Masuk'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'
ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท "เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย" ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุด ถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุด พรึ่บ.... วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น "รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง" วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด "เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ" ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้ "กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ" ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลังจะทำอะไร จึงช่วยกันมองหาก้อนหินโดยรอบ เคร้งงงง ลัคกี้ปาก้อนหินไปบนกองเศษซากของอุปกรณ์ก่อสร้างจนเกิดเสียงดัง พวกซอมบี้ที่เดินอยู่หยุดชะงัก ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันโยนหินไปที่จุดเดิม เสียงของตกกระทบเรียกให้ซอมบี้สองตัวเดินจากไป ทุกคนรีบอาศัยช่วงจังหว่ะนั่นวิ่งตรงไปยังลานจอดรถ เพราะต่างก็รู้ดีว่าไม่ได้มีแค่ซอมบี้สองตัวเท่านั้นที่จะได้ยินเสียง แต่นั่นหมายถึงซอมบี้ตัวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ก็กำลังแห่มาเช่นกัน "ทางนี้" บอมโบกมือเรียกทุกคน และพยายามใช้เสียงให้เบาที่สุด "เบียดกันขึ้นมาเลยครับ รถผมเสียงเบามากพวกมันไม่ได้ยินแน่นอน" รถหรูนำเข้าด้วยมาตรฐานลดเสียงรบกวนจากแบรนด์ดังระดับโลก แม้ในตอนสตาร์ทก็ไม่เกิดเสียงรบกวน ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ดีกับสถานการณ์ในตอนนี้ แม้ในรถทุกคนจะต้องนั่งเบียดเสียดกันมากแค่ไหน แต่มันคงไม่มีอะไรน่ากลัว และทรมาน ไปกว่าการติดอยู่ในฝันร้ายนี้อีกแล้ว วายุเลี้ยวกลับรถเพื่อตรงไปยังถนนเส้นทางหลัก ถึงแม้ว่าเสียงเครื่องยนต์จะเงียบเพียงใด แต่เพราะพื้นลานจอดรถเต็มไปด้วยกรวดหินก้อนเล็กมันจึงส่งเสียงดังในยามที่ล้อรถหมุนบดลงที่พื้นและนั่นกำลังกลายเป็นเสียงเรียกฝูงซอมบี้ที่อยู่ใกล้เคียง "เหยียบมิดเลยครับคุณวายุ พวกมันมากันแล้ว" "คุณลัคกี้ ลิ้นชักด้านหน้าผมมีปืน เอาออกมาเลยครับ คงได้ใช้งานแน่ ๆ" ลัคกี้เปิดลิ้นชักด้านหน้าตามที่วายุบอก ก่อนจะพบปืนพกกระบอกสีดำพร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง เธอรีบเช็คดูลูกกระซุนละเตรียมปืนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ในขณะที่วายุยังคงเร่งเครื่องขับตรงออกไปให้พ้นจากลานจอดรถเสียที "ดูคุณกี้คล่องจังเลยนะคะ" ครีมที่นั่งมองลัคกี้หยิบปืนขึ้นมาด้วยท่าทางคุ้นเคย "กี้เขาเคยเรียนยิงปืนมาก่อนครับ เพราะแบบนั้นสบายใจได้ว่าเขาใช้เป็นแน่นอน" บอมช่วยอธิบายอีกแรง ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างลัคกี้จะมีความสามารถรอบด้านมากขนาดนี้ แต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องที่อย่างน้อยก็มั่นใจ ว่าในยามที่เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ยังพอมีคนที่จะช่วยเหลือกันได้บ้าง "เราวิ่งถนนเส้นหลักดีไหมคะ ถ้าเจอพวกมันก็จะพอมีที่ให้ขับหลบหนีได้คล่องตัวกว่า" ปิ่นเสนอ "ครับ" วายุขับตรงไปยังถนนเส้นหลัก หลังจากที่ออกมาจากลานจอดรถได้อย่างปลอดภัย ในตอนนี้ยังมีกลุ่มซอมบี้วิ่งไล่ตามรถอยู่บ้างแต่เพราะความเร็วของรถทำให้พวกมันไม่สามารถไล่ตามได้ทัน แต่ทุกคนก็ไม่อาจไว้วางใจ ยังคงต้องช่วยกันสอดส่องสายตาไปรอบ ๆ เพื่อระวังภัยอยู่ตลอดเวลา "แย่ละ" "มีอะไรเหรอคะ" "น้ำมันรถ...น่าจะไปไม่ถึงสนามบินแน่ ๆ เลย เมื่อเช้าผมไม่น่ารีบจนลืมเติมมาก่อนเลย ให้ตายเหอะ" "ไม่เป็นไร ใจเย็น ๆ นะคะ เดี๋ยวข้างหน้าน่าจะมีปั๊มอยู่" ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยความหดหู่และน่าเวทนา รถยนต์หลายคันถูกจอดทิ้งกลางทาง บางคันก็ชนกันจนเกิดควันพวยพุ่งออกมาดูอันตราย แต่กลับไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต ที่ไม่รู้ว่าหนีรอดไปได้หรือกลายเป็นซอมบี้กันไปหมดแล้ว "เดี๋ยวผมจะเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มข้างหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนระวังตัวกันด้วยนะครับ" รถค่อย ๆ เลี้ยวเข้าไปที่ปั๊มน้ำมัน ตอนนี้หัวใจของทุกคนเต้นระส่ำไม่เป็นจังหว่ะ วายุค่อย ๆ ดับเครื่องยนต์แล้วจอดรถด้วยความระมัดระวัง เขามองออกไปรอบ ๆ เพื่อตรวจเช็คความปลอดภัย ในปั๊มว่างเปล่าไร้เงาพนักงาน มีคราบเลือดกระจัดกระจายอยู่บางแห่ง คาดว่าพวกนั้นคงผ่านตรงนี้ไปแล้วเหมือนกัน "คุณวายุระวังนะคะ" ปิ่นเอ่ยเตือน "ผมจะเข้าไปในมินิมาร์ท จะไปเอาพวกน้ำดื่มกับของกินนิดหน่อยทุกคนรอตรงนี้นะครับ" แม้จะไม่อยากให้ใครต้องเสี่ยง แต่ก็คงต้องยอมรับว่าตอนนี้ร่างกายทุกคนต่างก็ต้องการน้ำและอาหารมาดำรงชีวิตเหมือนกัน "ปวดฉี่" อีก 1 แฟนคลับที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรกเอ่ยขึ้น "ให้ครีมพาไปไหมคะ" "ค่ะขอบคุณคะ" "เดี๋ยวค่ะคุณครีม เอานี่ไปด้วย" ลัคกี้ยื่นกรรไกรตัดกิ่งไม้ที่เอามาจากห้องเก็บของในงานแสดงคอนเสิร์ตส่งให้ครีม "เดี๋ยวจะรีบกลับมานะคะ" ทั้งสองคนลงจากรถไปเรียบร้อย ในตอนนี้เหลือเพียงปิ่น ลัคกี้ และนาที ที่ตั้งแต่เกิดเรื่องเขาไม่คิดจะเอ่ยปากพูดอะไรสักคำจนถึงตอนนี้ "เดี๋ยวกี้ลงไปช่วยพี่บอมดีกว่า" "ผมไปเอง" นี่คงถือเป็นประโยคแรกที่นาทีเอ่ยปาก และเขาไม่รอฟังความเห็นจากใครทั้งนั้น เพราะพอเจ้าตัวพูดจบก็เปิดประตูลงจากรถไปทันที "คุณวายุใกล้เสร็จหรือยังคะ" ปิ่นลดกระจกลงไปถาม "ครับ ใกล้แล้วครับ" ไม่นานวายุก็กดปิดฝาถังน้ำมันแล้วหันมองไปรอบ ๆ เพื่อรอทุกคนกลับขึ้นรถ กรี๊ดดดดดดดด เสียงกรีดร้องดังมาจากในห้องน้ำ ก่อนที่ครีมจะวิ่งออกมาด้วยเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด "ซอมบี้ ซอมบี้มัน....." หน้าตาตื่นตระหนกของคนหนีตายที่ในตอนนี้เธอกำลังขาดสติ จนวายุรีบคว้าตัวเธอเอาไว้ "รีบไปตามทุกคนมาขึ้นรถเร็วเข้า!!!" วายุหันไปบอกลัคกี้ เธอจึงไปรอช้ารีบวิ่งลงจากรถตรงไปที่มินิมาร์ททันที ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวพ้นประตูก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีซอมบี้อีกตัวโผล่ออกมาจากด้านในพอดี ลัคกี้ค่อย ๆ ถอยหลังช้า ๆ เธอเหลือบมองไปด้านหลังที่ในตอนนี้คนในรถก็กำลังถูกซอมบี้เกือบสิบตัวที่กำลังตะเกียกตะกายหาทางเข้าไปในรถอยู่เช่นกัน น้ำตาของลัคกี้เอ่อคลอ เธอไม่คิดว่าเธอจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ซอมบี้พุ่งเข้ามาหาลัคกี้ด้วยความเร็ว วินาทีนั้นเธอเฝ้าคิดถึงหน้าพ่อแม่และยอมแพ้ต่อโชคชะตา เธอนั่งคุกเข่าตัวสั่นคิดแค่เพียงว่าเธอคงหมดสิ้นเวรกรรมมันไปเสียที ฉึก!!!! "กี้...กี้ลุกขึ้นเร็ว" เสียงบอมสะกิดให้ลัคกี้ลืมตา ก่อนจะพบว่าซอมบี้ตัวนั้นนอนตายแน่นิ่งอยู่ตรงหน้า กลางศรีษะมีมีดเล่มใหญ่ปักคาอยู่ "จริงซิปืน ปืนอยู่ไหน ช่วยพวกนั้นก่อน" บอมเขย่าตัวลัคกี้เพื่อเรียกสติ ลัคกี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะล้วงปืนที่เหน็บเอาไว้ด้านหลัง ในชีวิตของเธอเรียนยิงปืนมาก็จริงแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอได้ใช้งานจริงจนกระทั่งวันนี้ ปลายกระบอกปืนเล็งไปที่ซอมบี้ตัวแรกที่กำลังหาทางเข้าไปด้านในรถทางฝั่งด้านข้างคนขับ "เล็งที่หัวนะ" บอมบอกลัคกี้อีกครั้ง ปัง!!!! กระสุนนัดแรกดังขึ้นและมันก็เจาะเข้าที่หัวของซอมบี้อย่างแม่นยำ ในตอนนี้พวกมันหยุดนิ่ง แล้วหันมองหาต้นตอของเสียงปืนที่ดังขึ้น ครืดดดดดดดดดดด ครืดดดดดดด วายุพยายามสตาร์ทรถ แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะตกต่ำคล้ายกับในภาพยนต์หลายเรื่องที่เขียนบทเอาไว้ เมื่อจู่ ๆ รถก็ดันเกิดปัญหาสตาร์ทไม่ติดขึ้นมาเสียอย่างนั้น ปัง!!!! ลัคกี้ตัดสินใจยิงอีกนัด เพื่อเปิดทางให้คนในรถหนีเอาตัวรอด "ทุกคน มาทางนี้เร็วเข้า" เมื่อรู้ว่ารถไม่ใช่หนทางของการใช้หนีอีกต่อไป คงจะต้องมาเริ่มตั้งหลักใหม่กันอีกครั้ง ปิ่นเปิดประตูรถด้านหลังของผู้โดยสารแล้ววิ่งออกมาตามด้วยครีม และวายุ ปัง ปัง ปัง ลัคกี้ยังคงยิงปลิดชีพซอมบี้ที่พุ่งตรงเข้ามาหาเธอก่อนจะแน่ใจว่าทุกคนวิ่งเข้าไปในมินิมาร์ทเรียบร้อยแล้ว "กี้ไปเร็ว วิ่ง!!!""ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ