LOGINความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการลองเล่นกับหัวใจ นางเอกโดนเพื่อนท้าให้จีบหนุ่มเย็นชาอย่างพระเอกที่ใครๆก็ต่างรู้ว่ากิตติมศักดิ์ของพระเอกนั้นไม่ธรรมดา ทั้งเย็นชา ทั้งเข้าถึงยาก ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร รักสันโดษเป็นที่สุด แต่เมื่อท้ามาคนที่ชอบท้าทายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างนางเอกมีหรือจะไม่ลองดู ตอนแรกก็ตึงอินโทรเวิร์ทสุดๆนางเอกจีบเท่าไหร่ก็เมินแต่พอโดนอ่อยบ่อยๆจนติดใจเท่านั้นแหละ ตามหวงนางเอกไม่ห่าง "แล้วจะให้ฉันทำยังไงถึงจะห้ามเธอได้" "เฮียชอบแพรไหมล่ะ ถ้าชอบก็จีบแพรสิ"
View Moreสี่ปีที่แล้ว...
"วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์อะ มีแต่คนซื้อดอกไม้ไปให้แฟนกันเต็มเลย ฉันอยากซื้อไปให้แฟนบ้างจัง แต่ติดตรงที่พ่อกับพี่ชายไม่ให้มีแฟนนี่สิ เซ็งมากเลย"
น้ำตาลเด็กสาววัยมัธยมตอนปลายพูดขึ้นหลังจากที่ได้เห็นภาพคู่รักวัยใสหลายคู่เดินถือดอกไม้พร้อมกับถุงของขวัญยิ้มหน้าบ้านไปถึงรูหูอย่างหน้าหมั่นไส้เดินผ่านหน้าของเธอที่มองอยู่ตรงม้าหินอ่อนสีหน้าเซ็งอย่างเบื่อหน่าย
วันนี้เป็นวันแห่งความรัก คนมีคู่คนมีความรักจึงดูสดใสโลกเป็นสีชมพูกันถ้วนหน้า แต่คนที่ไม่สามารถมีความรักในวัยเรียนแบบเธอได้ จึงไม่ค่อยสดใสกับวันนี้เท่าไหร่ เหตุผลก็เพราะว่า เธออิจฉาตาร้อนนั่นเอง
"เมื่อไหร่พี่กับพ่อของฉันจะเข้าใจความเป็นวัยรุ่นของเราวะแพร" น้ำตาลหันไปถามเพื่อนข้างๆ ที่นั่งฟังเพลงจากหูฟังในขณะที่มือก็นั่งระบายสีลงในกระดาษที่ถูกตัดเป็นรูปหัวใจไปด้วย แต่เพราะเห็นสิ่งที่เพื่อนกำลังทำอยู่ คิ้วเรียงสวยแบบที่ไม่ต้องใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดของน้ำตาลจึงเลิกขึ้นอย่างฉงนใจ ว่าเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ ระบายสีกระดาษหัวใจนั่นทำไม
หรือว่าเพื่อนของเธอแอบมีความรักเหรอ?
"ยัยแพร! เดี๋ยวนะ...นี่แกอย่าบอกนะว่าจะเอาไอ้หัวใจนี้ไปให้ผู้ชายอะ"
"อื้ม ฉันจะเอาไปให้คนที่ฉันชอบอะ"
"ใคร?" คิ้วเรียงสวยของน้ำตาลขมวดเข้าหากันหนักกว่าเดิมเมื่อเพื่อนบอกว่ามีคนที่ชอบ
"ไม่บอกหรอก ความลับ" แพรวาหยุดมือที่กำลังระบายสีก่อนจะหันไปตอบเพื่อนสีหน้ายิ้มมีความสุขแบบน่าหมั่นไส้ใส่เพื่อน จนเพื่อนต้องรีบว่ากลับด้วยความหมั่นไส้กลับไป
"หน็อยแหนะ ฉันจะฟ้องอาเธียรว่าแกมีความรัก"
"ฟ้องเลย พ่อของฉันรู้แล้วค่ะ" เพราะเธอชอบเผลอเขียนไดอารี่ถึงอีกฝ่ายเก็บไว้มาโดยตลอด พ่อที่ชอบแอบเข้ามาหาจึงพอจะดูออก ก็เลยแกล้งมาถามเธอว่าแอบมีความรักหรือเปล่า และด้วยความเป็นเด็กใสๆ ของเธอจึงยอมรับกับพ่อไปตรงๆ ว่าแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่าเขาคนนั้นคือใคร
แต่วันนี้เป็นวันแห่งความรักพอดี เธอก็เลยถือโอกาสนี้จะไปบอกชอบเขาคนนั้น
"นี่แก..." น้ำตาลได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เมื่อเพื่อนพูดออกมาแบบนั้น ได้ไงกัน เพื่อนสามารถมีความรักได้ไงกัน!
"ฉันขอตัวไปหาเขาก่อนนะตาล เดี๋ยวฉันมา ไม่ต้องตามมานะ" บอกกับเพื่อนสนิทเสร็จ แพรวาก็รีบจัดเก็บสิ่งของที่เธอทำไว้ก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อยก่อนจะรีบลุกออกจากเก้าอี้ม้าหินอ่อน วิ่งไปยังสถานที่ลับของโรงเรียนที่อีกฝ่ายชอบไปนั่งเงียบๆ อ่านหนังสือเล่นอยู่ตรงนั้นคนเดียวบ่อยๆ
.
.
.
กึก!
เขานั่งอยู่ตรงนั้น...หลังจากที่แพรวาเดินมาถึงสถานที่ที่คิดว่าอีกฝ่ายจะมานั่งอยู่ตรงนี้ ภาพเบื้องหน้าของเธอตอนนี้จึงเป็นภาพชายหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้คนเดียว โดยที่ตรงหน้าเขาเป็นบึงดอกบัวสีชมพูสวยงาม รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี อากาศดีบริสุทธิ์สุดๆ เหมาะมากที่จะมานั่งปลีกวิเวกนั่งอ่านหนังสือคนเดียว และเหมาะมากที่เธอจะเดินไปสารภาพว่าชอบเขาด้วย
ตึก ตึก ตึก
สองเท้าค่อยๆ เดินอย่างไม่รีบนัก มุ่งหน้าไปหาเจ้าของเรือนผมสีดำที่กำลังนั่งอ่านหนังสือโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังเดินไปหา
กึก!
"ดอกไม้ค่ะเฮียไค" สองมือนุ่มยื่นดอกกุหลาบสีแดงพร้อมการ์ดหัวใจและพวงกุญแจหัวใจที่เธอได้ลงมือทำเองก่อนหน้านี้ส่งให้คนที่กำลังละสายตาจากหนังสือขึ้นมามองเธอ
ไคโรเด็กหนุ่มวัยมัธยมปีที่หก เด็กหนุ่มผู้รักความเงียบสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ตอนนี้ดันกลับมีคนกำลังสร้างความน่ารำคาญให้กับเขาเสียแล้ว ดอกกุหลาบสีแดงและการ์ดหัวใจสีแดงที่กำลังรอการรับจากมือของเขา บ่งบอกได้อย่างดีว่ามันหมายถึงอะไร
เขาที่มีความฉลาดเป็นกรด ตีความหมายกับการกระทำนั่นของเด็กสาวรุ่นน้องได้ไม่ยาก แต่การกระทำแบบนั้นของเธอ มันกำลังทำให้เขารู้สึกไม่พอใจและรำคาญ วันนี้มีผู้หญิงหลายคนที่ดึงความกล้าของตัวเองออกมาแล้วทำเช่นเดียวกับแพรวาและถูกปฏิเสธไป
และเขาก็ไม่คิดว่าเด็กสาวที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างแพรวา จะกระทำเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่โดนปฏิเสธด้วยเช่นกัน
ไคโรมองดอกไม้และการ์ดในมือของแพรวานิ่ง ก่อนจะช้อนสายตาแล้วถามคนตรงหน้าสีหน้าราบเรียบ...
"เอามาให้ฉันทำไม?"
"แพรชอบเฮียค่ะ" เพียงไม่กี่วินาทีที่ไคโรได้ยินประโยคที่ทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมา เขาก็ไม่รีรอที่จะตอบกลับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าและสายตาที่เย็นชากลับไป "เธอควรตั้งใจเรียนให้ได้เท่าเรื่องไร้สาระพวกนี้สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี" เสียงแตกหนุ่มนิ่งๆ ของไคโรว่าจบแค่นั้น เขาก็ยัดกายขึ้นเดินผ่านหน้าของแพรวาไปทันที ไปโดยที่ไม่หันกลับมา และไม่เหลือเยื่อใยให้เธอแม้แต่นิดเดียว
เขาปล่อยให้เธอยืนหน้าชา จุกอกกับคำพูดนั้นจนน้ำตาที่พยายามเก็บไว้มันไหลออกมาในที่สุด
เจ็บ! นี่คือความเจ็บปวดครั้งแรกที่เธอได้รับจากการรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตเพื่อมาบอกชอบผู้ชายเย็นชาที่ไม่มีหัวใจอย่างเขา
สองปีต่อมา...หลังจากที่ผมเรียนจบเรียบร้อยแล้ว และมีคนรักอย่างแพรวาอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จของผม ไม่ว่าจะวันรับปริญญาที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือนก่อน หรือแม้กระทั่งวันที่ผมเข้ารับตำแหน่งในบริษัทที่พ่อได้เตรียมไว้ให้ผมดูแล แพรวาก็ยังอยู่เคียงข้างผมเสมอผมดีใจมากที่ทุกก้าวของผมมีผู้หญิงที่รักและพร้อมเอาใจช่วยผมอยู่เคียงข้างด้วยกันตลอดแบบนี้ ในชีวิตผมที่ไม่เคยมีอะไรเลย แลดูเหมือนจะว่างเปล่า เปล่าเปลี่ยวและน่าเบื่อมากๆ พอมีแพรวาเข้ามายุ่งวุ่นวาย ผมยอมรับเลยว่าเธอทำให้ชีวิตของผมมีชีวิตชีวามากขึ้น และก็ทำให้ชีวิตของผมไม่น่าเบื่ออีกต่อไปเพราะฉะนั้นแล้ว วันที่เธอบอกว่าจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับผมอีกวันนั้น มันเลยทำให้ผมกระวนกระวายมาก ก็ใครมันจะไปยอมละครับเข้ามาทำให้ผมรู้จักความรัก รู้จักความสุขจากเธอ แล้วจู่ๆ จะเดินออกไปง่ายๆ ผมก็ไม่ยอมดิดังนั้นแล้ว วันนี้เราสองคนก็เลยหมั้นกันครับ...ใช่ครับ ณ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในพิธีหมั้นของผมกับแพรวา และเรากำลังจะสวมแหวนหมั้นให้กันครับ"ไคสวมแหวนหมั้นให้น้องสิลูก" เสียงคุณยายของผมบอกให้ผมสวมแหวนให้คู่หมั้นที่นั่งอยู่ตรงหน้า ผมจึงหยิบแหวนหมั้นที่เตรียมไว้ซึ่งมัน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...หลังจากที่ฉันกับน้ำตาลมาถึงห้างและช็อปปิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็มานั่งกินไอติมดับร้อนที่ร้านไอติมเจ้าดังในห้างกันสักหน่อย ระหว่างที่กินไอติมอยู่ก็คุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปแล้วก็เม้าท์เรื่องที่ไปบ้านยายเฮียไคให้น้ำตาลฟังไปด้วย ก่อนจะนั่งกินต่อแล้วมองคู่รักเดินกะหนุงกะหนิงถือดอกไม้กันไปมาผ่านหน้าร้านไปพลางๆวันแห่งความรัก คนที่มีความรักมันก็ดูมีความสุขกันแบบนี้สินะ รวมถึงฉันที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย แค่มองถุงของขวัญที่ซื้อมาเพื่อกลับไปเซอร์ไพรส์ให้เฮียไคฉันก็ยิ้มมีความสุขแล้ว"แกซื้ออะไรให้เฮียไคอะแพร เห็นมองถุงแล้วยิ้มหน้าบานเชียว" น้ำตาลที่กินไอติมหมดถ้วยแล้วว่าขึ้นพร้อมพยักหน้าไปที่ถุงแบรนด์ดังของฉันที่วางไว้บนเก้าข้างๆ แต่เรื่องอะไรที่ฉันจะบอกให้มันรู้ล่ะ คนแรกที่ต้องรู้คือเฮียไคสิ เพราะฉะนั้น..."ไม่บอก" ใช้ค่ะ ฉันตอบน้ำตาลว่าไม่บอก คนที่ได้รับคำตอบนั้นจากฉันอย่างน้ำตาลถึงกับทำหน้างอเลย"เอ้า แกนี่" "แล้วแกซื้ออะไรให้ผู้ชายของแก" พอเห็นเพื่อนทำหน้างอแล้วมีความสุขจัง ก่อนจะชะเง้อคอมองถุงแบรนด์ที่เพื่อนซื้อให้ผู้ชายบ้าง"ไม่บอกเหมือนกันยะ" เหอะ โอเคเลย เสม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...."ยายยังไม่อยากให้กลับเลยลูก" หลังจากที่พวกเราทุกคนทานอาหารเช้ากันเสร็จ ก็ออกไปนั่งคุยเล่นที่ห้องรับแขกอยู่สักพักใหญ่ ฉันที่ซื้อของขวัญให้คุณตาไว้ก็เอาไปมอบให้ท่านก่อนจะกลับกรุงเทพฯกันต่อและใช่ค่ะ ตอนนี้ทั้งฉันเฮียไคและคุณพ่อคุณแม่ของเฮียไคพวกเรากำลังยืนอยู่หน้าบ้านกำลังอำลาเพื่อกลับไปกรุงเทพฯต่อ คุณยายที่ยังไม่อยากให้พวกเรากลับก็เลยงอแงนิดหน่อยฉันก็เข้าใจท่านนะเพราะเมื่อคืนเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแต่วันนี้ก็ต้องจากกันแล้วก็คงใจหายและเศร้าอยู่ไม่น้อย แต่จะให้อยู่ต่อก็คงไม่ได้ เพราะอาโยธาเองท่านก็มีงาน ส่วนคุณอาพริกไทยก็เห็นว่าท่านมีงานที่โรงพยาบาลกับของฉันด้วย และฉันกับเฮียไคเราก็มีเรียนทั้งคู่ก็เลยไม่สามารถอยู่ต่อได้จริงๆแต่พอเห็นสีหน้าคุณตาคุณยายตอนนี้แล้ว ฉันก็รู้สึกเศร้าตามน้ำตาคลอเบ้าเลยอะ คนเฒ่าคนแก่สองคนอยู่กันตามลำพัง ถึงจะมีคนงานคนรับใช้แต่มันก็คงไม่สุขใจเท่าได้อยู่กับลูกกับหลานนี่เนอะ"ต้องกลับก่อนแล้วค่ะแม่ พริกมีงานที่โรงพยาบาลส่วนลูกเขยแม่ก็มีงานที่บริษัทของเขา หลานๆ ก็มีเรียน ไว้เดี๋ยวพริกมาหาใหม่นะคะ""เอาเถอะๆ พ่อเข้าใจ เดินทางกันได้แล้วถึงกร
ฉันขยับเข้าไปหาเฮียไคเพื่อจะพาตัวเข้าไปอยู่ใต้วงแขนของเขาจะได้หิ้วปีกพาเข้าบ้านได้ง่ายๆ แต่ให้ตายเถอะ เฮียไคกลับเดินโซซัดโซเซหนีฉันซะงั้นไอ้ผัวบ้านี้ เมาแล้วเป็นแบบนี้เหรอ ดื้อมาก"ไม่เอา~ ม่ายปายกับยัยคนจายร้าย"เฮียไค! แพรชักจะเหนื่อยกับพี่เกินไปแล้วนะ หยุดดื้อก่อนได้ไหม!""งื้ออออ ดุง่า ทำไมคนสวยของเฮียดุอย่างนี้เนี่ย!" พอโดนฉันดุเข้าหน่อย จากที่เดินหนีเมื่อกี้ก็เดินกลับมาหาฉันอีกครั้ง ก่อนจะตบมือเข้ากับแก้มทั้งสองข้างของฉันจากนั้นก็บี้แก้มของฉันเข้ากันจนหน้ายู่ปากยื่นไปหมด "งุ้ย ใครคับเนี่ย น่ารักจัง อึกอึก" ชมไว้แค่นั้นเฮียแกก็เดินโซซัดโซเซไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ต่อ กำลังจะทิ้งตัวนอนแต่ฉันวิ่งไปดึงแขนห้ามไว้ก่อนเพราะถ้าทิ้งตัวนอนไปแล้ว ฉันฉุดเฮียไคขึ้นมานั่งไม่ไหวแน่ๆ ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ขนาดนี้ไม่ใช่ง่ายๆ ที่คนตัวเล็กแบบฉันจะฉุดขึ้นมาได้"อย่าเพิ่งนอนตรงนี้ค่ะ เฮียต้องเข้าไปนอนในบ้านตรงนี้นอนไม่ได้""เหรอคับ งั้นเฮียเข้าไปนอนในใจหนูได้ไหม ตรงนี้อะ" เฮียไคไม่พูดเปล่าแต่กลับใช้นิ้วชี้ของตัวเองจิ้มที่หน้าอกข้างซ้ายของฉันซ้ำไปซ้ำมาด้วย ซึ่งมันโดนนมฉันไง"อึ๊! นุ่มจัง"หมับ!สิ้นสุดคำว่





