Masuk"อือ" เสียงครางดังออกมาเล็กน้อย "น้ำเยอะเลยนะเรา" ริมฝีปากหนากระซิบพูดใกล้ก่อนที่จะฝังจูบลงซอกคอระหง ที่เขาบอกว่าน้ำเยอะเพราะตอนนี้นิ้วเปรอะไปด้วยน้ำในร่องเล็กนั่น ใบหน้าคมไซร้ต่ำลงมาจนถึงร่องหน้าอกแล้วก็ดูด วันจันทร์ยังคงปล่อยให้เขาเชยชมเรือนร่างของเธอถึงแม้จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนา เธอก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงที่เขาเรียกมาใช้บริการ ไม่สิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขายังเรียกมาแต่กับเธอเป็นคนมาหาเขาถึงที่เอง หญิงสาวที่กำลังคิดอะไรอยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกเขาจับมือไปกำส่วนนั้นที่มันกำลังแข็ง วันจันทร์แอบวัดขนาดของมันดู..ไม่อยากคิดเลยถ้ามันเข้ามาอยู่ในร่างกายแล้วเธอจะรับไหวไหม "นั่งทับมันลงมาสิ" "ที่นี่เหรอคะ" ถ้ามันสว่างหน่อยคงเห็นหน้าตาที่ตื่นกลัวของเธอ เธอจะเสียสิ่งที่หวงแหนมา 20 กว่าปีให้เขาที่แบบนี้จริงๆ เหรอ "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก" "คือ..ฉัน.." "อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่พร้อม แต่ที่เห็นนี่คือพร้อมมากแล้วนะ" ถึงแม้เขาจะดูเถื่อน แต่ไม่เคยขืนใจผู้หญิงที่ไหน ผู้หญิงส่วนมากจะเต็มใจเป็นของเขาเองทั้งนั้น
Lihat lebih banyak|白石澪《しらいしみお》は、二十六年間の人生の中で、自分が『誰かに選ばれる人間』だと思ったことがない。
「ごめんね、お姉ちゃん。私、ほんとダメでぇ……」
ソファに座った妹の|美羽《みわ》が、困ったように眉を下げる。
ふわふわに巻いたグレージュの髪。淡いピンクのネイル。思わず守ってあげたくなるような可愛らしい顔。
「バイト先でも失敗ばっかりで……」
「ううん。気にしないで。それよりも、美羽は早く休んで? 体に障るわ」
澪は笑った。美羽の代わりにノートパソコンの前に座って、大学の課題のレポートに向き合う。
澪が働く花屋は、比較的穏やかな客が多い、しかし今日は珍しくクレーム対応をして、頭も心も疲れ切っていた。
それでも、疲れたなんて言えない。美羽は昔から身体が弱かったから。
「ありがとう、お姉ちゃん。おやすみなさい」
「おやすみ、美羽」
澪の部屋を出ていく美羽の背中を見送って、ドアが閉まったのを確認してから小さく息を吐き出す。澪ひとりきりになった静かな部屋に、静かにキーボードを叩く音と、参考資料をめくる紙が擦れる音だけが響いた。
父が亡くなってから、白石家はずっと苦しかった。だから澪は、高校を卒業してすぐ働いた。
(そういえば、明日、家賃払っておいてってお母さんに言われていたんだった……忘れないようにしないと)
大学に進学した妹の美羽の学費も、家賃も、生活費も。全部澪が払ってきた。
――お姉ちゃんだから。
その役割と言葉だけで。
翌朝、寝不足の目を瞬かせながら朝食を作っていると、母から声をかけられ澪は、いつも通り笑顔を作って顔を上げた。
「澪、|拓真《たくま》さん、今夜来るんでしょ?」
母の声に、澪は小さく頷く。
「うん。夕飯、一緒に食べるって」
「あらぁ、よかったじゃない」
そう言いながらも、母が嬉しそうに見ているのは澪ではなく美羽だった。澪の婚約者である|七瀬拓真《ななせたくま》は、昔から美羽を可愛がっていた。
妹だから。
家族だから。そう思っていた。
――今日までは。
◇
『ごめん、澪。仕事長引いて、今日は無理かも』
仕事終わり。スマートフォンに届いていたメッセージに、澪は小さく息を吐いた。
今日は交際記念日だった。
小さなケーキも買った。拓真の好きな煮込みハンバーグも作った。デパートで少し奮発して買ったワインも、職場で先輩に作ってもらったちょっと豪華なブーケも、今日は用なしになってしまった。
でも、仕事なら仕方がない。また別の日に埋め合わせをすればいいだけのことだと、自分に言い聞かせながら
『わかった。お仕事お疲れさま』
と、送信した直後だった。
「え……?」
駅前のホテルの前を、澪が通りかかったときだ。
そのエントランスから出てきた横顔は、拓真だった。
そして。
「……み、わ?」
拓真の腕に、妹が抱きついていた。
そして、次の瞬間。
拓真が、美羽の唇をなぞるように触れて、そっと唇を重ねた。
優しく。
愛おしそうに。
まるで、何度も繰り返してきたみたいに。
澪の頭は真っ白になった。
「え、やだ……っ、お姉ちゃん……?」
美羽の声が澪の意識を引き戻した。驚いたように見開かれた可愛らしい目が、澪のことを見ていた。
今更、早く隠れなければ、なんて思考が追いついてきて、澪は思わず一歩足を後ろに引いた。
「ち、違うの、お姉ちゃん……!」
美羽が涙声を出しながら、一歩、澪へと足を踏み出す。
けれど……その口元は笑っていた。
言葉と声と表情があまりにチグハグで、ぐちゃぐちゃだった澪の心はさらに困惑の渦に飲み込まれていく。
「違うんだ、澪!」
拓真が何か言っている。
「なにが、違うの?」
そう震えた声で返すだけで精一杯だった。
あんなキス、私にはしてくれたことがあっただろうか。
あんなにも、優しくて、愛おしそうなキス。
――もう、なにも聞こえなかった。
澪は逃げるように走り出した。
水滴が、頬にぽつりと当たった。
いつの間にか、空は真っ黒で、雨が降りだしていた。
そういえば、夕方から雨予報だったかしら、とどこかで冷静ぶっている自分が考えている。
雨に濡れることも構わず、走り続ける。
息が苦しい。
胸が痛い。
それなのに。
――どうして。
最初に浮かんだのが怒りじゃなくて、
『私が悪かったのかな』
だった。
「……っ」
視界が滲む。
そのときだった。
強い風に煽られて、ブーケの入った花屋の紙袋が手から滑り落ちる。
「あ……!」
咄嗟に追いかけた澪は、そのまま車道へ飛び出した。
鋭いブレーキ音。
高級車が、目の前で止まる。
心臓が止まるかと思った。
「申し訳ありません。お怪我は……っ」
運転席から降りてきた男が、そこで言葉を止めた。
黒い手袋。
あっという間に雨で濡れていく黒髪。
息を呑むほど整った顔。
男は地面に散らばった花を見つめ、それからゆっくり澪を見た。
氷みたいに冷たい目だった。
しかし、その瞳が、次の瞬間激しく揺れる。
「……どうして」
低い声が震えている。
澪は困惑したまま立ち尽くし、その男を見つめることしかできなかった。まるで、視線を縫い付けられたかのように。
男は雨の中、ゆっくり澪へ近づく。
そして、震える指先で澪の胸元に手を伸ばした。
首からさげた小さな白い花のお守りが、そっと持ち上げられる。
幼い頃から澪がずっと持っているものだ。どこで買ったものなのかもすっかり忘れてしまったけれど、澪はずっとこのお守りを大切にしてきた。
「やっと見つけた」
男が、掠れた声で紡ぐ。
「俺の花」
柔らかくゆるむ口元を見た。その瞬間。雨で濡れ冷えた体に温もりが宿る。
男に腕を引かれ、抱き締められていると気付いたのは、数秒遅れてのことだった。
このときの澪はまだ、この出会いが澪の世界を少しずつ変えていくことを知りもしなかった。
ยั่วรักคุณหมอกฤษณะ บทที่ 91 ตอนจบ"ไอ้หมอคนไหนคะ""ก็ไอ้หมอคนที่คุณคุยด้วยหน้าลิฟต์ไง""คุณหมอโอโซนน่ะเหรอคะ" ทีแรกไม่คิดว่าคนที่เขาพูดถึงเป็นหมอด้วยซ้ำถึงแม้ว่าจะมีคำว่าหมอ"ใช่ผมไม่ชอบให้คุณคุยกับมันเลย""เดี๋ยวนะคุณหมอเรียกคุณหมอโอโซนว่าอะไรนะคะ?""ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องไปพูดกับไอ้หมอคนนั้น""คุณหมออย่าบอกนะว่า..""ผมหึง และก็ไม่ต้องไปคุยกับมันได้ยิ่งดี" เขาไม่คิดจะอ้อมค้อมกับเธออยู่แล้วไม่ชอบก็บอกไม่ชอบแต่กฤษณะก็แปลกใจในตัวเอง แต่ก่อนก็เคยมีเรื่องกันเขายังควบคุมอารมณ์ได้ แต่ทำไมตอนนี้แค่เห็นหน้าก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว"คุณหมอ.." เราจะช็อกก่อนไหมเนี่ยทำไมมันเต้นแรงขนาดนี้ ได้ยินชายอันเป็นที่รักบอกว่าหึงทำไมหัวใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ"คุณเป็นอะไร" เขากำลังจับชีพจรเธออยู่พอดี"ไม่ได้เป็นอะไรค่ะปกติดี""เอาเครื่องวัดคลื่นหัวใจเข้ามา" ชายหนุ่มรีบเปิดประตูบอกผู้ช่วยที่อยู่ด้านนอก"ไม่ต้องหรอกค่ะ วดีแค่ตื่นเต้นมากเกินไป""ตื่นเต้นเรื่องอะไร""ก็เรื่องที่คุณหมอหึงไงคะ""ผมหึงแล้วมันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ" เล่นเอาสะเขาตกใจเลย"ก็.."กฤษณะแอบยิ้มและส่ายหน้าเล็กน้อย ทีแรกยังกลัวเธอโกรธให้อยู่เ
"หมอโอห์มคุณได้ยินไหม เมื่อกี้คุณแหม่มโทรมาบอกผลตรวจเลือดออกมาว่า...""ผมได้ยินแล้ว และทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้ยินเหมือนกัน.." สายตาของคุณหมอโอห์มกรอกมองไปที่พ่อเลี้ยง เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าหาวิธีเอาตัวรอดให้ได้ด่วนเลย"......" กฤษณะเพิ่งรู้ตัวว่างานกำลังเข้า..ตายห่าแล้ว"เมื่อกี้คุณหมอว่าอะไรนะคะ" แต่เปรมวดีไม่ได้สนใจพ่อเลย ท่านจะรู้ความจริงหรือไม่รู้เธอก็ไม่ได้กลัว สิ่งที่เธอสนใจคือผลตรวจเลือดที่พยาบาลโทรมาแจ้ง"เลือดที่ผมนำไปตรวจผลออกมา ตอนนี้คุณตั้งท้อง" คิดแล้วทำไมเขาต้องกลัวด้วย มันเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับครอบครัว"พ่อคะ..วดีท้องจริงด้วยค่ะ" เธออยากบอกเรื่องยินดีแบบนี้กับพ่อ ถ้าแม่อยู่ตรงนี้ด้วยเธอก็จะกอดแล้วก็บอกท่าน"พ่อรู้แล้ว""ผมต้องขอโทษท่านมากนะครับ" กฤษณะพนมมือไหว้ขอโทษ คิดว่าท่านคงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"ขอโทษทำไมล่ะ แค่รักลูกสาวพ่อให้มากๆ ก็พอแล้ว"โอห์มลอบถอนหายใจโล่งอกมาก "..อุ๊ย" แต่ทำไมสายตาท่านที่มองเขา มันไม่เหมือนมองสองคนนั่นเลย"อย่าว่าอะไรให้คุณหมอโอห์มเลยนะคะพ่อ คุณหมอแค่..""แค่อะไรเหรอ"หลังทานข้าวเสร็จ..โอห์มรีบขอตัวออกมาก่อนใครเพื่อนเลย หวังว่าท่านคงไ
"นี่มันอะไรกัน" เปรมวดีจำได้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรถก็คือลูกน้องของพ่อ"ท่านให้พวกผมเอารถมาให้คุณหนูไว้ใช้ครับ""พวกฉันมีรถใช้อยู่เอากลับไป" กลัวว่าคุณหมอจะคิดว่าทางครอบครัวของเธออวดร่ำอวดรวย"คุณหนูคงต้องคุยกับท่านเองแล้วล่ะครับ หมดหน้าที่ของพวกผมแล้ว กุญแจรถอยู่ในรถนะครับ""เดี๋ยวก่อนสิ" พอเรียกคนของพ่อไม่หันกลับมา เธอก็เลยหันไปหาเขา "คุณหมอคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ""ผมจะว่าอะไรให้ท่านได้ล่ะครับ นั่นพ่อคุณนะท่านคงอยากให้ลูกสาว""คุณหมอไม่โกรธจริงนะคะ""ไม่โกรธหรอก แต่วันนี้ผมคงต้องขอติดรถคุณไปโรงพยาบาลด้วย" เขาก็คิดอยู่ว่าจะโทรให้เพื่อนมารับดีไหม เพราะไม่อยากพาเธอไปโหนรถเมล์"ถ้างั้นเราเก็บรถไว้ใช้แค่คันเดียวก็พอนะคะ""แล้วแต่คุณเถอะ ก็ท่านมอบให้คุณนี่""ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่เข้าใจ เอาเป็นว่าวันนี้วดีจะขับรถเอง..โอ๊ย" ขณะที่ก้าวเท้าเธอก็รู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องอีก แปลกจังเธอไม่เจ็บท้องแบบนี้มานานแล้ว เพราะตั้งแต่เรียนหมอมาเธอก็มีวิธีรักษาตัวเองเรื่องเจ็บท้องประจำเดือน"เดี๋ยวผมขับเอง" กฤษณะเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เธอได้ขึ้นนั่ง แล้วเขาก็กลับมาประจำที่คนขับ[โรงพยาบาล]"ว้าวรถใคร" รถคันหรู
หลังทานข้าวเสร็จปุรเชษฐ์ก็ให้คนมาส่งทั้งสองที่บ้านของหมอกฤษณะ ทีแรกเขาก็ขอให้ท่านบอกคนรถไปส่งที่โรงพยาบาลเพราะว่ารถของทั้งสองอยู่ที่นั่น แต่พ่อของเธอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงกลับมาพักผ่อนกันให้สบายใจเพราะมันดึกแล้ว กฤษณะก็เลยยอมทำตามเพราะไม่กล้าขัดใจท่าน"พรุ่งนี้เราค่อยนั่งรถโดยสารออกไปก็ได้ค่ะ" แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเขาคงเป็นกังวลเรื่องนี้"เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก เรามาพูดอีกเรื่องกันดีกว่า""เรื่องอะไรคะ""ทำไมถึงไม่บอกผมแต่ทีแรก" เขาไม่มีโอกาสถามเพราะอยู่ต่อหน้าพ่อของเธอ"จะให้เปรมเข้ามาแล้วก็บอกว่าเป็นใครเลยหรือคะ แล้วคุณหมอจะคิดยังไงล่ะ""ไม่คิดว่าคุณยังจะจำผมได้อีก" เรื่องนี้มันผ่านมาเป็น 10 ปีได้แล้วมั้ง ขนาดเขายังจำเธอไม่ได้เลย แต่ก็ไม่แปลกหรอกตอนนั้นยังไม่แตกเนื้อสาวเลยด้วยซ้ำ แต่มาตอนนี้ดูสิสวยสะพรั่งเลย"จำได้สิคะ เปรมจำคุณหมอได้ไม่มีวันลืม""อย่าบอกนะว่า.."หญิงสาวพยักหน้า แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาจะถามอะไร"คุณเรียนหมอเพราะจะมาหาผมจริงเหรอ..""ค่ะ""เด็กโง่เอ้ย" มือหนาเอื้อมไปโอบร่างของเธอเข้ามาแนบไว้กับแผ่นอก "ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย""เปรมอยากให้คุณหมอเห็นความสำเร็จของคนที่คุณหม
รู้ว่าหมอโอห์มอยู่ที่ไหนกฤษณะก็รีบขึ้นลิฟต์ไปหาที่ห้องทำงานชั้นบน โดยมีเปรมวดีตามขึ้นไปด้วยเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนทั้งสองก๊อก ก๊อก แกร็ก แอดดด พอเคาะส่งสัญญาณกฤษณะก็เปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอให้คนที่อยู่ด้านในอนุญาตก่อนเลย"อ้าว..ว่าไงครับ""ผมอยากจะมาถามเรื่องผลตรวจครรภ์" ที่ไม่ถามตอนนั่งรถมา
"อะไรนะ คุณคือเด็กผู้หญิงคนนั้นจริงเหรอ" จะต้องตกใจตรงไหนก่อนดี ทีแรกคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กเร่ร่อน เพราะตอนช่วยชีวิตเธอขึ้นมารวมถึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนพาเธอไปส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ พอดีขึ้นเขาจะพาไปส่งบ้าน แต่เธอกลับบอกว่าไม่มีบ้าน และทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนเขาแทบจะลืมเรื่องนั้นไป
[บ้านคุณหมอกฤษณะ]กฤษณะลงจากรถตู้ของภูตะวันแล้วพาเปรมวดีเข้าบ้าน ปล่อยให้ภูตะวันไปส่งคุณหมอโอห์มต่อ"คุณหมอจะให้ฉันค้างที่นี่ด้วยเหรอคะ""ใช่""แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้า""ก็ไม่ต้องใส่""คุณหมอ.." เขาเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร"ผมพูดจริง ถ้าใส่เดี๋ยวก็ต้องถอดอยู่ดี""ใครเขาเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นกันคะ""ห
ก๊อก ก๊อกคนตัวเล็กที่ยังคงยืนอยู่หลังประตูยกมือขึ้นมาป้องปากตัวเองแบบตกใจ เธอคิดว่าคนที่เคาะประตูเป็นเขาแน่เลย สงสัยเมื่อกี้เขารู้ว่าเธอแอบฟัง"หนูวันจันทร์จ๊ะ ป้าบอกว่าหนูยังไม่ลงไปทานข้าว""คุณท่าน?" คนที่ตกใจจนหน้าซีดเอ่ยปากพูดออกมาเบาๆ ทีแรกคิดว่าเป็นเขาสะอีก"หนูจะลงไปทานข้างล่างหรือให้คนเตรี






Ulasan-ulasan