Masuk"อือ" เสียงครางดังออกมาเล็กน้อย "น้ำเยอะเลยนะเรา" ริมฝีปากหนากระซิบพูดใกล้ก่อนที่จะฝังจูบลงซอกคอระหง ที่เขาบอกว่าน้ำเยอะเพราะตอนนี้นิ้วเปรอะไปด้วยน้ำในร่องเล็กนั่น ใบหน้าคมไซร้ต่ำลงมาจนถึงร่องหน้าอกแล้วก็ดูด วันจันทร์ยังคงปล่อยให้เขาเชยชมเรือนร่างของเธอถึงแม้จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนา เธอก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงที่เขาเรียกมาใช้บริการ ไม่สิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขายังเรียกมาแต่กับเธอเป็นคนมาหาเขาถึงที่เอง หญิงสาวที่กำลังคิดอะไรอยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกเขาจับมือไปกำส่วนนั้นที่มันกำลังแข็ง วันจันทร์แอบวัดขนาดของมันดู..ไม่อยากคิดเลยถ้ามันเข้ามาอยู่ในร่างกายแล้วเธอจะรับไหวไหม "นั่งทับมันลงมาสิ" "ที่นี่เหรอคะ" ถ้ามันสว่างหน่อยคงเห็นหน้าตาที่ตื่นกลัวของเธอ เธอจะเสียสิ่งที่หวงแหนมา 20 กว่าปีให้เขาที่แบบนี้จริงๆ เหรอ "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก" "คือ..ฉัน.." "อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่พร้อม แต่ที่เห็นนี่คือพร้อมมากแล้วนะ" ถึงแม้เขาจะดูเถื่อน แต่ไม่เคยขืนใจผู้หญิงที่ไหน ผู้หญิงส่วนมากจะเต็มใจเป็นของเขาเองทั้งนั้น
Lihat lebih banyak"Tuan Guru! Tuan Guru! Tuan Guru! dimana engkau berada tuan Guru," teriak Bajulgeni sembari menyingkirkan reruntuhan padepokan utama.
"uhuuuk! uhuuuk! aku disini bajulgeni," jawab Guru Mada sembari melambaikan tangan diantara reruntuhan padepokan."Syukurlah Tuan Guru selamat. Aku sangat senang sekali," ucap Bajulgeni sambil meneteskan air mata kepiluan.Tuan Guru Mada merupakan guru besar dari Perguruan Bela Diri Raja Malam, sedangkan Bajulgeni merupakan Asisten sekaligus murid terbaik di padepokan. Awalnya keadaan Padepokan masih baik-baik saja, sampai kemarin malam padepokan diserang oleh segerombolan orang yang tidak dikenal. Diperkirakan mereka adalah pasukan musuh yang hendak mengambil alih kekuasaan di Kerajaan Nusa."Apa sebenarnya yang telah terjadi Bajulgeni?" tanya Guru Mada."Kemarin malam ketika latihan rutin dilaksanakan tiba-tiba terdengar suara tembakan di tempat latihan. Saya yang pada waktu itu bersama Tuan Guru yang di padepokan seketika panik, dan langsung pergi ke tempat latihan sendiri, karena pada waktu itu Tuan Guru juga sedang beristirahat, saya merasa tidak enak, kalau membangunkan Tuan Guru. Ketika saya melihat tempat latihan dari gubuk pemantau alangkah terkejutnya saya ketika mendapati para murid dan guru-guru telah tergeletak di atas tanah," jawab Bajulgeni."Apa kau melihat pelakunya?" sambung Guru Mada. "Dari menara pemantau aku hanya melihat orang-orang berbadan besar yang mengenakan pakaian dari wol dan sepatu dari kulit, anehnya lagi aku tidak mendapati orang-orang itu membawa senjata, mereka hanya berbekal tangan kosong saja," ujar Bajulgeni."Setelah itu, apa yang terjadi?" tanya Guru Mada kembali."Saya sontak terkejut, karena tiba-tiba gubuk pemantau roboh karena diserang, saya yang pada waktu itu tidak mempunyai persiapan apa-apa langsung tersungkur ke tanah dan wajah, tangan, punggung, serta kaki saya dipukul habis-habisan oleh orang-orang berbadan besar tersebut," jawab Bajulgeni."Jadi mereka bermaksud meninggalkanmu dan membiarkan kamu mati secara perlahan-lahan, begitu?" Tanya Guru Mada."Tidak Tuan Guru, mereka juga melempar saya ke sungai sebelah tempat latihan. Kemudian mereka melemparkan sebuah bongkahan kayu yang lancip tepat ke arah dada saya, namun seperti biasa, saya selalu menaruh buku catatan di dalam baju, alhasil buku itu menyelamatkan nyawa saya," Jawab Bajulgeni sambil mengeluarkan sebuah buku kecil yang rusak dan sobek tidak karuan akibat terkena dorongan dari lemparan bongkahan kayu lancip."Lantas, mereka tidak curiga kalau kau masih hidup?" tanya Guru Mada keheranan. "Mungkin tidak guru dikarenakan sebelumnya tubuh saya sudah memar dan mengeluarkan banyak darah, jadi meski bongkahan kayu yang dilempar tidak mengenai saya tepat. Aliran darah yang terus keluar dari tubuh saya yang terus menggenang di sungai membuat mereka berpikir kalau saya sudah tewas," terang Bajulgeni.Setelah menceritakan hal yang dialaminya, Bajulgeni membantu Guru Mada untuk mencoba berdiri. Ia sangat berhati-hati membantu sang guru, karena ia melihat kaki sang guru memar penuh luka."Apakah Tuan Guru masih bisa berjalan?" tanya Bajulgeni dengan napasnya yang masih terengah-engah."Ya, kakiku hanya luka sedikit, tetapi tidak apa-apa, aku masih bisa berjalan," jawab Tuan Guru Mada sembari berusaha untuk menggerakkan kakinya yang terluka berat akibat tertimpa reruntuhan."Kau sudah melihat keadaan semua murid dan para guru?" tanya Guru Mada."Sudah tuan Guru, namun tidak ada yang selamat diantara mereka semua, aku sangat bersyukur karena Tuan Guru selamat, aku sudah mengumpulkan jenazah mereka di tempat latihan," Jawab Bajulgeni sambil menunjukkan dimana letak jenazah para murid dan para guru."Baiklah, kita akan mengubur mayat mereka, tapi sebelum itu kita berganti pakaian terlebih dahulu dengan pakaian bersih yang masih tersisa," Tutur Guru Mada."Siap, laksanakan!" jawab Bajulgeni.Setelah membersihkan diri, Guru Mada dan Bajulgeni menyisiri hutan menuju tempat latihan, mereka terkejut bukan main melihat banyak pohon tumbang dan hewan-hewan juga mati akibat serangan kemarin malam. Sesampainya di tempat latihan tak henti-hentinya Guru Mada menangis, melihat teman-teman seperjuangannya mati mengenaskan. Selain itu Tempat latihan yang awalnya asri sekarang menjadi lautan darah. Segera Bajulgeni membuat sebuah liang lahat yang cukup besar di tempat latihan tersebut.ยั่วรักคุณหมอกฤษณะ บทที่ 91 ตอนจบ"ไอ้หมอคนไหนคะ""ก็ไอ้หมอคนที่คุณคุยด้วยหน้าลิฟต์ไง""คุณหมอโอโซนน่ะเหรอคะ" ทีแรกไม่คิดว่าคนที่เขาพูดถึงเป็นหมอด้วยซ้ำถึงแม้ว่าจะมีคำว่าหมอ"ใช่ผมไม่ชอบให้คุณคุยกับมันเลย""เดี๋ยวนะคุณหมอเรียกคุณหมอโอโซนว่าอะไรนะคะ?""ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องไปพูดกับไอ้หมอคนนั้น""คุณหมออย่าบอกนะว่า..""ผมหึง และก็ไม่ต้องไปคุยกับมันได้ยิ่งดี" เขาไม่คิดจะอ้อมค้อมกับเธออยู่แล้วไม่ชอบก็บอกไม่ชอบแต่กฤษณะก็แปลกใจในตัวเอง แต่ก่อนก็เคยมีเรื่องกันเขายังควบคุมอารมณ์ได้ แต่ทำไมตอนนี้แค่เห็นหน้าก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว"คุณหมอ.." เราจะช็อกก่อนไหมเนี่ยทำไมมันเต้นแรงขนาดนี้ ได้ยินชายอันเป็นที่รักบอกว่าหึงทำไมหัวใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ"คุณเป็นอะไร" เขากำลังจับชีพจรเธออยู่พอดี"ไม่ได้เป็นอะไรค่ะปกติดี""เอาเครื่องวัดคลื่นหัวใจเข้ามา" ชายหนุ่มรีบเปิดประตูบอกผู้ช่วยที่อยู่ด้านนอก"ไม่ต้องหรอกค่ะ วดีแค่ตื่นเต้นมากเกินไป""ตื่นเต้นเรื่องอะไร""ก็เรื่องที่คุณหมอหึงไงคะ""ผมหึงแล้วมันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ" เล่นเอาสะเขาตกใจเลย"ก็.."กฤษณะแอบยิ้มและส่ายหน้าเล็กน้อย ทีแรกยังกลัวเธอโกรธให้อยู่เ
"หมอโอห์มคุณได้ยินไหม เมื่อกี้คุณแหม่มโทรมาบอกผลตรวจเลือดออกมาว่า...""ผมได้ยินแล้ว และทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้ยินเหมือนกัน.." สายตาของคุณหมอโอห์มกรอกมองไปที่พ่อเลี้ยง เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าหาวิธีเอาตัวรอดให้ได้ด่วนเลย"......" กฤษณะเพิ่งรู้ตัวว่างานกำลังเข้า..ตายห่าแล้ว"เมื่อกี้คุณหมอว่าอะไรนะคะ" แต่เปรมวดีไม่ได้สนใจพ่อเลย ท่านจะรู้ความจริงหรือไม่รู้เธอก็ไม่ได้กลัว สิ่งที่เธอสนใจคือผลตรวจเลือดที่พยาบาลโทรมาแจ้ง"เลือดที่ผมนำไปตรวจผลออกมา ตอนนี้คุณตั้งท้อง" คิดแล้วทำไมเขาต้องกลัวด้วย มันเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับครอบครัว"พ่อคะ..วดีท้องจริงด้วยค่ะ" เธออยากบอกเรื่องยินดีแบบนี้กับพ่อ ถ้าแม่อยู่ตรงนี้ด้วยเธอก็จะกอดแล้วก็บอกท่าน"พ่อรู้แล้ว""ผมต้องขอโทษท่านมากนะครับ" กฤษณะพนมมือไหว้ขอโทษ คิดว่าท่านคงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"ขอโทษทำไมล่ะ แค่รักลูกสาวพ่อให้มากๆ ก็พอแล้ว"โอห์มลอบถอนหายใจโล่งอกมาก "..อุ๊ย" แต่ทำไมสายตาท่านที่มองเขา มันไม่เหมือนมองสองคนนั่นเลย"อย่าว่าอะไรให้คุณหมอโอห์มเลยนะคะพ่อ คุณหมอแค่..""แค่อะไรเหรอ"หลังทานข้าวเสร็จ..โอห์มรีบขอตัวออกมาก่อนใครเพื่อนเลย หวังว่าท่านคงไ
"นี่มันอะไรกัน" เปรมวดีจำได้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรถก็คือลูกน้องของพ่อ"ท่านให้พวกผมเอารถมาให้คุณหนูไว้ใช้ครับ""พวกฉันมีรถใช้อยู่เอากลับไป" กลัวว่าคุณหมอจะคิดว่าทางครอบครัวของเธออวดร่ำอวดรวย"คุณหนูคงต้องคุยกับท่านเองแล้วล่ะครับ หมดหน้าที่ของพวกผมแล้ว กุญแจรถอยู่ในรถนะครับ""เดี๋ยวก่อนสิ" พอเรียกคนของพ่อไม่หันกลับมา เธอก็เลยหันไปหาเขา "คุณหมอคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ""ผมจะว่าอะไรให้ท่านได้ล่ะครับ นั่นพ่อคุณนะท่านคงอยากให้ลูกสาว""คุณหมอไม่โกรธจริงนะคะ""ไม่โกรธหรอก แต่วันนี้ผมคงต้องขอติดรถคุณไปโรงพยาบาลด้วย" เขาก็คิดอยู่ว่าจะโทรให้เพื่อนมารับดีไหม เพราะไม่อยากพาเธอไปโหนรถเมล์"ถ้างั้นเราเก็บรถไว้ใช้แค่คันเดียวก็พอนะคะ""แล้วแต่คุณเถอะ ก็ท่านมอบให้คุณนี่""ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่เข้าใจ เอาเป็นว่าวันนี้วดีจะขับรถเอง..โอ๊ย" ขณะที่ก้าวเท้าเธอก็รู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องอีก แปลกจังเธอไม่เจ็บท้องแบบนี้มานานแล้ว เพราะตั้งแต่เรียนหมอมาเธอก็มีวิธีรักษาตัวเองเรื่องเจ็บท้องประจำเดือน"เดี๋ยวผมขับเอง" กฤษณะเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เธอได้ขึ้นนั่ง แล้วเขาก็กลับมาประจำที่คนขับ[โรงพยาบาล]"ว้าวรถใคร" รถคันหรู
หลังทานข้าวเสร็จปุรเชษฐ์ก็ให้คนมาส่งทั้งสองที่บ้านของหมอกฤษณะ ทีแรกเขาก็ขอให้ท่านบอกคนรถไปส่งที่โรงพยาบาลเพราะว่ารถของทั้งสองอยู่ที่นั่น แต่พ่อของเธอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงกลับมาพักผ่อนกันให้สบายใจเพราะมันดึกแล้ว กฤษณะก็เลยยอมทำตามเพราะไม่กล้าขัดใจท่าน"พรุ่งนี้เราค่อยนั่งรถโดยสารออกไปก็ได้ค่ะ" แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเขาคงเป็นกังวลเรื่องนี้"เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก เรามาพูดอีกเรื่องกันดีกว่า""เรื่องอะไรคะ""ทำไมถึงไม่บอกผมแต่ทีแรก" เขาไม่มีโอกาสถามเพราะอยู่ต่อหน้าพ่อของเธอ"จะให้เปรมเข้ามาแล้วก็บอกว่าเป็นใครเลยหรือคะ แล้วคุณหมอจะคิดยังไงล่ะ""ไม่คิดว่าคุณยังจะจำผมได้อีก" เรื่องนี้มันผ่านมาเป็น 10 ปีได้แล้วมั้ง ขนาดเขายังจำเธอไม่ได้เลย แต่ก็ไม่แปลกหรอกตอนนั้นยังไม่แตกเนื้อสาวเลยด้วยซ้ำ แต่มาตอนนี้ดูสิสวยสะพรั่งเลย"จำได้สิคะ เปรมจำคุณหมอได้ไม่มีวันลืม""อย่าบอกนะว่า.."หญิงสาวพยักหน้า แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาจะถามอะไร"คุณเรียนหมอเพราะจะมาหาผมจริงเหรอ..""ค่ะ""เด็กโง่เอ้ย" มือหนาเอื้อมไปโอบร่างของเธอเข้ามาแนบไว้กับแผ่นอก "ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย""เปรมอยากให้คุณหมอเห็นความสำเร็จของคนที่คุณหม
รู้ว่าหมอโอห์มอยู่ที่ไหนกฤษณะก็รีบขึ้นลิฟต์ไปหาที่ห้องทำงานชั้นบน โดยมีเปรมวดีตามขึ้นไปด้วยเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนทั้งสองก๊อก ก๊อก แกร็ก แอดดด พอเคาะส่งสัญญาณกฤษณะก็เปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอให้คนที่อยู่ด้านในอนุญาตก่อนเลย"อ้าว..ว่าไงครับ""ผมอยากจะมาถามเรื่องผลตรวจครรภ์" ที่ไม่ถามตอนนั่งรถมา
ยั่วรักคุณหมอกฤษณะอายตอนนี้ยังทันไหมเนี่ย ดีนะที่ไม่มีใครเห็น ขณะที่ดันตัวลุกขึ้นเปรมวดีก็เหลือบไปมองดูกล้องวงจรปิด หวังว่าคงไม่มีใครเปิดกล้องดูนะ เพราะถ้าใครเห็นเมื่อสักครู่รู้แน่ว่าเธอจงใจที่จะล้ม คนบ้าอะไรยืนอยู่ดีๆ ก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น"ผมจดรายละเอียดไว้ที่เตียงผู้ป่วยแล้ว คุณก็ไปเปิดดูแล้วก
ทั้งสองจำเป็นต้องแยกห้องนอนกันตามที่พ่อต้องการ ส่วนตอนนี้ภูตะวันลงดอยไปแล้วเพราะต้องลงไปทำตามคำสั่งของพ่อเลี้ยง"ขอคุยอะไรด้วยหน่อยค่ะพ่อ" พอคนของพ่อพากฤษณะขึ้นห้องไปแล้ว เปรมวดีก็เลยขอคุยกับท่านต่อ"ดึกแล้วไม่ง่วงหรือไง มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้""จะคุยวันนี้ค่ะ""ถ้างั้นมีอะไรก็พูดมา" ปุรเชษฐ์ที่ล
"ผมแค่อยากจะคุยเรื่องที่คุยกันค้างไว้คราวก่อน""อะไรนะครับ""ดูคุณหมอจะตกใจนะครับเนี่ย เป็นอะไรกับคุณหมอคนสวยหรือเปล่าครับ"กฤษณะไม่ได้ตอบว่าเป็นอะไรกันไหม เพราะเขายังไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงจะคุยอะไรกับเปรมวดีใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ของพ่อเลี้ยงคนนี้ แต่คงไม่ใช่ทุกคนเพราะเปรมวดีไม่ใช่คนในพื้นที่ ยังไงก็ต้อ






Ulasan-ulasan