Masukปลายฟ้าพยายามใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจมอยู่กับกองงานเบื้องหลังที่หนักหน่วง และหลีกเลี่ยงการดื่มอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองควบคุมไม่ได้อีก
วันนี้กองถ่ายโฆษณาของแบรนด์นาฬิกาหรูดูวุ่นวายกว่าปกติและพระเอกของงานคือ ธีร์ วรโชติสกุล
ธีร์ไม่ได้จำได้แม่นยำว่าผู้หญิงในคืนนั้นคือใคร ใบหน้าของเธอภายใต้แสงไฟสลัวและฤทธิ์แอลกอฮอล์นั้นเลือนราง แต่เขายังคงจำความหงุดหงิดที่ต้องตื่นมาพบว่าเธอหนีไป
เขามองไปยังปลายฟ้าที่กำลังจัดอุปกรณ์อยู่มุมหนึ่งของฉาก เขาจำเสื้อผ้าและท่าทางที่ดูคุ้นตาได้เพียงเลือนรางเท่านั้น เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่สงสัยและพยายามประเมินอยู่เงียบ ๆ
ผู้หญิงคนนี้... มันคุ้นตาอย่างน่าประหลาด ธีร์คิด
“ฟ้า มาช่วยฉันยกกล่องนี้หน่อยสิ” เสียงเรียกจากเพชรสไตลิสต์สาวดังขึ้นอย่างไม่เป็นมิตรนัก
ขณะที่ปลายฟ้ากำลังพยายามยกกล่องอุปกรณ์ขนาดใหญ่ออกมา เพชรก็แกล้งสะดุดขาตัวเองเบา ๆ ทำให้ร่างของเธอชนเข้ากับปลายฟ้าอย่างจัง
โครม!
ปลายฟ้าเซถลาพร้อมกับกล่องอุปกรณ์ร่วงลงพื้น ข้อศอกและหัวเข่าของเธอครูดไปกับพื้นคอนกรีตอย่างแรง
“โอ๊ย! เธอเดินยังไงของเธอเนี่ยยัยฟ้า! ดูสิ อุปกรณ์ฉันเกือบพัง!” เพชรโวยวายเสียงดังทันที
ปลายฟ้ากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงเริ่มซึมออกมาจากหัวเข่าที่ถลอกของเธอ ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ธีร์ ที่เพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำเซ็ตแรก เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาทันที
“เกิดอะไรขึ้นครับ” เสียงทุ้มต่ำของธีร์เย็นเยียบจนทุกคนเงียบกริบ
ธีร์ไม่ได้สนใจเรื่องอุปกรณ์ เขาจ้องมองไปที่ปลายฟ้าที่กำลังพยายามใช้มือพยุงตัวเอง ใบหน้าสวยซีดเผือดเพราะความเจ็บ
“ลุกไหวไหม” ธีร์ยื่นมือมาตรงหน้าปลายฟ้า แต่ไม่ได้สัมผัสตัวเธอ ปลายฟ้ามองมือที่ยื่นมาด้วยความลังเล
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉัน... ลุกเองได้” ปลายฟ้าตอบเสียงแผ่วเบาด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา
ขณะที่ปลายฟ้ากำลังพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ธีร์ก็เหลือบไปเห็น บาดแผล ที่หัวเข่าของเธอ ซึ่งมีรอยถลอกเป็นแนวเส้นตรงขนาดใหญ่
วินาทีนั้นเอง ภาพในความทรงจำของธีร์ก็ย้อนกลับไปถึงคืนวันนั้น เขาจดจำได้ถึงรายละเอียดทุกสัมผัส มือหนา ของเขารวบ เรียวขาของปลายฟ้าขึ้นสูงทั้งสองข้าง ล็อกมันไว้แน่นกับบ่าของตนเองในท่าน่าอาย
เขากระแทกแก่นกาย เข้าออกอย่างรุนแรงและรวดเร็วไม่หยุดหย่อนท่ามกลางเสียงสะอื้นที่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางปนความเจ็บปวดและวาบหวามของเธอ ปลายฟ้า ถูกพายุอารมณ์ของเขาโจมตีอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก หลังจากที่เขาส่งเธอถึงจุดสุดยอดครั้งที่สาม อย่างรุนแรงและเร่งเร้าร่างของปลายฟ้าก็พลันอ่อนปวกเปียก หมดสติ ไป
ธีร์ค่อยๆ ผละออกจากเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาลุกขึ้นยืนข้างเตียง คว้า ผ้าเช็ดตัวผืนหนามาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของเธอไว้ ก่อนจะสำรวจร่างกายของเธอด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นเข้ามา
ดวงตาของเขาเห็น แผลเป็นขนาดใหญ่ เป็นแนวตรงยาวที่บริเวณหัวเข่าทั้งสองข้างของเธอ
ความวุ่นวายเล็กน้อยจากเหตุการณ์ล้มของปลายฟ้าเงียบลงในทันทีที่ธีร์ออกคำสั่งให้เธอไปทำแผล ทุกคนต่างแยกย้ายกันทำงานต่อ ทิ้งให้ปลายฟ้าเดินกะเผลกตามธีร์เข้าไปในห้องพักรับรองส่วนตัวด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความรู้สึกตื่นตระหนกยามอยู่ใกล้ธีร์นั้นไม่เคยจางหายไป
ธีร์หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาวางบนโต๊ะกลางห้องอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางของเขาไม่ได้ดูเหมือนซูเปอร์สตาร์ที่เพิ่งเสร็จงาน แต่เหมือน... ใครบางคนที่คุ้นเคยกับการดูแลคนอื่น ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์เย็นชาที่เขามีต่อสาธารณะ
“นั่งลงครับ” เขาออกคำสั่งสั้นๆ
ปลายฟ้านั่งลงบนโซฟาอย่างเงียบเชียบ เธอถอดมวยผมออก ปล่อยให้ผมลอนยาวสีแดงอมน้ำตาลสยายลงมา เธอยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นบาดแผลที่หัวเข่าที่เลือดเริ่มแห้งกรัง
ธีร์ทรุดตัวนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเธอ เขาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่คนเข้มงวดอย่างเขาจะทำได้ แต่ปลายฟ้าก็ยังสะดุ้งเล็กน้อยจากความเจ็บ
“ทำไมไม่ร้อง” ธีร์ถามเสียงเบา ไม่ได้ตำหนิ แต่เหมือนพึมพำกับตัวเอง
“ฉัน... ฉันทนได้ค่ะ” ปลายฟ้าตอบเสียงแผ่ว เธอพยายามจดจ่ออยู่กับการระงับความเจ็บปวดทางกาย เพื่อไม่ต้องรับรู้ถึงความตื่นตระหนกจากกลิ่นกายที่คุ้นเคยของเขาที่ล้อมรอบตัวเธอ
ขณะที่ธีร์กำลังบรรจงแปะพลาสเตอร์ให้เธอ สายตาของเขาก็จ้องมองบาดแผลนั้นอย่างพิจารณาอีกครั้ง รอยถลอกใหม่นั้นคล้ายกับรอยที่เขาเห็นในคืนวันนั้นมาก... และที่สำคัญกว่านั้นคือ รอยแผลเป็นสีจางๆ ที่อยู่ข้างรอยถลอกใหม่ มันเป็นแผลเป็นแนวตรงยาวที่หัวเข่าด้านใน
เขากลับมาจดจำเธอได้
ธีร์เงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นตาของเธอ ความหงุดหงิดที่สะสมมาถูกแทนที่ด้วยความตระหนกปนสำนึกผิดอย่างรุนแรง
แล้วสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับสิ่งหนึ่งบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ แหวนวงเล็ก ๆ ที่ทำจากโลหะสีขาว ที่มีลวดลายแกะสลักคล้ายกิ่งไม้
ความทรงจำในอดีตพุ่งเข้าสู่สมองของธีร์อย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเขาอายุยี่สิบสองปีเป็นวัยที่คงเรียกได้ว่าวัยต่อต้านตัวพ่อเลยเขามักจะเที่ยวกลางคืนถึงปกติเขาจะอยู่ที่อังกฤษเป็นหลัก เป็นวันนั้นดันเป็นวันที่เขากลับบ้านมาวันครบรอบวันตายของแม่ของเขา และบังเอิญทะเลาะกับบิดาบังเกิดเกล้าเพราะทนเห็น อดีตพี่เลี้ยงตัวเองที่ตอนนี้ได้เป็นคุณนายใหญ่เมียพลเอกมงคล พิพัฒน์พงศ์ รักใคร่กัน มันทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมาตรงนั้นทันทีที่เห็น
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนั้นธีร์ถึงได้ไปโผล่อยู่บริเวณนย่านชานเมือง มือหนาคีบบุหรี่นอกราคาแพง เขาได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในตรอกซอยมืดตรงข้าม เด็กสาววัย ม.ปลาย ที่วิ่งหนีอะไรสักอย่างพร้อมร้องไห้เหมือนพร้อมที่จะแตกสลาย ตามร่างกายมีร่องรอยการต่อสู้ และมีรอยถลอกที่หัวเข่า เขาจำได้ว่าตอนที่เขาวิ่งไปช่วยเธอ เขาจำได้ว่าเขาพาเด็กผู้หญิงคนนั้นไปส่งที่สถานีตำรวจ แล้วเรื่องเหมือนจะจบตรงที่รอพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นมารับ
แต่หลังจากจบเรื่องนั้นทำแหวนวงนี้หลุดมือไป และเขาก็หาไม่เจออีกเลย
เด็กผู้หญิงคนนั้น... คือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่มาที่ห้องของฉันในคืนนั้นงั้นเหรอ?
ความสับสนปนสำนึกผิดเข้าจู่โจมธีร์ การที่เขาตัดสินผู้หญิงคนนี้ไปแล้วในคืนนั้น แต่ความจริงเธอกลับเป็นคนที่เขาเคยช่วยเหลือไว้ในอดีต มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนที่กระทำซ้ำรอยแผลเก่าของเธอโดยไม่รู้ตัว
ธีร์คลายมือจากการทำแผล เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณ... ปลายฟ้า” เขาเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่ชื่อเธอถูกเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแบบนี้
ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์หนาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและตื่นตระหนก
“ผม... ผมจำได้แล้ว ผมจำรอยแผลที่เข่าคุณ” เขามองแหวนของเธออีกครั้ง
ปลายฟ้าเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเผยความตระหนกออกมา การอำพรางตัวตนที่เธอพยายามสร้างมาถูกทำลายลงทั้งหมด
ธีร์กลับมาทรุดตัวนั่งยองๆ ตรงหน้าเธออีกครั้ง
ความโกรธที่เคยมีต่อการถูกหักหน้า มลายหายไปจนสิ้น เมื่อเขาได้เห็นความหวาดกลัวที่บริสุทธิ์ในดวงตาของเธอ การที่เธอวิ่งหนีไปไม่ใช่การดูหมิ่น แต่คือการหลีกหนีจากความเจ็บปวด
“ผมขอถามแค่คำเดียวครับ... ทำไมคุณถึงหนีไปจากห้องของผมในเช้าวันนั้นครับ ปลายฟ้า” เขาถามอย่างแผ่วเบา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดมากกว่าการทวงถาม
ปลายฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง
“ฉัน... ฉันกลัวค่ะ”
ปลายฟ้า ไม่ได้ให้เหตุผลที่ซับซ้อน เธอแค่บอกความรู้สึกที่แท้จริงที่ครอบงำเธอในเช้าวันนั้น
“ฉันกลัวค่ะ... ฉันกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง”
ธีร์มองใบหน้าของเธอที่ซีดเผือด และเห็นความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกินอยู่ คำว่า ‘กลัว’ เพียงคำเดียว ปลดปล่อยทุกความรู้สึกขุ่นเคืองที่เขามีมานานกว่าสองสัปดาห์ให้สิ้นไป เขาเข้าใจแล้วว่าการวิ่งหนีของเธอไม่ใช่การปฏิเสธเขาในฐานะผู้ชาย แต่เป็นการปฏิเสธความจริงที่เจ็บปวด
เขาไม่ได้ถามต่อว่าเธอหนีอะไร หรือกลัวอะไร แต่เขากลับกระชับมือของเธอแน่นขึ้น เป็นการให้กำลังใจมากกว่าการควบคุม
“ไม่เป็นไรนะครับ” ธีร์มองปลายฟ้าที่นั่งตับลีบเล็กที่สุดที่จะทำได้ ไม่รู้ว่าเพราะส่งสารหรือรู้สึกอยากรับผิดชอบเรื่องในคืนวันนั้น รวมถึงปลายฟ้าคือเด็กในตอนนั้น เขาตัดสินใจที่จะรับผิดชอบเธอ
ธีร์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่กระเป๋าเอกสารของเขา เขาหยิบสัญญาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาวางบนโต๊ะ
“คุณมาทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผมนะครับ ปลายฟ้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่สุภาพ
ปลายฟ้ามองสัญญาด้วยความลังเล การเงินคือเหตุผลที่เธอปฏิเสธไม่ได้ แต่การต้องอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้คือความเสี่ยงที่น่ากลัว
วันต่อมา ธีร์สั่งให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขาย้ายตารางงานของปลายฟ้ามาอยู่ในความดูแลของเขา และโกหกว่าต้องการให้เธอมาเป็นผู้ช่วยพิเศษในกองถ่ายของเขาโดยเฉพาะ
ปลายฟ้าไม่อยากรับงานนี้ เพราะเธอรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา แต่เงินค่าจ้างที่ถูกเสนอมาในอัตราที่สูงมากนั้น เป็นสิ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้เลย เงินจำนวนนี้สามารถช่วยแม่และตัดขาดจากหนี้สินได้เร็วขึ้น
“คุณธีร์ต้องการอะไรจากฟ้ากันแน่คะ” ปลายฟ้าถามเขาตรง ๆ ในห้องแต่งตัวขณะที่เธอกำลังช่วยจัดเสื้อผ้าสำหรับการถ่ายแบบครั้งต่อไป
ธีร์มองใบหน้าของเธอผ่านกระจก เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามถึงแหวนบนนิ้วเธอ
“แหวนวงนั้น... คุณได้มาจากไหน”
ปลายฟ้าก้มลงมองแหวนที่เธอสวมติดตัวมาตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย เธอนึกไปถึงผู้ชายคนที่เคยช่วยเธอในวันที่เธอหนีจากการลวนลามของพ่อเลี้ยง
ชายคนนั้นพาเธอไปส่งที่สถานี่ตำรวจ และรอให้พ่อแม่มารับแล้วหลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็หายไป แต่เรื่องวันเหมือนจะจบดีนะที่ได้ไปเจอตำรวจ แต่ใครจะคิดละ ว่าแม่ของเธอบอกตำรวจว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน ตอนนั้นเธอรู้สึกเหมือนแสงสว่างของเธอมันจบลงด้วยมือของแม่แท้ๆของเธอ
หลังจากวันนั้นเธอก็พบว่าแหวนของผู้ชายคนนั้นมันอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเธอ
“ไม่ทราบค่ะ แหวนของแฟนฟ้าค่ะ”
ธีร์เงียบไป เขาไม่ต้องการกดดันเธอ แต่ก็เข้าใจว่าเธอกำลังโกหก หรือไม่ก็จำที่มาที่แท้จริงของมันไม่ได้
“หลังจากนี้คุณมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวให้ผม” ธีร์เปลี่ยนเรื่องทันที
“งานของคุณคือดูแลตารางงานผมทั้งหมด” อาจจะด้วยความสนใจร่างบางตรงนั้น เลยตัดสินใจให้เธอมาเป็นผู้จัดการแทน ผู้จัดการคนเก่าที่เพิ่งออกไป
ปลายฟ้าได้แต่มองธีร์ด้วยความสับสน แต่ก็พยักหน้ารับคำอย่างจำนนต่อโชคชะตา ที่กำลังโยนเธอเข้าไปในวงโคจรของ ธีร์ วรโชติสกุล อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค
“ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม
“อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่
ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ
ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก และปลายฟ้าเองก็ยังคงอยู่ในโหมด 'มืออาชีพที่เย็นชา'เบื้องหน้าของธีร์คือโต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัตินางแบบหลายสิบคน ธีร์เป็นผู้นำในการคัดเลือกทั้งหมดเพราะโจทย์คือต้องหานางแบบที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและดูดีพอที่เหมาะกับงานและคู่กับนายแบบอย่างเขาปลายฟ้าเป็นผู้เรียกชื่อนางแบบทีละคน เธอถือคลิปบอร์ดไว้แน่น พยายามไม่สบตากับธีร์“คนต่อไปค่ะ คุณลินนา มณีรัตน์” ปลายฟ้าประกาศเสียงเรียบประตูเปิดออก ลินนา ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เธอเป็นนางแบบสาวสวยที่มีใบหน้าคมกริบ การแต่งกายและรอยยิ้มของเธอดูไร้ที่ติและมีความทะเยอทะยานสูง“สวัสดีค่ะคุณธีร์ สวัสดีค่ะทีมงาน” ลินนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวานกว่าปกติลินนาเริ่มแสดงท่าทางโพสตามที่ทีมงานต้องกา
ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง เจ้าของตัวจริงให้รายละเอียดของแมวได้อย่างถูกต้องทุกประการ รวมถึงประวัติการรักษาและเครื่องหมายพิเศษที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การโกหกหรือการเข้าใจผิดจึงเป็นไปไม่ได้เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ ธีร์ยังคงนั่งทำงานอยู่บนโซฟา โดยมีปริ๊นเซสนอนหลับอย่างสบายอยู่บนตักของเขา“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกเสียงสั่นธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของปลายฟ้า เธอชูโทรศัพท์ให้เขาดูข้อความนั้น ธีร์ก้มลงอ่าน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความตกใจและเศร้าสร้อยเช่นกัน“เขา... เขานัดเจอที่ไหนครับ” ธีร์ถามเสียงแผ่ว พลางลูบหัวปริ๊นเซสอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นการบอกลาล่วงหน้า“ที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับคอนโดฯ ค่ะ เขาอยากเจอน้อง แล้วก็อยากจะคุยเรื่องรับน้องกลับ”ปลายฟ้ารู้ว่าถึงเวลาที่ต







