LOGIN"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"
เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอน ความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่ แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ กึก กึก กึก กึก เสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ "คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้ เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น "คุณตาล.....คุณตาลเขา.." แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไป ฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูก เสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้มลงไปบนเบาะนั่ง เธอพยายามใช้กำลังที่มีดันเพื่อนตัวเองออกไป "ช่วยด้วย....ตาลมึงตั้งสติ นี่กูเพื่อนมึงนะ...ถอยออกไป!!!" "คุณแพรวจอดรถก่อน" ฟาร์มบอกแพรว ทันทีที่จอดสนิท ฟาร์มเดินลงจากรถแล้วตรงไปเปิดประตูฝั่งที่ตาลนั่งเขาออกแรงกระชากคอเสื้อของตาลเต็มแรงจนเธอหลุดออกมาจากธารน้ำแล้วกระเด็นหล่นลงไปบนพื้นถนน ธารน้ำทำอะไรไม่ถูก เธอตกใจกลัวจึงรีบปิดประตู ฟาร์มกำลังต่อสู้ ดิ้นรนหาทางรอดกับตาลที่กลายเป็นซอมบี้และกำลังหันมาเล่นงานเขาอยู่ด้านนอก "ออกรถเลย" "จะบ้าหรือไง ฟาร์มเขาเป็นคนช่วยเธอนะ รออยู่ในรถ เดี๋ยวเราจะลงไปช่วยฟาร์ม" แพรวเดินลงจากรถ เธอหยิบท่อนไม้ข้างทางแล้วเหวี่ยงเข้าไปที่ร่างซอมบี้เต็มแรงจนมันกระเด็นหลุดพ้นออกจากตัวของฟาร์ม "เห้ยยยยยธารน้ำกลับมาก่อน" วินาทีที่ตั้งใจจะวิ่งไปขึ้นรถแต่กลับพบว่าธารน้ำได้ขับรถหนีพวกเขาไปแล้ว "ยายธารน้ำ ยายคนเห็นแก่ตัว ขอให้มึงฉิบหาย!!" แพรวเอ่ยขึ้นอย่างโกรธแค้น ซอมบี้ตาลลุกขึ้นมาอีกครั้งและมันเตรียมพุ่งเข้าหาแพรวเหยื่อรายต่อมาที่อยู่ใกล้ตัว ด้วยความโมโหที่ถูกธารน้ำหักหลัง ท่อนไม้ในมือจึงกระหน่ำตีไปที่หัวของตาลอย่างบ้าคลั่ง เลือดสาดกระจายเต็มใบหน้า จนกระทั่งตาลแน่นิ่งไป ฟาร์มจึงโยนไม้ในมือทิ้งข้างทาง "ไม่น่าช่วยมันเลยจริง ๆ" ฟาร์มตัดพ้อ "คนแบบนั้นไม่ตายดีแน่นอน เราสองคนตอนนี้ดีกว่า อยู่ในที่โล่งแบบนี้ไม่ดีแน่" แพรวหันมองซ้ายขวาเพื่อหาสักทางที่จะพาพวกเขาเดินทางต่อไปได้ "ปั๊มน้ำมัน...." ฟาร์มชี้ไปที่ป้ายของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ "ไปกัน อย่างน้อยถ้ายังไม่รู้จะไปยังไงในนั้นน่าจะพอมีมินิมาร์ทให้หาอะไรกินกันตายได้บ้าง" ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะออกแรงวิ่งเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางใหม่อีกครั้ง เมื่อทั้งสองคนมาถึงหน้าปั๊มก็ต้องหยุดชะงักเมื่อภายในปั๊มมีกลุ่มซอมบี้ 5-6ตัวเดินวนไปเวียนมา "เอาไงดี" แพรวหันไปกระซิบ "ต้องมีใครคนหนึ่งล่อมันไปอีกทาง ๆ จะได้เข้าไปข้างในได้" "ใครละ แพรวไม่ โอ๊ยยยยย" ฟาร์มผลักแพรวเต็มแรง จนเธอล้มลงแล้วเผลอร้องเพราะข้อเท้าของเธอได้รับบาดเจ็บ ในวินาทีที่ซอมบี้ได้ยินเสียง พวกมันตรงมาทางแพรวทันที ฟาร์มอาศัยจังหวะนั้นวิ่งไปที่ประตูทางเข้ามินิมาร์ท แพรวเม้มปากเน้น ข่มอาการบาดเจ็บแล้วพยายามลุกขึ้นเพื่อหนีเอาตัวรอด ฟาร์มที่วิ่งมาจนถึงประตูทางเข้าแต่ไม่สามารถเปิดอกได้เพราะมันถูกล็อกจากด้านใน ปังๆๆๆๆ "มีใครอยู่ข้างในไหมครับ ช่วยเปิดหน่อย" "เสียงใคร" "เดี๋ยวพี่ไปดูให้" บอมลุกขึ้นแล้วค่อย ๆ เดินไปที่ประตู ก่อนจะฉีกหนังสือพิมพ์เป็นช่องเล็ก ๆ เพื่อดูว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น "มีคนอยู่ข้างนอกครับ" บอมรีบปลดล็อกประตูก่อนจะลากตัวฟาร์มเข้ามาด้านใน "ฟาร์ม!!" ทุกคนแทบจะร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน "ทุกคน....ดีใจที่เจอกันนะ" "ดีใจงั้นเหรอ พี่บอมเอามันออกไปทิ้งไว้ข้างนอกเหมือนเดิมได้ไหมคะ เพราะมันนั่นแหละที่ทำให้พวกเราเกือบตาย ไอ้พวกเห็นแก่ตัว" ปิ่นยังจำในสิ่งที่เธอถูกกระทำได้เป็นอย่างดี "ปิ่นใจเย็น" ลัคกี้พยายามห้าม "แล้วคนอื่นไปไหนหมดละ หรือว่าหนีเอาตัวรอดมาคนเดียว เหมือนเดิม" "ปิ่นถือว่ากูขอ" "ก็มัน......" ลัคกี้ตัดปัญหาด้วยการลากปิ่นออกมาอีกทางเพื่อให้เธอได้สงบสติอารมณ์ เธอเข้าใจเพื่อนดีว่าคงโกรธแค้นไม่หายที่ถูกทอดทิ้งแบบนั้น แต่ตอนนี้โกรธกันไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกคนล้วนแล้วแต่อยากมีชีวิตกลับไปด้วยกันทั้งนั้น ปัง ปัง เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านหลังของร้านที่เป็นห้องเก็บของ ปิ่นหันมองหน้าลัคกี้ ก่อนจะค่อย ๆ พากันถอยออกมาเพราะรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ปืนในมือลัคกี้หยิบขึ้นมาถือและเล็งเอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับใช้งาน ลูกบิดประตูค่อย ๆ ถูกหมุนช้า ๆ ปึง!!!!! บานประตูถูกดันออก พร้อมกับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดล้มลงตรงหน้า "คุณแพรวนินา" "ปิ่นอย่าเพิ่งเข้าไป เราไม่รู้ว่าเขาโดนกัดมาหรือเปล่า" บอมรีบคว้าแขนปิ่นเอาไว้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะตรงเข้าไปหาร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ในช่วงวินาทีที่ทุกคนกำลังลังเล นาทีเดินตรงเข้าไปพร้อมกับจับแพรวให้นอนหงายหน้าขึ้น "ถ้าเป็นพวกนั้นมันหมุนเปิดประตูไม่ได้ไม่ใช่หรือไง" นาทีหันมาบอกกับทุกคน เขาปัดผมที่ปรกหน้าแพรวออกแล้วจับแพรวให้นอนในท่าที่สบายกว่าเดิม ทุกคนเฝ้ามองการกระทำของนาทีอย่างหวาดระแวง เพราะยังคงไม่ไว้ใจว่าแพรวได้กลายเป็นพวกมันไปหรือยัง น้ำสะอาดถูกเอามาเช็ดใบหน้าเปื้อนเลือด นาทีทำการสำรวจรอบต้นคอ แขน และขาจนมั่นใจว่าไม่ได้มีส่วนใดของร่างกายแพรวถูกพวกซอมบี้กัดอย่างแน่นอน "เขาไม่มีรอยถูกกัดเลิกระแวงได้แล้ว" นาทีเอ่ยย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจ เมื่อเห็นดังนั้นคนอื่น ๆ จึงเริ่มขยับเข้าไปใกล้เพื่อดูอาการของแพรวที่ยังคงหมดสติ "ขอกี้ดูหน่อยนะคะ" ลัคกี้สำรวจดูอาการบาดเจ็บอื่น ๆ ก่อนจะเห็นว่าบริเวณข้อเท้าของแพรวมีอาการบวมแดง น่าจะเกิดจากข้อเท้าพลิก เมื่อเห็นแบบนั้นเธอจึงเดินไปยังมุมจำหน่ายอุปกรณ์ทำแผล จนได้ยานวดคลายกล้ามเนื้อและเทปผ้ายืดหยุ่นสำหรับพันบริเวณข้อเท้า ลัคกี้ใช้น้ำสะอาดค่อย ๆ ล้างคราบสกปรกบริเวณเท้าออก ก่อนจะทายาและออกแรงนวดเบา ๆ "คงระบมมากแน่ ๆ ตื่นมาคงเจ็บน่าดู" หลังจากทายาเสร็จเธอก็ตัดการพันข้อเท้าให้เรียบร้อย พร้อมกับหายาแก้ปวดมาเตรียมเอาไว้ รอตอนที่คนป่วยฟื้นจะได้กินบรรเทาอาการ พรึ่บ!!!! ไฟทั้งร้านดับลง "เที่ยงแล้วซินะ" วายุหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ในตอนนี้ทุกคนทำได้เพียงสบตากันไปมาโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร ลำพังตัวพวกเขาเองยังหาทางไปสนามบินยังไม่ได้ แล้วนี่ยังมีคนบาดเจ็บพ่วงมาอีกคน การเดินทางจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ครั้นจะให้ทิ้งเอาไว้ก็คงทำไม่ลง "เดี๋ยวรอแพรวฟื้นก่อนเราค่อยมาคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไง" ในช่วงเวลาที่กดดันที่สุดคือช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่าจะเห็นแก่ตัวหรือควรมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลกด้วยกันดี ความดี ความชั่ว ในหัวของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้ความคิดของคนตรงหน้าฝ่ายไหนกันจะเป็นผู้ชนะ"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







