LOGIN"เราจะทำยังไงกันต่อไป"
หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียที ทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว "เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว" เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น" ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา "เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย" แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอน ไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อน เวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน "เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง จะได้รู้ด้วยว่าเขาจะส่งคนมาช่วยเราตอนไหน" แพรวเสนอ ทุกคนล้วงมือถือของตัวเองออกมา ไล่ดูข่าวในโซเชียลที่ตอนนี้ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด "เขาบอกว่ารัฐบาลสั่งปิดล้อมเมือง และล็อคดาวน์ 4 เขต เพื่อจัดการกลุ่มคนกลายพันธ์...แต่ไม่เห็นมีใครพูดถึงเรื่องช่วยเหลือเลย" แม้ธารน้ำจะพยายามไล่อ่านข้อความมากแค่ไหนเธอก็ยังไม่เจอเรื่องราวของการเข้าช่วยเหลือกลุ่มผู้รอดชีวิตเลยสักนิด "หรือเขาไม่จะมาช่วยเราแล้วกันแน่.." แพรวพูดขึ้นอย่างหมดหวัง "เคยคิดไหมว่าทำไมหนังซอมบี้ส่วนใหญ่ถึงไม่เคยเขียนว่าเชื้อมันแพร่เข้ามาที่ประเทศไทย..." ฟาร์มลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองศพของอาร์ตี้ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น "เพราะความเฮงซวยของประเทศนี้ไง ประเทศที่มันไม่สนหรอกว่าประชาชนจะเป็นหรือตาย มันสนแค่ว่ามันได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้หรือเปล่า และแน่นอนการกำจัดทิ้งมันง่ายกว่าการมานั่งดูแลหรือตรวจหาว่าใครเป็นใคร ความมักง่ายที่มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ไม่เห็นน่าแปลกใจเลยที่จะไม่มีข่าวส่งทีมเข้าช่วยเหลือ" ถึงแม้อยากจะค้านในคำพูดของฟาร์ม แต่เพราะมันคือเรื่องจริงที่มีให้เห็นอยู่ทุกวัน "ถ้าเป็นประเทศอื่นเขาก็คงคิดหายา หาวิธีรักษา ส่งกำลังคนมาช่วยเหลือ แต่ในเมื่อมันเกิดในประเทศนี้..ทางเดียวที่เราทำได้คงดิ้นรนเอาชีวิตรอดกันเอง อย่าหวังไปพึ่งพวกมันเลย แรงกำลังที่พวกมันมีก็เอาทำร้ายคนอ่อนแอทั้งนั้นไม่ได้มีเอาไว้ปกป้องใครหรอก" รอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้าคล้ายกับกำลังเยาะเย้ยความน่าสมเพชของตัวเองที่ต้องมาอยู่ตรงนี้เหมือนมารอวันตายหรือกลายไปเป็นตัวประหลาดพวกนั้น "ทุกคนคะอันนี้คุณปิ่นเพิ่งโพสเมื่อไม่กี่นาทีก่อน" แพรวยื่นโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ทุกคนได้ดูข้อความ 'ไม่มีการช่วยเหลือ รัฐบาลสั่งฆ่าผู้ติดเชื้อทุกคนแต่ไม่มีนโยบายเข้ามาช่วยเหลือพวกเรา ทุกคนที่ได้เห็นข้อความนี้ เอาชีวิตรอดออกไปให้ได้นะคะ ปลายทางคือสนามบินสุวรรณภูมิ ที่นั่นจะมีคนรอช่วยพวกเราอยู่ กลับบ้านกันให้ได้นะคะทุกคน' ห้องน้ำ "สนามบินเลยเหรอ..ก็ไกลจากที่นี่พอสมควรเลยนะ" อิงจันทร์มีสีหน้าหนักใจที่ได้เห็นข้อความล่าสุดจากปิ่นที่โพสลงในโซเชียล ในตอนนี้ทุกคนดูสิ้นหวังไม่ต่างกัน "ต่อให้เราออกจากที่นี่ไปได้เราจะเอาชีวิตรอดไปจนถึงสนามบินได้ยังไง พวกมันเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด" ความท้อแท้ปกคลุมในจิตใจ แค่เดินออกจากห้องนี้ไปอย่างปลอดภัย ก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขามากพอแล้ว แต่นี่ยังต้องเดินทางไปถึงสนามบิน มันไม่ง่ายเลยกับระยะทาง 80 กว่ากิโลที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ที่พร้อมจะเข้ามากัดได้ทุกเมื่อ "แต่ถ้าเราอยู่ที่นี่เราก็อาจจะถูกพวกมันบุกเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้นะครับ ประตูห้องน้ำในไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น" สิงหามองไปที่บานประตู พลาสติกบาง ๆ ที่หากโดนกระแทกแรง ๆ ไม่กี่ครั้งก็คงจะพังลงมา ชีวิตของทุกคนในห้องนี้ก็เหมือนถูกแขวนอยู่บนเส้นได้ "ทำไมมันถึงเฮงซวยได้ขนาดนี้ นี่มันชีวิตคนเป็น ๆ หลายสิบคนเลยนะคะ" อิงจันทร์โมโหจนอยากจะร้องไห้ออกมาเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีทางเลือกเลย "แต่ไม่มีใครรู้ไงครับ ว่าความจริงแล้วมันมีผู้รอดชีวิตกี่คน แค่เขาเขียนว่ามีคนตายกี่คน มันง่ายกว่าการมานั่งรับผิดชอบคนเป็นเสียอีก" สิงหาพูดถึงความน่าจะเป็นที่คงไม่ต้องหาเหตุผลอะไรให้กับสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะกระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ "อยากให้พวกมันได้เจอให้สิ่งที่พวกเราเจอบ้างจริง ๆ จะได้รู้สึก" อิงจันทร์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ในวินาทีที่มีชีวิตของผู้บริสุทธิ์กำลังรอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกพลักไส ไม่ต่างจากการไล่พวกเขาให้ไปตาย เธอรู้สึกหมดหวังกับประเทศนี้เสียเหลือเกิน"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







