Masukณ สถานที่ ร้านนั่งชิวแห่งนึง
....ในย้านใจกลางเมือง เสียงเพลงเบาๆฟังสบายๆ ทามกลางบรรยากาศที่มีแสงสีเสียง ตกแต่งร้านตามทันสมัย บางคนมาเป็นคู่บางคนมากับเพื่อนเป็นแก๊ง ขจัดขจายนั่งอยู่ซุ่มที่นั่งตามริมน้ำ แบ่งเป็นสัดส่วนชัดแจน ดีที่ร้านนี้เธอเคยมากับไมตรีเป็นประจำ ช่วงวัยจบมัธยมปลายแล้ว เวลานี้เธอได้อยู่ในผับแห่งหนึ่ง กับแก้วแชมเปญในมือเธอดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นานมากแล้วที่ไม่ได้ดื่มแบบนี้ ไมตรีเดินไปสั่งอาหารมารองท้องให้เพื่อนอย่างรู้ใจ เพราะว่าซาร่ายังไม่ได้กินอะไรมาเลย กลัวเพื่อนจะเป็นโรคกระเพาะขึ้นมาอีก แล้วต้องห้ามส่งโรงพยาบาลอีก "รู้ใจฉันจริงๆเลยนะเธอเนี่ย" เธอพูดเบาๆไล่หลังตามเพื่อนไป ด้วยสีหน้าหยอกล้อ ที่ปิดไม่มิด ******** ทางด้าน คารัส ที่พึ่งจัดการงานปิดดิวรายใหญ่ของวันนี้เสร็จเขาพิงพนักลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่หลับตาลงเพื่อพักสายตาโดยไม่คิดอะไรในหัวปลดปล่อยหลังงานเรียบร้อยดี นาฬิกาบนฝาพนังดีไซน์หรูหรา บอกเวลา 4 ทุ่ม 50นาที 'วันนี้ดึกจริงๆ' เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้โซฟาตัวใหญ่ เตรียมความพร้อมที่จะกลับบ้านอย่างเช่นเคยเขาต้องหยุดชะงักเมื่อเสียง ข้อความจากลูกน้องคนสนิทดังขึ้น <<ตึ้งๆ>> 'คุณซาร่า อยู่ที่ร้าน...นี้นะครับบอส' พร้อมแนบรูปถ่ายอัก1ใบ (ลักษณะของรูปถ่ายหญิงสาวหันหลังและมีเพื่อนหญิง 1 คนกำลังคุยกันสนุกสนานหัวเราะร่า ไม่ต้องบอกว่าผู้หญิงที่หันหลังคือใครเขาจำได้แม่นกระทั่งแผ่นหลังของเธอ) หลังจากที่ ราคัส ละสายตาจากโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งปรากฏข้อความจากลูกน้อง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง แววตาที่เคยเรียบเฉยฉายแววกร้าวและดุดันขึ้นมาทันที ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนน่าอึดอัดในพริบตา เขาแค่นยิ้มเย็นชาพลางบีบโทรศัพท์ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปย เขาลดมือลงช้าๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างประณีต ขัดกับอารมณ์คุกรุ่นภายในอย่างสิ้นเชิง ราคัสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเกรี้ยวกราด ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามเดิม แต่รังสีความกดดันที่แผ่ออกมานั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่าเก่า เขาส่งข้อความตอบกลับ ไปหาลูกน้อง 'หึ...ไม่ต้องตาม ปล่อยให้เธอสนุกกับเพื่อนไปก่อน แต่ถ้าดึกกว่านี้แล้วเธอยังไม่มีท่าทีที่จะกลับ ให้รีบรายงานฉันทันที' มือหนาเอื้อมไปหยิบเสื้อสูทที่พาดอยู่หลังเก้าอี้ขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวขายาวๆ ออกจากห้องทำงานตรงไปยังลานจอดรถที่มีคนขับ รออยู่แล้ว เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ทันที บรรยากาศภายในรถเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง พลางครุ่นคิดถึงซาร่าเธอจะดื่มหนักหรือเปล่า เพื่อนจะดูแลเธอดีไหม เพราะสำหรับเขา วงศ์ตระกูลนั้นสำคัญแต่ความปลอดภัยของเธอต้องมาก่อนเสมอ รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่ประตูรถเปิดออก เขาก้าวขาลงช้าๆ รองเท้าหนังขัดเงาแตะลงบนพื้นหินอ่อนอย่างมั่นคง สายตาคมกริบเงยขึ้นมองยอดคฤหาสน์ตระหง่าน ก่อนจะจัดสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเรียบนิ่งและทรงพลัง ไปในบ้านหลังใหญ่ปิดสนิทเหลือเพียงไฟนำทางสีส้มสลัวตรงทางเดินเสียนาฬิกาลูกตุ้มโบราณดังสะท้อนสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึก ราคัส ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านพักปวดกระดุมคอเสื้อและคลายเนคไทออกด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากงาน สายตาคู่คมกวาดมองความว่างเปล่ารอบห้องโถงที่ไร้ร่องรอยของคนตัวเล็กที่มักจะส่งเสียงประชดประชันเขาเมื่อเช้านี้ ********* หลังจากปาร์ตี้อันแสนสนุกสนานจบลง ซาร่าแยกย้ายกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอ เวลาล่วงเลยมาจนถึงตี 1 แม้ว่าเธอจะชอบดื่มสังสรรค์ แต่คืนนี้เธอมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นท่ามกลางความเงียบสงบและลมเย็น ๆ ของค่ำคืนนี้ ซาร่ากำลังยืนคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เธอยังไม่อยากกลับคฤหาสน์หลังนั้น และในขณะที่ซาร่ากำลังยืนหลังชนกำแพงหน้าร้านได้มีผู้ชายคนนึงพยายามเข้ามาหาเธอ ชวนเธอไปดื่มต่อ แต่เธอปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ในความมึนเมาของผู้ชายคนนั้นเขาก็ไม่ลดละความพยายาม.ที่จะดึงกระชากแขนของเธอไปขึ้นรถ เธอพยายามสะบัดออก ไม่ปล่อยให้ใครที่ใหนก็ไม่รู้มาถูกเนื้อต้องตัวของเธอ เสียงดังใสขึ้นว่า "ไสหัวไปซะ ถ้าแกยังไม่อยากตาย" บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงทันตา คำขู่ของเธอคาดไม่ถึงว่าจะได้รับการตอบรับเร็วขนาดนี้ เพราะไม่ทันที่ชายแปลกหน้าจะได้อ้าปากสวนกลับ ฝ่ามือหนาของคารัสก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของชายคนนั้น แรงบีบมหาศาลทำให้อีกฝ่ายร้องเหยียดด้วยความเจ็บปวดและจำเป็นต้องปล่อยมือจากแขนของเธอในทันที "เธอสั่งให้ไสหัวไป ไม่ได้ยินหรือไง?" น้ำเสียงของคารัสทุ้มต่ำทว่าทรงพลังและเต็มไปด้วยจิตสังหารชายแปลกหน้าหน้าถอดสี พยายามจะสะบัดมือออกแต่กลับพบว่าข้อมือของตนเหมือนถูกคีมเหล็กหนีบไว้แน่น เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคารัสที่จ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง ความกล้าที่เคยมีก็หดหายไปจนหมดสิ้น เขารู้ดีว่าหากขัดขืนต่อสถานการณ์คงไม่จบแค่การเจ็บตัวธรรมดาแน่ "เอ่อ คร๊าบๆ ผมจะไม่ยุ่งแล้วคร๊าบบบ ปล่อยผมไปเถอะ" ไอ้คนถ่อยนั้นพูดพร้อมยกมือไหว้ให้ปล่อยมันไป สุดท้ายก็ยอมปล่อยมันไป เพื่อที่จะไม่เสียเวลา ไปจัดการคนตรงหน้า "ส่วนเธอ เรามีเรื่องต้องคุยกัน " เขาไม่รอให้เธอพูด จับแขนของเธอพาขึ้นรถทันทีเพราะรถของเขาจอดรอดูสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว ------------- ก่อนที่ซาร่าจะออกมาทำเหมือนยืนรอใครข้างนอกหน้าร้าน นั่งชิว คารัส นั่งรออยู่ในรถยนต์คันหรูที่จอดสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ไม่ไกลจากประตูทางออกของร้านสายตาคู่คมใต้แสงไฟสลัวมองผ่านกระจกฟิล์มทึบ เห็นร่างของซาร่าที่ออกมาเพียงลำพังก่อนจะสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งพยายามเดินเข้ามาเซ้าซี้ไม่เลิก ท่าทางมีปัญหาของเธอทำให้เขาตัดสินใจเปิดประตูรถก้าวลงไปในทันทีร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปยืนข้างกายเธอพร้อมใช้มือข้างเดียวจัดการกับผู้ชายคนนั้น เขาไม่ได้หันไปมองชายแปลกหน้าคนนั้นด้วยซ้ำ ทำเพียงแค่ปรายตาส่งสัญญาณให้คนสนิทที่เฝ้าอยู่รอบๆเข้าไปจัดการ เคลียร์พื้นที่ก่อนจะหันกลับมาผายมือเปิดประตูเบาะหลังรถยนต์คันอยู่ค้างไว้ให้เธอแววตาของเขาเรียบกเฉยดูเคร่งครึมขึ้นเล็กน้อยภายใต้แสงไฟข้างทางยามค่ำคืน "ขึ้นรถซะ มันดึกมากแล้ว" น้ำเสียงเฉียบขาดและทรงพลังของเขาทำให้เธอก้าวขึ้นรถไปอย่างไม่อาจเลี่ยง ในใจรู้ดีว่าคืนนี้คงไม่มีทางเลือกอื่น ประกอบกับความหัวเสียและขยะแขยงจากเหตุการณ์ลามกก่อนหน้านี้ ทำให้เวลานี้เธอปรารถนาเพียงสิ่งเดียว... คือการได้กลับไปพักผ่อนให้พ้นจากฝันร้ายนี้เสียที ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นทำให้อากาศภายในรถดูหนาทึบจนหายใจลำบาก เธอพยายามลอบมองชายหนุ่มผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง เสี้ยวหน้าคมคายของเขายังคงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งร่องรอยของอารมณ์ใดๆ.แต่กลับสร้างความกดดันให้คนมองได้อย่างประหลาดทุกนาทีที่ผ่านไปช่างยาวนานราวกับเข็มนาฬิกากำลังเดินประชดประชันความรู้สึก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ในหัวมีแต่คำถามมากมายที่อยากจะเอ่ยปากถามออกไป แต่ความกลัวกลับแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่ลำคอ กลัวว่าถ้าหากทำลายความเงียบนี้ลง สิ่งที่จะได้ยินกลับมาจากเขา อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่พร้อมจะยอมรับมันทันใดนั้น รถหรูคันงามชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวลก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นที่คุ้นตา หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวแรงขึ้นเมื่อตระหนักว่า จุดหมายปลายทางและเวลาแห่งการเผชิญหน้ากำลังจะมาถึงในไม่ช้า 'คฤหาสน์ของตระกูลราคัส" เมื่อทั้งคู่มาถึงคฤหาสน์ ซาร่าไม่รอช้ารีบวิ่งขึ้นไปยังห้องของเธอทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนมองตามไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย บรรยากาศภายในโถงทางเดินอันกว้างใหญ่เงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าของเธอที่ค่อยๆ ไกลออกไปค่ำคืนงานฉลองงานแต่งงานบนชายหาดผ่านพ้นไปพร้อมกับความสุขอบอวล สายลมทะเลพัดเอากลิ่นไอเค็มและเสียงคลื่นกระทบฝั่งแผ่วเบา คารัสพาร่างบางของเจ้าสาวกลับเข้ามาพักผ่อนภายในวิลล่าส่วนตัวสุดหรูของรีสอร์ต ซาร่านั่งลงที่ขอบเตียงกว้าง นัยน์ตาคู่สวยก้มมองแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายที่ส่องประกายวาววับแข่งกับแสงไฟ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาจนหัวใจพองโต... จากสัญญาสมรสชั่วคราว ความเข้าใจผิด และมรสุมชีวิตมากมาย ในที่สุดเธอก็ได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ จุดที่มีความรักแท้จากผู้ชายตรงหน้าคอยปกป้องดูแล "เหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับไออุ่นที่โอบกอดเข้ามาจากด้านหลัง คารัสทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วรวบตัวภรรยาคนสวยเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แผงอกแกร่งแนบชิดกับแผ่นหลังนวลเนียน เขากดจูดแผ่วเบาที่ซอกคอหงส์อย่างแสนรัก "นิดหน่อยค่ะ... แต่มีความสุขมากกว่า" ซาร่ายิ้มหวาน เอียงหน้าซบเข้ากับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างออดอ้อน "ผมต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณ..." คารัสจับมือเรียวบางขึ้นมาประทับจูบลงบนหลังมือซ้ำๆ นัย
******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั







