Masukสองเดือนผ่านไป
ผ่านมาสองเดือนแล้วกับการที่เอริคกับออมเป็นFWBกัน วันนี้เขาโอนเงินให้เธอเจ็ดหมื่นบาท จากนั้นจึงส่งข้อความไปหาเธอ เอริค : มาหาฉันที่ห้องตอนเย็น ออม : ออมไม่สบายค่ะ เอริค : เป็นอะไร ออม : มีไข้และปวดหัวค่ะ เอริค : หายป่วยก็บอกฉันด้วย ออม : ค่ะ เขากดออกจากแอปไลน์แล้วส่งข้อความไปหารุ่นน้องปีสามที่เขาตามจีบมาตั้งหลายเดือนแล้ว เธอเป็นดาวมหาลัย เขาจีบเธอตั้งแต่ขึ้นปีสี่ใหม่ๆ เอริค : ทำอะไรอยู่ครับ แพรดาว : วันนี้แพรออกมาห้างค่ะ เอริค : ไปกับใคร แพรดาว : มาคนเดียวค่ะ มาคนเดียวรู้สึกเหงาจังเลยค่ะ เอริค : วันหลังโทรมาบอกพี่สิ พี่จะได้พาไป แพรดาว : แพรรู้สึกเกรงใจพี่ค่ะ เอริค : ไม่ต้องเกรงใจ สำหรับแพรแล้ว พี่ว่างเสมอ แพรดาว : งั้นเอาเป็นว่าครั้งต่อไป แพรจะโทรไปชวนพี่นะคะ เอริค : ครับ พี่ยินดี งั้นแค่นี้นะ จากนั้นเขาก็ออกจากหน้าไลน์แล้วยกยิ้มบางๆเมื่อคิดว่าแพรดาวเริ่มจะใจอ่อนและเปิดทางให้เขาพาออกไปเที่ยวได้แล้ว สามวันผ่านไป เอริค : หายป่วยยัง ออม : หายแล้วค่ะ เอริค : มาหาฉันที่คอนโด ออม : ค่ะ เขารอไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เธอก็มาถึงเพ้นท์เฮาส์ ก่อนที่เขาจะจัดการกับร่างกายเธอไปสามรอบ สมกับที่ต้องข่มกลั้นอารมณ์นั้นมาหลายวัน สามเดือนผ่านไป ผ่านมาสามเดือนแล้วกับการเป็นFWBระหว่างเอริคกับออม ในขณะที่เอริคกำลังสาวเท้าจะไปขึ้นรถเพื่อกลับคอนโด ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากข้อความ เขาหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นแพรดาวจึงเปิดเข้าไปดูทันทีพลางหัวใจเต้นระส่ำ แพรดาว : สวัสดีค่ะพี่เอริค พี่ว่างไหมคะ เอริค : ว่าง แพรมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า แพรดาว : แพรอยากไปช้อปปิ้ง พี่เอริคพาแพรไปได้ไหมคะ เอริค : ได้ เดี๋ยวพี่พาไป ตอนนี้แพรอยู่ไหน แพรดาว : แพรกำลังจะออกไปจากอาคารเรียนค่ะ เอริค : พี่รออยู่ที่รถนะ จอดใกล้กับตึกบริหาร แพรดาว : ค่ะ เขาปิดหน้าจอแล้วคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อคิดว่าแพรดาวคงจะมีใจให้เขาบ้างแล้ว หลังจากที่เขาส่งข้อความไปจีบเธอหลายเดือน เขารอไม่นานก็เห็นร่างสวยของแพรดาวที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัวเดินมาที่รถของเขาด้วยรอยยิ้มหวาน “แพรขอโทษนะคะที่ให้พี่ต้องรอ” “ไม่เป็นไรเลย ขึ้นรถเถอะ” เขาเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง จากนั้นจึงขับพาเธอไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เอริคพาแพรดาวไปร้านอาหาร แล้วจากนั้นเขาจึงพาเธอไปช้อปปิ้ง เธอซื้อเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิง เอริคจ่ายเงินอย่างเต็มใจ จากนั้นเธอก็ไปซื้อรองเท้า และเขาก็พาเธอไปซื้ออย่างไม่อิดออด ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเดินช้อปปิ้งแบบนี้ แพรดาวคือคนแรกที่เขาอยากพามา เมื่อแพรดาวซื้อของเสร็จก็ชวนเขากลับ ร่างสูงไปส่งเธอที่คอนโดและกลับคอนโดของตัวเอง สี่เดือนผ่านไป ผ่านมาสี่เดือนแล้วกับการเป็นFWBระหว่างเอริคกับออม หนึ่งเดือนให้หลังมานี้ เอริคกับแพรดาวจะไปเที่ยวกันบ่อยๆ เขาพาเธอไปกินข้าว ดูหนังบ้าง และช้อปปิ้งบ่อยครั้ง ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางกายระหว่างเขากับออมก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย ในหนึ่งอาทิตย์เขาจะให้ออมมาหาเขาอาทิตย์ละสี่วัน พอเขาตักตวงความสุขจากร่างกายเธอเสร็จและอิ่มหนำ เธอก็นั่งรถกลับหอพักทันที ด้านออม “ยังเหลือเวลาอีกสองเดือนแล้วสินะ ที่จะหมดสัญญาการเป็นคู่นอนของพี่เอริค” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเหม่อลอยพลางรู้สึกโหวงๆในอกเมื่อคิดว่าอีกไม่นานแล้วที่เธอกับเขาจะสิ้นสุดการเป็นคู่นอนไร้สถานะ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า friend with benefit “ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ” เธอรู้สึกว่าไม่อยากให้สัญญานี้จบสิ้นลงเลย เธออยากอยู่ในสถานะนี้ของเขาไปเรื่อยๆได้ไหม เพราะตอนนี้ความรู้สึกของเธอ ไม่อยากจะออกไปจากชีวิตของเขาเลย “จะเป็นไปได้ไหมนะ ถ้าจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าตลอดไปได้ก็ยิ่งดี” ตอนนี้เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เธอไม่อยากเสียเขาไปให้ใครเลย แต่พอคิดให้ดีๆจึงรู้ว่าเธอเป็นแค่คนที่เคยอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาก่อน เพราะฉะนั้นเขาจะมายกสถานะอื่นให้เธอได้อย่างไร เธอเป็นได้เพียงเพื่อนนอนไร้สถานะของเขาเท่านั้น “ทำใจและตัดใจจากเขาเถอะนะออม อย่าไปหวังอะไรที่มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย” เธอถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วพูดเพื่อปลอบใจตัวเอง ติ๊ด เธอหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูทันทีแล้วเปิดเข้าไปอ่านข้อความที่เขาส่งมา เอริค : มาหาฉัน ออม : ได้ค่ะ เธอปิดหน้าจอแล้วอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นจึงนั่งแท็กซี่ไปหาเขาที่คอนโดหลายเดือนต่อมาตอนนี้มิวได้คลอดลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้ชาย ตอนนี้อายุได้เก้าเดือนแล้ววันนี้คนเป็นพ่อกับคนเป็นแม่พาลูกออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้ากัน ปริ๊นซ์อุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนแกร่งแล้วเดินดูนั่นดูนี่ ก่อนจะพาไปนั่งตรงโซนที่เด็กเล่นเครื่องเล่นกัน ส่วนแม่ของลูกขอตัวไปซื้อข้าวของเคลื่องใช้ในบ้าน"รอให้ลูกโตก่อนนะครับลูกถึงจะเล่นได้" ปริ๊นซ์ก้มพูดกับลูกน้อยที่เขาให้นั่งบนตัก ก่อนที่เด็กน้อยตัวอวบจะดิ้นขยุกขยิกอยากลงเมื่อเห็นเด็กคนอื่นเล่นเครื่องเล่นกัน"เย่น..." เสียงเล็กของลูกชายเปล่งออกมาไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่เขาก็พอจะฟังออกว่าลูกพูดอะไร เย่นหมายถึงเล่นนั่นเอง"ลูกยังเล่นไม่ได้นะครับ" เรียวปากหนาบอกกับลูกชายตัวเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางมือหนาลูบหัวเล็กของลูกด้วยความรู้สึกเอ็นดูที่ลูกอยากเล่น แต่เล่นไม่ได้ก่อนที่ร่างสวยของแม่ของลูกจะรุนรถเข็นมายังคนเป็นพ่อของลูกที่นั่งอุ้มลูกน้อยตัวอวบขาวอยู่"เรากลับกันเถอะค่ะพี่ปริ๊นซ์""ได้ของครบแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อเหลาของพ่อลูกอ่อนหันถามยังภรรยาตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงน่าฟัง"ได้ครบแล้วค่ะ""งั้นก็กลับกันเถอะ" พูดจบ ปริ๊นซ์ที่ให้ลูก
หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของปริ๊นซ์กับมิวที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและอบอุ่นได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อตอนหัวค่ำ และตอนนี้คู่บ่าวสาว หรือเรียกอีกอย่างว่าสามีภรรยา ได้เดินทางมาถึงบ้านแล้ว เมื่อเข้ามาในห้องนอน ปริ๊นซ์ก็จัดการรูดซิปชุดแต่งงานของมิวลงไปจนถึงเอวคอด จากนั้นก็ปลดชุดแต่งงานสีขาวงาช้างออกไปจากร่างสวย ก่อนที่มือเรียวจะจับชุดไว้ พร้อมกับเอ่ยบอกไป"พี่ปริ๊นซ์ไปหยิบผ้าขนหนูมาให้มิวก่อนสิคะ มิวไม่อยากล่อนจ้อนค่ะ""พี่อยากเห็นมิวแก้ผ้ามากกว่ามิวใส่ผ้าซะอีก" ยิ้มอบอุ่น"พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ""ไม่เบื่อเลย แต่พี่กลับชอบด้วยซ้ำ ยิ่งสองสามเดือนมานี้พี่ไม่ค่อยได้เห็นมิวแก้ผ้าเลย" ตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง เขาก็เพลาๆเรื่องนั้นลง ไม่ทำบ่อยเหมือนตอนก่อนท้อง เพราะเขาอยากให้เลยช่วงท้องอ่อนๆไปก่อนถึงจะทำให้บ่อยขึ้น"คืนนี้พี่อยากทำไหมคะ" เรียวปากสีหวานถามอย่างเอาอกเอาใจ เธอก็เห็นใจเขาอยู่เหมือนกัน เพราะพอเขารู้ว่าเธอท้อง เขาก็ลดเรื่องนั้นลง เนื่องจากว่าเป็นห่วงลูกในท้อง ทั้งที่ก่อนท้องเขาจะมีอะไรกับเธอบ่อยมากจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้วสำหรับเขา"อยากสิ พี่อยากมาเป็นอาทิตย์แล้ว" หนึ่งอาทิ
"แล้วปรายก็มีแฟนแล้วด้วย""ใครเหรอคะแฟนพี่ปราย" ร่างเล็กผละออกจากร่างหนา แล้วเอ่ยถาม"เขาสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นตากล้องน่ะ""อ๋อค่ะ""ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่านะ""ค่ะ""หมอบอกว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยถาม พลางฝ่ามือใหญ่ลูบไปบนหน้าท้องแบนราบของคนเป็นแม่ของลูกเบาๆ"สี่สัปดาห์ค่ะ" ตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน"ก็อีกแปดเดือนสินะที่ลูกของเราจะคลอดออกมา" เขาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มและสีหน้ามีความสุข"ค่ะ""หิวไหม""มิวไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลยค่ะ แค่ได้กลิ่นอาหารก็เหม็นไปหมด""แล้วทีนี้จะกินอะไรดีล่ะ..." ทำท่าครุ่นคิดแล้วเอ่ยต่อ"หรือว่ากินผลไม้ไหม ผลไม้ไม่น่าจะมีกลิ่นนะ""ลองดูก็ได้ค่ะ""งั้นฉันออกไปซื้อก่อนนะ เธอจะไปกับฉันด้วยไหม""มิวไปด้วยก็ได้ค่ะ อยากนั่งรถเที่ยว" "งั้นก็ไปกันเถอะ" ว่าจบ ปริ๊นซ์ก็จับมือสวยของมิว แล้วพากันออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่หน้าปากซอยด้านกัมพลหลังจากที่กัมพลรู้ผลตรวจว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเมื่ออาทิตย์ก่อน และมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน ส่วนสายชลก็ออกจากบ้านไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะเธ
บริษัทปริ๊นซ์มิวสาวเท้าเข้ามาภายในบริษัทนำเข้ารถหรูขนาดใหญ่ของเขา แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของตึกที่มีหลายสิบชั้น มิวก้าวขาออกจากลิฟต์และเดินไปยังห้องทำงานของเขา ก็เห็นว่ามีเลขาสาวอายุราวสามสิบกว่าปีนั่งอยู่หน้าห้องของเขา เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงทักทายพร้อมกับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มตามประสา"สวัสดีค่ะ ฉันมาหาพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""ท่านประธานออกไปทานข้าวกับคุณปรายยังไม่กลับมาเลยค่ะ" เลขาสาวตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร แล้วเป็นอะไรกับท่านประธานเหรอคะ""ฉันชื่อมิวเป็นคู่หมั้นของพี่ปริ๊นซ์ค่ะ""อ๋อค่ะ พอดีดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองเดือนเองค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าท่านประธานมีคู่หมั้นแล้ว ดิฉันคิดว่าคุณปรายเป็นแฟนของท่านประธานซะอีก เพราะสองเดือนที่ฉันทำงานอยู่ที่นี่ ฉันเห็นว่าคุณปรายมาหาท่านประธานเกือบทุกวัน แล้วก็ออกไปทานข้าวด้วยกันค่ะ""..." มิวที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป พลางจุกหน่วงอยู่ในใจเมื่อรู้ว่าเขากับพี่ปรายเจอกันทุกวัน โดยที่เธอไม่ได้รู้เลย"ถ้าอย่างนั้นคุณมิวเข้าไปนั่งรอท่านประธานในห้องก่อนก็ได้นะคะ ไม่นานท่านประธา
หกเดือนต่อมาเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่ปริ๊นซ์กับมิวอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ราบรื่นดี ต่างคนต่างก็มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน และสองเดือนให้หลังมานี้ถ้าช่วงไหนปรายไม่มีงานถ่ายแบบ เธอจะมาหาปริ๊นซ์ที่บริษัทบ่อยๆ โดยที่ปริ๊นซ์ไม่ได้บอกให้มา เธอมาเอง แต่ปริ๊นซ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันเป็นความเคยชินอยู่แล้วที่ปรายจะมาหาเขาที่บริษัทอยู่เป็นประจำในระยะเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มิวที่วันนี้รู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้จึงโทรไปลางานกับพี่จอยหัวหน้าแผนกที่เธอทำงานอยู่เธอมีอาการแบบนี้มาสี่ห้าวันแล้ว เวลาได้กลิ่นของทอดเธอจะคลื่นไส้และอาเจียนทุกครั้ง"อุ๊บ อ๊วก" มิวที่กำลังทำอาหารเช้าให้เขาอยู่ จู่ๆก็เกิดอาการคลื่นไส้จึงวิ่งไปโก่งคออาเจียนลงในอ่างล้างจาน จนหน้าดำหน้าแดงปริ๊นซ์ที่อยู่ในชุดสูทหรูสีดำก้าวลงบันไดมา เมื่อได้ยินเสียงอาเจียนของหญิงสาวจึงรีบเข้ามาดู เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ก็รีบเข้ามาลูบแผ่นหลังบางให้เธอพร้อมกับรวบผมของเธอมาไว้ด้านหลัง"แค่ก แค่ก""ไปหาหมอไหม เดี๋ยวฉันพาไป""ไม่เป็นไรค่ะ มิวไม่ได้เป็นอะไรมาก" เธอผละออกจากอ่างล้างจานแล้วพูดกับคนตัวสูงด้วยท่าทีอ่อนแรง"ไม่เป็นอะไรมากไ
"ตอบปรายมาสิปริ๊นซ์ อย่าเอาแต่เงียบ" ปรายถามคาดคั้นอยากได้ยินคำตอบที่เขาบอกว่าอยากแต่งงานกับเธออย่างเช่นเจ็ดปีที่ผ่านมา"ปริ๊นซ์ยังตอบอะไรปรายตอนนี้ไม่ได้ รอให้ปริ๊นซ์ถอนหมั้นกับมิวก่อนก็แล้วกัน แล้วปริ๊นซ์จะบอกปรายเอง" เขาเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกหนักใจ"เอางั้นก็ได้" เมื่อได้ยินที่เขาบอกจะถอนหมั้นเธอก็ใจชื้นขึ้นมาทันที"งั้นปริ๊นซ์ขอทำงานก่อนนะ" ว่าแล้ว ใบหน้าหล่อก็ก้มหน้าจัดการเซ็นอนุมัติงบประมาณนำเข้ารถหรูล๊อตใหม่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่ทว่าในใจคิดไปถึงแต่คนตัวเล็กอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งตอนเย็นเขาก็ไปส่งปรายที่คอนโดแล้วกลับบ้านไป เมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่เห็นหญิงสาว มือหนาก็หยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออกหาเธอตู๊ด~'อยู่ไหน' ทันทีที่มิวกดรับสายเสียงทุ้มเข้มที่เจือไว้ด้วยอารมณ์เคืองขุ่นก็ถามออกไปทันที'มิวกำลังอยู่บนรถค่ะ''รถอะไร''รถจอมทัพค่ะ''นี่เธอ!' เขาหลุดเสียงตะคอกออกไป พลางมือหนากำโทรศัพท์แน่นด้วยอารมณ์คุกรุ่น'มิววางสายแล้วนะคะ''กลับมาถึงบ้านเธอได้ขาถ่างแน่มิว' เขาพูดน้ำเสียงลอดไรฟันแบบคาดโทษ จากนั้นนิ้วหนาก็กดวางสายแล้วสาวเท้าไปหยิบเหล้าราคาแพงท
ห้าเดือนผ่านไปเพ้นท์เฮาส์ห้องนอนหลังจากที่ทั้งสองทำกิจกรรมรักจนเสร็จไปสองรอบ ร่างสูงก็ลุกจากเตียงแล้วหยิบกางเกงขึ้นมาสวม คนตัวเล็กจัดการใส่เสื้อผ้าแล้วจะออกไปจากห้องนอนเพื่อจะกลับหอพัก ทว่า“อย่าเพิ่งไป”“พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอหันถามพร้อมคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เพราะที่ผ่านมาถ้าเสร็จเรื่องอย่า
หนึ่งเดือนผ่านไปผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วที่ออมกับเอริคมีความสัมพันธ์กันแบบไม่ผูกมัด วันนี้เอริคโอนเงินเข้าบัญชีให้เธอหกหมื่นบาทเพ้นท์เฮาส์หลังจากที่ทั้งคู่ทำกิจกรรมบนเตียงเสร็จ เอริคก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนโทรศัพท์ของเธอจะมีสายโทรเข้ามาจากเพื่อนของเธอ“ว่าไงโฟร์”(คืนนี้ไปผับกันนะออม เป็กกับโอมจะไปกั
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาหอพักวันนี้ไม่มีเรียน ออมก็เลยอยู่แต่ในหอพักไม่ออกไปไหน เธอสั่งของกินจากแอปพลิเคชันมาทาน เมื่อทานเสร็จโทรศัพท์ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากทางไลน์เข้ามาเมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่เรียนห้องเดียวกับเธอส่งข้อความมา จึงเปิดเข้าไปอ่านเอริค : มาหาฉันที่ห้องออม : ได้ค่ะเธอปิดหน้าจอโทรศัพท์แล
เมื่อเรียนเสร็จคนตัวเล็กก็ออกจากอาคารเรียนแล้วสาวเท้าหมายจะไปขึ้นรถหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อกลับหอพักในขณะที่เธอยืนรอรถอยู่นั้นก็มีรถสปอร์ตหรูสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอดตรงหน้าเธอ พร้อมกระจกที่ติดฟิล์มสีดำฝั่งโดยสารก็ถูกเลื่อนลงออมที่เห็นว่าเป็นร่างสูงก็ขมวดคิ้วนึกแปลกใจว่าเขาจะมาจอดตรงนี้ทำไม ก่อนเสียงทุ







