Share

บทที่ 25

last update Last Updated: 2025-12-27 21:27:32

เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวล

ปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา

“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”

ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน

“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”

เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”

แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”

ณ คลินิกของอคิณ

ธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังคลินิกส่วนตัวของอคิณที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว อคิณรออยู่ที่ห้องทำงาน เขาต้อนรับปลายฟ้าด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยลดความประหม่าของเธอลงได้มาก

“ธีร์คงเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟังแล้ว” อคิณพูดเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะปลายฟ้า ที่นี่เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”

อคิณขอให้ธีร์ออกไปรอข้างนอกเพื่อความเป็นส่วนตัว

“คุณไม่ต้องพูดก็ได้นะครับปลายฟ้า” อคิณเริ่มต้นอย่างใจเย็น “แต่พี่อยากให้คุณลองฟังพี่พูดดู”

จิตแพทย์หนุ่มอธิบายให้ปลายฟ้าเข้าใจถึงกลไกของ บาดแผลทางใจ (Trauma) และ ภาวะตื่นตระหนก (Panic Disorder) ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอไม่ใช่ความผิด และการที่เธอรู้สึก สกปรก หรืออยาก วิ่งหนี เป็นเพียงปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่พยายามปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดในอดีต

“การขัดตัวเมื่อคืนนั้น... ไม่ได้ทำให้คุณสกปรกหรอกครับ แต่พี่เข้าใจว่ามันเป็นการที่คุณพยายาม กำจัด ความรู้สึกที่คนอื่นยัดเยียดให้คุณออกไป” อคิณพูดด้วยความเห็นใจ

ปลายฟ้านั่งนิ่งฟังทุกคำพูด น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างเงียบๆ ตลอดการบำบัด เธอไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่การที่ได้ยินผู้เชี่ยวชาญพูดว่าสิ่งที่เธอรู้สึกนั้นเป็น เรื่องปกติ และ ไม่ใช่ความผิดของเธอ มันคือการเยียวยาครั้งใหญ่

เมื่อการพูดคุยเสร็จสิ้นลง อคิณก็แนะนำการบ้านให้เธอทำ และนัดหมายการบำบัดในสัปดาห์ถัดไป

“พี่จะช่วยดึงคุณออกมาจากตรงนั้นเองนะปลายฟ้า” อคิณ

ปลายฟ้าเดินออกมาจากห้องทำงานของอคิณด้วยความรู้สึกที่โล่งขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวในการต่อสู้กับความมืดมิดนี้ ธีร์รอเธออยู่หน้าห้อง เขารีบเดินเข้ามาหาและโอบไหล่เธอไว้ทันที

ปลายฟ้าพิงศีรษะกับเบาะรถอย่างเงียบๆ ตลอดทาง ดวงตาของเธอเหม่อมองออกไปนอกกระจก แม้จะได้รับการบำบัดเบื้องต้นจากอคิณแล้ว แต่ความเหนื่อยล้าทางใจก็ยังคงอยู่ ธีร์ขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และสังเกตอาการของเธออยู่ตลอดเวลา

เมื่อเห็นว่าปลายฟ้าดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ธีร์จึงเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้เบาๆ

“คุณอยากไปไหนหรือเปล่าครับ? ผมจะพาไป” ธีร์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ปลายฟ้าหันมามองเขา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเริ่มมีประกายแห่งความหวังฉายขึ้นมาเล็กน้อย เธอพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

“ฟ้าอยากไปหาคุณตาค่ะ”

เธอเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก “คุณตาคือที่พักพิงของฉันค่ะ ที่เดียวที่ฉันรู้สึกว่ามีคนรักฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข”

ธีร์ยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินคำนั้น เขาเข้าใจดี เพราะคุณตามงคลก็เป็นที่พึ่งทางใจของเขาเช่นกัน

“ดีเลยครับ! ผมก็อยากพาคุณไปหาคุณตาอยู่แล้ว” ธีร์ตอบอย่างกระตือรือร้น “คุณตาห่วงคุณมากนะ คืนนี้เราไปนอนค้างที่บ้านคุณตาเลยนะครับ จะได้ไม่ต้องกลับมาเจอเรื่องวุ่นวายที่คอนโด”

เขากุมมือของเธอแน่นขึ้น “ผมโทรบอกคุณตาแล้ว คุณตาเตรียมที่พักไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ”

ปลายฟ้าซบมือลงกับมือของธีร์ที่กุมมือเธอไว้ ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ

ธีร์เปลี่ยนเส้นทางรถทันที มุ่งหน้าไปยังบ้านของคุณตามงคล ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวที่เงียบสงบ เป็นสถานที่ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมือง และห่างไกลจากผู้คนที่มีแต่ความอิจฉาริษยา

ระหว่างทาง ธีร์มองเห็นว่าแม้สภาพของปลายฟ้าจะยังไม่กลับมาปกติ แต่การได้ตัดสินใจไปหาคุณตา ดูเหมือนจะทำให้เธอมีพลังใจเพิ่มขึ้นมาก

คุณตา ท่านจะช่วยให้ปลายฟ้าเข้มแข็งขึ้นได้แน่นอน ธีร์คิด

เมื่อถึงบ้าน คุณตามงคลยืนรอรับพวกเขาอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว รอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนของคุณตาทำให้ปลายฟ้าปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นน้ำตาที่ปนเปื้อนความโล่งใจ

คุณตามงคลกอดปลายฟ้าไว้แน่น “ตาอยู่นี่แล้วนะหนู ไม่เป็นไรแล้วนะ”

ปลายน้ำตาไหลไม่ขาดสาย เมื่อถูกโอบกอดโดยคุณตามงคล อ้อมกอดอุ่นๆ จากชายสูงวัย ที่เปรียบเสมือนปู่ที่หายสาบสูญไปมันช่วยเยียวยาจิตใจเธออย่างน่าอัศจรรย์ ความรู้สึกเหมือนเด็กที่เพิ่งได้กลับมาบ้านหลังจากหลงทางมานานได้เข้าครอบงำเธอ คุณตาไม่ได้ถามไม่ได้ตำหนิแต่ให้เพียงความรักที่บริสุทธิ์ ทำให้ปลายฟ้าสามารถปล่อยวางความเจ็บปวดทั้งหมด

หลังจากที่ปลายฟ้าสงบลงในอ้อมกอดของชายสูงวัยแล้ว คุณตาก็พาเธอเข้ามาในบ้านและชวนทั้งคู่มานั่งที่โต๊ะอาหารไม้เก่าแก่

คุณตาให้คนเตรียมข้าวต้มร้อน ๆ และอาหารง่าย ๆ ที่บำรุงกำลังมาวางไว้ตรงหน้า

หลังจากที่ปลายฟ้าหยุดร้องไห้ ธีร์พาเธอไปทานข้าว ตามที่คุณตาจัดเตรียมไว้ คุณตามงคลชวนหญิงสาวพูดคุย ด้วยคำถามที่อ่อนโยนและเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เพื่อดึงเธอออกจากความเศร้า

แต่ปลายฟ้าตอบแค่เล็กน้อย ดวงตาของเธอยังคงเหม่อลอยและว่างเปล่า บาดแผลทางจิตใจยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างหนัก บางครั้ง ก็นั่งน้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีเสียงสะอื้นหลงเหลืออยู่แล้ว มันเป็นน้ำตาที่ออกมาจากความเหนื่อยล้าสิ้นหวัง

ข้าวเธอแทบจะไม่แตะต้องเลยด้วยซ้ำ

ธีร์ มองดูอาการของเธออย่างเป็นห่วง เขารู้ดีว่าเธอต้องได้รับสารอาหารเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

ธีร์ขยับเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เธอ เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ตักข้าวต้มและค่อย ๆ เป่าให้หายร้อน

“กินอีกครับ” ธีร์กระซิบเบา ๆ

ปลายฟ้าส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างอ่อนแรง แต่ธีร์ไม่ยอมแพ้ เขาพยายามป้อนข้าวปลายฟ้า อย่างใจเย็น พูดปลอบโยน เธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด

“คำเดียวก็ได้ครับ เพื่อตัวคุณเองนะครับ ผมจะอยู่ตรงนี้กับคุณ”

คุณตามงคลมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงีย ๆ รอยยิ้มที่อบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าชรา ท่านเห็นความจริงใจและการดูแลเอาใจใส่ของหลานชายที่มีต่อปลายฟ้ อย่างชัดเจน

เมื่อปลายฟ้ากินข้าวต้มไปได้เพียงสองสามคำ เธอก็หยุดธีร์จึงตัดสินใจไม่ฝืนต่อ เขาป้อนน้ำให้เธอ แล้วใช้มือที่ยังเปื้อนรอยเล็บจิกของเธออยู่ ลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน

“พักผ่อนเถอะครับ” ธีร์กล่าว “ตื่นมาค่อยว่ากันใหม่”

ปลายฟ้าเงยหน้ามองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ เธอพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากคุณตาให้กลับไปที่ห้องพักอย่างเงียบ ๆ

ปลายฟ้านอนพักผ่อนในห้องพักที่มงคลจัดไว้ให้ ส่วนธีร์ก็รู้สึกว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องจัดการกับปัญหาที่คุกคามชีวิตของเธออย่างเด็ดขาด เขาขอให้คุณตาช่วยดูแลปลายฟ้าที่บ้านก่อน แล้วจึงขอเวลามาพูดคุยเรื่องการจัดการปัญหาต่าง ๆ

ธีร์นั่งอยู่กับคุณตามงคลในห้องทำงานที่เงียบสงบในบ้าน

“คุณตาครับ... โอม ผมจัดการมันได้แล้ว” ธีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผมสั่งให้ทีมกฎหมายดำเนินการฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องรูปที่โพสต์ทันที และผมให้คนสืบเรื่องธุรกิจของมัน เพื่อให้มันยุ่งจนไม่มีเวลายุ่งกับปลายฟ้าอีก”

“ดีมากไอ้ธีร์” คุณตามงคลพยักหน้าอย่างพอใจ “คนอย่างมันต้องเจอกฎหมายเท่านั้น”

“แต่ผมยังไม่ได้ทำอะไรกับแม่ของปลายฟ้าครับ” ธีร์ถอนหายใจอย่างหนักใจ “ผมรู้ว่าเธอทำร้ายปลายฟ้ามาก แต่ผมยังทำไม่ลง เพราะยังไงเธอก็เป็นแม่แท้ๆ ของปลายฟ้า ผมไม่อยากให้ปลายฟ้าต้องรู้สึกแย่ไปกว่านี้ถ้าผมไปเล่นงานแม่ของเธอ”

คุณตามงคลตบไหล่หลานชายเบาๆ อย่างเข้าใจ “ถูกแล้ว ทำอะไรให้คิดถึงความรู้สึกหนูปลายฟ้าเป็นอันดับแรก”

“ทีนี้ก็เหลือแค่ รินลดา ครับ” ธีร์เปลี่ยนมาพูดถึงปัญหาที่ใหญ่ที่สุด สีหน้าของเขาเคร่งเครียดทันที “คุณตาครับ รูปที่โพสต์ประจานปลายฟ้า เป็นฝีมือของรินลดาจริง ๆ และผมจะไม่ยอมให้เธอมาทำตัวเป็นเจ้าของผมอีกต่อไป”

“แล้วแกคิดจะทำยังไง” คุณตามงคลถาม

“แกก็รู้ว่า ฉันไม่เคยยอมรับการจับคู่ของเทวาและยัยรินลดาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่พ่อแกก็ยังพยายามยัดเยียดเธอให้แก” ชายสูงวัยพูดอย่างโมโห

“ใช่ครับ! ผมไม่เคยยอมรับเธอเป็นคู่หมั้น แต่รินลดากับคุณพ่อก็ใช้สถานะนั้นในการสร้างความชอบธรรมให้เธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผม” ธีร์กล่าวอย่างเดือดดาล

“ตอนนี้พ่อของรินลดาก็ เป็นนักการเมืองเก่า ถ้าผมแค่ปฏิเสธเฉย ๆ มันจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราแน่นอน”

คุณตามงคลเอนหลังพิงเก้าอี้พลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ถ้าจะเล่นงานยัยรินลดาให้จบแบบที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องหลานสะใภ้ของตาได้อีก” คุณตามงคลโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วกระซิบแผนการที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ในเชิงธุรกิจให้กับธีร์

ธีร์เลิกคิ้วอย่างสนใจ “คุณตาหมายถึง...”

“ใช่!” คุณตามงคลยิ้มกริ่ม”

หลังจากที่ปลายฟ้าหลับสนิท ธีร์กลับมาดูเธออีกครั้งที่ห้องนอน ร่างบอบบางนอนหลับอย่างสงบภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ใบหน้าของเธอยังคงมีร่องรอยของน้ำตาที่แห้งกรัง

ธีร์เห็นว่าเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว เขากล่าวอำลาคุณตาอย่างนอบน้อม และเตรียมตัวจะกลับ

“ผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับคุณตา” ธีร์กระซิบเบา ๆ “มีงานที่ต้องสะสางด่วน”

เขาโค้งคำนับให้คุณตา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพักของปลายฟ้าอีกครั้ง กำลังจะอุ้มเธอ เพื่อพาไปนอนบนเตียงอย่างสบาย ๆ ก่อนที่เขาจะจากไป ทันใดนั้น คุณตาบอกว่า

“ไม่ต้องไปหรอกตาธีร์ ก็นอนที่นี่เลยสิ ห้องพักแขกก็มี” ธีร์ชะงัก

“ตาเห็นนะ” คุณตาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หนูฟ้าเพิ่งจะสงบได้” 

“ให้เธอได้พักเถอะ อย่าเพิ่งไปปลุกเขาเลย” เพราะที่ผ่านมาหลังจากฟื้นไข้ เธอก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมหลับเลย

ธีร์มองใบหน้าของปลายฟ้าที่ดูสงบยามหลับใหล แล้วเขาก็ยอมจำนนต่อคำพูดของคุณตา ความปลอดภัยและความสบายใจของปลายฟ้าสำคัญกว่าทุกสิ่ง

“ก็ได้ครับคุณตา” ธีร์ตอบเสียงเบา

เขาเดินตามคุณตาไปยังห้องพักแขกที่อยู่ติดกัน ธีร์ ตัดสินใจที่จะพักผ่อนเพียงเล็กน้อย และใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้

ความเงียบในยามวิกาลปกคลุมบ้านไม้เก่าแก่ ปลายฟ้ารู้สึกตัวขึ้นกลางดึก ดวงตาของเธอลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ข้างนอกมืดสนิท ไม่มีแสงไฟจากเมืองมากลบความมืด เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างเงียบ ๆ

เธอเดาว่าคงจะดึกมากแล้วและความรู้สึกว่างเปล่าก็เข้าจู่โจมเธออีกครั้ง เธอมองไปรอบ ๆ ตัวพบแค่ความมืด ห้องพักเงียบสงบ แต่จิตใจของเธอยังคงพายุโหมกระหน่ำ

เธอค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปข้างนอก จากห้องพัก ตอนนี้เธอยังอยู่ที่บ้านคุณตา

เธอออกมานั่งที่โซฟากลางบ้าน โซฟาหนังราคาแพงที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็ยังคงมืดมิด

เธอมองเห็นกรอบรูปเล็ก ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟา และ เธอจำได้ว่าเป็นรูปของธีร์ตอนเด็ก ธีร์ในชุดเสื้อยืดสีขาวกำลังยิ้มอย่างสดใสในวันวาน เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และยังไม่ถูกความเจ็บปวดใด ๆ กัดกิน

มือเรียวดึงกรอบรูปมากอดเอาไว้ในอ้อมอก อ้อมกอดที่ว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยภาพของธีร์ในวัยที่ยังไม่รู้จักความทรยศ เธอปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมา อย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงใด ๆ มีเพียงหยดน้ำตาอุ่น ๆ ที่ซึมลงบนกรอบรูป

แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ในหัวของเธอว่างเปล่า ไม่มีภาพของแม่ พ่อเลี้ยง หรือโอม เข้ามาทำร้ายเธอแล้ว มันมีแค่สถานที่หนึ่ง ที่เธอมองเห็น เป็นภาพในจินตนาการที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อหลบหนี

มันเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ๆ ไร้ผู้คน ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีใครรู้จัก เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ให้สายลมตีหน้า อย่างอิสระ

เธอแค่อยากไปที่ไหนสักที่ ที่ไม่เจอใคร

ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา มองไปรอบ ๆ บ้าน ระแวงสิ่งรอบข้าง ภาพในหัวกับความจริงที่เธอต้องเผชิญในทุกวัน มันช่างแตกต่าง เธออยากหายไป หายไปจากตรงนี้ หายไปจากความเจ็บปวดทั้งหมด

ปลายฟ้ายังคงนั่งอยู่บนโซฟาไม้เก่าแก่กลางบ้าน เธอนั่งขดตัว ร่างกายเล็ก ๆ ถูกย่อให้เหลือเพียงก้อนกลม เหมือนพยายามป้องกันตัวเองจากอันตราย ที่มองไม่เห็น มือเรียว กอดกรอบรูปของ ธีร์ ในวัยเด็กไว้แน่นราวกับเป็นเครื่องราง

ในหัวเธอมีแต่คำว่าอยากหนีวนอยู่ซ้ำ ๆ ความคิดที่จะหายไปจากโลกใบนี้ และไปใช้ชีวิตที่ทุ่งหญ้ากว้างที่เธอจินตนาการขึ้นมานั้น เป็นความปรารถนาเดียวที่ยังคงหล่อเลี้ยงเธออยู่

น้ำตาของปลายฟ้ายังคงไหลลงมาอย่างเงียบ ๆ ผสมกับความหวาดระแวงที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของเธอ ความเงียบในบ้านถูกทำลายลงอย่างแผ่วเบา

ธีร์ ที่นอนอยู่ในห้องพักแขกตื่นขึ้นมาจากการได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เขาเปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง และเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนนั่งอยู่กลางบ้าน

ธีร์เดินเข้าไปหาอย่างช้า ๆ เขาเห็นปลายฟ้าในสภาพที่นั่งขดตัว

“ปลายฟ้า” ธีร์เรียกชื่อเธอเบา ๆ พลางทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ข้างโซฟา

ปลายฟ้าตกใจเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองธีร์ แต่สายตาของเธอยังคงพร่ามัวด้วยน้ำตาและความกลัว ธีร์เห็นกรอบรูปที่เธอถืออยู่ รูปของเขาในวัยที่ยังไม่รู้จักความทุกข์ถูกกอดไว้ในอ้อมอกของเธอ

ภาพนั้นทำให้ความโกรธที่เขามีต่อคนอื่น ๆ สลายไปชั่วขณะ เหลือไว้เพียงความห่วงใย

“คุณยังไม่นอนอีกเหรอครับ” ธีร์กระซิบถามอย่างอ่อนโยน เขายื่นมือออกไปหาเธออย่างช้า ๆ เพื่อให้เธอเห็นว่าเขาไม่มีอาวุธและไม่มีเจตนาจะทำร้าย

ธีร์เรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา แต่ ปลายฟ้าไม่ตอบ เพียงแต่เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยน้ำตา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้า ๆ โดยไม่มีเสียงสะอื้น

ธีร์รู้ดีว่าคำพูดใด ๆ อาจเป็นการรบกวนความเปราะบางของเธอ

ธีร์ลุกขึ้นนั่งข้าง ๆ ปลายฟ้า บนโซฟาไม้ตัวเดียวกัน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจช้อนตัวเธอขึ้น ดึงให้เธอนั่งลงบนตักแกร่ง ของเขาอย่างนุ่มนวลที่สุด เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับจะปกป้องเธอจากโลกภายนอกทั้งหมด

เสียงทุ้มต่ำพูดเสียงนุ่ม ว่าไม่เป็นไรคำพูดเดียวที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ เขาค่อย ๆ ปลอบและโยกตัวน้อย ๆ เหมือนกำลังกล่อมเด็ก

ปลายฟ้าค่อย ๆ ผ่อนคลายลงในอ้อมกอดของเขา ความอบอุ่นและจังหวะการโยกตัวที่สม่ำเสมอทำให้พายุในใจเธอสงบลง จนปลายฟ้าหยุดสะอื้น นิ่ง อยู่ในอ้อมแขนของเขา

ธีร์มองใบหน้าสวยที่เปื้อนน้ำตา เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มของเธออย่างอ่อนโยน เขารอจนแน่ใจว่าเธอพร้อมแล้วจึงถามคำถามที่สำคัญ

“คุณคิดอะไรครับ บอกผมได้ไหม”

ปลายฟ้าตอบเสียงสั่น “ฟ้า อยากหายไป”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของธีร์บีบรัด แต่เขาพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้

ธีร์ถามว่าอยากไปไหน

“ไม่รู้” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสน “ฟ้าไม่รู้ว่าอยากไปไหน ฟ้าไม่มีที่ให้กลับแล้ว”

เธอไม่มีที่ให้กลับแล้ว คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของธีร์ เขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดถึงแค่บ้าน แต่พูดถึงความรู้สึกปลอดภัย ความเป็นเจ้าของ และความรักที่เธอไม่เคยได้รับ

ธีร์ก้มลงจูบที่หน้าผากของปลายฟ้าอย่างอ่อนโยน จากนั้นกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น

“ไม่จริงหรอกครับ” ธีร์กระซิบ “คุณไม่ได้ไม่มีที่กลับ”

“คุณมีผมนะปลายฟ้า

ธีร์รู้สึกถึงน้ำหนักของความสิ้นหวังที่ปลายฟ้ากำลังแบกรับ เขาจึงกระชับอ้อมกอดไว้แน่น ก่อนจะก้มลง ธีร์หอมลงบนหัวของปลายฟ้า อย่างอ่อนโยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 25

    เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 24

    “ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 23

    “อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 22

    ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 21

    ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก และปลายฟ้าเองก็ยังคงอยู่ในโหมด 'มืออาชีพที่เย็นชา'เบื้องหน้าของธีร์คือโต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัตินางแบบหลายสิบคน ธีร์เป็นผู้นำในการคัดเลือกทั้งหมดเพราะโจทย์คือต้องหานางแบบที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและดูดีพอที่เหมาะกับงานและคู่กับนายแบบอย่างเขาปลายฟ้าเป็นผู้เรียกชื่อนางแบบทีละคน เธอถือคลิปบอร์ดไว้แน่น พยายามไม่สบตากับธีร์“คนต่อไปค่ะ คุณลินนา มณีรัตน์” ปลายฟ้าประกาศเสียงเรียบประตูเปิดออก ลินนา ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เธอเป็นนางแบบสาวสวยที่มีใบหน้าคมกริบ การแต่งกายและรอยยิ้มของเธอดูไร้ที่ติและมีความทะเยอทะยานสูง“สวัสดีค่ะคุณธีร์ สวัสดีค่ะทีมงาน” ลินนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวานกว่าปกติลินนาเริ่มแสดงท่าทางโพสตามที่ทีมงานต้องกา

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 20

    ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง เจ้าของตัวจริงให้รายละเอียดของแมวได้อย่างถูกต้องทุกประการ รวมถึงประวัติการรักษาและเครื่องหมายพิเศษที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การโกหกหรือการเข้าใจผิดจึงเป็นไปไม่ได้เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ ธีร์ยังคงนั่งทำงานอยู่บนโซฟา โดยมีปริ๊นเซสนอนหลับอย่างสบายอยู่บนตักของเขา“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกเสียงสั่นธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของปลายฟ้า เธอชูโทรศัพท์ให้เขาดูข้อความนั้น ธีร์ก้มลงอ่าน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความตกใจและเศร้าสร้อยเช่นกัน“เขา... เขานัดเจอที่ไหนครับ” ธีร์ถามเสียงแผ่ว พลางลูบหัวปริ๊นเซสอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นการบอกลาล่วงหน้า“ที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับคอนโดฯ ค่ะ เขาอยากเจอน้อง แล้วก็อยากจะคุยเรื่องรับน้องกลับ”ปลายฟ้ารู้ว่าถึงเวลาที่ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status