Share

บทที่ 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-25 12:32:11

         มือหนาของ ธีร์ เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง เขาเลื่อนมือลงจากเอวปลายฟ้าไปตามแนวเรียวปลีน่องที่ตึงสวยก่อนจะลากไล้ขึ้นมาตามต้นขาอย่างแน่วแน่และหยุดลงที่โหนกเนื้อของหญิงสาวแม้จะมีเพียงผ้าผืนบางๆแพนตี้ที่แทบจะขวางกั้นอยู่

         แต่นั่นก็ไม่ได้ยับยั้งความตั้งใจของเขาได้เลย นิ้วเรียวยาวของเขากรีดลึกลงไป ตามบริเวณที่อ่อนไหวที่สุดอย่างจงใจ สร้างกระแสไฟฟ้าไปทั่วร่างของเธอปลายฟ้าสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สติที่เคยเริ่มกลับมาบัดนี้ถูกความปรารถนากลืนกินไปจนหมดสิ้น

          “อ้า...” เสียงครวญครางหวาน ที่ทั้งแผ่วเบาและเร้าอารมณ์หลุดรอดออกมาจากลำคอของเธอเป็นครั้งแรก เป็นการยอมจำนนต่อสัมผัสของเขา ขณะที่ธีร์ยิ้มพอใจกับปฏิกิริยาที่เขาต้องการจากเธอ

          ธีร์ไม่ปล่อยให้ความตื่นเต้นเนิ่นนานไปกว่านี้ มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยความเชี่ยวชาญ ปลดตะขอด้านหน้าของบราออกอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เผยให้เห็นเนินอกอิ่มที่กำลังเต้นระรัวด้วยแรงปรารถนา

          เขาไม่รอช้าก้มลงซ่อนใบหน้าลงที่ซอกคอก่อนจะตามด้วยการดูดกลืนบริเวณยอดอกนั้นอย่างหนักหน่วงและหิวกระหาย พร้อมกับที่นิ้วเรียวยาวด้านล่างยังคงกรีดเร่งจังหวะอย่างไม่ลดละ

          การรุกเร้าจากทั้งสองจุดพร้อมกันนี้เอง ทำให้ปลายฟ้าไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ร่างของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน

          เสียงครวญครางหวานเปลี่ยนเป็นเสียงหอบกระเส่า ก่อนที่เธอจะถึง จุดสุดยอด อย่างรวดเร็ว ความสุขที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่งทำให้เธอเกร็งไปทั้งตัว มือที่โอบรอบคอเขาก็ยิ่งจิกแน่นเข้า... ขณะที่ ธีร์ ยิ้มรับความพ่ายแพ้ของเธอด้วยความพึงพอใจ

          ขณะที่ความรู้สึกหลังจุดสุดยอดยังคงท่วมท้น ปลายฟ้าค่อยๆ ผ่อนคลายลงแต่ร่างกายก็ยังสั่นระริกด้วยความสุขเกินต้าน เธอใช้สองแขนที่โอบรอบคอ ธีร์อยู่ลูบไล้กลุ่มผมนุ่มที่ท้ายทอยเขาอย่างออดอ้อน พร้อมทั้งเอียงใบหน้าซบกับไหล่ของเขาอย่างไม่ยอมห่าง ส่งเสียงครางอ้อนวอน ราวกับจะเรียกร้องสัมผัสเพิ่มเติม

          ท่าทีนั้นทำให้ธีร์ที่กำลังยิ้มพึงพอใจอยู่แล้วถึงกับ อดใจไม่ไหวเขาผละออกจากยอดอกอิ่ม ช้อนใบหน้าหวานขึ้นมา กดจูบลงไปอย่างดูดดื่มอีกครั้งเป็นจูบที่นุ่มนวลกว่าครั้งแรก แต่ยังคงเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แฝงอยู่

          ธีร์ก็ช้อนร่างของเธอขึ้นมาอุ้มอีกครั้งอย่างง่ายดายโดยที่เธอยังคงเกาะเกี่ยวเขาไว้แน่น เขาพาเธอก้าวข้ามเคาน์เตอร์หินอ่อนเย็นเฉียบ ตรงไปยังเตียงใหญ่ กลางห้องสวีทอย่างไม่รีรอ พร้อมที่จะเริ่มบทต่อไป 

          ธีร์วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มโดยที่เธอยังคงพัวพันเขาไม่ห่าง เขาปลดชุดที่เหลือออกจากร่างเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จนกระทั่งร่างของเธอเปลือยเปล่าอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ธีร์ชื่นชมความงามตรงหน้าเพียงชั่ววินาทีก่อนที่สัญชาตญาณอันเร่งรีบจะเข้าครอบงำ

          เขารีบสวมถุงป้องกันเข้ากับแก่นกายใหญ่ที่เกินขนาดอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบมองไปยังปลายฟ้าที่สติเริ่มกลับมาเกือบเต็มร้อยจากความหวาดหวั่น

          ธีร์ทาบทับร่างลงคร่อมตัวเธอจัดการกดแก่นกายลงไปยังจุดศูนย์กลางที่อ่อนนุ่มของเธอ

          ทันทีที่เขากดปลายมันแทรกเข้าไป ความเจ็บปวดก็แล่นเข้าโจมตี ปลายฟ้าอย่างรุนแรงจนสติเธอพลันกลับมาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ใบหน้าหวานเบ้ด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามถอยหนีสุดชีวิตผลักแผงอกเขาออกด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมทั้ง สะอื้นออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ

          “ฮึก... ไม่... ฮือ... ฉันเจ็บ...”

          ธีร์ไม่ยอมหยุดเขาล็อกสะโพกเธอไว้แน่นด้วยมือข้างเดียวก้มลงจูบซับน้ำตาให้เธออย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้คำพูดปลอบโยนด้วยเสียงที่กระเส่าและนุ่มนวลอย่างประหลาด:

          “ทนหน่อยนะที่รัก... แป๊บเดียว... เชื่อฉัน... มันจะดีขึ้น...”

          ว่าแล้วธีร์ก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธอีก เขากดแทรกเข้าไปจนสุดด้วยแรงที่ไม่ปรานีท่ามกลางเสียงสะอื้นที่เริ่มขาดห้วงของปลายฟ้า และเสียงครางต่ำที่ถูกกดกลั้นไว้ในลำคอของเขาเอง

          เช้ามืดวันใหม่ ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนมีค้อนทุบอยู่ที่ศีรษะ ความเจ็บปวดทางกายทำให้เธอตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ร่องรอยความสัมพันธ์ที่เธอไม่ต้องการนั้นชัดเจนเกินไป เธอมองไปเจ้าของแขนที่พาดอยู่ที่เอวเปลือยของเธอ

          ปลายฟ้าพยายามที่จะเอาตัวเองออกมาจากเตียงโดยไม่ให้คนข้างตัวตัว เธอยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้ากับเขาโดยตรง

          เธอตรงเขาไปในห้องน้ำ เรือนร่างปรากฏร่องรอยที่อีกฝ่ายฝากไว้ ร่องรอยที่ตอบย้ำเธอว่าเรื่องนี้เป็นความจริงความรู้สึกสกปรกกัดกินเธออีกครั้ง เธอรีบกระโดดลงจากเตียง สวมเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่อย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอพยายามไม่ส่งเสียงดัง ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าชายหนุ่มว่าเป็นใคร ที่นอนหลับอย่างสงบอยู่ข้างกาย

          ปลายฟ้าวิ่งตรงไปที่ห้องน้ำ อาบน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูมือและแขนตัวเองอย่างรุนแรงจนผิวหนังแดงก่ำ เธอต้องการลบกลิ่น ลบสัมผัส ลบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

          ฉันมันน่ารังเกียจ... ฉันมันสกปรก...

          เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเกือบจะพังทลายอีกครั้ง เธอก็รีบออกจากห้องน้ำ และตัดสินใจวิ่งหนีไปจากที่แห่งนี้ทันที ปลายฟ้าเปิดประตูห้องอย่างเบาที่สุด และก้าวออกจากโรงแรมหรูไปราวกับไม่มีตัวตน เธอไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากความเงียบงันและความอับอายของตัวเอง

          ไม่กี่นาทีต่อมาธีร์ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงประตูที่ปิดลง เขาหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกปลุก แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก จนกระทั่งเขาเหลือบไปเห็น คราบสีแดงจางๆ ที่ปรากฏบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด

          ธีร์ชะงักกึกไปครู่หนึ่ง เขาลุกขึ้นนั่ง และจ้องมองรอยเลือดที่ดูไม่คุ้นเคยนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

          หายไปไหน?

          ผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาไม่เคยทิ้งร่องรอยแบบนี้ไว้ ธีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาผู้จัดการส่วนตัวของเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเคร่งเครียด

          “ไปเช็คให้หน่อยว่าเมื่อคืนผู้หญิงที่ชื่อ ไปเช็คกล้องวงจรปิดในบาร์เมื่อคืน ดูผู้หญิงที่สวมชุดพนักงานบาร์ที่เดินออกมากับฉัน แล้วหาข้อมูลมาให้หมด... ด่วนที่สุด”

           ธีร์ไม่ได้ตามหาเธอด้วยความรัก ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องสนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร เพียงแต่ดวงตาคู่สวยแต่แฝงไปดูความเศร้าคู่นั้นมันกวนใจเขา

            หลังจากวันนั้น ปลายฟ้าก็กลับไปสวมชุดทีมงานสีดำของเธอ และกลับไปทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงอาการวูบไหวในดวงตาที่บ่งบอกว่า เงาแห่งความมืดมิด กำลังก่อตัวขึ้นในใจเธออีกครั้ง

ผ่านไปสองสัปดาห์

          แสงสปอตไลต์สาดส่องลงบนร่างสูงของธีร์ ช่างภาพหญิงวัยกลางคนสั่งการด้วยเสียงกระฉับกระเฉง ขณะที่ธีร์ยืนโพสท่าอย่างสง่างามในเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำที่เปิดเผยช่วงอก

          “ดีมากค่ะคุณธีร์! นิ่ง... คม... ขอแววตาแบบ... หลงใหลแต่ควบคุมได้ ค่ะ!” เสียงช่างภาพบอกธีร์ นายแบบเพียงคนเดียวในที่นี้

          แชะ! แชะ! แชะ!

          ธีร์ทำตามอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ในใจเขามีแต่ภาพใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนี...

          เขาไม่ได้หลงใหลใคร เขาแค่กำลังรู้สึกว่าตัวเองถูกท้าทาย นับตั้งแต่ที่คราบสีแดงจางๆ ปรากฏบนผ้าปูที่นอนขาวสะอาดนั้น ความรู้สึกถูกหักหน้าก็เกาะกินใจเขาไม่หาย ในโลกของธีร์ ไม่มีใครปฏิเสธสิ่งที่เขาเสนอ ไม่มีใครเดินจากไปก่อนที่เกมจะจบลง

           ‘เธอคิดว่าฉันเป็นใครกันแน่? เข้ามาหาฉันอย่างผู้หญิงคนอื่น แล้วก็หนีไปราวกับฉันเป็นเชื้อโรค’

           เขานึกถึงตอนที่เธอเดินเข้ามาหาเขาในคืนนั้น แววตาที่ดูลังเลแต่เด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด... มันไม่เหมือนการยั่วยวน แต่เหมือนการตัดสินใจที่เจ็บปวด

          ตอนแรกก็ทำเหมือนต้องการฉัน ไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเพื่อ ‘ปีนป่าย’ แต่ทำไมสุดท้ายถึงหนีไป? เธอต้องการจะพิสูจน์อะไร? ว่าเธอเหนือกว่า?

         ความรู้สึกรำคาญจากปริศนาที่ยังไม่คลี่คลายทำให้ใบหน้าของเขาแข็งกระด้างกว่าปกติ

         “คุณธีร์คะ! ขอผ่อนคลายกว่านี้หน่อยค่ะ ดูเหมือน... เหมือนคุณกำลังโมโหอะไรบางอย่างอยู่”

          ธีร์สูดหายใจลึกพยายามปรับสีหน้า แต่ไม่ทันแล้วอารมณ์กรุ่นโกรธได้ส่งผ่านไปยังภาพถ่ายอย่างชัดเจน

          ธีร์ปลีกตัวมานั่งที่มุมห้องรับรอง เขากดโทรศัพท์หาเอก ผู้จัดการส่วนตัวของเขาอีกครั้ง

          “เอก... ฉันถามไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าได้ข้อมูลถึงไหนแล้ว?” เสียงของเขาเย็นยะเยือกจนเอกที่อยู่อีกปลายสายต้องสะดุ้ง

          “เอ่อ ผมกำลังเร่งสุดความสามารถเลยครับคุณ แต่คนที่บาร์ไม่มีใครบอกเลยครับ” เสียงปลายสายบอก

          “หรอ...” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างหงุดหงิด

          “ช่างมันเอก ไม่ต้องหาแล้ว”

           “ครับคุณธีร์!

           ธีร์กดตัดสายด้วยความหงุดหงิด เขาย้ำตัวเองว่าการตามหาเธอเป็นเรื่องไร้สาระตั้งแต่แรก

            ธีร์มาถึงงานเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับยักษ์ในฐานะแขกคนสำคัญ เขายังคงอยู่ในชุดสูทกึ่งลำลองหลังจากการถ่ายแบบเสร็จสิ้น งานนี้มีผู้คนคับคั่ง เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แสงไฟสลัวสร้างบรรยากาศหรูหรา แต่ธีร์ยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด

           เขากำลังคุยเรื่องธุรกิจกับนักลงทุนรายใหญ่ แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมาย เหมือนกับว่าเขากำลังมองหาอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังมองหามันอยู่

          ‘ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยเหรอ?’ ธีร์คิดถึงข้อความล่าสุดที่เอกส่งมา

           ขณะที่เขากำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงบูธบริการข้อมูลด้านข้าง

          หญิงสาวคนนั้นไม่ได้อยู่ในชุดพนักงานบาร์สีดำรัดรูปเซ็กซี่เหมือนคืนนั้น เธออยู่ในชุดเดรสสีเทาเรียบๆ ที่ปิดมิดชิด ผมยาวของเธอถูกม้วนเป็นลอนใหญ่สีแดงอมน้ำตาลดูโดดเด่น แว่นตากรอบหนาสีดำขนาดใหญ่ปิดบังใบหน้าส่วนบนเกือบทั้งหมด ทำให้ใบหน้าดูจืดชืดและเรียบร้อยกว่าที่เขาจำได้

          ท่าทางของเธอที่กำลังก้มหน้าจดบันทึกบนแฟ้มเอกสาร ดูขยันขันแข็งและจริงจัง แตกต่างจากพนักงานบาร์ที่เคยเข้ามาทำสีหน้าออดอ้อนและส่งสายตาเย้ายวนให้เขาในคืนนั้น

          ผมสีนี้? ไม่น่าใช่  ธีร์พึมพำในใจ

           ผู้หญิงที่เขานอนด้วยคือคนที่มีแววตาเศร้าสร้อยแต่ท้าทาย เธอเปล่งประกายแม้ในชุดพนักงานบาร์ที่เรียบง่าย แต่ผู้หญิงตรงหน้าเขานั้นดูเหมือนหนอนหนังสือที่พยายามจะกลมกลืนไปกับฝูงชน

           ธีร์หันกลับไปสนใจการสนทนาต่อทันที ความรู้สึกหงุดหงิดจากการค้นหาผู้หญิงที่เขาคิดว่าได้ "หักหน้า" เขา มันรุนแรงเกินกว่าจะปล่อยให้ภาพลวงตามาหลอกได้ง่ายๆ

            คงเป็นแค่คนหน้าคล้ายๆ กัน

            ในขณะที่เขาเดินผ่านบูธนั้นไป มือของเขาก็เกือบจะชนเข้ากับแขนของหญิงสาวที่สวมแว่นตา

             จังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นมาขอโทษอย่างรวดเร็ว... ธีร์ก็เห็นดวงตาของเธอภายใต้กรอบแว่นหนา

             มันเป็นดวงตาคู่เดิม ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความเศร้าและหวาดระแวงเล็กน้อย แววตาที่เขาจดจำได้ดีจากภาพวงจรปิดของโรงแรม และจากคืนที่น่ารำคาญนั้น

             “ขอโทษค่ะ...”

            ปลายฟ้าหลบสายตาเขาแทบจะทันที แล้วก้มหน้ากลับไปจดจ่ออยู่กับแฟ้มงานในมือ ท่าทางหวาดระแวงและพยายามซ่อนตัวนั้นมันเหมือนกับปลายฟ้าอย่างไม่ผิดเพี้ยน

            ธีร์ชะงักกึก เท้าของเขาหยุดนิ่งกลางอากาศ เขาจ้องมองผมลอนสีแดงของเธอ แว่นตากรอบหนาของเธอ ชุดเรียบร้อยของเธอ

             ความรู้สึกหงุดหงิดที่สะสมมาหลายวันพลันพุ่งสูงขึ้น ความโกรธ ที่ถูกใครบางคนเล่นตลกและพยายามหลบหนีความรับผิดชอบ ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีก เขาไม่สนใจการสนทนาทางธุรกิจที่ค้างอยู่ เขาเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวที่บูธทันที

           “คุณ...”

            หญิงสาวคนนั้นถึงกับเกร็งตัว แฟ้มงานในมือสั่นเล็กน้อย เธอไม่เงยหน้า แต่เธอรู้ว่าเขาเรียกใคร

           “ชื่ออะไร?” ลมหายใจของปลายฟ้าติดขัดอยู่ในลำคอหลังจากการเผชิญหน้าที่น่าตื่นตระหนก

            ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอเชื่อว่าการหนีออกมาทันทีในตอนเช้า การขัดถูร่างกายจนแดงก่ำ และการโยนความทรงจำทั้งหมดลงไปในหลุมดำแห่งความเมามาย จะช่วยให้เธอรอดพ้นได้

            หลังจากคืนที่จบลงด้วยความเข้าใจผิด พี่จันทร์รุ่นพี่สาวโทรมาขอโทษเธอเรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอก่อเรื่องเอา และขอให้เธอไม่แจ้งความ ถึงจะโกรธเคืองลูกพี่ลูกน้องของพี่จันทร์ แต่เพราะรุ่นพี่สาวมีประคุณกับเธอ ปลายฟ้าจึงไม่เอาความอะไร

           เธอจ้องมองข้อมือของตัวเองที่ยังคงมีร่องรอยความร้อนจากแรงบีบเมื่อครู่ กลิ่นหอมสะอาดของบุรุษเพศที่ปะปนกับกลิ่นเครื่องเทศหายาก ลอยกรุ่นขึ้นมาแตะจมูก

           มันไม่ใช่แค่กลิ่น มันมีทั้งภาพ เสียง และสัมผัสที่ถูกสมองพยายามกักเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุด แต่บัดนี้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง

           แต่กลิ่นนั้น กลิ่นที่แสนคุ้นเคยจากผ้าปูที่นอนสีขาวของโรงแรมหรู และจากร่างกายของเธอเองในเช้าวันนั้น ได้ตอกย้ำความจริงที่เธอพยายามจะปฏิเสธ

           ผู้ชายคนนั้นคือเขา ผู้ชายที่ฉันหนีออกมา

          “คุณจำคนผิดแล้วค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ปลายฟ้าตอบรวดเดียวแบบไม่หายใจ

           ความโล่งใจที่สามารถปฏิเสธและหลอกล่อเขาได้สำเร็จเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงที่ว่าเธอจำ 'เขา' ซึ่งเป็นคู่กรณีคนสำคัญในเหตุการณ์สะเทือนใจไม่ได้เลยตั้งแต่แรก เป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกโง่เขลา

          ปลายฟ้าก้มลง จดจ่ออยู่กับแฟ้มเอกสารตรงหน้า พยายามทำให้ตัวเองดูยุ่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้คนรอบข้างเชื่อว่าพนักงานในชุดเดรสสีเทาผู้นี้คือ 'ปลายฟ้า' พนักงานออร์แกไนเซอร์ผู้ขยันขันแข็งไม่ใช่ผู้หญิงพนักงานบาร์ชั่วคราววันนั้น

          เธอใช้แว่นตากรอบหนาเป็นโล่ป้องกัน ใช้ผมสีแดงอมน้ำตาลเป็นกำแพง

แต่เธอรู้ดีว่า การถูกจับข้อมือเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่การทักทายผิดคน มันคือการถูก 'คุกคาม' ที่มาพร้อมกับคำเตือนที่เงียบงัน

          เขาอาจจะยังไม่มั่นใจ... แต่เขาสงสัยแล้ว

          การที่เขาเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเขาเชื่อในการปฏิเสธของเธอ แต่กลิ่นหอมของเขากลับกลายเป็นหลักฐานเดียวที่สามารถหักล้างการปฏิเสธของเธอได้ และตอนนี้กลิ่นนั้นก็ติดอยู่กับตัวเธอ

          ปลายฟ้าใช้หลังมืออีกข้างถูกับข้อมือที่ถูกสัมผัสอย่างรุนแรง พยายามขจัดกลิ่นออกไปอย่างเงียบเชียบในขณะที่ยังยิ้มรับลูกค้าคนต่อไป รอยยิ้มนั้นแข็งกระด้างและฉาบด้วยความหวาดกลัว

          เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน ทุกนาทีที่เธอต้องอยู่ในศูนย์ประชุมแห่งนี้กลายเป็นความทรมาน

           เธอรีบเดินออกจากงาน เลี่ยงที่จะใช้เส้นทางปกติ เธอไม่ต้องการแม้แต่จะหายใจเอาอากาศเดียวกับผู้ชายที่ชื่อ ธีร์ อีกต่อไป ชุดเดรสสีเทากลายเป็นชุดเกราะที่รุ่มร่าม และแว่นตาก็ทำให้วิสัยทัศน์ของเธอพร่ามัว

เธอไม่ได้วิ่งหนีด้วยความอับอายอีกแล้ว แต่เธอกำลังวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 25

    เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 24

    “ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 23

    “อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 22

    ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 21

    ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก และปลายฟ้าเองก็ยังคงอยู่ในโหมด 'มืออาชีพที่เย็นชา'เบื้องหน้าของธีร์คือโต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัตินางแบบหลายสิบคน ธีร์เป็นผู้นำในการคัดเลือกทั้งหมดเพราะโจทย์คือต้องหานางแบบที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและดูดีพอที่เหมาะกับงานและคู่กับนายแบบอย่างเขาปลายฟ้าเป็นผู้เรียกชื่อนางแบบทีละคน เธอถือคลิปบอร์ดไว้แน่น พยายามไม่สบตากับธีร์“คนต่อไปค่ะ คุณลินนา มณีรัตน์” ปลายฟ้าประกาศเสียงเรียบประตูเปิดออก ลินนา ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เธอเป็นนางแบบสาวสวยที่มีใบหน้าคมกริบ การแต่งกายและรอยยิ้มของเธอดูไร้ที่ติและมีความทะเยอทะยานสูง“สวัสดีค่ะคุณธีร์ สวัสดีค่ะทีมงาน” ลินนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวานกว่าปกติลินนาเริ่มแสดงท่าทางโพสตามที่ทีมงานต้องกา

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 20

    ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง เจ้าของตัวจริงให้รายละเอียดของแมวได้อย่างถูกต้องทุกประการ รวมถึงประวัติการรักษาและเครื่องหมายพิเศษที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การโกหกหรือการเข้าใจผิดจึงเป็นไปไม่ได้เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ ธีร์ยังคงนั่งทำงานอยู่บนโซฟา โดยมีปริ๊นเซสนอนหลับอย่างสบายอยู่บนตักของเขา“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกเสียงสั่นธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของปลายฟ้า เธอชูโทรศัพท์ให้เขาดูข้อความนั้น ธีร์ก้มลงอ่าน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความตกใจและเศร้าสร้อยเช่นกัน“เขา... เขานัดเจอที่ไหนครับ” ธีร์ถามเสียงแผ่ว พลางลูบหัวปริ๊นเซสอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นการบอกลาล่วงหน้า“ที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับคอนโดฯ ค่ะ เขาอยากเจอน้อง แล้วก็อยากจะคุยเรื่องรับน้องกลับ”ปลายฟ้ารู้ว่าถึงเวลาที่ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status