกำไรมาเป็นกอบเป็นกำ เล่นเอาเม็ดเงินพูนเพิ่มมากกว่าเก่าเพราะความทำอะไรก็แทบไม่เคยขาดทุน มีแต่ไปฟันกวาดเอากำไรมา บิดาที่ไม่เคยหวงลูกสาวเหมือนบ้านอื่น กลับนึกกัดกลุ
หลายวันผ่านไปหลังจากวันนั้นที่เขาได้ตอบตกลงไปทำงานในบริษัทเครือตระกูลหวัง อันความสะดวกสบายที่เคยพานพบก็ได้มลายหายไปในพริบตา เขาต้องทนถูกโขกสับจนร่างกายเหนื่อยอ่อนกลับมาซุกพุงคนพี่ทุกค่ำถึงจะเหนื่อยอ่อนจนมีความคิดอยากยอมแพ้มันไปให้จบ ๆ ซะกลางคัน ทว่าความคิดนี้กลับถูกปัดทิ้งออกจากสมองในทันควันอีกฝ่ายสู้ และทำเพื่อเขามาตั้งเยอะ ถ้าแค่นี้ยังทนเท่าไม่ได้ ในอนาคตหากมีลูกหลานขึ้นมาคงโดนล้อยันตาย“เหนื่อยมากเลยเหรอ” ไซซีเดินถือน้ำเย็น ๆ มาวางบนโต๊ะเตี้ย ก่อนถามกับคนที่แลดูเหนื่อยล้า“มาก” ตอบเสียงเหนื่อย แล้วคลานเข้าไปนอนหนุนตักเล็กเพื่อพักสายตา มือเรียวขยับลูบไล้เรือนผมหนาดำสนิทของคนผู้นอนหนุนตักตนอย่างเนิบนาบเชื่องช้า ความน่ารักเหมือนหมาบางแก้วขนฟูที่วิ่งเล่นจนเหนื่อยอ่อน แล้วกลับมาซุกเจ้าของ มันทำเอาเธอยิ่งรู้สึกหลงรักหน้ามืดตามัวหนักกว่าเดิมอีกมุมน่ารัก ๆ ที่น้อยครั้งจะได้เห็นมันทำเอาเธออยากจะเซ็นยกมรดกที่มีให้กับเด็กมันให้หมดเลย“ถ้าเหนื่อย… งั้นกลับบ้านดีไหม” เธอพูดกับคนที่หลับตาพริ้ม“ไม่!” ปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมส่ายหน้าหนักหน่วง จนศีรษะมุดเข้าหน้าท้องคนพี่หนักกว่าเดิม“ทำไมล่ะ?”







