LOGINฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง
"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย" อาร์ตี้ตะโกนบอก เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก "ช่วยด้วย" จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็ว อาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที "อาร์ตี้!!" ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้น ฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอาร์ตี้เอาไว้ "ฟาร์มถอยออกมา" แพรว บอกเสียงสั่น "อาร์ตี้กำลังจะกลายเป็นพวกมัน" ธารน้ำเอ่ยเตือนอีกแรง "พูดบ้าอะไร ก็เห็นอยู่ว่าเขายังไม่ตาย" ชายหนุ่มพยายามค้าน "ใครที่โดนกัดต่อให้ไม่ตายมันก็จะกลายเป็นพวกมันอยู่ดี ฟาร์มรีบถอยออกมาดีกว่า" แพรวย้ำอีกครั้ง เขามองหน้าเพื่อนร่วมงานคนสนิทที่เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไป แววตาของอาร์ตี้เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา "ฟาร์ม.....กูไม่อยากเป็นพวกมัน มึงอย่าทิ้งกูนะ" อาร์ตี้คว้ามือฟาร์มเอาไว้ ไม่นานร่างกายของอาร์ตี้ก็เริ่มสั่นเทา สองมือหงิกเกร็งจนนิ้วผิดรูป น้ำตาที่ไหลออกมากลายเป็นสีแดงของเลือด ฟาร์มรีบแกะมือของเพื่อนรักออกแล้วถอยหลังหนี "อาร์ตี้ มึงเป็นอะไร" ร่างกายของอาร์ตี้เริ่มกระตุก เกร็งอย่างรุนแรงก่อนที่เขาจะล้มลงไป ฟาร์มอยากจะวิ่งเข้าไปดูอาการแต่ถูกคนอื่น ๆ รั้งเอาไว้ เพียงเสี้ยวนาทีต่อมาอาร์ตี้ก็ผุดลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง แต่ในตอนนี้เขาไม่ใช่อาร์ตี้คนเดิมอีกแล้ว ดวงตาสีขาวขุ่น ริมฝีปากแห้งกร้าน เสียงขู่คำรามคล้ายสัตว์ป่า บ่งบอกให้รู้ว่าเขาได้กลายเป็นพวกมันโดยสมบูรณ์แบบ เป้มองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาอุปกรณ์อะไรสักอย่างที่พอจะเป็นอาวุธได้ จนเหลือบไปเห็นแท่งเหล็กที่กองอยู่ที่พื้น เขารีบวิ่งไปหยิบมันมาก่อนจะตีไปที่ร่างของอาร์ตี้เต็มแรง ร่างใหม่ดูไม่สะทกสะท้าน เป้จึงตัดสินใจใช้ปลายด้านแหลมคมแทงทะลุหัวใจอาร์ตี้ในทันที แต่มันก็ทำได้เพียงหยุดเอาไว้ชั่วคราว เป้จึงใช้เท้าถีบยอดอกของอาร์ตี้เพื่อให้มันหลุดออกจากแท่งเหล็กแล้วจัดการเสียบซ้ำเข้าไปที่กะโหลกศีรษะ ร่างของอาร์ตี้แน่นิ่งลงไปกองกับพื้น "อาร์ตี้" ฟาร์มร้องเรียกอีกครั้ง แต่ไม่มีการตอบสนอง อาร์ตี้ได้จากพวกเขาไปแล้ว เมื่อเหตุการณ์สงบลง ทุกคนต่างนั่งลงร้องไห้ สองมือพยายามเช็ดคราบเลือดออกจากตัวเอง พวกเขาได้แต่คิดในใจ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ มันควรเป็นวันที่มีความสุขมากแท้ ๆ "ปิดประตูเลยค่ะน้องสิงหา" กลุ่มผู้รอดชีวิตอีก 5 คนวิ่งมายังห้องน้ำก่อนจะปิดล็อกประตูอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดช่วยกันดึงประตูเอาไว้เมื่อมีพวกข้างนอกกำลังพยายามพังประตูเข้ามา โชคดีที่พวกมันโง่เกินจะหมุนประตูได้ จึงทำได้เพียงขูดกรงเล็บและใช้ตัวดันเพื่อเปิดประตู ทุกคนไม่กล้าส่งเสียงเพราะรู้ดีว่าหากพวกมันได้ยินเสียงก็จะยิ่งมากันเยอะขึ้น นั่นหมายความว่าพวกเขาทุกคนอาจจะไม่สามารถรอดชีวิตออกไปได้ หลังจากต่อสู้ที่หน้าประตูอยู่นาน เสียงด้านนอกก็เริ่มเงียบลง สิงหาค่อย ๆ เอามือออกจากลูกบิดประตูแล้วเงี่ยหูฟัง "พวกมันยังเดินไปเดินมาอยู่แต่คงไม่เข้ามาในนี้หรอก ทุกคนเงียบ ๆ ไว้นะ" สิงหาหันมากระซิบบอก ทุกคนนั่งลงกับพื้นแล้วถอนหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน "ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ เป็นยังไงบ้าง" "ช่างมันเถอะ คนเห็นแก่ตัวแบบนั้น" "อิง.... เรายังไม่ตาย เรายังมีความเป็นคนอยู่ อย่าพูดแบบนั้นได้ไหม ถึงยังไงพวกนั้นเขาก็คนเหมือนกัน ไม่แปลกที่เขาจะรักชีวิตตัวเอง" "อืม...ขอโทษ" "ทุกคนดูนี่ซิคะ" หญิงสาวแฟนคลับอีกคนยื่นมือถือให้ทุกคนดูโพสต์จากโซเชียลล่าสุดเป็นภาพวิดีโอที่อาร์ตี้กำลังจะกลายเป็นซอมบี้ "อาร์ตี้!!" สิงหาคว้ามือถือไปดูแล้วน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว เพื่อนของเขากลายเป็นพวกมันไปแล้ว "ทำไมไม่มีใครมาช่วยเราสักที.....". เกรซตัดพ้ออย่างหมดหวัง ถ้าเธอกับเพื่อนไม่มุ่งมั่นที่จะมางานนี้ ยอมบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลสุดท้ายก็เพื่อจะเอาชีวิตมาทิ้งกับเรื่องเลวร้ายพวกนี้อย่างนั้นเหรอ.. เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น ต้องกลับออกไป ต้องได้กลับบ้าน แม้แต่กลุ่มของลัคกี้ที่หลบอยู่ในห้องเก็บของก็ได้เห็นภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างไปเป็นซอมบี้เช่นกัน ทุกคนได้แต่ทำใจเพราะคงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ลำพังเอาชีวิตรอดมานั่งอยู่ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นโชคดีมากพอแล้ว "สมกับเป็นคนไทยจริง ๆ นะ อยู่ในช่วงเวลาของความเป็นความตายก็ยังไม่วายถ่ายคลิปลงโซเชียลแทนที่จะใช้เป็นช่องทางขอความช่วยเหลือ หรืออะไรที่มันประโยชน์มากกว่าลงคลิปพวกนี้" ปิ่นกดปิดหน้าจอมือถือแล้วเอนตัวพิงผนังห้อง "พวกตำรวจทำงานกันไปถึงไหนแล้วนะ" "เดี๋ยวพี่ลองเช็กกับเพื่อน ๆ ที่เป็นกู้ภัยให้" บอมหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดส่งข้อความไปยังกลุ่มต่าง ๆ ของศูนย์กู้ภัย เผื่อว่าจะได้ข่าวคราวความคืบหน้าเกี่ยวกับการเข้าช่วยเหลือบ้าง "ระหว่างนี้ผมว่าพวกเรานอนเอาแรงกันหน่อยไหมครับ พวกมันคงไม่บุกเข้ามาแล้ว เราเองก็ยังต้องเก็บแรงกันอีกเยอะ ไม่รู้ว่าต้องเจออะไรอีกบ้าง" วายุหันไปบอกทุกคน อุปกรณ์ภายในห้องถูกเก็บไปรวมกันที่มุมหนึ่งอย่างช้า ๆ เพื่อให้ไม่เกิดเสียงดัง โชคดีที่ปิ่นบังเอิญเจอลังขนาดใหญ่ที่ถูกมัดเอาไว้ คงเป็นของแม่บ้านที่ตั้งใจจะเอาไปขาย เธอค่อย ๆ แกะมันออกช้า ๆ แล้วใช้มันปูที่พื้นเพื่อเป็นที่นอนชั่วคราว แม้จะข่มตาหลับยากแค่ไหนแต่ทุกคนก็ต้องพยายาม เพราะมันจริงอย่างที่วายุบอก ว่าพวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรอีก ฉะนั้นการเก็บแรงเอาไว้คือสิ่งที่ดีที่สุด 05.30 น. บอม ลืมตาตื่นขึ้นมาคนแรก เขาค่อย ๆ ขยับตัวแล้วเปิดดูข้อความจากในมือถือที่ส่งออกไปถามเรื่องความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมอาชีพ "ทุกคน...." เสียงบอมปลุกให้คนอื่น ๆ ทยอยตื่นลืมตา "มีอะไรเหรอคะพี่บอม" "เพื่อน ๆ พี่ส่งมาบอกว่าตอนนี้พวกซอมบี้มันเข้าไปถึงสนามบินแล้ว เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกทั้งหมดถูกยกเลิก กำลังทหาร ตำรวจกำลังปิดล้อมสนามบินเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ออกไปไกลกว่านี้" บอมหันมองหน้าทุกคนที่กำลังหวาดกลัวกับความร้ายแรงที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นจนดูสิ้นหวังที่จะมีชีวิตกลับไป "สนามบินอยู่ไกลขนาดนั้นพวกมันยังไปถึงแปลว่ารอบ ๆ พวกเราตอนนี้...." ปิ่นไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรต่อ เพราะเธอไม่อยากยอมรับว่าสิ่งที่เธอพูดมันคือความจริง "เที่ยงวันนี้รัฐบาลจะสั่งอพยพผู้คนในพื้นที่โดยรอบและสั่งล็อกดาวน์ 4 เขตที่มีแจ้งข้อมูลผู้ติดเชื้อ" "แล้วจะมีคนมาช่วยพวกเราใช่ไหมคะ" ครีม อีก1 ในแฟนคลับที่หลบอยู่ด้วยกับถามขึ้น บอมส่ายหน้าช้า ๆ สีหน้าเป็นกังวล "ทางรอดเดียวของพวกเราคือต้องไปให้ถึงสนามบิน" "ทำไมพวกเขาไม่มาช่วยเรา..." "พวกเขาไม่ต้องการรับผิดชอบอะไรต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และพวกเขาก็ไม่คิดจะหาวิธีสืบต้นตออะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ถูกสั่งการลงมา คือฆ่าผู้ติดเชื้อให้ตายทุกคนไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม! ส่วนการอพยพที่ว่าเขาสั่งลงมาแค่สำหรับบางพื้นที่เท่านั้นและของเราไม่มีคนลงมา เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ" ข้อมูลที่ได้รับสร้างความหดหู่ให้กับพวกเขาเหลือเกิน ประเทศที่มีแต่คนเห็นตัว เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่เคยคิดถึงคนอื่น และผลสุดท้ายก็มีแต่คนธรรมดาเท่านั้นที่รับกรรม "ก็ไม่ได้ตกใจอะไรกับประเทศห่วยแตกนี้หรอก...แค่คิดไม่ถึงว่าพวกนั้นจะมีปัญญาทำได้แค่นี้โดยไม่สนใจประชาชนตาดำ ๆ เลยสักนิด" "แล้วคนที่ยังมีชีวิตอยู่แบบพวกเราละ เขาไม่สนใจเลยเหรอ" น้ำตาของปิ่นค่อย ๆ ไหลออกมาช้า ๆ ไม่มีใครอยากตาย ไม่มีใครอยากเป็นผู้ถูกทอดทิ้ง "พวกเราอย่าเพิ่งท้อนะ ถ้าเราไปถึงสนามบินได้ เราก็จะรอด พี่บอกพวกเพื่อน ๆ กู้ภัยไว้แล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่และกำลังจะหาทางไปสนามบิน พวกเขาจะไปรอรับเราที่นั่น" "แล้วเราจะออกไปกันได้ยังไงในเมื่อพวกมันป้วนเปี้ยนอยู่ข้างนอกเต็มไปหมด" ลัคกี้พูดอย่างหมดหนทาง วายุค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วแง้มประตูออกไปดูด้านนอก ฝูงซอมบี้ในตอนนี้เดินวนไปเวียนมาอยู่รอบ ๆ แต่ไม่ได้มีจำนวนเยอะเท่ากับในตอนแรก "พวกมันไล่ตามเราจากเสียง ถ้าเราค่อย ๆ ออกไปทางด้านหลังมันจะเป็นลานจอดรถ แล้วถัดไปก็จะเป็นถนนเส้นหลัก" ปิ่นพยายามตั้งสติและคิดมองหาเส้นทางที่จะออกไป เธอบอกกับตัวเองว่าต่อให้ไม่มีใครช่วยเธอ เธอก็จะต้องพาตัวเองกลับออกไปให้ได้ "รถผมจอดอยู่ที่ลานจอด" วายุล้วงกุญแจรถออกจากกระเป๋า "เอาอย่างนี้ เดี๋ยวพี่ออกไปก่อน คุณวายุครับผมขอเบอร์ไว้หน่อย ถ้าปลอดภัยแล้วพี่จะส่งข้อความมาที่คุณวายุแล้วทุกคนค่อยตามออกไป" "พี่บอมแต่มันเสี่ยงมากเลยนะ" ลัคกี้ท้วงขึ้นด้วยความเป็นห่วง "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวครีมไปกับพี่เขาด้วยอย่างน้อยก็จะได้มีคนระวังหลัง" "ไม่เป็นไรครับ" "นะคะ อย่างน้อยครีมก็อยากช่วยอะไรบ้าง ครีมเองก็อยากกลับบ้านเหมือนกัน" ครีม เด็กสาววัย 18 ที่วิ่งหนีตายมาพร้อม ๆ กัน เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะต้องมาอยู่บนเส้นระหว่างความเป็นความตายแบบนี้ และมันก็คงไม่ใช่แค่เธอที่อยากมีชีวิตรอดออกไป คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ฉะนั้นถ้าหากมีอะไรที่พอช่วยได้เธอก็อยากจะช่วย เธอไม่อยากเห็นแก่ตัวเหมือนอย่างที่เธอโดนคนกลุ่มนั้นกระทำ "งั้นเอาแบบนี้นะครับ" วายุหยิบไม้ถูพื้นขึ้นมาแล้วจับมันกระแทกกับหัวเข่าจนมันหักออกเป็นส่องส่วนก่อนจะยื่นฝั่งที่เป็นปลายแหลมให้กับครีม ส่วนบอมก็คว้าเอากรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้มาถือเอาไว้เพื่อใช้เป็นอาวุธ "ทั้งสองคนพร้อมนะครับ คุณบอมจำรายละเอียดรถของผมได้นะครับ" "ครับจำได้ไม่พลาดแน่นอน" วายุเอามือจับลูกบิดประตูแล้วหันมาถามเพื่อความแน่ใจ ครีมและบอมพยักหน้าพร้อมกัน มือหนึ่งถืออาวุธอีกมือหนึ่งจับกันไว้ก่อนที่วายุจะค่อย ๆ เปิดประตูแล้วทั้งสองคนก็เดินอ้อมไปด้านหลัง เป้าหมายคือลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกล ถึงแม้มันจะเสี่ยงแต่มันก็ดีกว่านั่งรอความตายอยู่ในห้องแคบ ๆ ห้องนี้ที่ไม่รู้ว่าพวกมันจะบุกเข้ามาได้ตอนไหน ทั้งสองคนเฝ้าบอกตัวเองในใจ ว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







