เช้าวันถัดมา แสงแดดยามสายส่องลอดกระจกหน้าต่างเข้ามาในห้องเรียนขนาดใหญ่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ อาคารใหม่ที่สูงตระหง่านเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักของนักศึกษาปีหนึ่งที่ทยอยเดินเข้ามาจับจองที่นั่งกัน
ลิลิน ก้าวเข้ามาพร้อมกับเพื่อนใหม่ที่ได้เจอเมื่อวานอย่าง พริกแกง วันนี้เธอสวมชุดนักศึกษาที่รีดจนเรียบกริบ กระโปรงสีดำพลิ้วตามแรงก้าวเดิน เสียงรองเท้าคัทชูสะท้อนเบา ๆ ไปตามพื้นห้องโถง
“อื้อหือ ห้องเรียนโคตรใหญ่เลยแก เหมือนจะนั่งได้เป็นร้อยคนแน่ะ” พริกแกงอ้าปากค้าง มองไปทั่วด้วยความตื่นตา ลิลินหัวเราะเบา ๆ
“จริงด้วย…ดูน่ากลัวไปหน่อยด้วยนะ” เพื่อนใหม่สะกิดแขน
“ไปนั่งตรงกลางกันเถอะ จะได้มองเห็นชัด ๆ ไม่ต้องกลัวง่วงด้วย”
ทั้งคู่เลือกนั่งแถวกลาง ๆ ของห้อง บนโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับนักศึกษาได้สี่ถึงห้าคน พวกเธอวางกระเป๋า หยิบสมุดเลคเชอร์กับปากกาออกมาเตรียมตัว
เสียงจอแจรอบตัวดังขึ้นเรื่อย ๆ บางกลุ่มรู้จักกันอยู่แล้วจากโรงเรียนเก่า บางคนก็ทักทายกันใหม่ ๆ เสียงหัวเราะและการหยอกล้อทำให้ห้องเรียนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
“แก ๆ เมื่อวานฉันยังช็อกไม่หายเลยนะ ที่แกได้พี่เหนือเป็นพี่รหัสน่ะ” พริกแกงก้มลงกระซิบ ยกมือป้องปากอย่างกับกำลังเล่าเรื่องลึกลับ
หัวใจลิลินสะดุ้งทันทีที่ได้ยินชื่อ แสงเหนือ เธอหันซ้ายหันขวาก่อนตอบเสียงแผ่ว
“อย่าพูดดังสิ เดี๋ยวใครได้ยินเข้า…”
“ก็จริง แต่ทุกคนก็รู้นั่นแหละ พี่เหนือมันดังจะตาย โหด ดุ ปากร้าย แถมมีเรื่องชกต่อยเป็นสิบ ๆ เรื่องนะเฟ้ย” พริกแกงพูดตาโต ราวกับเล่าเรื่องตำนานผี
“ห๊ะ! จริงเหรอ?” ลิลินเผลออุทานเสียงดัง จนเพื่อนโต๊ะข้าง ๆ หันมามองแล้วหัวเราะเบา ๆ พริกแกงพยักหน้า
“เออสิ แต่ก็โคตรหล่ออะเนอะ แถมบ้านรวยอีกต่างหาก คนทั้งคณะก็รู้ว่าพี่เหนือคือทายาทบริษัทเหมืองใหญ่ ถ้าไม่หล่อ รวย และโหดพร้อมกันขนาดนี้ คงไม่ดังหรอก”
ลิลินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พระเจ้า…นี่ฉันซวยหรือโชคดีกันแน่ ที่ได้พี่รหัสเป็นคนแบบนั้น
ไม่นานนัก อาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนเงียบลงทันที เสียงชอล์กขีดเขียนบนกระดานดำดังแกร๊ก ๆ พร้อมกับเสียงอธิบายของอาจารย์เกี่ยวกับแผนการเรียนในสาขาเหมืองแร่และปิโตรเลียม
“สาขานี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะครับ” อาจารย์เอ่ยเสียงจริงจัง “ทุกคนต้องทำงานหนัก ลงพื้นที่จริง เข้าป่าเข้าดง สำรวจเหมือง น้ำหนักงานไม่แพ้ใครเลย ถ้าใครคิดว่าจะมาเรียนสบาย ๆ…ผมบอกเลยว่า คุณคิดผิด”
บรรยากาศในห้องเรียนเงียบกริบ ลิลินใจหวิวขึ้นมาอีกครั้ง จะอยู่รอดไหมนะเรา พริกแกงเอื้อมมากระซิบข้างหู
“ไม่เป็นไรน่า อย่างน้อยเราก็มีเพื่อนแล้วสองคนสู้ด้วยกัน!”
หลังเลิกคาบแรก บรรยากาศวุ่นวายทันที เพื่อน ๆ หลายคนชวนกันไปโรงอาหาร บ้างก็ไปถ่ายรูปเก็บไว้ลงโซเชียล
ลิลินกับพริกแกงเก็บของใส่กระเป๋า แต่ทันทีที่เธอก้าวออกจากห้อง กลับต้องชะงัก เมื่อพบกับร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปวิศวะยืนพิงกำแพงอยู่นอกประตู
แสงเหนือ
สายตาคมกริบของเขากวาดมาที่เธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะหลุบต่ำมองกระเป๋าในมือที่เต็มไปด้วยสมุดและตำรา
“คิดว่าจะหอบตำราเรียนไปสู้เหมืองเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ห้วนและกดดันจนหัวใจเธอเต้นแรง ลิลินรีบก้มหน้าลง
“ก็…ก็แค่เตรียมไว้ค่ะ เผื่ออาจารย์สั่งงานเพิ่ม”
พริกแกงสะกิดแขนเบา ๆ กระซิบอย่างตื่นเต้น
“แก ๆ พี่เหนือทักอะ!”
แสงเหนือเหลือบมองพริกแกงแวบหนึ่งก่อนปรายสายตากลับมาที่ลิลิน
“ฟังให้ดี…ที่นี่ไม่ได้วัดกันด้วยตำรา แต่วัดกันที่ว่าใคร ‘ถึก’ กว่ากัน จะอยู่ให้รอดก็ดูแลตัวเองดี ๆ”
เขาเอ่ยจบก็ผลักตัวออกจากกำแพงแล้วเดินจากไป ทิ้งกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ กับแรงกดดันมหาศาลไว้เบื้องหลัง หัวใจลิลินสั่นรัวไม่หยุด พี่รหัสของฉัน…เขาน่ากลัวขนาดนี้เชียวเหรอ
หลังจากนั้นลิลินกับพริกแกงก็มุ่งหน้าไปยังโรงอาหารใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากตึกเรียน กลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมจนท้องเธอร้องจ๊อกเบา ๆ
“โอ้โห คนเยอะมาก!” พริกแกงเบิกตากว้างเมื่อเห็นบรรยากาศเบื้องหน้า โต๊ะยาวเรียงเป็นแถวแน่นไปด้วยนักศึกษาหลากคณะ ทั้งเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงช้อนกระทบจาน รวมกันกลายเป็นความวุ่นวายคึกคัก
ลิลินยิ้มบาง ๆ แต่ก็ยังเกร็งอยู่เล็กน้อย นี่สินะชีวิตมหาลัยจริง ๆ
สองสาวเดินวนหาที่นั่งจนเจอโต๊ะว่าง พวกเธอรีบวางกระเป๋าแล้วแยกกันไปต่อคิวซื้ออาหาร
พริกแกงเลือกข้าวกะเพราไข่ดาว ส่วนลิลินสั่งบะหมี่น้ำร้อน ๆ พอได้อาหารครบทั้งคู่ก็กลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมถอนหายใจโล่งอก
“เฮ้อ…นึกว่าจะไม่มีที่นั่งแล้วนะเนี่ย” พริกแกงพูดพลางคลุกข้าว “แกเห็นป่ะว่ามีแต่คนมองเรา ฉันว่าต้องเป็นเพราะแกแน่เลยลิลิน”
“ห๊ะ? เราเหรอ” ลิลินเลิกคิ้วตาโต
“ก็ใช่น่ะสิ! หน้าตาอย่างกับนางเอกเกาหลี แถมยังเป็นน้องรหัสพี่เหนืออีกคนทั้งคณะเขาลือกันหมดแล้ว”
ลิลินสะดุ้งจนแทบทำช้อนหล่น เธอก้มหน้าลงทันทีเพื่อหลบสายตาผู้คนรอบตัว แย่แล้ว…นี่ฉันกลายเป็นที่จับตามองไปแล้วจริง ๆ เหรอ
ไม่นานนัก มีนักศึกษาชายสองคนจากโต๊ะข้าง ๆ หันมาทัก พวกเขาแต่งตัวลุคกวน ๆ สวมเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์
“น้องปีหนึ่งเหรอครับ สวยจังเลย นั่งด้วยได้มั้ย?” หนึ่งในนั้นส่งยิ้มกว้างมาให้
พริกแกงทำหน้าตกใจ แต่ยังไม่ทันตอบอะไร เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง
“ไม่ต้อง… โต๊ะนี้มีเจ้าของแล้ว”
ลิลินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ และหัวใจเธอก็เต้นแรงแทบหยุด เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มยืนพิงเก้าอี้ด้านหลัง ดวงตาคมกริบจ้องมายังพวกผู้ชายที่เพิ่งทักเธอเมื่อครู่
แสงเหนือ
บรรยากาศรอบ ๆ เปลี่ยนไปในทันที โต๊ะที่เคยเสียงดังพลันเงียบสนิท ราวกับใครกดปุ่มหยุดเวลา
ชายหนุ่มทั้งสามชะงักไป สีหน้าแข็งทื่อก่อนหัวเราะแห้ง ๆ
“เอ่อ…งั้นไม่กวนละกันครับ” แล้วรีบลุกออกไปอย่างรวดเร็ว พริกแกงหันมาหาลิลินตาโต กระซิบเบา ๆ
“โห…นี่แหละพลังอิทธิพลของพี่เหนือ!”
ลิลินก้มหน้าลง พยายามซ่อนความร้อนวูบที่เอ่อขึ้นมาบนแก้ม เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่มีคนคอยปกป้อง…หรือหวาดกลัวที่ต้องอยู่ใกล้กับรุ่นพี่ที่ใคร ๆ ต่างเกรงกลัวกันแน่
ยังไม่ทันที่เธอจะหายใจสะดวก เสียงหัวเราะทุ้ม ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของแสงเหนือ
“ไอ้เหนือ มึงโผล่มาขู่คนอีกแล้วเหรอวะ!”
ร่างสูงอีกสามคน เดินเข้ามาสมทบแต่ละคนสวมเสื้อช็อปวิศวะเช่นเดียวกันทว่าบุคลิกกลับแตกต่างกันออกไป
องศา — หนุ่มผิวเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มกวน ๆ ที่ดูเหมือนไม่เคยจริงจังกับอะไร
สิงหา — หน้าตาหล่อคมแบบลูกชายบ้านดี ท่าทางสุขุม ใบหน้าดูอ่อนโยนที่สุดในกลุ่ม แต่สายตาที่มองก็ยังแฝงอำนาจไม่แพ้กัน
คีตะ — บุคลิกติสท์ ๆ ศิลปินหน่อย ๆ แต่ความหล่อสะดุดตาไม่แพ้ใคร เวลาเดินมาก็ยังคงเสน่ห์ร้าย ๆ ไว้เต็มตัว
แค่เพื่อนทั้งสามปรากฏตัว…บรรยากาศในโรงอาหารก็ยิ่งถูกจับตามอง เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ว
“แก๊งเหนือมาแล้ว!”
“โห หล่อกันทั้งแก๊งเลย”
องศาโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะว่างข้าง ๆ อย่างไม่แยแส ก่อนจะเอี้ยวตัวมองลิลินกับพริกแกง
“นี่เหรอ…น้องรหัสของมึง?”
แสงเหนือไม่ตอบ เพียงปรายตามองลิลินแวบหนึ่งแล้วนั่งลง ฝั่งตรงข้ามพอดี ทำเอาหัวใจเธอสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ
สิงหาหัวเราะเบา ๆ “ดูน่ารักดีนี่หว่า ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหน้าใสแบบนี้จะทนอยู่กับคณะเราได้”
คีตะเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาเรียวหรี่มองลิลิน
“ชื่ออะไรนะ…ลิลินใช่มั้ย” เขาพูดช้า ๆ เสียงนุ่มแต่กดต่ำอย่างมีเสน่ห์ ลิลินเผลอพยักหน้าเบา ๆ
“คะ…ค่ะ”
องศาแค่นหัวเราะ “ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะน้อง อยู่กับไอ้เหนือบางทีโหดยิ่งกว่าตำราที่อาจารย์สั่งซะอีก”
“องศา” เสียงเข้มของแสงเหนือดังขึ้นเรียบ ๆ แต่ทรงพลังพอจะทำให้เพื่อนอีกสามคนเงียบลงทันที
พริกแกงที่นั่งข้าง ๆ ลิลินแทบกลั้นหายใจ นี่มันแก๊งตัวท็อปของคณะชัด ๆ
ลิลินก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ในชาม พยายามไม่สบตากับใคร แต่ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่โอบล้อมอยู่รอบตัว ราวกับโลกทั้งใบกำลังบังคับให้เธอเข้าไปพัวพันกับผู้ชายทั้งสี่คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้